www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2
1  มุมสนทนา / มุมกาแฟ - จิบกาแฟคุยกันเรื่องงานเขียน / เชื่อหรือไม่ อาถรรพ์เลข 23 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2008, 04:23:07 am
โพสต์เมื่อ: May 18 2007, 09:41 PM

 อ่านเจอเห็นว่าน่าสนใจ ก็เลยเอามาให้อ่านกันแนวคิดแปลกดี 5555555


http://www.oknation.net/blog/kennyhass/2007/04/17/entry-1
หากใครยังจำกระทู้ที่ผมพูดถึงความลึกลับของหมายเลข23ได้ แล้วในข้อ23 ที่ผมบอกว่า "พตท.ดร.ทักษิณ ชินวัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่23ของประเทศไทย" ดูท่าทางจะโดนใจหลายๆคนทีเดียว (ข้ออื่นไม่พูดถึงเลย)

วันนี้ผมพึ่งไปนั่งคิดเล่นๆ ปรากฎว่า เลข23ช่างเกี่ยวข้องกับการเมืองไทยอะไรขนาดนี้ ก็เลยอดใจไม่ได้ที่จะมาเล่าสู่กันฟัง



1. เหตุการณ์กรณีตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ขายหุ้นกลุ่มบริษัทชินคอ ร์ป เริ่มแดงเถือกเมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2549

2. เกิดการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2006 (1 + 9 + 0 + 9 - 2 + 0 + 0 + 6 = 23)

3. คปค. ย่อมาจาก "คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเ ป็นประมุข" หากตัดคำฟุ่มเฟือยตามหลักภาษาไทยออกไป ก็จะได้ "คณะปฏิรูประบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัติย์ทรงเป็นประมุข" ซึ่งเมื่อลองสะกดดูแล้ว จะนับได้ 23

4. ชื่อภาษาอังกฤษของคปค. คือ "Council for Democratic Reform" โดยอักษรย่อคือ "CDR" เมื่อนับตัวอักษรของชื่อเต็มแล้วจะนับได้ 26 ตัวอักษร แต่เมื่อนำชื่อย่ออังกฤษ3ตัวมาหักลบ (26-3) ก็จะนับได้ 23

5. พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ และ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน หากตัดยศพลเอกออก แล้วเอาชื่อและนามสกุลทั้งสองคนมาเรียงกัน เมื่อไม่นับรวมสระบนและสระล่างแล้ว จะนับได้ 23

6. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว พ.ศ.2549 หากตัดคำฟุ่มเฟือยออก จะได้ "รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2549" เมื่อไม่นับรวมสระบนสระล่าง จุด และวรรณยุกต์แล้ว จะนับได้ 23

7. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 123

8. รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพ.ศ.2549 ได้กำหนดให้มีการแต่งตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 23

9. สภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 หากนับรวมชื่อย่อคือ "ส.ส.ร." โดยไม่รวมสระบนสระล่าง จุด และวรรณยุกต์ด้วย จะนับได้ 23

10. ส่วนของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 มาจากบุคคลในภาครัฐ 28 คน ภาคเอกชน 27 คน ภาควิชาการ 22 คน และภาคสังคม 23 คน



นับได้ขนาดนี้ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็น วอลเทอร์ สแปร์โรว์ ยังไงชอบกล...
(ว่าแต่มันเป็นอะไรกับแจ็ค สแปร์โรว์หว่า?)



คิดเห็นประการใดค่ะพี่น้อง
ปลิวลม

โพสได้แก้ไขโดย ปลิวลม เมื่อ May 18 2007, 09:47 PM


--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom
2  มุมสนทนา / มุมกาแฟ - จิบกาแฟคุยกันเรื่องงานเขียน / เพื่อนตายมาแล้วจ้า เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2008, 02:56:17 am
[ 20 ก.พ. 2550 09:30:48 ]

อ่านเรื่องเพื่อนตาย 2 รอบเพราะเบื่ออ่านหนังสือสอบ อ่านรอบแรกต้องขอบอกคุณรินฤดีว่า ในฐานะผู้อ่านที่ชอบเรื่องโลดโผน เรื่องของคุณ เลยธรรมดา ไม่สะดุดใจเท่าที่ควร แต่พออ่านคำวิจารณ์ของอาจารย์แล้วกลับไปอ่านอีกรอบ พบว่าคุณซ่อนความไม่ธรรมดา ไว้บนความธรรมดา อย่างแนบเนียน เช่นตอน ที่ตัวละครถามเพื่อนว่า คงหายสงสัยซินะว่าพ่อของเขาทรยศ และตบท้าย ว่า "พ่อกูเป็นเพื่อนตายของพ่อมึง" เพื่อนตายที่ตายแทนกันหรืออีกนัยตายด้วยกัน น่าสนใจทีเดียว ไม่ทราบว่าคุณเจตนาให้คิดหรือเปล่า แต่ปลิวคิดคะ แต่อยากได้เรื่องโลดโผนหรือ แบบหนักๆมีปะคะ ไม่มีก็ไม่เป็นไรเอาแบบนี้อีกก็ได้
3  มุมสนทนา / มุมกาแฟ - จิบกาแฟคุยกันเรื่องงานเขียน / ข้อคิดสะกิดใจ(4) เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2008, 02:32:54 am
[ 9 ก.พ. 2550 10:41:09 ]

ยินดีกับคุณสีน้ำฟ้า ที่"สาวหน้าใส" ผ่านฉลุยสนุกจังคะ แม้แต่กะทิยังให้อ่านให้ฟังตั้งหลายรอบ ชอบมากๆ เลยท่านอื่นว่าไงคะ
4  มุมสนทนา / มุมกาแฟ - จิบกาแฟคุยกันเรื่องงานเขียน / คุยกับ หวานใจ ประภัสสร เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2008, 02:12:51 am
[ 4 ก.พ. 2550 00:09:18 ]

ปิดกระทู้สัมภาษณ์สดประภสสรเพราะคิดว่าอาจารย์คงไม่มีเวลาตอบหรือไม่ก็

ลีมแล้วว่ามีกระทู้ นี้ แต่หน้าที่ของผู้สัมภาษณ์คือ ต้องให้ได้คำตอบเลยอ้อมมาทางหลังบ้าน ถ้ายังไม่ตอบ เราจะมีการจับตัวเรียกค่าไถ่ ผู้เป็นที่รัก อิอิ ไม่ได้.....(ขู่).....เอาจริง
5  มุมสนทนา / มุมกาแฟ - จิบกาแฟคุยกันเรื่องงานเขียน / ข้อคิดสะกิดใจ(3) เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2008, 02:09:47 am
[ 3 ก.พ. 2550 23:51:04 ]

เรื่องสั้นก็เพราะเรารักนาย ผลการตรวจรักษาอาการผ่านฉลุย ยินดีกับนักเขียน ขอให้สร้างผลงานต่อไปนะคะ มีลงในเว็บสกุลไทยถ้าใรอยากอ่าน ท่านอื่นว่าไงคะ
6  มุมสนทนา / มุมกาแฟ - จิบกาแฟคุยกันเรื่องงานเขียน / สัมภาษณ์สดประภัสสร เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2008, 12:26:55 am
[ 22 ม.ค. 2550 04:36:27 ]




ก่อนอื่นต้องขออภัยหากการสัมภาษณ์สดครั้งนี้จะทำให้คุณประภัสสรอึดอัดแต่ขอย้ำว่าตามกฎหมายรัฐธรรมณูญบุคคลสาธารณะสามารถถูกซักถามได้ แหะ แหะล้อเล่นค่ะ เพียงอยากทราบว่า

๑.ชีวิตประจำวัน ของคุณประภัสสรทำอะไรบ้างคะ ขอเป็น เวลาเลยค่ะ

๒.แรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดประภัสสร เสวิกุล บนโลกน้ำหมึก คืออะไรคะ

๓.คุณประภัสสรมีครูต้นแบบในการเขียนหนังสือไหมคะกรุณาเล่าหน่อยค่ะ

๔.ทำไมคุณประภัสสรไม่มีนามปากกาคะหรือมี อย่างปลิวลมเนี่ยะเขียนเรื่องเปลี่ยนเรื่อง ดีนะที่ยังเขียนได้ไม่กี่เรื่องแต่กะมีเยอะๆเป็นนักเขียนพันชื่อคะ
7  มุมสนทนา / มุมกาแฟ - จิบกาแฟคุยกันเรื่องงานเขียน / ข้อคิดสะกิดใจ เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2008, 12:18:40 am
เรียนคุณประภัสสรและคุณสีน้ำฟ้า

จากเรื่อง"ไม่โกรธใช่ไหม" ถ้าเป็นปลิวลมนะคะปลิวจะเปลี่ยนจากไม่โกรธใช่ไหมเป็น"นรีผมขอโทษ"โดยให้แฟนเป็นตัวเปิดเรื่องแล้วย้อนหาอดีตเล่าถึงความสัมพันธ์และหักมุมโดยให้เพื่อนสาวเปิดโปงให้คนอ่านรู้ว่าเธอตายเพราะอะไร เหตุผลหรือคะสะใจสองทอด ได้หลอกคนใจคดแล้วก็คนอ่านในเวลาเดียวกัน

การใช้ภาษา บางคำฟังแล้วทำให้สะดุด เช่น หนังสือที่ กางคา หรือ รถที่กระชากไปจากหมู่บ้าน คือหมู่บ้านกว้างเกินไปสำหรับกิริยากระชาก เครื่องเล่นซีดีขางฝาก หมายถึงอะไร สรุปว่าปลิวคิดว่าคุณสีน้ำฟ้าน่าจะใช่ภาษาได้สละสลวยกว่านี้หากได้มีการเกลาและทบทวนอีกสักนิดหน่อยค่ะ

ตอบแทนที่คุณเคยชี้แนะปลิวนะคะ หรือ คุณประภัสสร และคุณสีน้ำฟ้าเห็น
8  มุมสนทนา / มุมกาแฟ - จิบกาแฟคุยกันเรื่องงานเขียน / มะพร้าวกะทิชาวเกาะ เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2008, 10:46:04 pm
มะพร้าวกะทิชาวเกาะ


เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับลูกนำมาลงฝากให้อ่านและติชม

สวัสดีครับผมชื่อมะพร้าว อายุ 10 ปี น้องผมชื่อ กะทิ อายุ 6 ปี เราสองคนอยู่กับพ่อแม่ ที่เกาะสมุย ทางตอนใต้ของประเทศไทย ผมชอบขุดหอยเสียบเลี้ยงปลากัด กะทิชอบเล่น เล่นทุกอย่างครับ แม่ผม เป็นครูแล้ว ก็เป็นนักเขียน ด้วย นามปากกา ว่าปลิวลม กับฟ้าใส แล้วก็อะไร เยอะแยะเลย แม่ชอบเขียน เขียน ตลอด เวลา ตั้งแต่เกิดมา ผมเห็นแม่เขียน กับอ่าน 2 อย่างแม่ทำกับข้าวได้ แต่ไม่ชอบ พ่อผม ขายน้ำ แล้วก็ทำบ้านเช่า ออกทะเลหาปลา พ่อ เก่งมากๆ เลย ทำได้หลายอย่าง

ผมกับกะทิไปเรียนพิเศษ ที่บ้านป้าพินๆ เป็นครูเก่า
แต่ออกมาสอนพิเศษ เด็กๆ ที่บ้าน แม่บอกว่า ป้าพิน สอนเก่งมาก และเป็นครูที่มีความเป็นครูด้วย ผมไม่ค่อยเข้าใจหรอก ผมรู้แต่ว่าป้าพินสามารถ ทำให้กะทินั่งนิ่งๆได้เป็นเวลา 2 ช.ม ผมว่าป้าพินเก่งมากเลย ที่สำคัญ ป้าพิน สามารถ เอา เรื่องรอบตัวมาสอนพวกเรา ได้ อย่างเหลือ เชื่อ เมื่อปิดเทอม คราวก่อน เราเจองู ผมจะวิ่งแต่ป้าพิน บอกว่าอยู่เฉยๆ อย่าขยับ พอมันเลื้อยผ่านไป ป้าพิน สอนพวกเราว่า งูจะฉกเรา ก็ต่อเมื่อมันคิดว่า อยู่ในอันตรายเท่านั้น ถ้า ไม่เช่นนั้น มัน จะไม่ทำร้ายเรา งูที่ผมกับกะทิ เจอ คือ งูสิงห์ สีสวย เป็นมัน ฝนตก มันอยู่ในรู แล้วขึ้นมาผึ่งแดดนะครับ

เมื่อวาน ผมกับ กะทิ แอบหนีไป บนเขา กับ น้องโฟล์คแล้วก็น้องออย ลืมแนะนำไปครับ น้องโฟล์ค เป็น ลูกของ อาแป้น ส่วนน้องออยเป็นลูก อาศักดิ์ น้อง ของพ่อ ครับ บ้านเรา อยู่ใกล้กัน เพาลาย นะครับ กะทิ เจองูอีกแล้วครับ น่าจะเป็นงูเห่า ผมเลยใช้วิธีของป้าพิน มันชูคอ แผ่แม่เบี้ย แต่พอเรานิ่ง มันก็ค่อยๆลดหัว ลง แล้วก็เลื้อยไป ผมดีใจมากเลย เพราะ ว่า คำสอน ของป้าพินเป็นผล ทุกครั้ง อย่าบอกแม่นะ ครับ เดี๋ยวโดน

เปี๊ยะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


วันที่ลงประกาศ 15-01-2007 19:57:30
9  มุมสนทนา / ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน / รสนา โตตระกูล เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2008, 05:01:49 am
โพสต์เมื่อ: Mar 7 2008, 02:05 AM

 รสนา มาแรงในวันนี้

เพราะพวกพ้องน้องพี่หามมาให้

ยกให้เธอเป็นขวัญกำลังใจ

นำหน้าไปฝ่าฟันเพื่อประชา

------------------------------------------------------

คือหญิงแกร่งหญิงกล้าท้าลมฝน

คือเหล็กทนความร้อนมิอ่อนล้า

คือมณีที่ส่องแสงกลางพารา

คือแสงจ้าส่องนำทางเพื่อมวลชน

-----------------------------------------------------------

รสนา คือตัวแทนที่ถูกเลือก

รสนา คือความหวังมิสับสน

รสนา คือผู้กล้าท้าลมบน

รสนา คือคนของประชา

-----------------------------------------------------

เป็น สว.น้ำดีที่เลือกแล้ว

เป็นผู้ถางทางแผ้วตามสรรหา

เป็นหนึ่งหญิงที่ถูกเลือกให้เข้ามา

เป็นตัวแทนเพื่อฆ่าพวกโกงกิน

-------------------------------------------------------

เจ๊นิดหน่อยก็เคยเป็นความหวัง

เป็นพลังแห่งประชาดุจแผ่นหิน

ในที่สุดเธอก็ถูกเงินสูบกิน

กลายเป็นพวกมีทรัพย์สินเพราะโกงมา

-----------------------------------------------------------------

หวังเพียงว่า รสนาจะกู้ชื่อ

เป็นหลักถือให้ยึดมั่นไม่หนีหน้า

เป็นเพื่อนแท้เพื่อนตายของประชา

อย่าให้ต้องขายหน้า.......ยอดหญิงไทย

------------------------------------------------------------------


ภาพที่มาด้วย
ภาพที่มาด้วย


--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom

10  มุมสนทนา / ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน / คนโพกผ้าเหลือง เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2008, 04:59:04 am
โพสต์เมื่อ: Mar 6 2008, 11:20 AM

 ..................คนโพกผ้าเหลือง..............................




คิดถึงวันคืนเก่าครั้งโพกผ้า

สีเหลืองจ้าเจิดจรัสยอมสูญสิ้น

ครั้งกระนั้นฉันยอมตายไร้ชีวิน

ยอมสูญสิ้นเพื่อชาติยงคงจีรัง

--------------------------------------------------------

ฉันเชื่อว่าฉันทำในสิ่งถูก

ทำเพื่อลูกมีแดนดินกลบและฝัง

ทำเพื่อชาติยังอยู่มิพินพัง

ทำเพื่อโลกนี้ยังความยุติธรรม

--------------------------------------------------------

วันที่เปลี่ยนเดือนที่ผ่านได้พานพบ

เหล่านักรบโพกผ้าเหลืองเล่าเรื่องขำ

ว่าเรากลายเป็นเพียงพวกโจรกรรม

ที่โดดล้ำเส้นแดงแห่งการเมือง

------------------------------------------------------

ประชาชีอย่างเราเศร้าสุดนัก

เพราะเรารักแผ่นดินอย่างครบเครื่อง

รักทั้งชาติศาสน์กษัตริย์มิขัดเคือง

เรารักเมืองรักถิ่นไทยใจภักดี

-------------------------------------------------------

มีเพียงคนไม่กี่คนที่ยอมตาย

เหล่าพวกนายเลยใช้เราไปเป็นผี

ตีค่าคนแค่ซากศพถมปฐพี

ยามได้ดีเขาเฉิดหน้าชูตากัน

----------------------------------------------------------------

ยังนะยังยอมตายไม่ขี้ขลาด

แต่อาจจะฉลาดสร้างทางสรรค์

ไม่ใช่ตายเปร่าปรี่ไร้ชีวัน

เพียงให้มันสะใจใครบ้างคน

--------------------------------------------------------

จะขอเป็นนักรบกล้ามีสติ

ตรองดำริประกอบการไม่ฉ้อฉล

ไม่เดินตามหมากกระดานในวังวน

แล้วอับจนกลายเป็นเบี้ยเขี่ยทิ้งไป

-------------------------------------------------



ภาพที่มาด้วย
ภาพที่มาด้วย


--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom

11  มุมสนทนา / ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน / ไทยพลิกผันสูญสิ้นนองน้ำตา เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2008, 04:25:14 am
โพสต์เมื่อ: Jan 2 2008, 12:22 AM

 โอ้ว่า.....พระทูลกระหม่อมแก้ว

ทรงลาแล้วสู่มไหไอศววรย์

พระจากลาดุจเงามืดพืดขึงพลัน

ไทยพลิกผันสูญสิ้นนองน้ำตา

ณ.วันนี้ไม่มีพระองค์แล้ว

พระนางแก้วคู่บัลลังก์ทรงล้ำค่า

ทรงเกื้อกูลพระเจ้าอยู่หัวเสมอมา

ดุจมารดารักยิ่งเหนือสิ่งใด

ทรงแบ่งเบาพระภาระอันหนักอึ้ง

เพราะทรงซึ้งในบัลลังก์ยิ่งสิ่งไหน

ทรงช่วยเหลือพระอนุชาด้วยดวงใจ

ฟ้าเมืองไทยมืดมิดวันทรงลา

โอ้ว่า....พระทูลกระหม่อมแก้ว

ไทยสิ้นแล้วดวงมณีเลิศล้ำค่า

ไทยอาดูรเนืองนองด้วยน้ำตา

กัลยานิวัฒนาสถิตย์ในดวงใจชน




--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom
12  มุมสนทนา / ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน / ภัยพิบัติทางธรรมชาติ, มหัตภัยคร่าชีวิต เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2008, 03:08:08 am
   โพสต์เมื่อ: Aug 4 2007, 06:44 PM

หากต้องเจอภัยพิบัติทำเช่นไร

โลกวันนี้มิใช่เป็นเช่นวันก่อน

ความยอกย้อนตรอมตรมขมขื่นไหม้

เข้าจองจับบนพื้นที่ศิวิไลซ์

โลกร่ำไห้มองไม่เห็นประจักษ์ตา

สภาวะโลกร้อนบั่นทอนหนัก

มนุษย์ไม่ตระหนักซึ่งคุณค่า

อุททกภัยโหมกระหน่ำชาวประชา

สึนามิกวาดคร่าชีวิตคน

ไม่ตระหนักไม่รู้ว่าไม่รอด

หากสร้างยอดการทำลายไร้ซึ่งผล

ความดีงามจริยะถีบห่างตน

เฝ้าคิดค้นเอาชนะไม่ปราณี

ธรรมชาติร่ำไห้ใจเจียนขาด

น้ำที่กราดเชี่ยวกล้ายากหลีกลี้

ชนประสบอยู่ทุกวันใช่ไกลที

เพียงแต่โชคยังดีไม่พบเจอ

แต่อย่าคิดนะว่ามาไม่ถึง

อย่าคำนึงเพียงสนุกเฝ้าฝันเพ้อ

ลองตรองตรึกดูบ้างเถอะนะเธอ

หากต้องเจอภัยพิบัติทำเช่นไร

โพสได้แก้ไขโดย ปลิวลม เมื่อ Aug 4 2007, 06:46 PM


--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom

13  มุมสนทนา / ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน / ขัตติยะ....นารีศรสยาม, ทรงพระเจริญ 13 กรกฎาคม 2550 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2008, 02:41:28 am
โพสต์เมื่อ: Jul 13 2007, 05:50 PM
Report Post

user posted image
user posted image
user posted image

ขัตติยนารีศรีสยาม

เกริกพระนามเฉลิมศรี

พระองค์หญิง"โสมสวลี"

อัญมณีจักรีวงศ์

ทรงเป็นลูกที่ดี

เป็นแม่ศรีดุจนางหงส์

แปดสาแหรกทรงธำรงค์

บรรจงเลี้ยงพระองค์ภา

งามนัก "โสม"แห่งราช

ทรงงานหนักเสมอมา

ราษฎร์รักพระมารดา

แห่งองค์ภาด้วยดวงใจ

ขอบพระทัยที่ทรงช่วย

อำนวยสุขให้ปวงไทย

มิย่อมิท้อภัย

สมภพมาเพื่อปวงชน

ขอทรงพระเกษม

ทรงเจริญในพระชนม์

พระองค์โสมทรงเปี่ยมล้น

สุขทวีทุกทิวาร

โพสได้แก้ไขโดย ปลิวลม เมื่อ Jul 13 2007, 06:09 PM


--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom
14  มุมสนทนา / ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน / สุนทรภู่....ครูกวี...ศรีแผ่นดิน(26มิ.ย.วันสุนทรภู่) เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2008, 02:15:10 am


 user posted image

สุนทรภู่ครูกวีทีลับล่วง

เราทั้งปวงต่างบูชาภาษาศิลป์

ยกท่านเป็นเอกกวีศรีแผ่นดิน

แม้ท่านสิ้นนานเนาเรายังจำ

ขอบูชาท่านภู่ครูของศิษย์

ด้วยดวงจิตสุดปลื้มแสนดื่มด่ำ

มือพนมยอกรวอนด้วยคำ

ครูช่วยนำทางเขียนเรียนกวี

ชีวิตครูใครก็รู้กันอยู่ทั่ว

น้ำเมามั่วตัวมักหมดศักดิ์ศรี

ตกระกำลำบากยากสิ้นดี

เพราแรงที่ฤทธิ์สุราชักพาไป

แต่ท่านภู่คือครูในดวงใจศิษย์

ครูคือมิตรเคียงคู่ไม่ห่างหาย

ครูคือครูผู้สร้างอยู่ไม่วาย

สร้างกวีคนใหม่ในแผ่นดิน

นับแต่วันนั้นตราบวันนี้

เกือบสามสิบปีที่โผผิน

เที่ยวเกาะกิ่งโน้นนี้เป็นอาจิน

เพียงโบยบินเกาะผ่านลานกวี

คงเป็นบุญหนุนกรรมที่นำสร้าง

ให้หลงทางมรรคาอยู่อย่างนี้

สร้างอักษรสร้างงานสู่เวที

เพียงเพราะมีใจรักวรรณกรรม

นับแต่นี้ ขอเพียงได้จารึก

ติดผนึกไว้ในหล้าน่าชื่นฉ่ำ

ขอเพียงเขียนวรรณศิลป์รินถ้อยคำ

โลกดื่มด่ำลิ้มรสบทกวี




--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom

15  มุมสนทนา / ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน / ข้าพเจ้าไม่มีสิทธิไร้อำนาจ เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2008, 01:50:35 am
โพสต์เมื่อ: May 24 2007, 09:18 PM


"ข้าพเจ้าไม่มีสิทธิไร้อำนาจ

ไม่สามารถตัดสินอะไรได้

มีเสื้อครุยหรือไม่มีต้องทำใจ

ไม่มีอำนาจใดให้กระทำ"

โอ้พ่อจ๋า...พระดำรัส...ของล้นเกล้า

ลูกสุดเศร้าซึ้งพระทัยที่เย็นฉ่ำ

พ่ออาจไม่มีสิทธิจะชี้นำ

แต่พระคุณเลิศล้ำสุดรำพัน

ประชาไทยเทอดไท้ไว้เหนือเกล้า

พระจอมเจ้ามีสิทธิในใจพวกฉัน

แม้พระองค์ต้องการให้ประจัญ

พระจอมขวัญสั่งพลันทำทันที

ผืนดินนี้มีไว้ให้ไทยกล้า

เทอดราชาจักรีสง่าศรี

ผืนดินนี้มีไว้เพื่อฝ่าธุลี

ข้ายอมพลีเพื่อพระองค์และธงไทย



--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom
16  มุมสนทนา / ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน / ศึกชิงเจ้ายุทธจักร เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2008, 11:47:35 pm
โพสต์เมื่อ: Apr 27 2007, 11:35 AM

tongue.gif tongue.gif tongue.gif tongue.gif tongue.gif tongue.gif tongue.gif tongue.gif tongue.gif tongue.gif tongue.gif tongue.gif tongue.gif tongue.gif tongue.gif tongue.gif

จอมยุทธเหลี่ยมหยก

บุรุษหนึ่งเดินดุ่มในความมืด
ความคิดฝืดสมองฝ่อมองไม่เห็น
นึกถึงวันที่สูงศักดิ์ดังเคยเป็น
ใจก็พลันเหี่ยวเฉาเศร้าโศกตรม

"เหลี่ยมหยก"จอมยุทธไร้กระบี่
ปราบเสี้ยนหนามมากมายใยขื่นขม
เป็นบุรุษผู้กล้าคนนิยม
แต่ซานซมสุดรันทดกำสรดทรวง

เคยกำฟ้าไว้ในมือใยวิโยค
เคยมองดาวเก็บตะวันเฝ้าแหนหวง
เคยมีคนรักทั้งเมืองใยถูกลวง
เคยลอดบ่วงไฟรนพ้นทุกครา

"เหลี่ยมหยก"ได้ชื่อเป็นเจ้าพ่อ
วันนี้ท้อไม่มีใครให้เห็นหน้า
ผองมวลมิตรพี่น้องไม่นำพา
เหลือแต่ฟ้ากับดินเป็นเพื่อนใจ

เฝ้าตะโกนกู่ก้องว่าพอแล้ว
ไม่เคยคิดหวนคืนมายืนใหม่
ขอล้างมืออ่างทองคำไม่อาลัย
ยุทธจักรมิใช่หลุมฝั่งตน

ใครใครกลับไม่เชื่อจอมยุทธหยก
หัวร่อร่าขี้ฉ้อเจ้าคนฉล
คิดเสวยสุขกับเงินของปวงชน
ใครจะยอมให้เจ้าพ้นอาญาเมือง

"เหลี่ยมหยก"ไม่มีทางได้พบสุข
มีคนบุกคอยฆ่าและหาเรื่อง
จะกินนอนหมองหม่นทนแค้นเคือง
ฟ้ามันเหลืองสุดพร่ำคำจำนรรจ์

โพสได้แก้ไขโดย ปลิวลม เมื่อ Apr 27 2007, 03:34 PM


--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom

17  มุมสนทนา / ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน / เพ็ญศรี พุ่มชูศรี, อาลัยรัก เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2008, 11:31:35 pm

โพสต์เมื่อ: May 15 2007, 02:57 AM

   
เสียงไพเราะที่ป้าโจ้วฝากในหล้า

จะก้องฟ้าให้ผู้คนได้ขับขาน

เสียงเสนาะที่ดังก้องกังวาน

ประกาศงานที่..เพ็ญศรี..ตั้งใจทำ

ป้าโจ้วยัง..อยู่ใน..ใจลูกหลาน

ปลิวลมม่านน้ำตาพร่าหน้าหมองคร่ำ

ยังรำลึกคืนวันมั่นจดจำ

ยังตอกย้ำในใจไม่รู้ลืม



--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom
18  มุมสนทนา / ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน / อาลัยรัก..ท่านผู้หญิง, สดุดีผู้กล้า เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2008, 11:29:53 pm
โพสต์เมื่อ: May 15 2007, 02:40 AM

 ได้อ่านบทความนี้ของ คุณ สิทธิชัย หยุ่น รู้สึกดี เลยขอนำมาแปะให้อ่านกัน ด้วยความเคารพ ระลึกถึง ท่านผู้จากไป เมื่อ 12 พ.ค. ท่านผู้หญิง พูนศุข พนมยงค์

ข้อความที่คัดมา จาก http://www.oknation.net/blog/black

ความเรียบง่ายเป็นเรื่องยากเย็นที่สุดสำหรับมนุษย์

ดังนั้น, เมื่อท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์เขียน “คำสั่งถึงลูก” ด้วยลายมือของตัวเองเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๑ ก่อนที่ท่านจะถึงแต่อนิจกรรมอย่างสงบเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคมถึง ๙ ปีข้อหนึ่งว่า

“ไม่ขอรับเกียรติยศใด ๆ ทั้งสิ้น...”

จึงเป็นความเรียบง่ายปล่อยวางและเป็นการตอกย้ำถึงคุณค่าของมนุษ ย์ที่ประเสริฐแท้

เพราะเกียรติยศของคนนั้นอยู่ที่ใจของตน, มิได้พึ่งพาการป่าวร้องของคนอื่น, ไม่ว่าเสียงป่าวประกาศนั้นจะสูงด้วยยศถาบรรดาศักดิ์เพียงใดก็ตา ม

ท่านผู้หญิงพูนศุขสั่งไว้ในกระดาษหนึ่งแผ่นนั้นว่า

“ไม่มีการสวดอภิธรรม ทั้งนี้ ไม่รบกวนญาติมิตรที่ต้องมาร่วมงาน”

และ “ไม่รบกวนญาติมิตรไม่ว่าจะเป็นดอกไม้หรือเงินช่วยทำบุญ...”

นี่คือความเชื่อส่วนบุคคลของคนที่ได้เห็นโลกมานาน (สิริอายุ ๙๕ ปี ๔ เดือน ๙ วัน) พอสำหรับคู่ชีวิตของรัฐบุรุษอาวุโสปรีดี พนมยงค์, อดีตผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในรัชการที่ ๘, หัวหน้าคณะเสรีไทย, และผู้ประศาสน์การคนแรกของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เพราะท่านผู้หญิงพูนศุขใช้คำว่า “ไม่รบกวนญาติมิตร” ถึงสองครั้งในข้อความไม่ยาวนักสำหรับใหลูกหลานดำเนินการเมื่อท่ านชีวิตหาไม่แล้ว

เพราะดอกไม้, และเงินช่วยทำบุญนั้นล้วนเป็นเพียงแค่ “การแสดงออก” ที่ดูเหมือนจะเป็นความต้องการของเจ้าของพิธีการมากกว่าที่จะแสด งถึงความรู้สึกผูกพันและระลึกถึงจากคนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่อผู้จ ากไป

“วัตถุ” ย่อมมิอาจจะทดแทนหรือสะท้อนถึงความรู้สึกจากจิตใจได้...จึงไม่ค วรจะกลายเป็น “สิ่งจำเป็น” ที่จะต้องนำออกแสดง

การสวดอภิธรรมคือการบอกกล่าวถึงสิ่งที่ดีงามต่อกันสำหรับคนอยู่ และคนไป...หากใจรักและเคารพต่อกันแล้ว, ความจำเป็นที่จะต้องไปปรากฏตัวเพียงแต่ได้มาแสดงตนในพิธีจึงไม่ มี

แต่หากมีพระที่ผู้วายชนม์นับถือมาแสดงธรรมกถาในพิธีไว้อาลัยสำห รับผู้ที่มาร่วมงาน, ก็ย่อมจะมีความหมายมากว่าสำหรับผู้อยู่ข้างหลัง

นั่นคือเนื้อหาของข้อ ๕ ใน “คำสั่งถึงลูก” ๑๐ ข้อที่ท่านผู้หญิงพูนศุขเขียนไว้ให้ลูก ๆ ดำเนินการเมื่อ “แม่สิ้นชีวิต”

ที่แสดงถึงความมุ่งมั่น, จริงจังและรอบคอบของท่านคือคำสั่งข้อสุดท้าย

“ขอให้ลูกทุกคนปฏิบัติตามที่แม่สั่งไว้อย่างเคร่งครัด, ไม่ต้องฟังความเห็นผู้หวังดีทั้งหลาย...ลูก ๆ ที่ปฏิบัติตามคำสั่งของแม่จงมีความสุขความเจริญ”

ท่านผู้หญิงพูนศุขคงจะรู้จักสังคมไทยดี และคงเคยได้เห็นว่า “ผู้หวังดี” ที่ทำให้ความเรียบง่ายและความถูกต้องถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นคนละเร ื่องละราวได้อย่างไร

เพราะสุดท้าย, ประโยคที่ว่า “ไม่ขอรับเกียรติยศใด ๆ ทั้งสิ้น” นั้นคือคำอธิบายทุกประเด็นในชีวิตของสุภาพสตรีผู้อุดมด้วยเกียร ติแห่งความเป็นคนดี, คนจริงและคนยึดมั่นในหลักการผู้นี้อย่างสุดยอดแล้ว

กลอนจากใจปลิวลม

คือ..หญิงแกร่ง..คือผู้กล้า

คือ..หญิงท้า..สู้ลมบน

คือ..คู่ชีวิต...คน

นามระบือ..ชื่อ..ปรีดี



ทำทุกอย่าง..เพื่อ..สร้างเกียรติ..ให้ลูกผัว

แต่กับตัว..ไม่สน..คนเติมสี

เพราะเชื่อมั่น..ที่ผ่านมาได้..ทำดี

สิ้นชีวี..ปฐพี..ต้องจดจำ



คือ..หรีดและมาลัย

จากดวงใจ..ชนรุ่นหลัง

สายใย..ไม่หยุดยั้ง

แต่ยังอยู่อย่างยืนยง (คัดลอกจากบทสดุดี ปรีดี พนมยงค์)



พูนศุข..ได้ประกาศ..

ธรรมชาติที่มั่นคง

เพียงชีพ...ที่ปลดปลง

ชื่อยังคง....คู่แผ่นดิน




อาลัยรัก..จากปลิวลม


โพสได้แก้ไขโดย ปลิวลม เมื่อ May 15 2007, 02:47 AM


--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom
19  มุมสนทนา / ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน / ฝนโปรย, กวีนิพนธ์ เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2008, 11:21:40 pm
โพสต์เมื่อ: May 2 2007, 06:14 AM



ยามฝน พร่างพรม ลมกรรโชก
วิหคโบก โบยบิน ลับถิ่นที่
วิรุณ โปรยสายพรม ปฐพี
ดุจวารี ไหลจากฟ้า น่าอัศจรรย์

ฝนคือ ความฉ่ำชุ่ม ยามแห้งแล้ง
ฝนคือ สายวาริน จากสวรรค์
ฝนที่ตก ไม่หยุด จนท่วมนั้น
ฝนกลายพันธ์ เป็นพระกาฬ ผลาญชีวี

โอ้ละหนอ แม้สายฝน ยังสองด้าน
ใครนะใคร เล่าขาน ตำนานนี้
มองสายฝน จงมอง จ้องให้ดี
ทุกสิ่งมี สองด้าน เป็นสัจจธรรม


โพสได้แก้ไขโดย ปลิวลม เมื่อ May 2 2007, 06:28 AM

--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom

20  มุมสนทนา / ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน / ชายผ้าเหลือง เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2008, 10:53:24 pm
[ 5 เม.ย. 2550 11:22:37 ]

๑.สักวาน้ำตาแม่อาบแก้ม

แต่โอษฐ์แย้มเอื้อนเอ่ยเฉลยว่า

พุทธคุณ ธรรมคุณ หนุนนำพา

ให้ลูกยาเจริญธรรมดื่มด่ำใจ

๒.รักของใครไหนเล่าเท่ารักแม่

รักของใครไหนแท้แน่สดใส

รักของใครไหนชิดสนิทใน

รักของใครมอบให้เจ้าเท่าชีวา

๓.เพียงเก้าเดือนที่เจ้าอยู่ในท้องแม่

คือรักแท้พันผูกลูกหนักหนา

เจ้าจากเรือนแม่เศร้าเคล้าน้ำตา

แต่ทว่าแม่ก็อิ่มในผลบุญ

๔.ยามเมื่อเจ้าก้มกราบทาบที่เท้า

พร้อมคำกล่าวขอขมาอย่าเฉียวฉุน

ลูกสำนึกระลึกในบุญคุณ

ขอกุศลเกื้อหนุนอุ่นในธรรม

๕.กุศลนั้นถือเกิดกำเนิดแล้ว

ขอดวงแก้วผุดเป็นสายในกายซ้ำ

สามเณรพนมมือพร้อมรับคำ

จะน้อมนำปฏิบัติมิคลาดคลา

๖.เจ้าคงมีบุญเก่าแต่กาลก่อน

จึงมีจิตติดคำสอนในศาสนา

บวชแต่เล็กเป็นสามเณรบรรพชา

สร้างบุญมาหนุนธรรมน้อมนำตน

๗.ชายผ้าเหลืองที่ยื่นให้แม่เกาะ

แม่จำเพาะรับไว้ไม่สับสน

ขอผลบุญที่เจ้าสร้างบันดาลดล

จนหลุดพ้นจากมารสู่ธารธรรม
หน้า: [1] 2
Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF