www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นิยายตอนที่สามมาเล้ว  (อ่าน 2115 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: มีนาคม 11, 2013, 08:39:14 am »

ตอนที่ 3 หนีเสือปะจรเข้
ลินดากระชากผมแตงจากทางด้านหลังจนหน้าหงาย  “โอ๊ย” แดงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
“เฮ้ย เอาอะไรมาอุดปากมันหน่อย ส่งเสียงร้องกูรำคาญ” ลินดาบอก ส่วนเจ้าโอก็รับสนองอย่างทันใจ ไม่รู้ว่ามันไปหาถุงเท้ามาจากไหน แล้วมันก็ยัดถุงเท้าเข้าไปในปากแตง แตงพอจะสัมผัสได้ว่าถุงเท้าข้างนั้นไม่ค่อยสะอาดนัก ลินดากระชากผมแตงจนหน้าหงายไปหงายมาหลายครั้ง แตงรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งหัว นี่เองวิธีซ้อมของลินดาที่ไม่ทำให้เห็นร่องรอยฟกช้ำ ถ้ามีใครเลิกดูใต้ผมของแตงก็คงจะเห็นรอยแดงช้ำและบวมเป็นแน่

“ทีนี้มึงจะยอมดีๆไหม” ลินดาจ้องหน้าแตง แต่มือยังไม่ปล่อยจากผมแตง
“ฮือ ฮือ” แตงพูดไม่ออกด้วยความเจ็บ ซึ่งยิ่งทำให้ลินดาโมโหหนักขึ้น
“อีนี่ โดนขนาดนี้แล้วยังดื้ออีก กูไม่อยากปฐมนิเทศน์รับน้องใหม่ด้วยวิธีรุนแรง แต่มันจำเป็นว่ะ เฮ้ย ไอ้โอมึงเอาอีนี่ไปขัง ไม่ต้องให้ข้าวให้น้ำมัน”
โอตรงเข้ามาจับแขนแตง แตงขืนตัวไว้ ก็เลยถูกโอจับยกขึ้นพาดบ่า แตงดิ้นรน แต่ก็สู้แรงโอไม่ได้ โอจับแตงโยนเข้าไปในห้องหนึ่งซึ่งอยู่ชั้นใต้ดิน แล้วก็ปิดกุญแจขัง ในห้องใต้ดินมืดมาก อากาศเย็นชื้นและอับ แตงรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ มองดูแล้วหนทางที่จะหนีออกไปจากที่นี่ไม่มีเลย ขนาดอยู่ข้างบนยังมองไม่เห็นทางที่จะออกไปจากที่นี้ได้ คนพวกนี้ใจร้ายจริงๆ จะให้แตงยอมทำตามอย่างที่มันพูด แตงก็ยังทำใจไม่ได้ แตงไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไรบ้าง ลูกค้าที่มาใช้บริการที่นี่ส่วนใหญ่ก็คงจะเป็นฝรั่ง เกิดมาแตงยังไม่เคยพูดจากับฝรั่งสักครั้ง

ท้องเริ่มร้องด้วยความหิวอีกแล้ว นับตั้งแต่เวลาที่กินอาหารครั้งสุดท้ายจนถึงตอนนี้มันก็เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงไปแล้ว เวลาหิวจัดๆแตงจะรู้สึกเวียนหัวและหน้ามืด ตอนที่อยู่บ้านนอกพอหิวก็เอาน้ำลูบท้อง แล้วก็ออกไปหาเศษอาหารที่เหลือจากลูกค้าตามร้านอาหาร หรือไม่ก็เดินไปขออาหารเหลือจากวัด แต่เวลานี้แม้แต่น้ำลูบท้องก็ยังไม่มี คิดวนไปเวียนมารู้สึกสมเพชตัวเองเหลือเกิน มือไม้สั่นด้วยความหิว ลมในท้องตีขึ้น แตงอยากอาเจียนมาก

แตงถูกขังอยู่ในนั้นนานแค่ไหนก็บอกไม่ได้ รู้แต่ว่าทรมานมากเพราะความหิว ความรู้สึกกลัวประกอบกับความหิวทำให้แตงหมดสติไปพักใหญ่ มารู้ตัวอีกทีก็มีคนมาปลุก โอนั่นเอง “ตื่นได้แล้ว” มันไม่ได้ปลุกดีๆ แต่ใช้เท้าเขี่ยแตง “ขึ้นไปข้างบนได้ คราวนี้หวังว่ามึงคงจะไม่ขัดขืนอีกนะ”

แตงเดินตามโอขึ้นมาจนถึงห้องกินข้าวชั้นบน แตงเห็นลินดายืนจ้องอยู่ ลินดาหันไปบอกผู้หญิงคนหนึ่งที่วัยใกล้เคียงกับแตง “นังอี๊ด จัดการพามันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ถ้ามันไม่ยอมอีกก็บอกไอ้โอ ทีนี้คงต้องจัดการขั้นเด็ดขาด” อี๊ดรับคำแล้วเขามาจับแขนแตนให้เดินตามไปที่ห้องนอน อี๊ดบอกว่า “อาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เอ้านี่ห่อเสื้อที่เจ๊ดาแกซื้อให้”
“ฉันต้องแต่งตัวแบบนี้ด้วยหรือ” แตงย้อนถาม
“ใช่ เธอไม่มีทางเลือกหรอกนะ ขัดขืนไปก็มีแต่โดนลงโทษ”
แตงเริ่มร้องไห้ อี๊ดมองอย่างรำคาญ “อยากจะโดนขังอีกรอบหรือไง”
“ไม่ ไม่เอา หิวข้าวจนแสบไส้แล้ว” แตงละล่ำละลักบอก
“ถ้างั้นก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ถ้าเธอยอมดีๆเดี๋ยวก็จะได้กินข้าว”

ในที่สุดแตงก็ยอมเปลี่ยนเสื้อผ้า อี๊ดพาไปกินข้าว อาหารมื้อแรกที่บ้านหลังนี้มีแกงเผ็ด และผัดผัก รสชาติก็ไม่เลว อาจจะเป็นเพราะความหิวด้วยที่ทำให้อาหารธรรมดากลายเป็นของอร่อย พอกินอาหารเสร็จก็เริ่มมีแรง อี๊ดบอกว่าทุกคนจะตื่นไม่เกินบ่ายโมง อาบน้ำแต่งตัวแล้วก็ออกมากินอาหาร สักประมาณบ่ายสามโมงก็จะเริ่มมีลูกค้า
“ตอนบ่ายก็มีลูกค้าบ้าง แต่จะเริ่มคึกคักตอนทุ่มนึงไปแล้ว พวกเราจะทำงานกันจนลูกค้าไปหมด บางครั้งกว่าจะได้นอนก็เกือบตีห้า เราทำงานกันทุกวันไม่มีวันหยุด” อี๊ดอธิบาย
“แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างล่ะ”
“พอลูกค้าเข้ามา เจ๊หงุ่นจะดูว่าใครว่างบ้าง แล้วก็แจกจ่ายลูกค้าให้ เธอต้องเตรียมน้ำขวด ผ้าขนหนู ลูกค้าเข้ามาในห้องก็เช็ดตัวให้เขาก่อน แล้วก็เริ่มนวดให้ลูกค้าผ่อนคลาย”
“เอ้อ ฉันนวดไม่เป็น”
“เดี๋ยวจะสอนให้ ก็แค่ๆบีบๆ นวดๆเบาๆมือ ไม่ได้นวดแบบนวดแผนโบราณ เอาพอโหมโรงปลุกอารมณ์ลูกค้า”
“เอ้อ....” แตงก็ไม่ได้ไร้เดียงสาจนไม่รู้ว่าอี๊ดหมายความว่าอย่างไร แตงไม่ใช่สาวบริสุทธิ์แต่ก็อดกระดากไม่ได้
“มาถึงตอนนี้แล้วจะย้อนกลับไปก็ไม่ได้แล้ว” อี๊ดบอกด้วยความเข้าใจว่าแตงรู้สึกอย่างไร และพูดต่อไปว่า “เธอมานี่ก็เพราะอยากได้เงินไม่ใช่รึ”
“ใช่ ฉันอยากทำงาน ตอนแรกคิดว่าจะได้ทำร้านอาหาร ไม่นึกว่า...”
“พวกที่ถูกส่งไปทำร้านอาหารก็มี แต่สภาพก็ไม่ได้ดีไปกว่าที่นี่หรอก”
“แล้วเธอมาอยู่ที่นี่นานแล้วหรือ” แตงถามด้วยความอยากรู้

ยังไม่ทันที่อี๊ดจะตอบผู้หญิงรูปร่างท้วมผิวขาว อายุราวสี่สิบเศษ แต่งหน้าเต็มที่ก็เดินเข้ามาในห้อง เธอแต่งตัวด้วยเสื้อกระโปรงติดกันที่มีสีสันฉูดฉาด คอเสื้อคว้านต่ำจนแห็นทรวงอกขนาดใหญ่ ที่หู คอ และข้อมือมีเครื่องประดับทับทิมล้อมเพชรเข้าชุดกัน
“อ้าว แม่หงุ่น” อี๊ดหันไปทัก
“นี่หรือเด็กใหม่” แม่หงุ่นจ้องหน้าแตง “ไง ได้ข่าวว่าทำฤทธิ์แต่วันแรกเลย”
แตงก้มหน้าไม่ตอบ อี๊ดบอกว่า “เธอยังไม่เคยเจอแม่หงุ่น นี่แม่หงุ่นเจ้าของที่นี่ ไหว้แม่เขาซิ”
แตงยกมือไหว้ แม่หงุ่นดูเป็นคนหูตาพราวพราย ท่าทางจะมีจริตไม่น้อย เสียงที่พูดฟังดูแล้วเหมือนดัดให้แหลมเกินไป
“ฉันอยากมาดูว่าเด็กใหม่หน้าตาเป็นไง จะมาดูตั้งแต่เมื่อวาน แต่ได้ข่าวว่าโดนส่งไปอบรมในห้องมืด อืม หน้าตาก็หมดจดดี เมื่อก่อนมาเมกาทำงานอะไร” แม่หงุ่นเริ่มสัมภาษณ์
“หนูก็รับจ้างทั่วไปค่ะ” แตงตอบ
“เธอรับแขกแต่ละวันลินดาจะมารับเงินส่วนแบ่งของเธอจากฉัน เธอใช้หนี้หมดเมื่อไหร่ถึงจะได้รับค่าจ้าง ถ้าลูกค้าติดใจเธอ เธอมีแขกเยอะ เธอก็จะปลดหนี้ได้เร็ว”
“แม่  แขกเริ่มเข้าแล้ว” โอเดินมาบอก
“ดีเลยให้เด็กใหม่ประเดิม” แม่หงุ่นพูดยิ้มๆ “ไปลงไปข้างล่าง” แม่หงุ่นหันมาบอกแตง
แตงลังเลยังยืนเฉยอยู่ แม่หงุ่นเริ่มหงุดหงิด เธอไม่พูดมาก แต่จิกผมแตงเหมือนที่ลินดาทำกับแตงเมื่อวันก่อน และลากให้เดินตาม “เมื่อวานโดนขังให้อดข้าวแล้วยังไม่เข็ดอีกหรือ”

โดนลากให้เดินตามมาจนถึงข้างล่าง แตงเห็นแม่หงุ่นเปลี่ยนสีหน้าจากนางยักษ์ร้ายกลายเป็นนางฟ้าผู้อ่อนหวานเมื่ออยู่ต่อหน้าลูกค้าฝรั่งร่างใหญ่ผมสีทอง “โอ้ ดาร์ลิ่ง ฮาว อาร์ยู” พูดจบแม่หงุ่นก็เข้าไปหอมแก้มเจ้าฝรั่งนั่น เจ้าหนุ่มผมทองก็เอามือตีก้นแม่หงุ่นเป็นการสัพยอก
“ไอมีเด็กใหม่ สนใจไหม” เขาพูดภาษาอังกฤษกันแตงฟังไม่รู้เรื่อง แต่เดาได้จากกิริยาที่แม่องุ่นชี้มือมาที่แตง เจ้าฝรั่งหันมามองแตงแล้วสั่นหัว
เจ๊หงุ่นเรียกคนที่ชื่อจอยให้ไปกับแขก แล้วหันมาบอกแตงว่า “ทำหน้าให้มันดีๆหน่อย ลูกค้าเขาบอกว่าแกโดนบัง
คับมาหรือไง เขาเห็นหน้าแกแล้วหมดอารมณ์ เลยต้องให้อีจอยไปแทน ยังไงแกก็หนีไม่พ้นต้องรับแขกแน่ๆอยู่แล้ว”

โอ้ แตงเข้าตาจนแล้วจะหนีก็ยังมองไม่เห็นทาง ครั้นจะโอนอ่อนผ่อนตามก็ยังทำใจไม่ได้ แตงจะทำอย่างไรดี ต้องรอลุ้นค่ะ

บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 22, 2013, 11:52:26 pm »

มาลุ้นค่ะ คุณเพ็กกี้

ไม่แน่ใจว่าควรจะสงสารแตงหรือไม่ เพราะเห็นคุณเพ็กกี้เคยเกริ่น ๆ ไว้ว่า
จริง ๆแล้วก็ไม่ค่อยน่า...

ยังไงก็จะคอยตามอ่านนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 03, 2013, 07:53:48 am »


...เส้นทางแบบนี้...

...เป็นเส้นทางอันตราย...เด็กสาวไม่สาวที่ด้อยปัญญาจำนวนมากต้องเจอะเจอ

....บางคนเลือกที่จะเดิน.แต่บางคนถูกบังคับให้เดิน

..ที่แปลกคือจำนวนมากเมื่อเดินเข้าไปแล้ว.....ไม่อยากเดินกลับออกมา
บันทึกการเข้า
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 14, 2013, 06:34:21 pm »

มันกลับออกมายากค่ะคุณราสส์ขา เคยถามเจ้าของเรื่องเขาบอกว่าไม่รู้จะหนีไปไหน หนีไปยังไง จะไปขอความช่วยเหลือจากใครล่ะ ภาษาก็พูดไม่ได้ มันอยู่ที่ตัวบุคคลอีกนั่นแหละที่จะกล้าหรือเปล่า คนส่วนใหญ่ก็จะคิดแต่ว่าพูดภาษาไม่ได้จะไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นได้ยังไง

แต่พวกเขาไม่รู้ว่าถ้าเขาหนีไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจ ทางตำรวจเขามีล่ามให้ เขายินดีช่วยเหลือ นอกจากนี้ก็ยังได้รู้แหล่งค้าประเวณีด้วย ถ้าเจ้าทุกข์ไม่เอาเรื่องคนชั่วก็ยังคงลอยนวลอยู่
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 09:20:00 pm »

มาตามอ่านแล้วค่ะ อยากรู้ต่อไปแตงจะทำอย่างไร
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2013, 02:59:17 pm »

ตามอ่านอยู่นะคะ คุณเพ็กกี้ 

เห็นในเฟซบุ๊คแล้วค่ะ ที่คุณเพ็กกี้บอกเฝอที่อเมริกาก็มีแยะมาก ตอนที่ไป L.A. ครั้งกระโน้นนนน...
เห็นแต่พิซซ่า เยอะแยะมากค่ะ อร่อย ๆ มีให้สั่งกันไม่หวาดไม่ไหว

ถ้าได้ไปอีก คราวนี้เห็นท่าจะต้องไปหาเฝอทานกันบ้างแล้ว

รออ่านต่ออยู่ค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 22, 2013, 03:02:24 pm โดย ชุติมา-ประภัสสร » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF