www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นิยายตอน ที่2 ผิดคาด (ต่อ)  (อ่าน 1471 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: มีนาคม 03, 2013, 05:48:05 pm »

ขอบคุณคุณราสส์และคุณปิ๋มที่เข้ามาอ่าน อ่านไปหลายๆตอนแล้วคุณปิ๋มอาจจะเปลี่ยนจากความสงสารแตงเป็นความสมเพชก็ได้ อย่าหาว่าคนเขียนใจร้ายเลย นิยายก็จำลองมาจากชีวิตจริง ของจริงที่เพ็กกี้เจอมาตอนปฏิบัติงาน จะเล่าให้ฟังก็ได้ว่า ทนายความสัมภาษณ์เจ้าของเรื่องใช้เวลาทั้งหมด5ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่9โมงเช้าจนถึงบ่ายสองโมงสิบห้านาที วันนั้นไม่มีใครได้กินข้าวกลางวัน ทั้งทนาย เจ้าตัว และล่าม เมื่อใดก็ตามที่ต้องใช้ล่าม การสนทนาจะใช้เวลาเป็นสองเท่าของการพูดคุยตามปกติค่ะ วันนั้นเพ็กกี้ทำดีท็อกซ์ล้างพิษด้วยวิธีที่เขาเรียกว่าmono-fasting วันหลังจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟังค่ะ บอกได้อย่างเดียวว่าวันนั้นหิวววววมากกกกกก

วันนั้นลินดาทิ้งแตงไว้ในห้อง สำทับว่าคืนให้นอนพักผ่อนให้มากๆ รุ่งขึ้นจะให้เริ่มทำงานทันที ก่อนจะเดินจากไป
ลินดาบอกว่า “อยู่แต่ข้างบนนี้ ไม่ต้องออกไปเดินเพ่นพ่าน ห้องน้ำอยู่ติดกับห้องนอน ตรงข้ามห้องนอนเป็นห้องกินข้าว ที่นี่มีอาหารให้กินสองมื้อ พรุ่งนี้ฉันจะกลับมาใหม่”
หลังจากที่ลินดาออกไปแล้วแตงก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า รู้สึกเพลียและผล็อยหลับไปนานแค่ไหนไม่รู้ ตื่นขึ้นมาอีกทีตอนที่รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ ไฟในห้องปิดมืด แตงนึกขึ้นมาได้ว่าก่อนนอนลืมปิดไฟ คนที่เข้ามานอนทีหลังคงจะเป็นคนปิดไฟ ต้องใช้เวลาสักพักกว่าแตงจะคุ้นกับความมืด และหาทางไปห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว แตงไม่กล้าเปิดไฟในห้องนอน พอจะรู้ว่ามีคนนอนอยู่ในห้องด้วยหลายคน แตงไม่อยากทำเสียงดังรบกวนพวกเขา

พอกลับมานอนที่เตียงแตงไม่สามารถหลับต่อได้ ได้แต่นอนพลิกไปพลิกมาทำอย่างไรมันก็ไม่ยอมหลับ  มันน่าเบื่อเหลือเกิน พอนอนไม่หลับก็เริ่มคิดฟุ่งซ่าน พรุ่งนี้จะเจอกับอะไรบ้างก็ไม่รู้ ดูท่าทางลินดาเป็นคนที่โหดทีเดียว ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอเรื่องแบบนี้ อย่างนี้ที่เขาเรียกว่าหนีเสือปะจรเข้ แตงพยายามหนีความยากจน แต่กลับมาเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เข้าตาจน เรื่องที่จะคิดหนีคงจะยาก แตงพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ถึงจะหลบหนีออกไปจากที่นี่ได้ แต่จะไปขอความช่วยเหลือจากใครล่ะ จะไปบอกเล่าอธิบายให้เขาฟังก็ไม่รู้จะพูดว่ายังไง แล้วก็ไม่รู้จักใครสักคนที่พอจะไปขอความช่วยเหลือได้

แตงไม่รู้ว่าตอนนั้นเป็นเวลากี่ทุ่มกี่ยาม ได้แต่นอนพลิกกระสับกระส่ายในความมืด ตอนนี้เริ่มนึกถึงไอ้ชดผัวขี้เมาที่เธอเพิ่งจากมา ไม่ได้มีความอาลัยอาวรณ์มันหรอก เพียงแค่สงสัยว่ามันจะอาละวาดฟาดหัวฟาดหางอย่างไรบ้างเมื่อรู้ว่าเธอหอบผ้าหนี มันเองก็คงนึกไม่ถึงว่าเธอจะกล้าไปจากมัน เพราะมันรู้ว่าแตงไม่สามารถจะกลับไปอยู่กับพ่อแม่ได้ ไอ้ชดเองก็ไม่ได้พิศวาสแตง แต่มันขาดรายได้ ขาดคนที่มันจะรีดไถเพื่อเอาเงินไปซื้อเหล้ากิน

คิดเรื่องโน้นเรื่องนี้นอนพลิกไปพลิกมาจนฟ้าสว่าง แตงจึงเห็นว่าในห้องมีหญิงสาวนอนอยู่ทั้งหมดห้าคนรวมทั้งแตงด้วย มาถึงตอนนี้จะให้นอนต่อก็คงจะไม่ได้แล้ว ผู้หญิงคนอื่นๆก็กำลังหลับอย่างสบายกัน แตงลุกจากเตียง เธอพยายามไม่ทำเสียงดัง เข้าห้องน้ำล้างหน้าแปรงฟันและแต่งตัวใหม่ ลินดาบอกว่าตรงข้ามห้องนอนเป็นห้องกินข้าว ตอนนี้ท้องเริ่มร้องด้วยความหิวแล้ว ไปดูซิว่าเผื่อจะมีอะไรกินได้บ้าง

ที่ห้องกินข้าวมีโต๊ะและเก้าอี้ขนาดสี่คนนั่งอยู่สี่ชุด เห็นตู้ติดผนัง แตงเปิดดูเห็นว่ามีถ้วย ชาม และแก้วน้ำ ไม่มีตู้เย็น และไม่เห็นว่ามีอะไรที่พอจะกินรองท้องได้เลย ลินดาสั่งไว้ว่าให้อยู่แต่ชั้นบน แต่แตงอยากรู้ว่าข้างล่างพอจะมีอะไรให้กินได้บ้าง บางทีครัวอาจจะอยู่ข้างล่าง แตงเดินลงบันไดไปชั้นล่าง ที่ห้องโถงที่แตนเห็นมีผู้หญิงนั่งรอแขกเมื่อคืนนี้เงียบเชียบไม่มีใครสักคน แตงเดินเรื่อยๆผ่านห้องหลายห้องที่ปิดไว้ แตงนึกในใจว่าทำไมมีห้องมากนัก สถานที่นี้มองจากภายนอกดูแคบ แต่พอเข้ามาแล้วกลับกว้างขวางมีห้องตั้งหลายห้อง เดินหมุนไปหมุนมาก็ยังหาครัวไม่เจอสักที หิวมากเสียด้วย อาหารเย็นที่ไปกินกับลินดาเมื่อวานมันย่อยไปหมดแล้ว แตงได้แต่ดื่มน้ำพอประทังความหิวไปได้ชั่วคราว นึกถึงตอนที่อยู่บ้านนอกก็ยังเคยอดมื้อกินมื้อ แต่ตอนนั้นแตงก็ยังพอจะเอาตัวรอดได้ ยังเคยเดินไปขอข้าววัดกินด้วยซ้ำตอนที่หิวจัดๆ แต่ตอนนี้ดูมันอับจนหนทาง
 
สถานที่นี้ตอนเช้าผิดกับเมื่อคืนมาก ตอนกลางคืนดูคึกคัก แต่ตอนนี้ดูเงียบเหงา แตงรู้สึกวังเวงยังไงก็บอกไม่ถูก นึกในใจว่าแล้วคนอื่นๆเขาจะตื่นกันตอนไหนละนี่  จะต้องทนหิวไปอีกกี่ชั่วโมงกัน มันเป็นความทรมานอย่างมากๆเลย เมื่อคืนก็ได้นอนไม่กี่ชั่วโมง แล้วก็หลับต่อไม่ได้จนสว่างคาตา แล้วนี่ยังต้องมารอให้คนอื่นตื่นซึ่งก็บอกไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ แตงตัดสินใจว่าขึ้นไปนอนต่อดีกว่า ถึงจะไม่หลับก็ยังดีกว่ายืนหมุนไปหมุนมา

ตอนเดินกลับขึ้นไปชั้นบนแตงเห็นนาฬิกาที่ติดไว้ที่ฝาผนังบอกเวลาอีกสิบนาทีจะแปดโมงเช้า แตงบอกกับตัวเองว่าที่เมืองไทยก็คงจะเป็นเวลาเกือบสองทุ่ม แตงจำได้ว่าลินดาเคยพูดว่าเวลาที่เมืองไทยต่างกับที่ชิคาโกสิบสองชั่วโมง นึกถึงตอนที่อยู่เมืองไทย สองทุ่มเป็นเวลาที่แตงเข้านอน คนต่างจังหวัดจะนอนเร็ว โดยเฉพาะในชนบทไกลๆที่ไม่มีเครื่องบันเทิงเริงรมย์ แตงฐานะยากจนไม่มีโทรทัศน์จะดู การเข้านอนแต่หัวค่ำจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา พอมาถึงตอนนี้แตงก็เริ่มง่วง แตงยังชินกับเวลาที่เมืองไทย ร่างกายยังปรับเข้ากับเวลาท้องถิ่นไม่ได้

หลับไปนานแค่ไหนไม่รู้ เมื่อตื่นขึ้นมาแตงเห็นว่าพวกผู้หญิงที่นอนร่วมห้องยังคงหลับไหลกันอยู่ แตงรีบเข้าห้องน้ำพอทำธุระส่วนตัวเสร็จแตงก็ออกมาดูนาฬิกาที่ห้องโถง เที่ยงพอดี “อืม..เราหลับไปหลายชั่วโมง” แตงนึกในใจ เอาละ...ลองเดินไปที่ห้องกินข้าวอีกที

คราวนี้แตงเห็นผู้หญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับแม่ของแตงกำลังเตรียมจัดอาหารอยู่ แต่ผู้หญิงคนนี้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใส มีเครื่องประดับเป็นสร้อยคอ และสร้อยข้อมือที่ทำด้วยทอง แตงเดินเข้าไปหาพร้อมกับยกมือไหว้ ผู้หญิงคนนั้นถามขึ้นว่า “มาไหม่ใช่ไหม ชื่ออะไรน่ะเรา”
“ชื่อแตงค่ะ แล้วน้าชื่ออะไรคะ”
“ฉันชื่อรัญจวน เป็นแม่บ้านที่นี่”
“เมื่อคืนหนูตื่นขึ้นมากลางดึก แล้วก็หลับต่อไม่ได้ นอนพลิกไปพลิกมาจนสว่างคาตา ตอนเช้าหิวมากเลย มองหาของกินก็ไม่มี ตอนแปดโมงเช้ากลับไปนอนต่อ ได้หลับไปอีกหลายชั่วโมง ค่อยยังชั่วหน่อย ว่าแต่น้านอนห้องไหนหรือคะ”
“ฉันไม่ได้อยู่ที่นี่ มาเช้าเย็นกลับ เอ้อ ไม่ใช่ซินะ มาเช้าค่ำกลับ ต้องรอเก็บล้างถ้วยชามที่กินกันตอนมื้อเย็นให้เสร็จก่อนถึงจะกลับได้ ที่นี่เขากินข้าวกันสองมื้อ ตอนเช้ากว่าจะตื่นกันก็เลยเที่ยงไปแล้ว ฉันมีหน้าที่ทำอาหารกลางวัน ส่วนใหญ่ก็จะกินกันประมาณบ่ายโมง มื้อเย็นกินกันตอนหกโมง”
“แล้วครัวอยู่ที่ไหนล่ะน้า”
“อยู่ด้านในของห้องนี้แหละ ถ้าเธอคิดว่าจะเข้ามาทำอะไรกินเองละก้อ เจ้าของที่นี่เขาไม่อนุญาต”
“พี่ลินดาเป็นเจ้าของเหรอ”
“ไม่ใช่ เจ้าของชื่อเจ๊องุ่น เดี๋ยวบ่ายๆเธอก็จะเห็น เจ๊หงุ่นแกคอยนั่งคุมเก็บเงินเอง”
“พี่ลินดาไม่ใช่เจ้าของ แล้วเขาทำอะไรที่นี่ล่ะ”
“เขามีหน้าที่หาคนมาให้เจ๊หงุ่น”
“น้าอยู่นี่มานานแล้วเหรอ หนูหมายถึงอยู่เมืองนี้น่ะ”
“ก็อยู่มายี่สิบปีแล้วนะ อ้าว...ไอ้โอมาแล้วหรือ” น้าจวนหันไปทักคนที่มาใหม่ แตงหันไปมองผู้ชายที่เพิ่งเดินเข้ามา ผู้ชายคนนี้รูปร่างล่ำ อย่างที่เขาเรียกว่ามะขามข้อเดียว รูปหน้าเหลี่ยม ไว้หนาวไว้เครา แตงเห็นความเหี้ยมจากแววตาของผู้ชายคนนี้อย่างชัดเจน

ผู้ชายที่ชื่อโอหันมามองแตงแล้วพูดว่า “ลินดาสั่งแล้วใช่ไหมว่าให้อยู่แต่ข้างบน เมื่อเช้าเธอลงไปเดินเพ่นพ่านข้างล่าง”
“เมื่อเช้าหนูหิวมาก หนูเดินลงไปดูว่าครัวอยู่ที่ไหน ว่าแต่พี่รู้ได้ไงว่าหนูลงไปข้างล่าง หนูไม่เห็นมีใครสักคน”
“ที่นี่มีกล้องวงจรปิด พอฉันตื่นขึ้นมาฉันก็ตรวจกล้องวงจรปิดทุกครั้งว่ามีใครทำอะไรบ้าง ถ้าคิดที่จะหนีละก้อไม่มีทางนะ จะบอกให้ ที่นี่มีสัญญาณกันขโมย ถ้าเธอออกพ้นประตูสัญญาณจะดังทันที”
“วันหลังเธอฝากฉันซื้อพวกขนมแห้งๆเก็บเอาไว้กินเผื่อหิวตอนดึกๆหลังเลิกงาน” น้าจวนบอกแตงอย่างเห็นใจ
“ข้าวเสร็จยังพี่จวน จะได้ให้เด็กใหม่รีบๆกิน พอลูกค้ามาจะได้เริ่มทำงาน เดี๋ยวลินดาคงมา” โอถามน้าจวนพร้อมกับหันมาจ้องหน้าแตง
“อ้าว ลินดามาพอดี” น้าจวนบอก

วันนี้ลินดาแต่งตัวแบบเดิม กางเกงบลูจีนขาดที่หัวเข่า และเสื้อยืดรัดรูปสีชมพูสดคอคว้านต่ำจนเห็นร่องอก ลินดาใส่แว่นตาดำขนาดใหญ่ แม้กระทั่งเข้ามาอยู่ในห้องที่ไฟสลัวอย่างเมื่อคืนนี้ เธอก็ยังไม่ถอดแว่น แตงยังไม่เคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของลินดา
“แตง ฉันซื้อเสื้อผ้ามาให้เธอ เธอไปเปลี่ยนเสื้อ แล้วค่อยออกมากินข้าว” ลินดายื่นถุงเสื้อผ้าให้แตง แตงรับมาเปิดดู เห็นกางเกงขาสั้น และสื้อยืดรัดรูปหลายตัว ลักษณะแบบเดียวกับที่พวกผู้หญิงในห้องรับแขกเมื่อคืนสวมใส่
“พี่ลินดา หนูต้องแต่งตัวแบบนี้ด้วยหรือ มัน เอ้อ....”
“นี่อย่าเรื่องมาก บอกให้ไปเปลี่ยน ค่าเสื้อผ้าฉันจดไว้แล้ว และจะหักจากค่าจ้างของเธอ”
“หนู...ไม่” แตงละล่ำละลักพูด แต่ไม่สามารถพูดได้จนจบ
“เฮ้ย ไอ้โอ ท่าทางมึงจะได้ออกกำลังแต่เช้า สั่งสอนอีนี่หน่อยว่าการดื้อดึงจะเป็นยังไง”
โอปราดเข้ามาหาแตงพร้อมกับเงื้อมือ แต่ลินดารีบปราม “เฮ้ย เดี๋ยวสินค้าใหม่มีรอยช้ำ บอกกี่หนแล้ว ต้องใช้วิธีของกูนี่ ไม่เหลือร่องรอยการซ้อมให้เห็น”

คนพวกนั้นจะทำอะไรกับแตง คงต้องรออ่านตอนต่อไปนะคะ ไม่นานจนเกินรอค่ะ
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 03, 2013, 07:35:40 pm »

คุณเพ็กกี้คะ...เข้ามาตามอ่านค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาเล่าให้ฟังต่อนะคะ คอยตามลุ้นอยู่เช่นกันค่ะ
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 05, 2013, 06:19:44 pm »


...รอติดตามเรื่องของแดงด้วยครับ..
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 09:05:36 pm »

แหม....คุณเพ็กกี้ ปล่อยให้ลุ้นอีกแล้ว ว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวรีบอ่านต่อเลย....
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF