Psevikul

มุมสนทนา => มุมนอกชาน - งานอดิเรก => ข้อความที่เริ่มโดย: สีน้ำฟ้า ที่ พฤศจิกายน 25, 2008, 09:29:01 pm

www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  


หัวข้อ: ตื่นเต้นๆ .. มีคนเอากล่องมัดแน่นหนา..มาวา#
เริ่มหัวข้อโดย: สีน้ำฟ้า ที่ พฤศจิกายน 25, 2008, 09:29:01 pm
โพสต์เมื่อ: Jan 17 2008, 09:32 AM

 ณ ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่.. ตั้งอยู่ริมถนนอุตรกิจ..อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่...

16 มกราคม 2551 เวลา 21.30 น. ขณะที่สีน้ำฟ้ากำลังอยู่ในห้องน้ำ น้านพนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์มุมโปรด..(ว่าไปงั้นแหละ..ก็ตัวเดิม มุมเดิมนั่นแหละ)

พี่วาสนา..เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว ลูกชิ้นปลาชื่อดังประจำจังหวัดมาเรียก

“พี่นพๆ .. มาดูหน่อยสิ ใครเอากล่องมาวางหน้าบ้าน ข้างถนนน่ะค่ะ มาเร็ว”

“กลัวเหรอพี่..” เสียงน้าตอบพี่วาสนา และเสียงชวนคุยกันห่างออกไป..ข้าพเจ้าก็รีบระเห็จออกจากห้องน้ำโดยไว

คุณพระ..คุณเจ้า.. !!!!


กล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ สูงประมาณครึ่งฟุต วางนิ่งอยู่ริมถนน มัดด้วยเชือกทำจากเศษผ้าเก่าๆ สีเหลืองขึ้นรา น้ารีบกลับเข้ามาในบ้าน.. ข่าวระเบิดตลาดวันนี้วนกลับมาหลอนอย่างช่วยไม่ได้

(http://www.psevikul.net/pic/Oboard/Veranda/20.jpg)

น้าเขามีพรรคพวกเพื่อนฝูงที่อยู่หน่วยกู้ภัย.. รีบหานามบัตรอย่างด่วน.. เรา..อันประกอบด้วยบุ๋มบิ๋ม ลูกสาวน้านพ..พี่วาสนา ..แจม สีน้ำฟ้า ยังมองกันอยู่ห่างๆ

จินตนการของมนุษย์ เมื่อถึงจุดหนึ่ง..มันจะส่อสิ่งที่อยู่ในใจ ขนาดปากว่าไม่กลัวตายๆ วันนี้สีน้ำฟ้าก็ยังหวั่นๆ ซึ่งหากมันเป็นระเบิด..สิ่งที่กลัวไม่ใช่กลัวตัวเองตาย หากแต่ ณ จุดตรงนี้คือแหล่งชุมชนย่อยๆ .. ขณะนี้แม้ในร้านเราจะไม่มีลูกค้า..แต่บริเวณใกล้เคียงเป็นร้านสะดวกซื้อที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง..
ถัดไปเป็นร้านข้าวต้ม มีลูกค้าอยู่สองโต๊ะ..ผู้คนยังนั่งกินกันปกติ จากร้านเราเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวสมาชิกอยู่ครบ..ถัดไกลออกไปเป็นร้านค้า ยิ่งบ้านริมสุดมีเด็กอยู่ไม่ต่ำกว่าสี่คน..

วนกลับมาเร่งให้น้ารีบจัดการโทร.. น้าก็หานามบัตรอยู่นั่นแหละ..หาไม่เจอก็เปิดเว็บหาซะสิ..

“ให้ไว..สิน้า..ให้ไว” อดที่จะแว้ดไม่ได้..

นาทีนี้...ประมาทได้หรือ..
ถามว่าเป็นคุณ.. ถ้าไม่นับตัวเอง...คุณกล้าเอาคนอื่นมาเสี่ยงด้วยไหม

วินาทีที่สร้างความหวาดหวั่นในใจ..ทุกคนนิ่งเงียบ ยืนมองกันห่างๆ เพื่อรอดูปฏิกิริยาของกล่องนั้น..เพื่อรอน้านพให้หาเบอร์โทรของเพื่อนให้เจอไวๆ

ลมหายใจเข้าออกยังผ่าวร้อน... นาทีนี้หัวใจเรายังรู้ร้อนรู้หนาว.. แล้วคนในข่าวที่พาดหัวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์วันนี้ล่ะ... ญาติพี่น้องเขาจะเป็นเช่นใดหนอ..

เศร้าเหลือเกิน


....

“กรี๊ด...มันดิ้นด้วยอ่ะ อาแจมๆๆ ” เสียงแม่นางบิ๋มหวีดมาก่อน เพราะเธอออกไปยืนมองอยู่ริมฟุตบาธ

“ผ่อๆๆๆ เร้ว..มันดุ๊กดิ๊กแหล่ว” เสียงในฟิล์มจากสาวใต้วัยสิบห้าปี บุ๋มบิ๋มอุ้มลูกแมวอยู่ในอ้อมกอดตัวหนึ่ง ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอฉวยไปตอนไหน..ก้าวโย่งๆ ..โดยไม่ใส่รองเท้าใกล้เข้าไป ..

ใกล้เข้าไป...

“ผ่อ...แหม้ว...ๆ” เสียงเช่นนี้จริงๆ นะ..

“มันออกมาแหล่ว..ฮั้วหมัน..ฮั้วหมันออกมา” ใกล้สุด ขายาวสุดวิ่งตรงดิ่งเข้าไปหากล่องที่กำลังดิ้นดุ๊กดิ๊กๆ

“มีรูด้วยๆ อาแจม แมว...มีรูอยู่ตรงนั้น” คราวนี้รีบกรูกันเข้าไปแกะเชือกทีมัดกล่อง..

โอ้...

(http://www.psevikul.net/pic/Oboard/Veranda/20a.jpg)


ลูกแมวสีทอง..หน้าตาดี อายุคงไม่เกินเดือนสามเดือน..

“แม๊............ ชั่วจริง ใครฟระ” นอกจากบุ๋มบิ๋มที่ถึงตัวคนแรก ไม่รู้น้าวิ่งออกจากร้านมาถึงตอนไหน รีบเข้าไปอุ้มเอาเจ้าเหมียวสีทองหน้าตาดีเข้ามาในร้าน

ลมหายใจยังผ่าวร้อน..

ทุกคนยังมีความรู้สึก..และตื่นเต้นกับผู้มาใหม่.. ไม่เว้นแม้แต่เจ้าแสตมป์ .. สตังค์ ลูกแมวสองตัวที่สีน้ำฟ้าเพิ่งไปขอเขามาเลี้ยง

น้าเริ่มบัญชาการ ให้ไปหยิบอาหารแมวที่เจ้าสองตัวในบ้านกินไม่หมด.. ล่อแมวเอาไว้ก่อน

เสียงบ่นพึมพำของพี่วาสนา .. เสียงลูกสาวพี่เขาที่ตามมาสมทบ.. พวกเราสี่-ห้าชีวิต ต่างกำลังเล่าสู่กันฟัง ถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ว่าใครรู้สึกกันอย่างไร..

เหตุการณ์ตื่นเต้น..สงบลงแล้ว..

เหมียวน้อย สีทองที่มา..ขนนุ่มนิ่ม ยังกับคุณหนูตกยาก

เหมียวเจ้าถิ่นสองตัวกำลังทำกร่าง.. ผู้มาใหม่ก็ใช่ย่อยเสียแล้ว.. วิ่งเล่นเหมือนคุ้นชินว่าที่นี่เป็นบ้าน.. ไม่มีแววตาหวาดกลัว.. ไม่แม้จะรู้สึกแปลกถิ่นที่อาศัย

เออ..แฮะ เจ้าเหมียวน้อยสีทองผู้มาใหม่ มันรอดแล้ว..

อย่างน้อยสีน้ำฟ้าก็ทอดทิ้งมันไม่ลง..

มันเพิ่งเป็นลูกแมว ประเดี๋ยวก็คุ้นชินกับสองตัวเจ้าถิ่นที่อยู่มาก่อนหน้า... สองตัวนั้นเขาชื่อแสตมป์กับสตังค์ เป็นสาวน้อยทั้งคู่.. ได้มาอีกสาว..

ที่บ้านก็จะมีสามใบเถา..

(http://www.psevikul.net/pic/Oboard/Veranda/20b.jpg)

หึ !!!! สนุกล่ะ

(http://www.psevikul.net/pic/Oboard/Veranda/20c.jpg)


สองตัวเดิม ม๊านก็วิ่งโครมๆ ทั้งคืน ได้มาอีกตัว..คงสนุกพิลึก


อืม...ว่าแต่ว่า.. เกิดมาทุกสรรพสิ่งย่อมมีชื่อเรียก.. สองตัวนั้น..ส.แสตมป์ กับ ส. สตังค์... ได้มาอีกสาว.. ใครหลงเข้ามาอ่านแล้วไม่ทิ้งคอมเม้นท์ ไม่ออกความเห็น หรือไม่เสนอชื่อใหม่ให้..

สีน้ำฟ้า...จิเรียกมั๊นว่า...สมยอม..จริงๆ ด้วยเอ้า !!!!!!!!!!

เอ๋า.. ก็เข้ามาเป็นสาวตระกูล ส. นี่นา... แม่สีน้ำฟ้า..พี่แสตมป์..น้องสตังค์...มาใหม่ มาแบบสมยอม ต้องเลี้ยงแบบนี้...

มั๊น...ก็ต้องชื่อสมยอมโล้ด.. ....


ตะแล่ม..ตะแลม..ตะแหล้ม.. ......................................(http://www.psevikul.net/pic/Oboard/Veranda/20d.gif)

โพสได้แก้ไขโดย สีน้ำฟ้า เมื่อ Jan 17 2008, 09:33 AM


----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น


หัวข้อ: Re: ตื่นเต้นๆ .. มีคนเอากล่องมัดแน่นหนา..มาวางหน้าบ้าน, สีน้ำฟ้า รายงานจากจังหวัดกระบี่ค่ะ
เริ่มหัวข้อโดย: มนตราแห่งทะเล ที่ พฤศจิกายน 25, 2008, 09:32:36 pm

สีน้ำฟ้า     
   
สารภาพค่ะ..
ว่าตอนเขียนคิดถึงรอยยิ้มของทุกคนที่ได้อ่านจนจบ

ก็..แหม..ตอนแรกตื่นเต้นจริงๆ นะคะ

ดี๊..ที่ยังไม่ได้โทรหาหน่วยกู้ภัย ไม่งั้นคงจะวุ่นกว่านี้


(http://www.psevikul.net/pic/Oboard/PSBFL.gif)

----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น



สีน้ำฟ้า    
โพสต์เมื่อ: Jan 17 2008, 09:41 AM
   
อ้าว..ลืม
มีมุมมองลูกสาวตัวใหม่..หน้าตรงชัดๆ ด้วยค่ะ

(http://www.psevikul.net/pic/Oboard/Veranda/20e.jpg)

----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น



นิค่ะ    
โพสต์เมื่อ: Jan 17 2008, 12:10 PM

อ่านแล้วพลอยตื่นเต้นไปด้วยค่ะ แต่สุดท้าย อุ๊ยน่ารักจัง...

คุณภัสสรบอก ดีแล้วค่ะ โบราณบอกแมวมาหา หมาสู่ จะโชคดี

--------------------
http://nilubol.spaces.live.com
http://chutimasevikul.spaces.live.com



สุวดี    
โพสต์เมื่อ: Jan 19 2008, 02:16 PM
   
แล้วถ้ามีคนส่งตัวเองมาหาพี่นิมั่ง จะถือว่าโชคดีรึป่ะค้า
จะได้ห่อตัวเองมาหาพี่ซะเลย

ฝากบอกคุณพนิดาแล้วนะคะว่า พี่ฝากความคิดถึงไปให้ เธอขอบคุณมาค่ะ

(http://www.psevikul.net/pic/Oboard/HappyDance2.gif) (http://www.psevikul.net/pic/Oboard/HappyDance2.gif) (http://www.psevikul.net/pic/Oboard/HappyDance2.gif)

--------------------
A woman called JJ, born to be happy.



สีน้ำฟ้า    
โพสต์เมื่อ: Jan 22 2008, 05:38 AM
   
สวัสดีค่ะ คุณครู..พี่นิ คุณสุวดี.. (ขออนุญาตเรียกพี่ได้ไหมคะนี่ อิอิ)
----------------------------------------------------------

ก็...ว่ากันไปค่ะ..สำหรับแม่หนูน้องใหม่ ตอนนี้เข้ากันได้ดีกับแสตมป์ สตังค์
ได้ชื่อมาจากผู้เมตตาในพันทิป.. ชื่อว่า น้องสตาร์

แต่น้านพมักจะเรียกเธอว่านุ่มนิ่ม..

ดูเหมือนจะพันทาง..ลูกครึ่งเปอร์เซียมา เพราะตัวนิ้ม..นิ่ม ขนยาว
หางเหมือนกระต่าย.. และเอาแต่ใจ เป็นคุณหนูจริงๆ
------------------------------------------------------------

เรียนคุณครูประภัสสรค่ะ..

วันนี้..อาจารย์อภิชาติแวะมาอีก.. ท่านกรุณาค่ะ..มากระบี่มักจะแวะมาใช้บริการ
ที่ร้านแจมเรื่อยๆ .. ทุกครั้งไป หนนี้มาร่วมกิจกรรมวันเด็กของทางหน่วยราชการแห่งหนึ่ง
พอดีท่านบอกแล้วจำไม่ได้.. เห็นว่ามีบทความท่านลงในมติชน..เรื่องทีพีบีเอส
ไม่มั่นใจว่าบทความนี้ไหม..

สีน้ำฟ้าคัดมาจากมติชน..เป็นหนังสือพิมพ์รายวันไม่มั่นใจ คุณครูกับพี่นิจะมีโอกาสได้ไปหาซื้อหรือไม่

ก็เลยนำมาฝากไว้ในกระทู้นี้เลย

ปีนี้อาจารย์ไม่ได้ลง สว. เพราะติดเงื่อนไข ลาออกจากพรรคการเมืองแห่งหนึ่งไม่ถึงห้าปี
น่าเสียดายค่ะ.. อาจารย์เป็นคนดี มีคุณธรรม
ไม่ต้องหาเสียง ก็ได้ชัวร์ๆ อยู่แล้ว

เฮ้อ... ก็ว่ากันไป เรื่องการเมือง เมืองไทย

สักครู่สีน้ำฟ้าจะคัดบทความมาฝากนะคะ ...

(http://www.psevikul.net/pic/Oboard/cb_bow.gif)

----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น



สีน้ำฟ้า    
โพสต์เมื่อ: Jan 22 2008, 05:42 AM
   
ย้อนรอย..ถอดรหัส 'ไอทีวี' จากทีวี 'เสรี' สู่ 'ทีพีบีเอส'
จากหนังสือพิมพ์รายวัน มติชน (หน้า 20) วันอังคารที่ 22 มกราคม พุทธศักราช 2551


แม้จะมีภาพความเสียใจ กอดคอกันร้องไห้ ให้เห็นหลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่คุ้มครองชั่วคราว ในคดีอดีตพนักงานทีไอทีวี 105 คน ยื่นฟ้องอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ (กปส.) และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เพิกถอนคำสั่งลงวันที่ 14 มกราคม 2551 เรื่องให้สถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟหรือทีไอทีวียุติการแพร่ภาพ เวลา 00.00 น. วันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา

แต่เรื่องราวของสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ใช่จะจบลงไปพร้อมกับ การเปลี่ยนชื่อใหม่ เป็นองค์กรกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ "ไทยพีบีเอส" ยังมีประเด็น ภาระผูกพันเรื่องพนักงาน ผู้ผลิตรายการ ซึ่งศาลปกครองรับไว้พิจารณา เป็นข้อต่อสู้ทางกฎหมายทำให้การดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายชั่วคราว 5 คน ที่รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งมาอาจไม่ราบรื่นเหมือนอย่างที่คาดหวังให้เป็น

ถ้าจะใช้คำว่า "ย้อนรอย" "ถอดรหัส" ตามชื่อ 2 รายการหลักของสถานีไอทีวีเดิม กว่า 10 ปี แห่งการดำรงอยู่ของสถานีแห่งนี้ตั้งแต่แจ้งเกิดทดลองออกอากาศครั้งแรก เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2539 ภายใต้ชื่อสถานีโทรทัศน์ "ไอทีวี" จนถึงวันเปลี่ยนชื่อสถานีเป็น "TITV" ในวันที่ 7 มีนาคม 2550

และปิดฉากทีวีเสรีสู่ทีวีสาธารณะอย่างถาวร ด้วยการโอนทรัพย์สิน คลื่นความถี่ไปให้หน่วยงานใหม่ ทีพีบีเอส บริหารเมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา

พบว่าสถานีข่าวแห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวของสีสัน การต่อสู้ระหว่างพนักงาน, อำนาจทุน, ทุน, อำนาจรัฐ จนนำมาซึ่งการฟ้องร้อง คดีความยาวนานตราบเท่ากับการดำรงอยู่เลยทีเดียว

การงัดคานต่อสู้กันทางความคิด ข้อกฎหมายแต่ละครั้งนำผลลัพธ์ด้านบวก-ลบ,ชัยชนะ เสียงร้องไห้ มาสู่พนักงานแตกต่างกันไป

เรื่องราวการต่อสู้งัดคานกันทางด้านความคิด เปิดฉากขึ้นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2543 หลังทราบแน่ชัดแล้วว่า คณะกรรมการบริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน) มีมติดึงบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อหุ้นไอทีวี วงเงินลงทุนประมาณ 1,600 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนหุ้น 39% พร้อมทั้งมอบสิทธิในการบริหารงานทั้งหมดให้เป็นของชินคอร์ปฯ ตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ ตามข้อเสนอของธนาคารไทยพาณิชย์

"เทพชัย หย่อง" ซึ่งตอนนั้นทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการฝ่ายข่าวของไอทีวี นำตัวแทนฝ่ายข่าวไอทีวี เปิดศึกชน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้านการฮุบหุ้นผูกขาด พร้อมออกแถลงการณ์ต่อต้านการเข้ามาของชินคอร์ปฯ ในระหว่างร่วมงานเสวนาเรื่อง "8 ปีพฤษภาฯ "35 ถึงมาตรา 40 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2542

เรื่องที่ถูกนำมาหยิบยกขึ้นมาเหตุผลหลักในการต่อสู้ของพนักงานไอทีวี องค์กรหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปสื่อ และตัวแทนญาติวีรชนเดือนพฤษภาคม ปี 2535 ในเหตุการณ์งัดคานทางด้านความคิดครั้งแรก คือสถานีไอทีวีเกิดมาจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี 2535

เจตนารมณ์ในการก่อตั้งสถานีข่าวแห่งนี้ถูกกำหนดให้เสนอข่าวด้วยความเป็นกลางปลอดจากการแทรกแซงจากภาคการเมืองและรัฐตามสัญญาสัมปทาน ซึ่งไอทีวีทำไว้กับ สปน.ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2538

การเข้ามาของชินคอร์ปฯได้นำมาซึ่งคดีประวัติศาสตร์ "21 กบฏไอทีวี" กลุ่มต่อต้านการเข้ามาแทรกแซงให้นำเสนอข่าวกิจกรรมหาเสียงของพรรรคไทยรักไทยเดิมในปลายปี 2543 ก่อนการเลือกตั้งใหญ่จะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 6 มกราคม 2544

หลังการเลือกตั้งผ่านพ้นไปด้วยชัยชนะอย่างถล่มทลายของพรรคไทยรักไทย สามารถพาสมาชิกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรได้ถึง 243 เสียง อีกหนึ่งเดือนหลังจากนั้น ผู้บริหารไอทีวีตัวแทนจากชินคอร์ปฯมีคำสั่งไล่ออก เลิกจ้างพนักงานรวม 23 คน

ในจำนวนนี้ 21 คน เลือกที่จะต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเอง โดยยื่นคำร้องไปยังคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ (ครส.) ต่อสู้กันยาวนาน 4 ปี ตั้งแต่ศาลชั้นต้นถึงศาลฎีกา ที่สุดศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานมีคำพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางให้ไอทีวีรับพนักงานทั้ง 23 คน กลับเข้ามาทำงานเหมือนเดิมพร้อมทั้งให้ชดเชยค่าเสียหายรวมทั้งสิ้น 25 ล้านบาท

ในวันที่ 8 มีนาคม 2548 เมื่อชินคอร์ปฯได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างเต็มตัว มีอำนาจการบริหารอย่างเบ็ดเสร็จ เรื่องราวการต่อสู้กันด้วยข้อกฎหมายยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบจากการต่อสู้ระหว่าง "พนักงาน" กับ "กลุ่มทุน" กลายเป็น "กลุ่มทุน" กับ "ภาครัฐ" แทน

เริ่มจากการขอแก้ไขสัญญาสัมปทานด้วยการตั้งอนุญาโตตุลาการให้ลดค่าตอบแทนขั้นต่ำเหลือ 230 ล้านบาทต่อปี จากเดิมต้องจ่ายค่าตอบแทน 44% ของรายได้ หรือไม่ต่ำกว่าปีละ 1,000 ล้านบาท

ขอปรับผังสัดส่วนรายการข่าวและสารประโยชน์เป็นร้อยละ 50 ต่อ 50 จากเดิมต้องมีข่าวและสารประโยชน์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของเวลาออกอากาศ และช่วงเวลา 19.00-21.30 น. ต้องเป็นข่าวและสาระประโยชน์เท่านั้น

จนเป็นที่มาของคำพิพากษาประวัติศาสตร์ของศาลปกครองเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2549 ว่า แก้ไขสัญญาโดยไม่ผ่านมติคณะรัฐมนตรีเป็นเหตุให้ สปน.บอกเลิกสัญญาในวันที่ 6 มีนาคม 2550 พร้อมกับค่าปรับก้อนโตอีก 100,000 ล้านบาท

ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าเหตุการณ์งัดคานความคิดรอบใหม่ ซึ่งพัฒนาไปเป็นเรื่องการต่อสู้ระหว่าง "พนักงานทีไอทีวีเดิม" กับ "ภาครัฐ" ด้วยแนวคิดว่า เมื่อโอนทรัพย์สินคลื่นความถี่,อำนาจหน้าที่,งบประมาณไปให้องค์กรใหม่แล้ว ควรจะโอนพนักงานในส่วนเดิมไปด้วยจะลงเอยในรูปแบบใด

ถ้าสังเกตเอาจากน้ำเสียง สีหน้า ท่าทีการให้สัมภาษณ์ของนายไตรภพ ลิมปพัทธ์ ประธานบริหาร บริษัท บอร์นแอนด์แอสโซซิเอท จำกัด อดีตผู้ผลิตรายการให้กับสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีว่า

"การไม่คุ้มครองชั่วคราวไม่ได้แสดงว่าแพ้คดี แต่หากกรรมการดูแลไม่ดีค่อยเป็นประเด็นใหม่

"รู้สึกอุ่นใจเมื่อศาลปกครองมีคำสั่งให้องค์การใหม่ต้องรับพิจารณาภาระผูกพันเรื่องพนักงาน รวมถึงรายการของผู้ผลิตรายการที่ได้มีภาระผูกพันกันไว้ในทางปฏิบัติสำหรับพนักงานทีไอทีวีเดิม และผู้ผลิตรายการต้องปรึกษานักกฎหมายก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป"

ผนวกเข้ากับแนวคิดการตั้งชมรมทีวีเสรีในองค์กรใหม่ และข้อจำกัดการรับพนักงานขององค์กรใหม่ ซึ่งจะรับพนักงานในส่วนเดิมได้เพียงร้อยละ 70 ซึ่งหมายความว่า จะต้องมีคนอีกร้อยละ 30-40 ของจำนวนพนักงานทีไอทีวีเดิมต้องกลายเป็นคนตกงาน

น่าจะเป็นสัญญาณบอกว่า การต่อสู้รอบใหม่น่าจะยาวนานยืดเยื้อ จะยังคงดำรงอยู่ต่อไปตราบเท่าที่ ทีวียังมีเรื่องผลประโยชน์มหาศาลเข้ามาเกี่ยวข้อง

แม้จะไม่ใช่เม็ดเงินโฆษณาก้อนโตเหมือนฟรีทีวีทั่วไป แต่ในส่วนทีวีสาธารณะยังหมายถึง เงินอุดหนุนก้อนโตจากภาษีบาป เหล้า บุหรี่ ปีละ 2,000 ล้านบาท และพ.ร.บ. ยังเปิดช่องให้รัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลังใช้ดุลพินิจเพิ่มงบประมาณให้สถานีแห่งนี้ได้อีก ในทุกๆ 3 ปี หากต้องมีการขยับขยายไปทำธุรกิจประเภทอื่นเพิ่มเติม

จะดีหน่อยตรงที่บทเฉพาะกาล มาตรา 57 เขียนไว้ชัดเจนว่า ให้โอนเฉพาะทรัพย์สินเฉพาะในคลื่นความถี่ ทรัพย์สิน งบประมาณไปเท่านั้น

ไม่รับโอนในส่วนของข้อพิพาทระหว่างบริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน) เดิมกับ สปน. ในส่วนที่เกี่ยวกับค่าปรับหนึ่งแสนล้านบาท ซึ่งศาลปกครองได้จำหน่ายคดีออกจากระบบให้เป็นเรื่องระหว่างอนุญาโตตุลาการกับบริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน)

.....ไม่งั้นวุ่นวายไม่จบแน่

----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น