www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: 1 ... 8 9 [10]
 91 
 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2013, 04:35:08 am 
เริ่มโดย PeggySueGuerra - กระทู้ล่าสุด โดย PeggySueGuerra
ตอนที่สี่ ป้าจวน
   วันรุ่งขึ้นแตงตื่นประมาณสิบโมงเช้า เมื่อคืนเข้านอนเกือบตีสาม อยากจะนอนต่อแต่ก็นอนไม่หลับเสียแล้ว นึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วก็อยากจะตายไปเสียให้พ้นๆทุกข์  นอนพลิกไปพลิกมาจนในที่สุดก็ต้องลุกจากที่นอน ทำความสะอาดร่างกายแล้วแตงก็เดินไปที่ห้องอาหาร รู้ว่ายังเช้าอยู่ คนอื่นๆก็ยังไม่ตื่นกัน แต่ก็ยังดีกว่านอนกระสับกระส่ายอยู่คนเดียว

   เดินเรื่อยเปื่อยเข้าไปในครัวก็เห็นป้าจวน แตงทักว่า “ป้าตื่นแต่เช้าเลยนะ”
   “เพิ่งมาถึง” ป้าจวนบอก
   “อ้าว ป้าไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกหรือ” แตงแปลกใจ
   “ฉันบอกแกเมื่อวานไงว่าไม่ได้อยู่ที่นี่ ฉันอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก สายๆนั่งรถไฟใต้ดินมาสอง-สามสถานีก็ถึงแล้ว”
   “ป้าอยู่กับใครล่ะ” แตงชวนคุยไปเรื่อยเปื่อย
   ป้าจวนไม่ตอบคำถามของแตง แต่ย้อนถามว่า “ตื่นขึ้นมาทำไมแต่เช้า คนที่นี่เขาตื่นกันบ่ายโมง”
   “มันนอนต่อไม่ได้น่ะป้า”
   “เมื่อคืนแขกไปหมดตอนกี่ทุ่มล่ะ”
   “ตีสอง เออ ป้าเมื่อคืนฉันเจอแขกวิตถาร ฉันไม่อยากเจออีกน่ะ ทำไงถึงจะพ้นไปจากที่นี่ได้”
   “เฮ้อ.........” ป้าจวนถอนใจยาว “ฉันก็ไม่รู้จะช่วยแกยังไง ในเมื่อแกตัดสินใจที่จะมาทำงานแบบนี้ก็ต้องทน”
   แตงเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น “หนูไม่ได้เต็มใจ หนูโดนหลอกว่าจะได้มาทำร้านอาหาร แต่กลายเป็นซ่อง...”
   “เฮ้ย พูดอะไรระวังปากบ้าง” ป้าจวนปราม “ดีนะที่แกพูดกับฉัน อย่าไปเที่ยวพูดอะไรแบบนี้กับคนอื่น มันอันตรายกับตัวเเกรู้ไหม คนที่นี่โหดกันทั้งนั้น แกก็เจอมาแล้วไม่ใช่เหรอ”
   “หนูหนีออกไปกับป้าได้ไหม ขอหลบอยู่บ้านป้าจนกว่าจะหาทางไปได้”
   “แกจะหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ฉันแล้วไง”
   “แล้วป้ามาทำงานที่นี่ได้ไงล่ะ” แตงข้องใจ
   “ฉันไม่มีความรู้ พูดภาษาก็ไม่ได้ ฉันมาอเมริกาเพราะผัวฝรั่งพามา ใหม่ๆมันก็ดีหรอก แต่พออยู่ด้วยกันไปนานๆสื่อสารกันไม่รู้เรื่องมันก็เริ่มรำคาญ พาลหาเรื่องเลิก ฉันดิ้นรนไปหางานทำตามร้านไทย ได้งานที่ร้านเรือนไทยเป็นผู้ช่วยแม่ครัว ทำอยู่หลายปีเจ้าของร้านก็ขายกิจการ เจ้าของใหม่เขาก็ไม่จ้างต่อ โชคดีที่เจ้าของเก่ารู้จักกับองุ่น ฉันก็พอจะคุ้นกับองุ่นก็เลยมาทำงานที่นี่”

   “รู้สึกว่าจะมีป้าคนเดียวที่อยู่ที่อื่น คนอื่นๆก็ติดอยู่ที่นี่กันหมด”
   “ฉันมันแก่แล้ว และองุ่นก็รู้ว่าฉันทำอย่างอื่นไม่ได้ ความรู้ก็ไม่มี ฉันแนะนำแกว่าให้อดทน รีบๆทำงานใช้หนี้ให้หมด จะได้เป็นอิสระ”
   “กว่าจะถึงเวลานั้นหนูก็ยังไม่รู้ว่ามันจะนานแค่ไหน”
   “อย่าว่าฉันเสือกเรื่องของแกเลยนะ ก่อนที่แกจะมาเมืองนอกทำไมแกไม่คิดให้ดีเสียก่อน”
   “หนูก็เห็นว่ามากันหลายคน แล้วเขาก็บอกว่าจะพามาทำงานร้านอาหาร หนูมันคนจน อยากมีเงินใช้ แล้วก็อยากเลิกกับผัวเฮงซวยด้วย แต่กลับกลายเป็นว่าหนีเสือปะจรเข้”
   “แกเชื่อคนง่าย คิดง่ายๆแบบฉันนี่แหละ คิดว่ามีผัวฝรั่งแล้วจะสบาย คนสองคนจะอยู่ด้วยกันมันไม่ใช่ของง่าย โดยเฉพาะมาจากพื้นเพต่างกัน พูดกันไม่รู้เรื่อง ฉันก็อยากหนีความยากจนเหมือนกัน ก็เลยตัดสินใจตามมันมา ไอ้ผัวฝรั่งก็พาฉันมาเป็นคนรับใช้มัน ทำงานบ้านทุกอย่าง แล้วก็ต้องรับใช้มันบนเตียงด้วย เวลามันไม่ชอบใจมันก็ด่าเอา ฉันก็ฟังไม่รู้เรื่องหรอก แต่พอนานๆไปก็พอจะรู้ว่ามันด่าว่าอะไร สู้อดทนอยู่กับแม่งหลายปีเหมือนกัน พอมันมีผู้หญิงคนใหม่ สาวกว่า สวยกว่า แล้วก็ยังคุยกันรู้เรื่องมันก็เลยหาเรื่องเฉดฉันออกจากบ้าน มันเอาผู้หญิงอื่นมานอนด้วยให้เห็นตำตา ฉันก็มาถึงจุดที่ทนไม่ได้”
   
        ชีวิตของป้าจวนก็น่าเห็นใจ แตงคิดว่ายังไงก็ยังดีกว่าแตง ป้าจวนไม่ต้องขายตัว ยังมีโอกาสทำงานอย่างอื่น “ถึงยังไงป้าก็ยังไม่ต้องตกนรกแบบฉัน...”
“มันนรกคนละแบบเว้ยอีแตง แกไม่เจอกับตัวเองไม่รู้หรอก เรื่องของแก แกก็ว่าหนักหนาสาหัส ส่วนเรื่องของคนอื่นแก็คิดว่าจิ๊บจ๊อย”ป้าจวนขัดขึ้นก่อนแตงจะพูดจบ
“แล้วป้าจะทำงานที่นี่ไปเรื่อยๆหรือ”
“ฉันก็จะทำจนกว่าจะทำไม่ไหว ตอนนี้ก็พอจะเก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง ตอนทำงานไม่ไหวฉันก็จะกลับไปตายเมืองไทย”
“แล้วทำไมป้าไม่กลับเมืองไทยตอนนี้ล่ะ”
“กลับไปแล้วจะไปทำอะไรกินวะ อยู่นี่ยังมีงานทำ อยู่นี่ค่าใช้จ่ายก็น้อยเก็บเงินได้เต็มที่”
“หนูไม่น่ามาเล้ย”
“มาพูดตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว แกก้มหน้าก้มตาทำงานใช้หนี้ให้หมดเร็วๆเถอะ แล้วก็อย่าคิดหนี ถ้าแกหนีพวกมันตามแล้วก็เอาถึงตาย แกไม่มีทางได้ไปบอกใครเด็ดขาด”
“เคยมีคนหนีรอดไปได้ไหม”
“เรื่องหนีน่ะมีบ่อยๆ แต่มักจะไม่รอดสักราย ถ้าโดนจับได้มันซ้อมเอาปางตาย”
แตงฟังแล้วขนลุก
“เกิดมาเป็นคนจนก็อย่างนี้แหละ ไร้การศึกษา โดนเขาหลอกเอาง่าย โอกาสสำหรับคนจนมันน้อยนิด เฮ้อ....” ป้าจวนบ่นพึมพำ
“เคยมีคนที่ได้ผู้ชายดีพาออกไปจากที่นี่มีไหมล่ะ ที่เขายอมชดใช้หนี้สินให้ เห็นพี่ลินดาเขาพูดอะไรทำนองนี้เมื่อวันก่อน” แตงชวนคุยต่อ
“ถุย นังแตง มึงดูละครไทยมากไปหรือเปล่า มันมีแต่เฉพาะในนิยาย อย่างเรื่องดาวพระศุกร์ คุณชายไฮโซมาเที่ยวซ่องแล้วมาหลงรักดาวพระศุกร์ ผู้ชายที่มาเที่ยวที่นี่เขาก็มาปลดปล่อย พอหายอึดอัดเขาก็ลืมแกไปแล้ว ตั้งแต่ข้าทำงานที่นี่มายังไม่เคยเห็นอัศวินม้าขาวที่ไหนมาไถ่ตัวผู้หญิงกลางคืนที่นี่ออกไปสักคน”
“ชีวิตของหนูต่อไปจะเป็นยังไงก็ไม่รู้” แตงเริ่มหมดอาลัยตายอยาก
“แกทำอะไรไม่ได้มากหรอก นอกจากก้มหน้าทำงานใช้หนี้ แต่ข้าเห็นมาหลายรายที่พอทำงานใช้หนี้หมดก็ยังเลิกอาชีพนี้ไม่ได้ เพราะไม่มีความรู้พอที่จะไปทำงานอื่น”
“หนูคงจะไม่อยู่ในนี้ไปจนตายหรอกป้า ตอนนี้หนูอยากกลับบ้านมากเลย ตอนอยู่เมืองไทยทนทุกข์ทนมานอยู่กับผัวระยำ ก็ยังไม่ลำบากเหมือนตอนนี้”
“ข้าเองนึกย้อนเวลาได้ก็จะร่ำเรียนหาวิชาใส่ตัว สมัยที่อยู่กับไอ้ผัวฝรั่งไม่เคยคิดจะเรียนรู้อะไรทั้งนั้น ตอนนั้นคิดแต่ว่าผัวเป็นที่พึ่งได้ทุกอย่าง แล้วข้าก็เห็นตัวอย่างเมียไทย-ผัวฝรั่งหลายรายที่ฝ่ายหญิงไม่รู้เรื่อง ไม่เอาไหนอย่างข้านี่แหละ พอเลิกกับผัวถ้าไม่หาผัวใหม่ก็ไปขายตัว เอ้อ พูดเสียใหม่ว่าไปเป็นนางเต้น นางระบำพวกนี้แขกก็หิ้วได้ มันก็ไม่ต่างกับขายตัวนั่นแหละ เพียงแต่ว่าเขามีอิสระไม่มีหนี้สินอย่างแก”
แตงฟังแล้วก็ได้แต่ร้องไห้
“ถ้าแกหิวจะกินอะไรรองท้องก่อนก็ได้ แล้วกลับไปนอนต่อ”
“หนูคงนอนต่อไม่ได้แล้ว”
“ยังไงก็ไปนอนเล่นดีกว่ายืนเคว้งคว้างแบบนี้ ใครจะไปรู้คืนนี้แกอาจจะเจอศึกหนักกว่าเมื่อคืนก็ได้
พูดจบป้าจวนก็เดินจากไป ไม่ได้สนใจแตงอีกเลย

**ชีวิตของป้าจวนเป็นอุทาหรณ์อย่างดีสำหรับหญิงไทยที่ไปอยู่ต่างประเทศ ตอนต่อไปชีวิตแตงจะหักเหไปเจออะไรอีกต้องคอยอ่านค่ะ
 

 92 
 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2013, 02:59:17 pm 
เริ่มโดย PeggySueGuerra - กระทู้ล่าสุด โดย ชุติมา-ประภัสสร
ตามอ่านอยู่นะคะ คุณเพ็กกี้ 

เห็นในเฟซบุ๊คแล้วค่ะ ที่คุณเพ็กกี้บอกเฝอที่อเมริกาก็มีแยะมาก ตอนที่ไป L.A. ครั้งกระโน้นนนน...
เห็นแต่พิซซ่า เยอะแยะมากค่ะ อร่อย ๆ มีให้สั่งกันไม่หวาดไม่ไหว

ถ้าได้ไปอีก คราวนี้เห็นท่าจะต้องไปหาเฝอทานกันบ้างแล้ว

รออ่านต่ออยู่ค่ะ

 93 
 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 09:51:04 pm 
เริ่มโดย อภิญญา - กระทู้ล่าสุด โดย อภิญญา
โอ๊ย....ตายแล้วทำไมรูปมันใหญ่เบ้อเร่ออย่างนี้นะ  เอ้าลองอีกรูปซิ แต่ภาพนี้ช่วยกันทำสามคนค่ะ คุณจำปา คุณหวาน และ อิ ๆ คุณอภิญญา ค่ะ ทำกัน 2 วัน ก็ได้อย่างนี้แหละค่ะ 

แง ๆ ๆ แอดมินช่วยด้วย คราวนี้ภาพไม่ขึ้นเลยค่ะ มีแต่กรอบสี่เหลี่ยม และกากะบาดที่มุมบนด้านซ้ายมือค่ะ

 94 
 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 09:44:39 pm 
เริ่มโดย อภิญญา - กระทู้ล่าสุด โดย อภิญญา
ต๊าย.....ไม่ได้เข้ามาเช็คเรตติ้งนานแล้ว มัวแต่เพลินกับ FB เรตติ้งมากถึง สี่หมื่นกว่าแล้ว ทำลายสติติเลย วันนี้เอาภาพมาฝากเพื่อน ๆ ค่ะ คุณนิเห็นแล้วก็ชมอีกได้นะคะ แต่ไม่ทราบจะสำเร็จหรือเปล่าในกการโพสต์ภาพ เพราะมันมีปัญหารทุกครั้งเลยค่ะ...เพี้ยงสำเร็จที่เหอะนะ

 95 
 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 09:20:00 pm 
เริ่มโดย PeggySueGuerra - กระทู้ล่าสุด โดย อภิญญา
มาตามอ่านแล้วค่ะ อยากรู้ต่อไปแตงจะทำอย่างไร

 96 
 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 09:11:19 pm 
เริ่มโดย PeggySueGuerra - กระทู้ล่าสุด โดย อภิญญา
โอย...สงสารแตงจัง ทำไมซื้อเหลือเกิน ให้เขาหลอกไปได้

 97 
 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 09:05:36 pm 
เริ่มโดย PeggySueGuerra - กระทู้ล่าสุด โดย อภิญญา
แหม....คุณเพ็กกี้ ปล่อยให้ลุ้นอีกแล้ว ว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวรีบอ่านต่อเลย....

 98 
 เมื่อ: เมษายน 14, 2013, 06:34:21 pm 
เริ่มโดย PeggySueGuerra - กระทู้ล่าสุด โดย PeggySueGuerra
มันกลับออกมายากค่ะคุณราสส์ขา เคยถามเจ้าของเรื่องเขาบอกว่าไม่รู้จะหนีไปไหน หนีไปยังไง จะไปขอความช่วยเหลือจากใครล่ะ ภาษาก็พูดไม่ได้ มันอยู่ที่ตัวบุคคลอีกนั่นแหละที่จะกล้าหรือเปล่า คนส่วนใหญ่ก็จะคิดแต่ว่าพูดภาษาไม่ได้จะไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นได้ยังไง

แต่พวกเขาไม่รู้ว่าถ้าเขาหนีไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจ ทางตำรวจเขามีล่ามให้ เขายินดีช่วยเหลือ นอกจากนี้ก็ยังได้รู้แหล่งค้าประเวณีด้วย ถ้าเจ้าทุกข์ไม่เอาเรื่องคนชั่วก็ยังคงลอยนวลอยู่

 99 
 เมื่อ: เมษายน 14, 2013, 06:19:38 pm 
เริ่มโดย PeggySueGuerra - กระทู้ล่าสุด โดย PeggySueGuerra
มาฟังเรื่องของแตงต่อนะคะ

ในที่สุดแตงก็ต้องจำใจรับแขก ลูกค้ารายแรกเป็นคนผิวดำ แตงกลัวแสนกลัวแต่แม่หงุ่นขู่เสียจนแตงขยาด แถมยังกำชับอีกด้วยว่าอย่าแสดงสีหน้าไม่เต็มใจอีก “ถ้าลูกค้ามาบอกว่ามึงชักสีหน้า ทำท่าเหมือนไม่เต็มใจอีกคราวนี้กูจะให้ไอ้โอซ้อม แล้วขังให้มึงมึงอดข้าวสามวัน เลือกเอาว่าจะทำงานดีๆ หรือว่าจะโดนขังอีก”

แตงยังจำรสชาติของความหิวโหยได้ ไม่อยากถูกทรมานอีก ก็ต้องจำใจขึ้นห้องกับเจ้ามืดคนนั้น เห็นรูปร่างของมันตอนไม่มีเสื้อผ้าแล้วมันน่าขยะแขยงและน่าคลื่นไส้เป็นที่สุด พอเข้าห้องได้มันก็ไม่รีรอให้เสียเวลาจัดการจนเสร็จสมอารมณ์หมาย แล้วมันก็แต่งตัวรีบออกไป
ทำให้แตงนึกถึงไอ้ชด มันก็มาลักษณะเดียวกัน พอมีอารมณ์มันก็ไม่สนใจว่าแตงจะมีอารมณ์ด้วยหรือเปล่า มันก็เกือบจะเหมือนโดนข่มขืน เพียงแต่ว่ามันไม่ได้ใช้กำลังบังคับ มันถือว่ามันเป็นผัวมันต้องการเวลาใดก็ได้ ไม่ว่าเช้า สาย บ่าย เย็นถ้ามันจะเอาเสียอย่างแตงก็ขัดมันไม่ได้ ครั้นจะขัดขืนก็ไม่อยากมีเรื่องมีราว ไอ้ชดเป็นผัวประเภทเลี้ยงเมียด้วยลำแข้ง

พอลูกค้ามืดออกไป แตงนอนน้ำตาไหลอยู่นาน ยังทำใจไม่ได้ สักพักโอก็มาเคาะประตูเรียก “ทำอะไรอยู่วะ เสร็จแล้วก็ลงไปที่ห้องรับแขก” แตงก็ต้องผืนใจเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตา พอไปถึงห้องรับแขกแม่หงุ่นก็เห็นร่องรอยการร้องไห้ แตงก็เลยโดนด่าอีก “สะดิ้งจริงนะมึง แค่นี้ทำเป็นร้องไห้ อยากโดนขังหรือไง”

ลูกค้ารายแรกมาใช้บริการของแตงตอนสี่โมงเย็น หลังจากนั้นก็ไม่มีลูกค้าเข้ามาอีก ประมาณห้าโมงเย็นน้าจวนก็มาเรียกให้ไปกินข้าว ในห้องกินข้าวมีหญิงสาววัยใกล้เคียงกับแตงนั่งอยู่ก่อนแล้วสี่คน คนหนึ่งเรียกให้แตงไปนั่นโต๊ะเดียวกัน เขาใช้วิธีเชื้อเชิญโดยใช้เท้าเขี่ยเก้าอี้ให้แตง ถึงแตงจะเรียนหนังสือน้อย ไม่มีใครอบรมมารยาทให้ แต่แตงก็รู้สึกขัดตากับการใช้เท้าเลื่อนเก้าอี้
 
“เป็นไงวะ วันนี้ได้กี่ประตูแล้ว” ผู้หญิงคนที่เลื่อนเก้าอี้ด้วยเท้าถามแตง
“เอ้อ...ประตูอะไรเหรอ” แตงยังงงกับคำถาม
หญิงสาวคนอื่นๆหัวเราะ “มึงนี่ไร้เดียงสาจริงๆ เจ๊ติ๋มเขาหมายถึงว่าวันนี้มึงรับแขกกี่คนแล้ว”
“ก็เพิ่งได้คนเดียว” แตงตอบอย่างเขินๆ
“ไอ้มืดเป็นไงบ้าง มันให้ทำอะไรพิศดารมั่งหรือป่าว” หญิงสาวร่างเล็กตาคมถาม

แตงรู้สึกอับอายที่จะพูดเรื่องแบบนี้ แต่คนอื่นกลับไม่รู้สึก เมื่อแตงไม่ตอบ พอหล่อนก็เล่าประสบการณ์ในห้องนอนกับแขกอย่างหมดเปลือก แตงเกือบจะทนฟังไม่ได้ พาลจะกินข้าวไม่ลง แต่คนอื่นกลับเห็นเป็นเรื่องบันเทิง ทนไม่ไหวจริงๆก็ขอตัวเดินกลับไปที่ห้องรับแขก

พอกลับไปยังไม่ทันได้นั่งลงโอก็บอกว่ามีแขกรออยู่แล้ว แตงนึกในใจว่าข้าวยังไม่ทันเรียงเม็ดเลยก็ต้องรับแขกอีกแล้ว ลูกค้ารายที่สองเป็นผู้ชายวัยกลางคนผิวขาว ดูท่าทางจะเป็นพวกใช้แรงงาน ดูบึกบึน รายนี้ก็ไม่พูดพล่าม พอเข้าห้องได้ก็ปฏิบัติกิจจนเสร็จสมอารมณ์หมายแล้วก็จากไป
หลังจากนั้นก็มีมาอีกสอง-สามราย เป็นคนเอเซียบ้าง ผิวขาวบ้าง แม่หงุ่นบอกว่าวันธรรมดาแขกไม่ค่อยเยอะ ถ้าเป็นศุกร์-เสาร์ละก้อแขกจะเยอะกว่านี้ แตงนึกในใจว่าขนาดนี้ยังระบมไปทั้งตัว แล้วเราจะต้องทำงานใช้หนี้อีกนานแค่ไหนถึงจะพ้นขุมนรกนี่

จนกระทั่งรับแขกรายสุดท้าย ผู้ชายผิวขาวร่างสูงใหญ่ หน้าตาดี คะเนว่าอายุก็คงรุ่นราวคราวเดียวกับแตง ก่อนจะลงมือเขาจับแตงผูกไว้กับเตียง แตงเริ่มหวาดกลัว มันจะทำอะไรเรานี่ แล้วลูกค้าก็เริ่มออกอาการวิตถาร พอแตงขัดขืน ลูกค้าก็ตบหน้าแตงอย่างแรง ยิ่งแตงหวาดกลัวร้องด้วยความเจ็บปวด มันก็เอาผ้าอุดปากไว้ อาการหวาดกลัวและเจ็บปวดของแตงยิ่งทำให้มันคึกและมีความสุขสุดยอด ไอ้นี่มันวิตถารจริงๆ

กว่าจะหมดลูกค้าคืนนั้นก็เป็นเวลาตีสอง ลินดาบอกให้แตงรู้ว่า “วันนี้เธอรับแขกห้าราย ส่วนแบ่งของเธอวันนี้สองร้อยห้าสิบดอลล่าร์ แต่ฉันจะหักใช้หนี้หมด ถ้าเธอจำเป็นต้องใช้เงินซื้อของจำเป็นก็บอกฉัน”

“พี่ลินดา วันนี้หนูโดนแขกตบ มันจะให้หนูเอ้อ.. เอาไอ้นั่นของมัน......” แตงบอกลินดาด้วยความคับแค้นใจ
“เรื่องธรรมดา ถ้าแกไม่ยอมแขกก็ลงไม้ลงมือ เมื่อมาทำงานแบบนี้ก็ต้องทำใจ” ลินดาพูดจบก็เดินหนีไป

แตงร้องไห้โฮด้วยความคับแค้นใจ

เรื่องของแตงยังมีอีก เจอแค่นี้ก็ยังนับว่าน้อย ครั้งต่อๆไปชีวิตเธอจะเจออะไรอีกมากมาย ไม่กล้าเล่าละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของแตงนะคะ เดี๋ยวจะกลายเป็นนิยายอีโรติคไป ในบทสัมภาษณ์ของคนต้นเรื่องเขาถามละเอียดมาก ละเอียดจนเพ็กกี้อายแทนเลยค่ะ เอาเป็นว่าเราอ่านนิยายชีวิตก็แล้วกัน จะเน้นเรื่องชะตากรรมของแตงมากกว่าการรับแขกนะคะ
/color]

 100 
 เมื่อ: เมษายน 03, 2013, 07:53:48 am 
เริ่มโดย PeggySueGuerra - กระทู้ล่าสุด โดย Rass

...เส้นทางแบบนี้...

...เป็นเส้นทางอันตราย...เด็กสาวไม่สาวที่ด้อยปัญญาจำนวนมากต้องเจอะเจอ

....บางคนเลือกที่จะเดิน.แต่บางคนถูกบังคับให้เดิน

..ที่แปลกคือจำนวนมากเมื่อเดินเข้าไปแล้ว.....ไม่อยากเดินกลับออกมา

หน้า: 1 ... 8 9 [10]
Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF