www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประเด็นร้อน  (อ่าน 1618 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: มิถุนายน 30, 2013, 01:16:40 am »

ก่อนที่จะเล่านิยายตอนต่อไป ขอกล่าวถึงเรื่องที่คนกำลังวิจารณ์กันอยู่ในขณะนี้ เพ็กกี้เองเคยได้ยินชื่ออดีตพระดังชาวญี่ปุ่น แต่ไม่เคยติดตามผลงานของท่าน เมื่อเร็วๆนี้อ่านข่าวว่าท่านสึกหาลาสมณเพศก็ไม่ได้เก็บมาใสใจ จนกระทั่งเห็นรูปท่านในเฟสบุ๊คตอนเป็นฆราวาสแล้วถ่ายคู่กับหญิงสาวคนหนึ่ง

อันที่จริงมันก็เป็นเรื่องธรรมด๊า-ธรรมดาที่พระสึกออกมาเพราะสีกาทำให้ผ้าเหลืองร้อน แต่เผอิญอดีตพระท่านนี้เคยเป็นพระดังมาก่อนก็เลยมีการวิพากษ์กันยกใหญ่ เพ็กกี้ไม่มีความเห็นเพราะไม่รู้จักท่าน ได้อ่านบทความของคุณวรบรรณ ทองวัชระ(นักเขียนสารคดีของสกุลไทย) เธอเขียนในเฟสบุ๊คหน้าของเธอสรุปได้ความว่าการสึกของพระรูปนี้เป็นสิทธิส่วนตัว นักวิจารณ์บางคนก็บอกว่ายังดีกว่าพระที่เสพเมถุนในขณะที่ยังห่มผ้าเหลืองอยู่ สรุปว่าเท่าที่อ่านความเห็นต่างๆก็พบว่าคนไทยรุ่นใหม่มีความใจกว้างพอสมควร

เพ็กกี้รู้จักอดีตพระสองท่านที่เคยมีคุณวฒิและคุณสมบัติของพระที่ดี แต่วาสนาบารมีของท่านอยู่ในเพศบรรพชิตได้แค่นี้ และที่ท่านสึกออกมาท่านก็ไม่ได้ทำให้พระศาสนาเสื่อมเสีย รายแรกเป็นอาจารย์วิปัสสนาชื่อดังจากวัดดังย่านภาษีเจริญ โชคชะตาชักพาให้มาเจอพยาบาลชาวอเมริกันที่ไปปฏิบัติธรรมที่วัดนี้ ต่อมาท่านมหา(ในขณะนั้น)ก็ได้มาเป็นพระธรรมฑูตที่เมกา แล้วไปๆมาๆท่านก็สึกมาอยู่กินกับคุณพยาบาล ทุกวันนี้ทั้งคู่ก็ครองรักกันอย่างปกติสุข ทั้งสองก็กลายมาเป็นเพื่อนที่ดีของเพ็กกี้ อานิสงฆ์ของการบวชเป็นพระมานาน และการฝึกจิตจนถึงขั้นเป็นอาจารย์ทำให้คุณมหามีสติปัญญาและความจำเป็นเลิศ ตอนนี้คุณมหาทำงานอยู่กับบริษัทขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใหญ่มาก เธอทำด้านHardware ซึ่งต้องมีlicenseด้วย ฝรั่งเจ้าของภาษาเองบางคนยังใช้เวลาสอบเอาlicenseหลายครั้ง แต่คุณมหาสอบครั้งเดียวผ่านเลย

อีกรายก็เป็นพระธรรมฑูตมาปฏิบัติศาสนกิจที่เมกา แล้วก็มาเจอครูอาสาสมัครที่มาสอนภาษาไทยให้เด็กไทยที่โตในเมกา ครูก็พักอยู่ที่วัด ตอนที่ครูอยู่ก็ไม่มีทีท่าอะไร ทั้งสองก็ไม่แสดงออกให้เป็นที่ผิดสังเกต จนกระทั่งครูหมดวาระกลับประเทศไทย คุณมหาคนนี้ร้อนรนอยู่ไม่ได้ ก็ลาท่านเจ้าอาวาสกลับเมืองไทย ท่านมีเหตุผลว่าจะกลับไปเรียนปริญญาเอก จะต่อด็อกเตอร์ที่เมกาภาษาอังกฤษของท่านก็ยังไม่แข็งแรงนัก จนท่านจากไปหนึ่งปีจึงได้ข่าวว่าท่านสึกและแต่งงาน ป่านนี้ท่านก็คงจะได้จบเป็นด็อกเตอร์สมใจและได้ใช้วิชาความรู้ให้เป็นประโยชน์มหาวิทยาลัยสงฆ์จะได้มีอาจารย์ดีๆ  ก่อนมาเมกาท่านก็เพิ่งได้ปริญญาอักษรศาสตร์มหาบัณฑิตจากจุฬาฯ

ทีนี้มาพูดถึงสีกาที่ไปปฏิบัติธรรมกับสำนักของพระดังๆ ในฐานะที่ตัวเองเป็นสตรีก็ระลึกเสมอว่า เวลาที่เราไปวัดเราต้องสำรวมทั้งกาย วาจา ใจ อย่าได้ทำอะไรให้พระท่านมัวหมอง สตรีบางคนนึกปฏิพัทธิ์พระคุณเจ้า แต่การตบมือข้างเดียวมันไม่ดัง ถ้าเกิดกิเลสขึ้นมาในใจก็จงออกจากวัดนั้นไปเสีย อย่าได้คิดสึกพระเอามาทำสามี คนเราเมื่อปฏิบัติธรรมควรจะมีสติรู้ผิดชอบ เพ็กกี้พูดอย่างเป็นกลางนะ ไม่วิจารณ์ใครโดยเฉพาะเจาะจง เห็นพฤติกรรมของสีกาบางคนที่ไปวัดและทำทุกอย่างให้วัด แม้กระทั่งล้างครัว ขัดส้วม คนเห็นก็อนุโมทนา แต่เรารู้ว่าที่เขาไปป้วนเปี้ยนที่วัดก็เพราะเกิดปฏิพัทธิ์เจ้าอาวาส อย่างนี้ก็เป็นการทำบุญที่ไม่ค่อยบริสุทธิ์ แล้วมันก็มีผลสะท้อนตามมา เจ้าตัวเขาก็บอกว่าทำดีไม่เห็นได้ดีสักที ยังตกงานอยู่เลย พี่เพ็กกี้ก็บอกว่า ถ้าเธอเอาเวลาไปหางานทำป่านนี้ก็ได้งานไปแล้ว แต่มาขลุกอยู่กับวัดแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้งาน บุญทำให้เราอิ่มใจ แต่ไม่ได้ทำให้เราอิ่มท้อง เราควรจะมีชีวิตตั้งอยู่บนความเป็นจริง ไม่ใช่หลงในสิ่งที่เป็นนามธรรมเพียงอย่างเดียว

เพ็กกี้ก็ว่าเสียยืดยาวไปหน่อย เอาเป็นว่าขอคั่นจังหวะก่อนโพสท์นิยายตอนต่อไปนะจ๊ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 30, 2013, 01:19:32 am โดย PeggySueGuerra » บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2013, 05:31:53 pm »


...คนก็คือคน....

...พระก็คือคน...

..สรุปแล้วอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น..

..มันเป็นเรื่องฟ้าลิขิตครับพี่เพ๊กกี้..

...บางครั้งการเป็นอะไรสักอย่าง..

..มันเหมือนเป็นการแสดงอย่างหนึ่ง...เพื่อให้สมบทบาท..เป็นบทซึ่งทำให้ดำรงฐานะอยู่ได้..

..จนเมื่อความจริงปรากฎ...การแสดงก็จบลง...

..ความเชื่อถือและศรัทธาเป็นสิ่งบริสุทธิ์....

..นั่นก้คือสิ่งเหล่านี้จะไม่มีหมดจากสังคมไทย.....ตลอดกาล...
บันทึกการเข้า
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2013, 09:13:27 pm »

สาธุคุณราสส์ พูดได้สมเหตุสมผลดี
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2013, 10:23:10 pm »

พระพุทธองค์ตรัสว่า ทุกอย่างเกิดแต่เหตุ กรณีที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็คงมีเหตุ หรือ กรรมที่ทำมาชักนำให้ต้องเป็นไปนะคะ ต่างกันที่วิธีการที่ถูกหรือผิดค่ะ ขอออกความเห็นแค่นี้นะคะ...
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF