www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2
1  มุมสนทนา / ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน / Re: Heart Copartner เมื่อ: เมษายน 02, 2009, 11:46:57 am
   สวัสดีค่ะ ทุกท่าน..

แวะมาทักทายคุณออร่าด้วยแหละ
แหะ แหะ ไม่ได้เขียนกลอนนานแล้ว

แจม

2  มุมสนทนา / โต๊ะข้างหน้าต่าง / Re: เขมรแดง เมื่อ: เมษายน 02, 2009, 11:38:20 am
  สวัสดีค่ะ พี่นิ พี่อภิญญา พี่พิม

ชาวเกาะ.. มาติดตามความเคลื่อนไหวค่ะ

(ว่างล่ะสิ.. แขกน้อยจัง)

 
3  มุมสนทนา / 60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล / Re: ขอความช่วยเหลือหน่อยนะค่ะ เมื่อ: เมษายน 02, 2009, 11:35:25 am
 luvfl แหะ แหะ ตามเก็บกระทู้ค่ะ  ช้าไปนิด ไม่ว่ากันนะคะ

สวัสดี พี่นิ พี่อภิญญา และคุณกันยายนค่ะ

  ป่านนี้หนังสือพี่อภิญญาคงออกแล้ว
ทำไงจะได้เป็นเจ้าของกับเขาบ้างคะ 
4  มุมสนทนา / 60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล / Re: แนะแนว..เขียนนิยายเบื้องต้น Amarin Training (รุ่น 5 ) เมื่อ: เมษายน 02, 2009, 11:21:21 am
โห.. เกิดไม่ทันค่ะ

 confused  สวัสดีค่ะ พี่นิ  จาก..
5  มุมสนทนา / โต๊ะข้างหน้าต่าง / Re: สุขสันต์วันเกิด เมื่อ: เมษายน 02, 2009, 11:15:48 am
 luvfl luvfl

Happy birth day to you..

Happy birth day to you........

Happy birth day

Happy to you all time


ด้วยความระลึกลึกค่ะ พี่พิม
6  มุมสนทนา / 60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล / Re: ประกาศรายชื่อ 5 ท่านผู้โชคดี ได้รับ "อ่านเอาเรื่อง" ได้แก่... เมื่อ: เมษายน 02, 2009, 11:12:55 am
 luvfl      ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ

   สีน้ำฟ้า 
7  มุมสนทนา / มุมกาแฟ - จิบกาแฟคุยกันเรื่องงานเขียน / นักฝัน แบ่งปัน เรื่องเล่า เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2008, 05:30:38 am
[ 28 ม.ค. 2550 10:23:12 ] 61.7.158.20

สวัสดีเช้าวันอาทิตย์ค่ะ ทุก ๆ ท่าน

ขออนุญาตเปิดมุมคุยกันใหม่ค่ะ เนื่องจากกระทู้เดิมโหลดนาน และยาวมาก ๆ กลัวกระทู้จะล่มไปเสียก่อน อิอิ เดี๋ยวคนมาทีหลัง หรือติดธุระก็อดอ่านกันพอดี

ก็อ้างอิงความเดิมกันนิดหนึ่งนะคะ สำหรับสัมพันธภาพ ซึ่งปัจจุบันคงไม่ต้องบอกว่าใครเห่อเว็บนี้กันบ้าง PSMblush.gif เอาเป็นว่าเราก็มีกันอยู่เท่านี้ และยินดีที่จะได้รู้จักท่านใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาสนทนากัน

ก็..ตอนนี้เท่าที่นับจากหน้ารายชื่อสมาชิก จะมีเพียง 10 ชื่อล็อกอิน ส่วนท่านที่มาแวะเวียนสนทนากันก็ยังมีอีกมาก มาเปิดกระทู้นักฝัน แบ่งปัน เรื่องเล่า สีน้ำฟ้าก็ต้องมีของฝากติดมือมาบ้าง.. เรื่องอะไรกันดีคะ

ดูเหมือนเพื่อน ๆ หลายคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกเว็บพันทิป จะสนใจ และไม่กล้าเข้าไปเพราะกลัวว่าเป็นสนามใหญ่ ซึ่งก็คิดเหมือนสีน้ำฟ้าเมื่อประมาณสี่ปีก่อนค่ะ แต่ตราบทุกวันนี้ พันทิปนับเป็นอีกลมหายใจหนึ่งของนักอยากเขียน ในปัจจุบันเว็บพันทิปที่แสนดี ได้เปิดบริการเว็บบล็อก เรียกกันว่า "บล็อกแก๊ง" ให้คุณ ๆ ท่าน ๆ ได้มีสิทธิ์จับจองพื้นที่บริการฟรี เพียงแค่สมัครสมาชิกเท่านั้นค่ะ

ประโยชน์ของบล็อกแก๊งนี่ก็คือสถานที่เก็บรวบรวมผลงานออนไลน์ของคุณไว้แห่งเดียว ที่สำคัญย้ำค่ะว่าเป็นฟรีเว็บ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ วันหนึ่ง ๆ จะมีคนเข้าใช้บริการบล็อกแก๊ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตัวเลขน่าจะอยู่ที่หลักแสน นั่นหมายความว่า ถ้าผลงานคุณเป็นที่ชื่นชอบ ชื่นชอบ คุณก็จะได้เพื่อนใหม่ในกลุ่มที่มีฝันสีเดียวกัน หรืออาจจะฝันต่างสี แต่มาให้กำลังใจและชื่นชมคุณเสมอ ๆ คุณจะได้มิตรภาพออนไลน์เพิ่มขึ้น

อ้าวมาแนะนำบล็อกแก๊งแล้วเว็บประภัสสระล่ะ.. ก็มาสนทนา มาติดตามข่าวคราวของสุดยอดนักเขียนในดวงใจเราได้เสมอ ๆ นี่คะ วันหนึ่ง ๆ หากคุณมีเวลาใช้บริการเจ้าอินเตอร์เน็ต การสื่อสารไร้พรหมแดนนี้ คิดเหมือนสีน้ำฟ้าไหมล่ะคะ ถ้าไม่คลิกเข้ามา ใจมันจะขาดรอน ๆ น่ะ ...

ก็สำหรับท่านที่ไม่เก่งการใช้โค้ด html หรือการสร้างบล็อกแก๊งเขาก็มีบล็อกคนเก่งไว้คอยสอน อาทิ บล็อกป้ามด (ที่ออกทีวีรายการผู้หญิงวันนี้ไง) บล็อกคุณกึ่งยิงกึ่งผ่าน บล็อกคุณรำเพย หรืออีกหลาย ๆ ท่านที่อาจจะเอ่ยชื่อมาให้ไม่ครบ แต่ทุก ๆ ท่านใจดีค่ะ มีคำแนะนำเสมอ ๆ สีน้ำฟ้าเองก็ไปใช้บริการบ่อย ๆ ค่ะ

เฮ้อ.. เดี๋ยวจะยาวไปอีก เราคุยกันเท่านี้ก่อนนะคะ แล้วค่อยสนทนากันอีกในครั้งต่อ ๆ ไปค่ะ (ไม่คลิกเข้ามาไม่ได้หรอก.. ใจจะขาดรอน ๆ )

ขอบคุณมิตรภาพออนไลน์ที่เราให้เรารู้จักกันค่ะ

สีน้ำฟ้า



ปลิวลม/มุงมัง/บัวรำไพ/ยูงทอง/กะทิ/มะพร้าว/ ชนินทร
8  มุมสนทนา / มุมกาแฟ - จิบกาแฟคุยกันเรื่องงานเขียน / --ชื่อนั้นไซร้ ท่านได้แต่ใดมา-- เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2008, 05:31:21 pm
โพสต์เมื่อ: Apr 14 2007, 02:28 AM

๏ ประนมหัตถ์เอ่ยอ้าง ความเดิม
ที่ก่อศึกฮึกเหิม ทั่วห้อง
หวังเพียงแค่ต่อเติม ยึดมั่น สัมพันธ์
เฉกพี่หยอกล้อน้อง แต่งด้วย กลกลอน



๏ ประนมหัตถ์เอ่ยอ้าง เผยสิ่งค้างอ้างความนัย
อยากแต่งกลอนมาเติมใจ ประสานใยเราพี่น้อง



ความเดิมที่เริ่มก่อ ก็แค่ท้อแลเศร้าหมอง
จึงปั่นป่วนตามครรลอง ทั่วทั้งห้องถนนฯ กวี



จุดแรก ณ เริ่มต้น ”ลั่นทม”คนของที่นี่
ไปวางลิ้งค์เว็บนี้ ก้าวเร็วรีตามทันใด



มาเถิดแนะนำตัว อย่าเขินกลัวแต่สิ่งไหน
ร่ายโคลงกลอนจากหัวใจ ชื่อนั้นไซร้..เป็นไงมา
9  มุมสนทนา / ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน / ฝันรัก..เกินใจ, .. เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2008, 02:24:45 am
user posted image


ท้องฟ้า วันนี้ งามล้ำ
สายน้ำ เอื่อยไหล รินล่อง
ดอกไม้ ใบหญ้า คูคลอง
น่ามอง สวยสด งดงาม

เผลอหลับ แล้วฝัน ถึงเธอ
พร่ำเพ้อ พรรณนา หวั่นหวาม
สายลม เฉื่อยโชย โมงยาม
สุขตาม ยิ้มรื่น ชื่นใจ

ภาพฝัน นั้นแสน ตราตรึง
ครั้งหนึ่ง ซึ้งค่า หาไหน
มิอาจ รู้ว่า “เธอ”.... ใคร
เป็นนัย ให้ตาม ติดมา

ที่แท้ แค่เงา เราสร้าง
ฝันจาง โอดโอย โหยหา
เมื่อครั้น ตื่นขึ้น เต็มตา
เอื้อมคว้า อากาศ.. ธาตุเงา

ท้องฟ้า วันนี้ หม่นคล้ำ
สายน้ำ ไหลเฉื่อย เอื่อยเหงา
วันพรุ่ง มิอาจ คาดเดา
สุขเศร้า ล้วนแต่ อนิจจัง

ฤารัก สุดใจ ไขว่คว้า
โหยหา อาทร ห่อนหวัง
สักใคร สักคน สักครั้ง
เติมพลัง ก่อฝัน ปันใจ

มีไหม สักคน สักวัน
แบ่งปัน เติมฝัน ฉันเต็ม


033102flo_1_prv.gif


----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น
10  มุมสนทนา / ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน / --ชื่อนั้นไซร้ ท่านได้แต่ใดมา-- เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2008, 01:09:48 am
[ 24 ม.ค. 2550 12:19:37 ]



๏ ประนมหัตถ์เอ่ยอ้าง ความเดิม

ที่ก่อศึกฮึกเหิม ทั่วห้อง

หวังเพียงแค่ต่อเติม ยึดมั่น สัมพันธ์

เฉกพี่หยอกล้อน้อง แต่งด้วย กลกลอน



๏ ประนมหัตถ์เอ่ยอ้าง เผยสิ่งค้างอ้างความนัย

อยากแต่งกลอนมาเติมใจ ประสานใยเราพี่น้อง



ความเดิมที่เริ่มก่อ ก็แค่ท้อแลเศร้าหมอง

จึงปั่นป่วนตามครรลอง ทั่วทั้งห้องถนนฯ กวี



จุดแรก ณ เริ่มต้น ”ลั่นทม”คนของที่นี่

ไปวางลิ้งค์เว็บนี้ ก้าวเร็วรีตามทันใด



มาเถิดแนะนำตัว อย่าเขินกลัวแต่สิ่งไหน

ร่ายโคลงกลอนจากหัวใจ ชื่อนั้นไซร้..เป็นไงมา
11  มุมสนทนา / ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน / นิราศเมืองกรุง ตอนที่ ๔ : อาหารแนะนำ ดอกไม้ทอด เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2008, 12:48:40 am
[ 3 มี.ค. 2550 01:10:08 ]

ความเดิมติดตามอ่านได้ที่ : http://www.invisionplus.net/forums/index.p...ul&showtopic=95


เมื่อก้าวย่าง สู่เขต พัทธสีมา
ภาพเย็นตา เสียงเย็นใจ ใครขับขาน
พบต้นเสียง อยู่ข้างวัด นั้นกังวาน
ไพเราะปาน นักร้องดัง ฟังจับใจ

ยกขบวน กราบพระ วัดปากอ่าว
คำบอกกล่าว ท่านว่า ในสมัย
จากเสียกรุง ครั้งที่สอง ก็ร้างไป
ทำนุใหม่ เดือนยี่ เมื่อปีจอ

องค์สมเด็จ จุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว
ดำรัสกับ ท่านขรัว ประสงค์ก่อ
หาฤกษ์พระ อุโบสถ อย่ารั้งรอ
ทั้งกุฎิ และหอ ไตร ในแบบมอญ

พระราชทาน นามของ อารามใหม่
ตามที่ได้ รับสั่ง ปฏิสังขรณ์
พระคุณวงศ์ เจ้าอาวาส วินัยธร
วัดไทย-มอญ ปรมัยยิกาวาส

ออกจากวัด พ้นมา สองสามก้าว
ก็ถึงคราว ของกิน ถิ่นตลาด
ดอกไม้ทอด พร้อมน้ำจิ้ม มิควรพลาด
ส่วนรสชาติ ถามที่ ท่านพจฯ ดู

หกสหาย รวมกัน ณ โต๊ะหินอ่อน
ไม่อยากเล่า เป็นกลอน ภาษาหรู
เพราะต่างคน พัลวัน เริ่มพันตู
บอกให้รู้ มือนั้นมี ไม้หนึ่งอัน
คอยจิ้มจิ้ม ดอกไม้ทอด เคี้ยวหยับหยับ
บ้างสำทับ จับจอง เป็นของฉัน
ก็อร่อย นี่นา สารพัน
แบ่ง-แย่ง กัน ดูไม่ออก บอกไม่เป็น

โอ่งดินเผา ใบเล็ก ใส่น้ำหวาน
แบ่งเจือจาน น้ำใจ มีให้เห็น
เสร็จจากกิน เดินต่อ กันเล่นเล่น
ถ่ายภาพมา ไว้เป็น ที่ระลึก

แหล่งของเก่า ของกิน ถิ่นเมืองมอญ
แม้จะร้อน เดินจน รองเท้าสึก
แต่ก็อด ดีใจ ข้างในลึก
จิตสำนึก ขอบคุณเพื่อน ยิ้มเปื้อนหน้า
12  มุมสนทนา / ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน / นิราศเมืองกรุง ตอนที่ ๑ : จากกระบี่ถึงบางกอก เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2008, 05:33:24 pm
[ 16 ก.พ. 2550 21:26:16 ] 61.7.150.185



โอ้อกเอ๋ย จำห่าง ร้างกระบี่
ดินแดนที่ เคยคุ้น อุ่นอาศัย
ด้วยภาระ หน้าที่ การงานไกล
จึงจำใจ ห่างพี่ คนดีลา

นั่งรถทัวร์ มัวคิด ถึงแต่บ้าน
เรื่องการงาน พะวง คงห่วงหา
แอบสะอื้น ทอดถอน ร้อนหางตา
น้ำใสใส นองหน้า พะว้าพะวัง

ผ่านเวลา ค่ำคืน ตื่นตระหนก
ถนนวก รถขับเคลื่อน เหมือนในหนัง
เสียงหัวใจ เราเอง ที่เต้นดัง
ระรัวดั่ง ตีกลอง ร้องเอาชัย

ถึงสถานี ขนส่ง ดงบางกอก
มิอาจบอก ต่อนี้ จะไปไหน
ลงจากรถ ที่จอด อย่างปลอดภัย
มองหาใคร เขานัดว่า จะมารับ

จะกล่าวถึง ชายหนุ่ม มิตรที่หนึ่ง
แลหน้าทึ่ง ก็ตีห้า เวลาหลับ
แต่เขานั้น เจตนา คณานับ
จึงแอบซับ หางตา เมื่อมาเจอ

เขาสูงโปร่ง รูปงาม นามไพเราะ
ช่างเหมาะเจาะ พจนารถ มาดเสนอ
สามสองสอง ห้อยท้าย ของเพื่อนเกลอ
รู้ยามเผลอ เลขที่บ้าน ท่านนั่นเอง

ชายพจจี้ นามนี้ หลายคนขาน
เป็นตำนาน หยอกไป ใช่ข่มเหง
ต่างยิ้มแย้ม ให้กัน แม้หวั่นเกร็ง
เจ้าตัวดี ทำเก่ง พกพระมา

แล้วชายพจ คนดี มีน้ำใจ
เจองานใหญ่ แสนหนัก เป็นนักหนา
หนังสือทำ ด้วยมือ สีน้ำฟ้า
สามลังกว่า ยกซี อย่ารีรอ

จะมุ่งหน้า ไปหา แหล่งพักที่
ก่อนหน้านี้ จองแล้ว แน่นอนหนอ
ท่านชายพจ เอ่ยอ้าง ก้างตำคอ
คนที่หอ เต็มแล้ว เจ้าแก้วตา

ชะเอิงเอย กำหนด ของบทบาท
เกิดผิดคาด ผิดคิว เสียแล้วหนา
ทำอย่างไร กันต่อ หนอพี่ยา
เถิดพี่ว่า ตามมา รีบเร็วพลัน


..
13  มุมสนทนา / มุมกาแฟ - จิบกาแฟคุยกันเรื่องงานเขียน / จากความห่วงใย..ถึงบางใครอีกฝั่งฟ้า ของ สีน้ำฟ้า เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2008, 12:59:15 am

โพสต์เมื่อ: Apr 14 2007, 02:45 AM   

 สวัสดีค่ะ..

ที่มาตั้งกระทู้ใหม่ในวันนี้ก็จะนำความรู้เก่า ๆ ที่หลายคนอาจจะทราบแล้วมาชวนสนทนากันค่ะ บางท่านที่ทราบแล้ว อาจจะอธิบายเสริมกันได้นะคะ

ว่าด้วยเรื่องการจัดระยะบรรทัด

ยกตัวอย่างจากการเขียนกลอนแปดก็แล้วกันนะคะ ปกติเท่าที่เห็นเราจะเขียนกลอนกันอยู่สองแบบ
ก็คือแบบนี้

แสงสีแสดปนม่วงล่วงเข้าค่ำ หญิงหนึ่งย่ำเท้าเล่นบนทรายขาว

มองเกล็ดคลื่นคืนฝั่งวะวับวาว กว่าแสงดาวจะทอคงรอนาน

หรือแบบนี้

แสงสีแสดปนม่วงล่วงเข้าค่ำ

หญิงหนึ่งย่ำเท้าเล่นบนทรายขาว

มองเกล็ดคลื่นคืนฝั่งวะวับวาว

กว่าแสงดาวจะทอคงรอนาน


ทีนี้หากเราจะพิมพ์สด ๆ บนหน้าจอในกรอบแสดงความคิดเห็น บางท่านอาจเจอปัญหาการเว้นระยะบรรทัดห่างไปกลายเป็นแบบนี้


แสงสีแสดปนม่วงล่วงเข้าค่ำ

หญิงหนึ่งย่ำเท้าเล่นบนทรายขาว

มองเกล็ดคลื่นคืนฝั่งวะวับวาว

กว่าแสงดาวจะทอคงรอนาน


ดูเหมือนว่าช่องไฟระหว่างบรรทัดมันห่างกันเกินไปถ้ายังไง..ตรงนี้ไม่ใช่ปัญหาค่ะ

วิธีแก้ไขง่าย ๆ สำหรับการจะขึ้นบรรทัดใหม่แต่ให้ช่องไฟระหว่างบรรทัดติดกันก็คือ

การใช้ปุ่ม Shift คู่กับ Enter แค่กด Shift ค้างไว้แล้วกดปุ่ม Enter

แค่นั้นก็จะได้ช่องไฟที่สวยงาม น่าอ่าน


มาถึงตรงนี้ถ้าทางใครทราบแล้ว ก็ต้องขออภัยที่เอามะพร้าวห้าวมาขายสวน

และถือเสียว่าเป็นการชวนสนทนาก็แล้วกันค่ะ และขอมอบ..กลอนบทนี้
เป็นความห่วงใยที่ฝากถึงทีมงานและทุกคนค่ะ

อย่าเพิ่งท้อนะคะ.. ยืมคำคุณปลิวลมอีกทีนะ.. สำหรับคนที่มีฝันสีเดียวกัน

แสงสีแสด ปนม่วง ล่วงเข้าค่ำ

หญิงหนึ่งย่ำ เท้าเล่น บนทรายขาว

มองเกล็ดคลื่น คืนฝั่ง วะวับวาว

กว่าแสงดาว จะทอ คงรอนาน


ลมรำเพย ผะแผ่ว แว่วเสียงนก

อาทิตย์ตก เหลี่ยมเขา เงาแสงฉาน

ฟ้าเริ่มหม่น ทอเงา รัตติกาล

ทั่วทั้งลาน เวลานี้ ไม่มีใคร


กระไอเย็น ยามค่ำ มาฉ่ำผิว

ลมหวีดหวิว คลอคลื่น ครืนไหวไหว

จุมพิตทราย แผ่วเบา แล้วจากไป

วนมาใหม่ เวียนซ้ำ ช้ำแก้มทราย


พลันแสงดาว วามวาว มาวับวับ

เมฆลอยลับ ปล่อยแสง นวลจันทร์ฉาย

ณ ที่นี้ มีน้ำ-ฟ้า ไม่เดียวดาย

ฟ้าอีกปลาย เป็นไงหนอ ท้อไหมคุณ 



14  มุมสนทนา / มุมนอกชาน - งานอดิเรก / ไปมาแล้ว..สะพานมัฆวานรังสรรค์, ร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 10:36:20 pm
โพสต์เมื่อ: Jun 4 2008, 03:22 PM

 สวัสดีค่ะ ทุกท่าน

หายหน้าไปป้วนเปี้ยนแถวสะพานมัฆวานรังสรรค์หลายวัน โดยเริ่มเดินทางจากจังหวัดกระบี่ในวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ช่วงเวลา ๑๘.๐๐ น. หลับตาแต่ใจไม่หลับอยู่บนรถอย่างจรดจ่ออยู่ ๑๒ ชั่วโมงโดยประมาณ ถึงกรุงเทพฯ เช้าวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ท้องฟ้าสว่างสดใส ไร้เมฆฝน



แม้จะเคยทำงานในเมืองหลวง แต่ก็ไม่ใช่นักเดินทาง ฉะนั้นสะพานมัฆวานรังสรรค์เคยได้ยินแต่ชื่อและเห็นภาพในโทรทัศน์

ความร้อนใจครั้งนี้ นึกอยากจะมาก็เก็บเสื้อผ้าซุกกระเป๋ามาหนึ่งชุด วิ่งขึ้นรถสองแถวหน้าบ้าน แล้วก็มาโดยมิได้หาข้อมูลการเดินทางมาก่อน จึงต้องดำดิน..เอ๊ย!!! ดุ่มๆ เดาๆ เอาว่าไปถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแล้วคงไม่ไกลกันนัก เพราะถ้าหากจะออกจากสายใต้ ไปยังจุดต่างๆ เดินไปขึ้นรถเมล์ก็โค-ตะ-ระ ไกลแน่ๆ เนื่องจากจุดที่ยืนอยู่นั้นเป็นสายใต้ใหม่ ที่เพิ่งเปิดใช้และ ข้าพเจ้าก็มาใช้บริการเป็นครั้งแรก ขนาดห้องน้ำ ยังวนขึ้น วนลง หาซะหลายรอบ แล้วจะไปประสาอะไรกับเดินดุ่ยๆ ออกไปหาป้ายรถเมล์ ซึ่งนาทีนี้ไม่รู้แล้วว่าตรงไหน

ตัดสินใจเดินไปขึ้นรถตู้ สายไหนล่ะ?

เข้าใจกลางเมืองดีที่สุด (สำหรับคนที่ไม่รู้จักเส้นทาง แต่พอจำสถานที่ได้บ้าง) ตอนแรกกะลง โรงพยาบาลวชิระ เพราะเคยได้ยินคุณอัญชลีบอกว่าเป็นโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด บอกคนขับไว้ก่อนว่าจอดให้ด้วย แต่พอนั่งรถไปคนขับลืม.. ก็เลยตามเลยไปสุดสายปลายทางที่อนุสาวรีย์ นั่งมองความสับสนวุ่นวายในกรุงเทพฯ ก็คึกครื้นปกติสุขดี คนกำลังออกเดินทางไปทำงานทำการ นี่เป็นเช้าวันศุกร์

บอกตัวเองในใจ ว่านั่งก่อนๆ หาที่นั่งได้แถวๆ ร้านโจ๊ก ได้ของแถมเป็นโจ๊กใส่ไข่ ราคา ๒๐ บาทเป็นอาหารมื้อแรกในเมืองหลวง หยิบเงินจ่ายค่าโจ๊กก็เดินตรงไปที่ตู้โทรศัพท์ งัดมุขเดิมมาใช้ 184 บริการบอกเส้นทาง

จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้ความว่าต้องใช้สาย 503 สายเดียวเท่านั้น รอ.. จากรอเป็นรอ.. เป็นรอ.. แล้วก็เลิกรอ เพราะแอบจำความมาจากพนักงานของ กทม. ที่บอกจุดสังเกตว่าสะพานมัฆวานรังสรรค์อยู่ใกล้กระทรวงศึกษาธิการ

บอกแท็กซี่ว่าไปกระทรวงศึกษาฯ เขาถามว่าไม่กลัวม็อบรึ.. ได้แต่ยิ้ม ไม่ได้ตอบ เขาก็บอกเองเสร็จสรรพว่า ไม่ใช่เส้นทางม็อบ รถไม่ติดไปได้ และ

"อย่ามาเรียกรถผมไปส่งร่วมม็อบนะ เกลียดเข้าไส้"

ที่เกลียดเพราะอะไร ขี้เกียจจะซักไซร้ แปลงประเด็นพูดไปเสียก็หมดเรื่อง อีกอย่างแม้จะกางเกงยีนส์ เสื้อยืด ก็ไม่ได้ทำหน้าตาเลิ่กลั่ก และวิธีการพูดจาก็ไม่ได้ส่อเค้าอะไรให้เป็นภัยแก่ตน เนื่องจากเป็นเพียงผู้หญิงตัวกลมๆ คนหนึ่ง ที่อาจจะแพ้แรงหากเขาถีบลงจากรถ (ฮา)

ลงหน้ากระทรวงศึกษาฯ ประตูที่เขาไปส่งลงนั้น หันหน้าเข้าหากระทรวงฯ ทางซ้ายมือมองเห็นแต่ไกลตำรวจติดแผงเหล็กกั้นและช่วงที่แท็กซี่ผ่านมาเมื่อกี้มองผาดๆ ผ่านๆ เห็นว่ามีตำรวจเฝ้าอยู่ราวๆ ๑๐ นาย มองลึกเข้าไปสีกากีเต็มแผง กะคร่าวๆ ด้วยสายตาก็ประมาณไม่ต่ำกว่า ๕๐ นาย

ดุ่ยๆ ไปทางนั้น ผู้หญิง..คนเดียว คงผ่านด่านเข้าไปไม่ได้แน่ จึงเดินไปทางขวา เพราะเดาผังเมืองแถวนี้ออก ว่าน่าจะเป็นลักษณะบล็อก มีถนนทะลุหากันได้ทุกบล็อกไป ว่าแล้วก็เดินท่อมๆ อากาศเริ่มระอุ อบอ้าว เหงื่อซึมออกมา ก่อนหน้าที่จะมากรุงเทพฯ ได้ซ้อมเดินที่จังหวัดกระบี่ไปแล้วหลายวัน เดินได้ไกลสุดประมาณ ๕ กิโลเมตรโดยไม่หอบลิ้นห้อย หรือว่าหยุดพัก การเดินหนนี้จึงไม่อนาทร เดินมันไปเรื่อยๆ จนพบสี่แยก ซึ่งแน่นอนว่าต้องเดินขนานไปกับถนนที่ตำรวจที่เห็นตอนลงรถ หันหน้าไปมองสี่แยกเลี้ยวซ้ายเดินต่อไป

มาถึงบางอ้อ..เมื่อพบป้ายคุรุสภา จำได้ว่าเคยมาพักที่คุรุสภาครั้งหนึ่งสมัยที่เข้ามาทำธุระที่กรุงเทพฯ เริ่มอุ่นใจกับความคุ้นเคยเล็กๆ เดินต่อไปลัดเลาะคุรุสภาตามฟุตบาธ มีคลองขวางขนาบไว้ มีสะพานเป็นช่วงๆ ระยะห่างกันราวๆ ๕๐๐ เมตร และแล้วก็มาพบทางเข้ากระทรวงศึกษาฯ อีกแถบหนึ่ง

'โธ่..รู้งี้เดินลัดจากประตูโน้นมาก็ดีหรอก' ไม่รู้จักกล้าเสียแต่ทีแรก มองตรงไปข้างหน้าเห็นตำรวจยืนอยู่ เดินตรงไปกะจะลุยแล้ว

'ตำรวจไทยคงไม่ทำร้ายประชาชนตัวกลมๆ หรอกน่า' คิดเอาเองในใจแผงกั้นปิดถนน และตำรวจนั่งๆ ยืนๆ กันอยู่ตรงแผงกั้นอีกประมาณสิบกว่านาย เหลือบไปเห็นฝั่งตรงข้าม เห็นสีกากียืนตรงแหน็วเป็นแผง คิดในใจว่าข้ามคลองไปน่าจะเข้าท่ากว่าไปลุยกับตำรวจ ณ ที่ตรงนี้

เดินย้อนกลับมา..ข้ามสะพานเล็กๆ ที่หน้าวัดมกุฎกษัตริย์ ค่อยๆ เดินไปสายตาสังเกต ปากปิดสนิท มีแผงกั้น(อีกแล้ว) ตำรวจยืนแผงกั้น 3-4 นาย และนั่งอยู่ที่ศาลาริมทางด้วย ริมคลองด้วยอีกกลุ่มหนึ่ง 6-7 นาย

เห็นคนเดินผ่านตำรวจไป ตำรวจก็ไม่สนใจ ทอดน่องต่อไป คนอื่นๆ ก็ทยอยเดินผ่านหน้าข้าพเจ้าไปเรื่อยๆ ข้าพเจ้าก็ผ่านบ้างสิ.. ใจกล้าหน้ามึนเดินผ่านไป

'เออ ดีแฮะ กระป๋ง กระเป๋าเราก็ไม่ตรวจ' เดินผ่านไปเจอรถสุขาของ กทม. จอดอยู่ 4 คัน น้ำไหลนองที่พื้นถนนแฉะไปหมด กลิ่นโชยหน่อยๆ ยังเช้าอยู่มากไม่มีคนมารอคิว ก็เลยตัดสินใจเดินเข้าไปที่รถคันหนึ่ง เปลี่ยนเสื้อเพราะเหงื่อท่วม เหม็นตัวเองเต็มที เดินออกมาจากสุขาเคลื่อนที่ เลาะๆ มาแถวหน้าตึกยูเอ็น (United nation) ซ้ายมือเป็นสะพานมัฆวานรังสรรค์ มีป้ายคลองผดุงเกษมเด่นหราอยู่ตรงหัวสะพาน มีแผงเหล็กกั้นอยู่แน่นหนากว่าที่เห็นจากอีกฝั่งของคลองเมื่อครู่ คนใส่ชุดสีกากี สวมหมวกกันน็อค ถือโล่ ยืนเรียงอยู่เป็นแถว ตัวตรง

เสียงจากเวทีได้ยินชัดขึ้น มีเต้นท์ มีป้าย กระจุกอยู่ที่หัวถนน แล้วจะเข้าไปรวมกลุ่มกับเขาอย่างไรล่ะ ไม่เห็นมีใคร มีแต่เสียงซึ่งก็น่าจะเป็นคุณไก่ แมลงสาบและเพื่อนที่เล่นดนตรีอยู่ เหลือบเห็นชุดญาติธรรมท่านหนึ่ง สงสัยว่าจะเพิ่งกลับมาจากห้องน้ำ ก็เลยยกมือไหว้

"สวัสดีค่ะ หนูจะเข้าไปตรงนั้นได้ไหมคะ" ชี้สุ่มๆ ไปทางเต้นท์ที่กางอยู่ตรงหัวมุมถนนราชดำเนิน

"จะเข้าไปหลังเวทีเหรอ เขาสงวนไว้เฉพาะเจ้าหน้าที่ เพราะกลัวอันตรายน่ะ" สงสัยจะเข้าใจกันผิด คือข้าพเจ้าหมายถึงเข้าไปร่วมชุมนุม ไม่ได้เข้าหลังเวที แต่ก็ยังเขินๆ ไม่กล้า ก็เลยยิ้มแล้วก็ให้ทางญาติธรรมท่านนั้นเดินจากไป มองไปข้างหน้าเว้นเฉพาะช่วงประตูเข้า-ออกไว้ นอกนั้นฟุธบาธที่ติดกับกำแพงของอาคารยูเอ็น มีเต้นท์กางอยู่ มีคนนั่งๆ นอน บ้างคนกินข้าว ผู้คนกระจายตัวไปสองฝั่ง คือริมฟุตบาธหน้าตึก กับเกาะกลางถนน ตัดสินใจเดินดุ่มๆ ไปที่หัวถนน มีผู้ชายคนหนึ่งใส่เสื้อลายทหาร เปิดกระดุมให้เห็นเสื้อขาวตัวใน สวมหมวกปีก มีกล้องถ่ายภาพตัวใหญ่ๆ สีดำคล้องคอ คาดศรีษะนอกหมวกด้วยผ้าสีขาว เขียนทำนองว่ากู้ชาติ ก็เลยไปนั่งแหมะอยู่ด้วย เขาหันมามองก็ยิ้ม

มองบนเวทีไม่เห็น เพราะผ้าเต้นท์ที่กางคาดจากถนนฝั่งนี้ ไปจรดถนนอีกฝั่ง ทิ้งตัวลงต่ำ แม้จะมีไม้ค้ำไว้เป็นจุดๆ ผ้าใบก็ทิ้งตัวโค้งลง สูงกว่าศีรษะคนนั่งไม่กี่คืบ นั่งฟังเพลงโดยมองไม่เห็นหน้าคนร้องอยู่อย่างนั้น ใช้สายตาสังเกตสิ่งรอบข้าง มีคนนั่งอยู่กลางถนน ใต้หลังคาผ้าเต้นท์ประมาณสัก ๕๐ คน ถือว่าเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดแล้ว นอกนั้นคนกระจายตัวไปทั่วบริเวณ มีเต้นท์ของญาติธรรมเรียงรายอยู่ตรงเกาะกลางถนน ทางด้านที่ปักป้ายว่าถนนราชดำเนิน


ที่นี่สินะถนนแห่งประวัติศาสตร์ ราชดำเนิน



เรื่องเล่าค่อนข้างยาว โปรดดติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้ค่ะ

----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น
15  มุมสนทนา / มุมนอกชาน - งานอดิเรก / กว่าจะเป็นเล่ม [หนังสือทำมือสไตล์สีน้ำฟ้า], วิธีการทำ หนังสือทำมือ เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 10:13:13 pm
โพสต์เมื่อ: Apr 10 2008, 06:25 AM


QUOTE
อ้างถึง
หนังสือทำมือ เดิม หมายความถึงหนังสือเล่มหนึ่งๆ ที่ผู้เขียน เขียนเอง
ทำภาพประกอบ จัดรูปเล่ม จัดหน้า ออกแบบปก ออกแบบการเข้าเล่ม เรียกว่า
ทำทุกขั้นตอนด้วยตนเองทั้งหมดโดยไม่ผ่านโรงพิมพ์ใหญ่ๆ

ในสมัยปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้หลายขั้นตอนสามารถ
พึ่งพาเทคโนโลยีเหล่านี้ได้  หากนับการเขียนเป็นขั้นตอนแรก เราสามารถพึ่งพา
เทคโนฯ ได้ตั้งแต่ขั้นตอนที่สองจวบจนกระทั่งเป็นเล่มออกมา

ก็มีบ้างที่นักศึกษา หรือกระทั่งบริษัทบางแห่งรับทำหนังสือทำมือเหล่านี้
มากขึ้น ผู้เขียนก็สามารถเขียน กลั่นกรองแล้วไปจ้างให้โรงพิมพ์จัดหน้า ทำรูปเล่ม
เข้าเล่มให้ได้ทันที โดยมีศูนย์กลางอยู่กรุงเทพมหานครเป็นส่วนใหญ่


สีน้ำฟ้ารู้จักหนังสือทำมือมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมต้น ราวๆ ปี พ.ศ. 2530 – 2531
เป็นประเภทจุลสารทำมือ โดยรู้จักในฐานะนักอ่าน ต่อมาได้มีโอกาสเข้าร่วมกับ
กลุ่มนักฝัน น่าจะใช่นะ..ชื่อกลุ่มนักฝัน  ถ้าจำไม่ผิดโดยมีพี่นิจ อักษรา บรรณาธิการ
และนักเขียนประจำในนิตยสารวัยน่ารัก  ที่เข้าร่วมกลุ่มด้วยเพราะส่งงานเขียน
ของตัวเองไปลงในหน้านิตยสารบ้าง ส่วนใหญ่ก็เป็นกลอน พอเริ่มมัธยมปลายก็
เริ่มหัดเขียนเรื่องสั้น แรกๆ ก็เอาไปให้เพื่อนที่โรงเรียนอ่าน ก็เขียนเรื่องตัวเอง
ปนกับเพื่อน นางเอกคนแรกเป็นชื่อของเพื่อนจำได้แม่นเลยก็คือ..พรนิภา
การที่จากบ้านเกิดที่เชียงราย มาเรียนเชียงใหม่ โลกกว้างขึ้น เริ่มส่งเรื่องสั้นไปตาม
นิตยสาร รวมทั้งกลอนด้วย ถ้าเรื่องสั้นได้ตีพิมพ์ก็จะได้ค่าขนมเป็นธนาณัติเรื่องละ
หนึ่งร้อยห้าสิบบาท ส่วนกลอนที่ตีพิมพ์ไปได้แต่ข่าวว่าเขามีค่าขนม โดยส่วนตัว
ไม่เคยได้รับเลยแค่มีงานก็ดีใจแล้ว

กลอนได้ตีพิมพ์  กลอนแรกในนิตยสารวัยหวาน ฉบับ 115  พี่รณภพ  ทรงเสรีย์
หรือพี่เอ๋ ชามาดา เป็นบรรณาธิการ ก็ส่งทุกค่ายนะ ตามงานบ้าง ไม่ตามงานบ้าง
แล้วแต่จังหวะและโอกาส จำได้แต่ว่ามีงานตีพิมพ์ทั้งนิตยสารวัยหวาน
นิตยสารทราย และนิตยสารเดอะบอย

เมื่อมีโอกาสได้รู้จักกับพี่จาริก  แรมรอน  ก็รู้สึกสมัครสมาชิกไปกับกลุ่มใบตอง
ที่พี่จาริก และได้เป็นเพียงผู้อ่าน  ความที่สนใจและอยากรู้อยากเห็น.. เริ่มลงมือทำ
จุลสารเอง กะจะออกรายสิบห้าวัน โดยรวบๆ รวมๆ เพื่อนในห้องเรียนนั่นแหละ
ก็สะเปะสะปะไปพอได้ทำ  คนอ่านพอมี อ่านฟรีซะเป็นส่วนใหญ่  ล่มไม่เป็นท่า
อยู่แค่นั้นแหละ ^__^

จบมัธยมปลายเข้ากรุงเทพฯ  ร่วมกับเพื่อนทำจุลสารอีก ในนามจุลสาร กขค.
โดยมีบัติต์ เป็น บก.  ตอนนี้แหละถึงได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเตรียม
ต้นฉบับ การจัดหน้า การตรวจทานต้นฉบับ.. แต่ก็ไม่รุ่งอีกรู้สึกได้ช่วยงานเขา
เพียงฉบับ หรือสองฉบับ ก็แป๊กอีก

จนช่วงเวลาวัยรุ่นผ่านพ้นไป สีของความฝันก็จางลงๆ  ไฟเกือบมอด งานเขียน
เริ่มต้นอีกครั้งเมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิต..นั่นก็คือ การเขียนออนไลน์
ที่เว็บบ้านกลอนไทย หรือ www.thaipoem.com  สองปีแห่งความสุขโดยแท้จริง
เมื่อผู้เขียน – ผู้อ่าน สามารถตอบถ้อยคำกันอย่างรวดเร็วทันใจ

กว่าจะมีแรงใจเติมไฟฝันก็เขียนออนไลน์อยู่หลายปี การทำหนังสือทำมือของ
สีน้ำฟ้า เริ่มต้นอีกเมื่อ “ทานตะวัน”  นักเขียนออนไลน์จากเว็บ www.bookcyber.com
กระดานบอร์ดบันทึกสาธารณะย้ายมาอยู่ข้างบ้านและให้ช่วยทำหนังสือทำมือให้

หนังสือสำเร็จลงจนได้ แต่ความที่เวลาจำกัดก็เลยขาดความปราณีตไปมาก
จนกระทั่งได้แก้ตัวในเล่มต่อมา “เธอหายไปไหนเจ้าเด็กน้อย”  เล่มนี้ไม่มีภาพ
ทำเฉพาะกิจ ให้น้องเขาไปหมดเลย

พอทำให้น้อง ก็อยากจะทำหนังสือทำมือของตนเอง.. “ความในใจ ไฟฝัน
ฉันและเธอ” รวมกลอนเล่มแรก (เล่มนี้ทั้งแจก ทั้งขาย หมดเกลี้ยง เพราะเพื่อนๆ
ช่วยซื้อเพื่อช่วยวิกฤตที่ร้านตอนประมาณ ปี 49)  จากนั้นแตกหน่อมาเป็น
“นักฝัน วันวาร การเดินทาง” | “มิตรภาพออนไลน์”


และปัจจุบันเล่มที่กำลังปล้ำๆ อยู่นี้  “หินสักลาย” ทำให้น้องอีกเช่นเคย น้องชื่อ
"ดาเรน"  ชื่อคล้ายๆ "ตาเรน" บล็อกเกอร์โอเคเนชั่น ท่านหนึ่ง  ดังนั้นเพื่อป้องกัน
การสับสน สีน้ำฟ้าก็เลยเรียกน้องเขาว่า "น้องดีน"  รู้จักกันผ่านโลกออนไลน์นี่แหละค่ะ
เขาเห็นรูปร่าง หน้าตา หนังสือทำมือ ที่สีน้ำฟ้าทำ เลยอนุญาต และไว้วางใจ
มาร่วมมือกันทำ เล่มนี้เลยค่ะ เล่มที่ฝีมือสีน้ำฟ้าพัฒนามากขึ้น และภูมิใจนำเสนอ
อย่างยิ่ง

ภาพปกมาจากบล็อกแก๊ง "เขาพนม"  ออกแบบปกโดยน้านพ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนที่ร้าน
ของสีน้ำฟ้านี่แหละค่ะ สวยไหมๆ อิอิ.. ออกนอกหน้านิ๊ดหนึ่ง เพราะภูมิใจในเล่มนี้
ที่ตรวจทาน แก้ไข และ
จัดรูปเล่มเองทั้งหมด งานนี้ต้องขอบคุณน้องดีนค่ะ ที่ทำให้สีน้ำฟ้ารู้สึกว่าตัวเองเป็นคน
และมีค่าขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากปัญหาอะไรต่อมิอะไรรุมเร้าเหลือเกิน

ในการทำหนังสือทำมือนั้น แต่ละขั้นตอนจะว่าง่ายก็ไม่เชิง  และยิ่งสมัยปัจจุบัน
เห็นด้วยอย่างยิ่งที่คุณสายลมอิสระ  นักเขียนฝีมือดี และกองบรรณาธิการนิตยสาร
ไอน้ำ ออกมาให้ความเห็นผ่านเว็บประพันธ์สาส์นว่า หนังสือทำมือก็ควรมี
บรรณาธิการ  เรื่องนี้ติดตามอ่านต่อได้จากเว็บประพันธ์สาส์น

เมื่อหนังสือทำมือ ปราณีตขึ้น มีการกลั่นกรอง มีคุณภาพมากขึ้น หนังสือทำมือที่
เคยซบเซาลงไปด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง คงจะฟื้นกลับคืนมาอีกครั้ง

* ขออภัยไม่ได้ต่อลิ้งค์ หากท่านที่ต้องการอ่าน เสริชคีย์เวิร์ด
"หนังสือทำมือควรมีบรรณาธิการ"  ก็สามารถอ่านต่อได้แล้วค่ะ




----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น
16  มุมสนทนา / มุมนอกชาน - งานอดิเรก / ตื่นเต้นๆ .. มีคนเอากล่องมัดแน่นหนา..มาวา# เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 09:29:01 pm
โพสต์เมื่อ: Jan 17 2008, 09:32 AM

 ณ ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่.. ตั้งอยู่ริมถนนอุตรกิจ..อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่...

16 มกราคม 2551 เวลา 21.30 น. ขณะที่สีน้ำฟ้ากำลังอยู่ในห้องน้ำ น้านพนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์มุมโปรด..(ว่าไปงั้นแหละ..ก็ตัวเดิม มุมเดิมนั่นแหละ)

พี่วาสนา..เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว ลูกชิ้นปลาชื่อดังประจำจังหวัดมาเรียก

“พี่นพๆ .. มาดูหน่อยสิ ใครเอากล่องมาวางหน้าบ้าน ข้างถนนน่ะค่ะ มาเร็ว”

“กลัวเหรอพี่..” เสียงน้าตอบพี่วาสนา และเสียงชวนคุยกันห่างออกไป..ข้าพเจ้าก็รีบระเห็จออกจากห้องน้ำโดยไว

คุณพระ..คุณเจ้า.. !!!!


กล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ สูงประมาณครึ่งฟุต วางนิ่งอยู่ริมถนน มัดด้วยเชือกทำจากเศษผ้าเก่าๆ สีเหลืองขึ้นรา น้ารีบกลับเข้ามาในบ้าน.. ข่าวระเบิดตลาดวันนี้วนกลับมาหลอนอย่างช่วยไม่ได้



น้าเขามีพรรคพวกเพื่อนฝูงที่อยู่หน่วยกู้ภัย.. รีบหานามบัตรอย่างด่วน.. เรา..อันประกอบด้วยบุ๋มบิ๋ม ลูกสาวน้านพ..พี่วาสนา ..แจม สีน้ำฟ้า ยังมองกันอยู่ห่างๆ

จินตนการของมนุษย์ เมื่อถึงจุดหนึ่ง..มันจะส่อสิ่งที่อยู่ในใจ ขนาดปากว่าไม่กลัวตายๆ วันนี้สีน้ำฟ้าก็ยังหวั่นๆ ซึ่งหากมันเป็นระเบิด..สิ่งที่กลัวไม่ใช่กลัวตัวเองตาย หากแต่ ณ จุดตรงนี้คือแหล่งชุมชนย่อยๆ .. ขณะนี้แม้ในร้านเราจะไม่มีลูกค้า..แต่บริเวณใกล้เคียงเป็นร้านสะดวกซื้อที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง..
ถัดไปเป็นร้านข้าวต้ม มีลูกค้าอยู่สองโต๊ะ..ผู้คนยังนั่งกินกันปกติ จากร้านเราเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวสมาชิกอยู่ครบ..ถัดไกลออกไปเป็นร้านค้า ยิ่งบ้านริมสุดมีเด็กอยู่ไม่ต่ำกว่าสี่คน..

วนกลับมาเร่งให้น้ารีบจัดการโทร.. น้าก็หานามบัตรอยู่นั่นแหละ..หาไม่เจอก็เปิดเว็บหาซะสิ..

“ให้ไว..สิน้า..ให้ไว” อดที่จะแว้ดไม่ได้..

นาทีนี้...ประมาทได้หรือ..
ถามว่าเป็นคุณ.. ถ้าไม่นับตัวเอง...คุณกล้าเอาคนอื่นมาเสี่ยงด้วยไหม

วินาทีที่สร้างความหวาดหวั่นในใจ..ทุกคนนิ่งเงียบ ยืนมองกันห่างๆ เพื่อรอดูปฏิกิริยาของกล่องนั้น..เพื่อรอน้านพให้หาเบอร์โทรของเพื่อนให้เจอไวๆ

ลมหายใจเข้าออกยังผ่าวร้อน... นาทีนี้หัวใจเรายังรู้ร้อนรู้หนาว.. แล้วคนในข่าวที่พาดหัวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์วันนี้ล่ะ... ญาติพี่น้องเขาจะเป็นเช่นใดหนอ..

เศร้าเหลือเกิน


....

“กรี๊ด...มันดิ้นด้วยอ่ะ อาแจมๆๆ ” เสียงแม่นางบิ๋มหวีดมาก่อน เพราะเธอออกไปยืนมองอยู่ริมฟุตบาธ

“ผ่อๆๆๆ เร้ว..มันดุ๊กดิ๊กแหล่ว” เสียงในฟิล์มจากสาวใต้วัยสิบห้าปี บุ๋มบิ๋มอุ้มลูกแมวอยู่ในอ้อมกอดตัวหนึ่ง ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอฉวยไปตอนไหน..ก้าวโย่งๆ ..โดยไม่ใส่รองเท้าใกล้เข้าไป ..

ใกล้เข้าไป...

“ผ่อ...แหม้ว...ๆ” เสียงเช่นนี้จริงๆ นะ..

“มันออกมาแหล่ว..ฮั้วหมัน..ฮั้วหมันออกมา” ใกล้สุด ขายาวสุดวิ่งตรงดิ่งเข้าไปหากล่องที่กำลังดิ้นดุ๊กดิ๊กๆ

“มีรูด้วยๆ อาแจม แมว...มีรูอยู่ตรงนั้น” คราวนี้รีบกรูกันเข้าไปแกะเชือกทีมัดกล่อง..

โอ้...




ลูกแมวสีทอง..หน้าตาดี อายุคงไม่เกินเดือนสามเดือน..

“แม๊............ ชั่วจริง ใครฟระ” นอกจากบุ๋มบิ๋มที่ถึงตัวคนแรก ไม่รู้น้าวิ่งออกจากร้านมาถึงตอนไหน รีบเข้าไปอุ้มเอาเจ้าเหมียวสีทองหน้าตาดีเข้ามาในร้าน

ลมหายใจยังผ่าวร้อน..

ทุกคนยังมีความรู้สึก..และตื่นเต้นกับผู้มาใหม่.. ไม่เว้นแม้แต่เจ้าแสตมป์ .. สตังค์ ลูกแมวสองตัวที่สีน้ำฟ้าเพิ่งไปขอเขามาเลี้ยง

น้าเริ่มบัญชาการ ให้ไปหยิบอาหารแมวที่เจ้าสองตัวในบ้านกินไม่หมด.. ล่อแมวเอาไว้ก่อน

เสียงบ่นพึมพำของพี่วาสนา .. เสียงลูกสาวพี่เขาที่ตามมาสมทบ.. พวกเราสี่-ห้าชีวิต ต่างกำลังเล่าสู่กันฟัง ถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ว่าใครรู้สึกกันอย่างไร..

เหตุการณ์ตื่นเต้น..สงบลงแล้ว..

เหมียวน้อย สีทองที่มา..ขนนุ่มนิ่ม ยังกับคุณหนูตกยาก

เหมียวเจ้าถิ่นสองตัวกำลังทำกร่าง.. ผู้มาใหม่ก็ใช่ย่อยเสียแล้ว.. วิ่งเล่นเหมือนคุ้นชินว่าที่นี่เป็นบ้าน.. ไม่มีแววตาหวาดกลัว.. ไม่แม้จะรู้สึกแปลกถิ่นที่อาศัย

เออ..แฮะ เจ้าเหมียวน้อยสีทองผู้มาใหม่ มันรอดแล้ว..

อย่างน้อยสีน้ำฟ้าก็ทอดทิ้งมันไม่ลง..

มันเพิ่งเป็นลูกแมว ประเดี๋ยวก็คุ้นชินกับสองตัวเจ้าถิ่นที่อยู่มาก่อนหน้า... สองตัวนั้นเขาชื่อแสตมป์กับสตังค์ เป็นสาวน้อยทั้งคู่.. ได้มาอีกสาว..

ที่บ้านก็จะมีสามใบเถา..



หึ !!!! สนุกล่ะ




สองตัวเดิม ม๊านก็วิ่งโครมๆ ทั้งคืน ได้มาอีกตัว..คงสนุกพิลึก


อืม...ว่าแต่ว่า.. เกิดมาทุกสรรพสิ่งย่อมมีชื่อเรียก.. สองตัวนั้น..ส.แสตมป์ กับ ส. สตังค์... ได้มาอีกสาว.. ใครหลงเข้ามาอ่านแล้วไม่ทิ้งคอมเม้นท์ ไม่ออกความเห็น หรือไม่เสนอชื่อใหม่ให้..

สีน้ำฟ้า...จิเรียกมั๊นว่า...สมยอม..จริงๆ ด้วยเอ้า !!!!!!!!!!

เอ๋า.. ก็เข้ามาเป็นสาวตระกูล ส. นี่นา... แม่สีน้ำฟ้า..พี่แสตมป์..น้องสตังค์...มาใหม่ มาแบบสมยอม ต้องเลี้ยงแบบนี้...

มั๊น...ก็ต้องชื่อสมยอมโล้ด.. ....


ตะแล่ม..ตะแลม..ตะแหล้ม.. ......................................


โพสได้แก้ไขโดย สีน้ำฟ้า เมื่อ Jan 17 2008, 09:33 AM


----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น
17  มุมสนทนา / มุมนอกชาน - งานอดิเรก / หนังสือทำมือ เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2008, 09:41:09 pm
[ 28 ม.ค. 2550 03:00:55 ] 61.7.158.20



สวัสดีค่ะ สีน้ำฟ้ามาขออนุญาตใช้พื้นที่ในบอร์ดค่ะ

จะว่าไป.. หนังสือทำมือกับงานอดิเรก คงไม่ค่อยเข้ากันนัก เหะ เหะ อุบอิบ กระมิดกระเมี้ยนตั้งก็แล้วกันค่ะ

หลังจากที่ กรำงานมาหลายต่อหลายวัน ตอนนี้ก็พอจะมีภาพมาโชว์กันแล้วค่ะ เล่มนี้เป็นหนังสือกวีนิพนธ์ปกนี้ ทำตั้งแต่ปีที่แล้ว ราคาเล่มละ 200 บาท ขายได้ทั้งหมดประมาณ 200 เล่มเหมือนกันค่ะ แต่ปีนี้จะลดขนาดลงมานิดหน่อย และขยับราคาลงมาที่ 150 บาท (เกรงใจค่ะ ไม่ใช่งานฝีมือ เป็นงานขอให้ช่วยอุดหนุนกันมากกว่า)

เล่มที่สองนี้ก็เป็นกวีนิพนธ์เหมือนกัน ทำปีนี้เองค่ะ นักฝัน วันวาร การเดินทาง เนื้อหาจะเกี่ยวกับ ผู้หญิงคนหนึ่ง ไปขอพักพิงสายลมทะเล บรรเทาบาดแผลจากเมืองกรุง ปรากฏว่า ถูกคลื่นสึนามิถล่มเสียยับเยิน ก็เลยใช้ธรรมะเข้าข่มค่ะ ปกนี้ราคา 125 บาทค่ะ บางนิดหนึ่ง แต่รับรองว่าสวย เพราะพริ้นท์จากเครื่องเลเซอร์ค่ะ

อีกเล่มที่ปิดท้าย และคงไม่ใช่สุดท้ายของปี เพราะเริ่มหลงรักการทำหนังสือทำมือเข้าให้แล้ว อาจจะ.. นำผลงานของเพื่อน ๆ มาจัดการทำให้ฝันของคนอยากเขียนหนังสือเป็นเล่มขึ้นมาน่ะค่ะ การจะพิมพ์จำนวนเท่าไหร่ เราก็คุยกัน หากพิมพ์เพื่อจำหน่ายจริง ๆ จัง ๆ ล่ะก็ .. คงต้องคุยกันเรื่องการตลาดสักนิดก่อนค่ะ เล่มนี้ราคา 200 บาทค่ะ..

ผลงานทั้งหมดของสีน้ำฟ้าที่รวบรวมมาทำหนังสือทำมือ ก็สะสมมานานเหมือนกัน จากที่โพส ๆ บนเว็บนี่แหละค่ะ ถ้านับเริ่มต้นจากเว็บบ้านกลอนไทย http://www.thaipoem.com/forever/my_poem.php?mid=4084 ที่แรกที่นำผลงานออนไลน์ ก็ 13-14 กุมภาพันธ์นี้ก็ครบ 5 ปีพอดี


ส่วนวิธีการทำ จะทำกันอย่างไร ถ้าใครสนใจค่อยคุยให้ฟังอีกทีค่ะ ตอนนี้แจมยังมีงานเร่งอีกเยอะพอสมควรค่ะ


ถ้าสนใจ จะสั่งซื้อทางไปรษณีย์ ก็เมล์ที่อยู่ไปที่ rimtarn_s@hotmail.com นะคะ

ขอบพระคุณค่ะ
สำหรับทุกความเมตตาของเว็บประภัสสร ที่มีให้สีน้ำฟ้า
18  มุมสนทนา / ชิงช้าหน้าบ้าน – ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ / อบรมนักเขียนเรื่องสั้น, ใครว่างก็น่าจะ& เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2008, 03:27:21 am
อบรมนักเขียนเรื่องสั้น

สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ร่วมกับสถานีวิทยุศึกษา เอฟเอ็ม 92 เอเอ็ม 1161 จัดอบรมนักเขียนเรื่องสั้น

นำโดยนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย คุณชมัยภร แสงกระจ่างและทีมงาน ในวันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2550 นี้

ที่ห้องประชุมศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา เวลา 8.45 – 16.30 น. ผู้สนใจสมัครด้วยตนเองที่

สถานีวิทยุศึกษา ชั้น 3
อาคารศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา
ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กทม. 10400
ในเวลาราชการ เวลา 7.30 – 16.30 น.

หรือที่ http://www.moeradiothai.net ตั้งแต่วันที่ 1-12 ตุลาคมนี้

ค่าสมัครคนละ 400 บาท รับจำนวน 30 คน

หลักฐานที่ใช้ในการสมัคร รูปถ่าย 2 นิ้ว 1 รูป สำเนาบัตรประชาชน ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการอบรมภายในวันที่ 16 ตุลาคมนี้ทาง www.moeradiothai.net หรือสอบถามด้วยตนเองที่โทร. 0-2 354 5730 ต่อ 327 - 329

สามารถดาวล์โหลดใบสมัครเข้ารับการอบรมการเขียนเรื่องสั้น ได้ที่รายการเด่นประจำสัปดาห์ในหัวข้อ อบรมนักเขียนเรื่องสั้น ในหน้าแรกของเว็บไซต์
http://www.moeradiothai.net หรือ โทรไปสอบถามได้ตามเบอร์ข้างต้นค่ะ



ด้วยความปรารถนาดี..

สีน้ำฟ้า


ปล. แหล่งข่าว http://www.pantip.com/cafe/ห้องสมุด/ถนนนักเขียน

โพสได้แก้ไขโดย สีน้ำฟ้า เมื่อ Sep 27 2007, 08:10 AM


----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น
19  มุมสนทนา / ชิงช้าหน้าบ้าน – ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ / รวบรวมข่าวสาร : แวดวงวรรณกรรม, ข่าวสารในแวดวงวรรณกรรม เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2008, 12:53:53 am
ค่ายพัฒนางานเขียน ๒๔ มิ.ย. นี้ สมัครด่วน !!!

พบกับวิทยากรพิเศษ
ภาคร้อยกรอง - - - คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีซีไรท์และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์
ภาคร้อยแก้ว - - - คุณชมัยภรณ์ แสงกระจ่าง นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เจ้าของนามปากกาไพลิน รุ้งรัตน์ ร่วมด้วยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่จะให้ความรู้ต่าง ๆ สำหรับการพัฒนางานเขียนอย่างรอบด้าน

พิเศษ ผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านจะได้รับเกียรติบัตรจากทางโครงการ
นอกจากนั้นยังมีอาหารกลางวันบริการอีกด้วย ทั้งหมดนี้ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
รับสมัครนิสิต นักศึกษา ครู อาจารย์ (ทุกสังกัด) ตลอดจนผู้สนใจการพัฒนางานเขียนทุกท่าน (ไม่จำกัดอายุ)

ส่งใบสมัครไปที่ สโมสรยุวกวี ชมรมเทพศรีกวีศิลป์ ตู้ ปณ.๖๒ ปณ.จรเข้บัว กรุงเทพฯ ๑๐๒๓๐
หรือทางโทรสาร ๐ ๒๙๔๖ ๔๔๕๙ สมัครด่วน ! ก่อน ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๐ นี้เท่านั้น

แล้วพบกัน ๒๔ มิถุนายนนี้ ใน "งานสัปดาห์ยุวรักษ์เกษตร" ที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ
จ.ปทุมธานี นะครับ

รายละเอียดเพิ่มเติมwww.yuvakave-tk.com
ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิกเพื่อดาวน์โหลด

(ข่าวจาก http://www.praphansarn.com)

โพสได้แก้ไขโดย สีน้ำฟ้า เมื่อ Jun 14 2007, 05:49 AM



----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น
20  มุมสนทนา / ชิงช้าหน้าบ้าน – ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ / ระวัง !!!! การส่งงานเข้าประกวด เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 11:37:48 pm
[ 11 มี.ค. 2550 16:46:19 ]

เนื่องจากเมื่อสักครู่แจมเปิดกระทู้.. รวบรวมการส่งงานเข้าประกวด ทั้งนี้ทั้งนั้น บนโลกไซเบอร์ ก็มีข่าวบ่อย ๆ ว่าจะมีการแอบอ้าง การหลอกลวง ไม่ประกวดจริงก็มีหลายงาน

ดังนั้น จึงเปิดกระทู้นี้มาคู่กัน ว่าถ้าหากใครได้ข่าว อะไร อย่างไร ก็จะได้มาบอกกล่าวกันทันท่วงทีค่ะ

ด้วยรักและห่วงใยทุกท่านค่ะ



สีน้ำฟ้า
หน้า: [1] 2
Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF