www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นิยายตอนนี้ให้ชื่อว่า ผิดหวังอย่างแรง  (อ่าน 1330 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2013, 09:28:37 pm »

ตอนที่ 5 ผิดหวังอย่างแรง

   แตงไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองทำงานอยู่ในเล้านี้ได้ถึงหกเดือนแล้ว เมื่อไม่มีทางเลือกแตงจึงจำใจต้องรับแขก ต้องยอมรับว่าบางครั้งก็สนุก ถ้าเผื่อเจอแขกดีๆไม่เอาแต่ใจและไม่ให้แตงทำอะไรวิตถาร หัวใจของแตงตอนนี้มันด้านชาเสียแล้ว รออยู่ว่าเมื่อไรจะใช้หนี้ได้หมด จะได้เป็นอิสระเสียที
   
หลังจากเลิกงานแต่ละวันลินดาจะมาที่ร้านนี้ เพื่อมารับค่าจ้างของแตง บางครั้งลินดาก็ให้เงินแตงไว้ซื้อของใช้ส่วนตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าแตงจะมีโอกาสออกไปซื้อหาของใช้เอง ถ้าต้องการของใช้ก็ฝากป้าจวนซื้อ และแตงก็ต้องให้ค่าเสียเวลากับป้าจวนด้วย

   แตงเห็นเพื่อนร่วมงานบางคนออกไปซื้อของโดยลินดาพาไป และไอ้โอทำหน้าที่ขับรถ ก็เหมือนกับมันทำหน้าที่ผู้คุมนั่นแหละ แตงอยากออกไปบ้าง อยากรู้ว่าข้างนอกเป็นอย่างไร ตั้งแต่มาอเมริกาเห็นโลกภายนอกตอนลงจากเครื่องบิน พอถูกส่งเข้าร้านนี้ก็เหมือนกับถูกขังลืม

แตงรวบรวมความกล้าถามลินดาในวันหนึ่ง “พี่ลินดา เวลาที่พี่พาพวกนุชกับอรออกไปข้างนอกหนูจะขอออกไปด้วยได้ไหม”
“นึกยังไงถึงถาม”  ลินดาจ้องหน้าแตง
“ก็...หนูอยากดูว่าข้างนอกมันเป็นยังไง”
“แกเพิ่งมาอยู่ ฉันยังไม่ให้แกออกไป หนอย จะหาทางหนีรึ”
“โธ่พี่ หนูไม่รู้จักถนนหนทางจะหนีไปไหนรอด แล้วทำไมนุชกับอรถึงออกไปได้ล่ะ”
“นุชใช้หนี้หมดแล้ว ส่วนอรมาทำงานที่นี่ด้วยความเต็มใจ ฉันรู้ว่าสองคนไม่มีทางไปไหนเองได้”

แตงได้แต่แอบถอนหายใจ ลินดาคงกลัวเธอจะหนี ถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าแตงไม่มีทางไปไหนได้รอด แต่ลินดาก็ยังไม่ไว้ใจ
“เออนี่ แตง ถ้าเธออยากได้เงินส่งไปให้ทางบ้านบ้างฉันก็จะให้” ลินดาพูดขึ้น ซึ่งทำให้แตงประหลาดใจมาก
“หนูออกไปข้างนอกไม่ได้ แล้วก็ไม่รู้วิธีที่จะส่งเงินด้วย อยากส่งเงินให้แม่เหมือนกัน”
“มีผู้ชายไทยคนหนึ่งเขาทำอาชีพรับโอนเงินไปเมืองไทยให้สำหรับคนไทยที่ไม่มีบัญชีธนาคารที่นี่ ถ้าเธอสนใจเวลาที่เขามาที่นี่ฉันจะแนะนำให้รู้จัก เขาคิดค่าบริการร้อยละห้าของเงินที่เธอจะส่งไปเมืองไทย”
“เขาเป็นลูกค้าที่นี่ด้วยหรือ” แตงถามอย่างโง่ๆ ทั้งๆที่ยังไม่เคยเห็นคนไทยมาเที่ยวที่นี่สักคน
“เปล่า เขาเป็นเพื่อนกับเจ๊หงุ่น เขาจะมาเล่นไพ่ที่นี่กันทุกวันศุกร์-เสาร์ เจ๊หงุ่นแกชอบเล่นไพ่ เวลาขาดขาไพ่ก็โทรไปเรียกคุณกรมา”
“หนูก็อยากได้เงินส่งไปให้แม่บ้าง นี่แม่ยังไม่รู้ว่าหนูมาอเมริกา เออ พี่ลินดา ถ้าหนูจะส่งเงินให้แม่สักหมื่นบาท หนูจะเบิกเป็นเงินดอลล่าร์ได้เท่าไหร่”
“ถ้าคิดตามอัตราแลกเปลี่ยนตอนนี้ก็ประมาณสามร้อยดอลล่าร์ แต่ฉันบอกแกก่อนนะ ถ้าแกเบิกเงินเยอะ โอกาสที่แกจะใช้หนี้หมดก็จะช้าลง”
“งั้นขอหนูคิดดูก่อน เอาไว้เมื่อไหร่คุณกรอะไรนั่นมาที่นี่อีก พี่บอกหนูด้วยนะ”

เฮ้อ เงินของตัวเองแท้ๆยังเบิกมาใช้อย่างที่ต้องการก็ยังยาก แตงคิดว่าถ้าส่งเงินไปให้แม่ได้บ้าง พ่อและแม่อาจจะหายโกรธ แต่มานึกอีกทีแตงก็ไม่อยากให้พ่อแม่รู้ว่าตัวเองมาทำงานอะไรที่อเมริกา

ถึงแม้ว่าตอนนี้แตงจะปรับตัวเข้ากับสถานที่ใหม่ได้แล้ว แต่แตงก็ยังตื่นเร็วกว่าทุกคนในร้านนี้ แตงตื่นขึ้นมาไม่รู้จะทำอะไรก็เข้าครัวไปช่วยป้าจวน อันที่จริงการอยู่บ้านนี้..... เอ ความจริงไม่น่าเรียกว่าบ้านเลย บ้านในความหมายของแตงก็คือสถานที่ที่คนในครอบครัวอยู่ด้วยกัน มีความอบอุ่น แต่สถานที่แห่งนี้มีแต่ความว้าเหว่ และหดหู่ มีคนอยู่หลายคนก็จริง แต่ไม่มีใครใส่ใจใคร บางครั้งแตงอยากจะปรับทุกข์กับใครสักคนก็ไม่มีใครยอมรับฟัง แม้กระทั่งป้าจวนเอง พอแตงเริ่มระบายความอึดอัด ป้าจวนก็ตัดบทว่า “ข้าเองก็มีปัญหาเยอะอยู่แล้ว”

อย่างไรก็ดีป้าจวนก็ไม่เคยพูดจาให้แตงระคายใจ ผู้หญิงที่อยู่บ้านนี้ไม่มีใครต้องทำงานบ้าน ป้าจวนทำทุกอย่าง แม้กระทั่งซักเสื้อผ้าให้ทุกคน แต่พวกผู้หญิงที่ทำงานในนี้ก็ต้องจ่ายค่าบริการให้ป้าจวนด้วย แตงเลือกที่จะซักเสื้อผ้าเอง เพราะพอจะมีเวลาว่าง และอีกอย่างหนึ่งก็คืออยากจะประหยัดเงินไว้ใช้หนี้ให้หมดเร็วๆ

แตงสังเกตเห็นว่าในแต่ละเดือนป้าจวนมีรายได้พิเศษจากผู้หญิงที่ทำงานที่นี่ไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งนี้เพราะคนที่ทำงานที่นี่จะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอก แม้กระทั่งคนที่ไม่มีหนี้หรือเต็มใจที่จะทำงานแบบนี้  เมื่อเป็นเช่นนี้ทุกคนก็ต้องอาศัยไหว้วานป้าจวน และจ่ายค่าบริการให้
วันหนึ่งแตงถามป้าจวนว่า “คุณกรนี่เขาเป็นใครน่ะป้า เห็นพี่ลินดาเขาพูดถึงเมื่อวันก่อน เขาบอกว่าคุณกรรับโอนเงินไปเมืองไทยถ้าพวกเราอยากส่งเงินไปทางบ้าน”

“อ๋อ คุณกรกิต เขาเป็นเพื่อนองุ่น ขาไพ่ด้วยกัน จะว่าไปคุณกรก็อำนวยความสะดวกให้คนในนี้หลายคน พวกเราบางคนที่อยู่อเมริกาอย่างผิดกฎหมายและไม่มีใบอะไรที่ใช้แสดงตัวได้ ก็ไม่สามารถไปเปิดบัญชีกับธนาคารได้ จะส่งเงินไปเมืองไทยเขาก็ต้องขอดูบัตรประจำตัว คุณกรเขามีวิธีให้คนที่เมืองไทยนำเงินไปส่งตามที่ลูกค้าต้องการ ที่ฉันรู้มาก็คือเขาเรียกเก็บค่าบริการสองทาง อย่างแกส่งเงินไปเมืองไทยโดยผ่านคุณกร คุณกรเขาก็คิดค่าบริการจากแกร้อยละห้า พอคนที่เมืองไทยเอาเงินไปให้ทางบ้านแก เขาก็หักเงินไว้ร้อยละสิบ”

“โอ้โฮ ว่าแต่คุณกรมาที่นี่บ่อยไหม”
“มาทุกอาทิตย์ แต่แกไม่เห็นเขา เขามาแกก็รับแขกอยู่ เขาจะมาวันศุกร์หรือเสาร์ แล้วเล่นไพ่กันจนสว่างคาตา แกถามทำไม อยากจะส่งเงินกลับบ้านเรอะ”
“อ๋อ ยังไม่ส่งตอนนี้หรอกจ้ะ ถามดูเฉยๆ”

ตอนที่อยู่เมืองไทยแตงไม่ค่อยได้ทำอาหารบ่อย ที่ไม่ค่อยได้ทำเพราะไม่มีจะกิน อาศัยเก็บผักข้างรั้วมาจิ้มน้ำพริก หรือได้อาหารเหลือจากร้านที่ไปรับจ้างมาพอประทังชีวิต เมื่อมาอยู่ที่นี่แตงกินดีอยู่ดีขึ้น แตงเข้าครัวช่วยป้าจวนก็เลยได้เรียนรู้การทำอาหารจากป้าจวน ป้าจวนบอกว่าเมื่อก่อนแกก็ทำได้แต่อาหารพื้นบ้าน ป้าจวนเองก็เป็นคนต่างจังหวัด พอมาอยู่อเมริกาก็หัดทำอาหารฝรั่งให้สามีกิน สามีเคยพาไปวัดไทย ป้าจวนก็เรียนรู้การทำอาหารไทยภาคกลางจากวัด แตงนึกในใจว่าพ้นจากที่นี่ไปเมื่อไหร่ พอถึงตอนได้กลับเมืองไทยแตงก็ยังพอจะมีวิชาทำอาหารติดตัว จะได้ไปสมัครเป็นแม่ครัวตามร้านอาหาร

เวลาประมาณบ่ายสองโมงของวันหนึ่ง ในขณะที่ทุกคนเพิ่งจะกินอาหารเสร็จ ก็มีเจ้าหน้าที่มาตรวจขอดูใบอนุญาตทำงาน เจ้าหน้าที่เดินตรวจรอบสถานที่และจับกุมผู้หญิงที่ทำงานที่นี่ได้หลายคน ผู้หญิงบางคนไหวตัวทันก็หนีออกทางหลังร้าน แตงกำลังงอยู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นก็โดนเจ้าหน้าที่รวบตัวไว้ เขาพูดว่าอะไรแตงก็ไม่เข้าใจสักคำ เจ้าหน้าที่ก็เลยพาแตงขึ้นรถไป เขาจะพาแตงไปไหนแตงก็ไม่รู้ ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก

จนกระทั่งเจ้าหน้าที่พาแตงมาถึงอาคารใหญ่หลังหนึ่ง เขาให้แตงนั่งรออยู่พักใหญ่ก็มีหญิงคนไทยคนหนึ่งอายุประมาณสามสิบต้นๆ แต่งตัวดี ผู้หญิงคนนี้เดินเข้ามาหาแตงพร้อมกับเจ้าหน้าที่คนที่จับแตงมา หญิงคนนั้นแนะนำตัวว่าเป็นล่าม เธอแปลข้อความทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่พูดให้แตงฟังเป็นภาษาไทย เจ้าหน้าที่ที่จับกุมแตงมาซึ่งตอนแรกแตงเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จริงแล้วคือเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมือง เขามีหน้าที่ตรวจสอบและจับกุมคนที่อยู่ในประเทศอเมริกาและทำงานอย่างผิดกฎหมาย แตงไม่มีหลักฐานอะไรแสดงให้เจ้าหน้าที่ดูเลย หนังสือเดินทางก็ถูกลินดายึดไว้ ซึ่งลินดาบอกว่าจะคืนให้เมื่อแตงทำงานใช้หนี้หมดแล้ว

ล่ามแปลให้ฟังว่า แตงจะต้องถูกคุมตัวไว้ เมื่อเขาสอบสวนแตงเสร็จแล้วเขาก็จะเนรเทศแตงภายในสามวัน “ก็หมายความว่าหนูจะได้กลับบ้าน” แตงย้อนถามล่าม
ล่ามหันไปแปลสิ่งที่แตงพูดให้เจ้าหน้าที่ฟัง เจ้าหน้าที่ฟังแล้วก็พยักหน้า ล่ามก็หันมาบอกเป็นภาษาไทยว่า “ใช่”
“ก็ดีน่ะซิ หนูอยากกลับบ้านเต็มที” ดีเหมือนกันถูกจับจะได้กลับบ้าน แตงนึกในใจ จะได้ไม่ต้องขายตัวทนรองรับอารมณ์แขกเถื่อนๆ
 แตงพูดจบล่ามก็หันไปแปลเป็นภาษาอังกฤษให้เจ้าหน้าที่ฟัง

“พี่ พี่ชื่ออะไรน่ะ อยู่อเมริกามานานแล้วเหรอ” แตงเริ่มชวนล่ามคุย
ล่ามทำสีหน้าอึดอัด หันไปพูดกับเจ้าหน้าที่สักครู่ก็บอกแตงว่า “ขอโทษนะน้อง พี่ทำหน้าที่ล่าม แปลข้อความที่เจ้าหน้าที่กับน้องพูดกันเท่านั้น ไม่มีสิทธิจะคุยกับน้องเป็นการส่วนตัว”
“อะไรวะ” แตงเเค่คิดอยู่ในใจ คนไทยด้วยกันแท้ๆน่าจะพูดจาปราศัยกันบ้าง อีล่ามนี่หยิ่งจริงๆ
ล่ามบอกว่าอีกสักพักเขาจะสอบสวนแตง แตงอาจจะต้องถูกคุมตัวอยู่ที่นี่ก่อนถูกส่งกลับประเทศไทย เมื่อเจ้าหน้าที่พร้อมที่จะสอบสวนแตงแล้ว ล่ามจะกลับมาใหม่

แตงกับล่ามมองกันต่างมุม แตงว้าเหว่ หดหู่ พอมาเจอพี่น้องร่วมชาติที่ไม่ใช่คนในซ่องเดียวกันก็อยากพูดอยากคุยให้หายอึดอัด บางทีล่ามคนนี้อาจจะพอช่วยอะไรแตงได้ แต่แตงไม่รู้หรอกว่าล่ามเขามีจรรยาบรณและกฏเกณฑ์ที่เคร่งครัด ไม่มีการวิสาสะหรือปฎิสัมพันธ์กับลูกค้าเป็นการส่วนตัวอย่างเด็ดขาด
หลังจากที่ล่ามไปแล้วเจ้าหน้าที่ก็มาเรียกแตงบอกว่ามีคนมาประกันตัว ลินดานั่นเอง หลังจากยื่นเรื่องประกันเสร็จลินดาก็ต้อนแตงขึ้นรถ คราวนี้ลินดามาพร้อมกับชายหนุ่มคนไทยคนหนึ่ง เขาเป็นคนขับรถพาลินดามาที่กองตรวจคนเข้าเมือง

“นี่ไงคุณกร แล้วนี่ก็แตงเด็กของฉันเอง” ลินดาแนะนำอย่างง่ายๆ
แตงยกมือไหว้คุณกรทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเขาอายุเท่าไหร่ แต่เดาว่าเขาคงแก่กว่าแตงแน่นอน
“สวัสดีครับ” คุณกรเป็นคนหน้าตาดี ผิวสองสีดูเกลี้ยงเกลาผิดกับผู้ชายไทยทั่วๆไป ถึงแม้จะตัวเตี้ยไปสักนิด แต่ก็พูดจาไพเราะ ไม่สำรากเหมือนอย่างไอ้โอ

“พี่ลินดามาประกันหนูทำไม” แตงตั้งคำถาม ในใจรู้สึกผิดหวังอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะถูกคุมตัวไว้ที่กองตรวจคนเข้าเมือง แต่แตงรู้ว่ายังไงเสียก็จะได้กลับบ้าน เมื่อลินดามาประกันตัวก็หมายความว่าแตงต้องกลับไปทำงานรับแขกเหมือนเดิม
“ก็แกยังทำงานใช้หนี้ไม่หมด ฉันก็ต้องเอาตัวแกกลับไปทำงานต่อ แกอย่าหวังเลยว่าจะได้กลับบ้านง่ายๆ ที่ฉันมาประกันแกนี่ค่าประกันก็บวกเข้าไปกับเงินที่แกเป็นหนี้ฉันอยู่ หมายความว่าแกเป็นหนี้ฉันเพิ่มขึ้น”

ตอนนี้แตงเริ่มร้องไห้ด้วยความผิดหวัง ก็เลยโดนลินดาตวาดเอา “อี....... มึงอย่าสะดึ้งสำออยไปเลย”
“แล้วถ้าเจ้าหน้าที่มันมาตรวจอีก หนูถูกจับอีกแล้วพี่มาประกันอีก หนูก็ต้องเป็นหนี้พี่เพิ่มขึ้นอีก”
“ฉันจะไม่ให้แกอยู่ที่ร้านนี้อีกแล้ว จะส่งแกไปอยู่ที่อื่น ลืมบอกแกไปอย่างหนึ่งว่า ที่ฉันประกันตัวแกออกมามันไม่ใช่จบแค่นี้ แกต้องไปขึ้นศาล แต่ฉันจะให้แกหลบไปอยู่ที่อื่น ไม่ต้องไปศาล”

เริ่มจากความรู้สึกตกใจทำอะไรไม่ถูก หลงดีใจที่จะได้กลับบ้าน แล้วก็มาผิดหวังที่จะต้องกลับไปทำงานอย่างเก่า ทำให้แตงพูดไม่ออก ได้แต่สะอึกสะอื้นไปตลอดทางที่นั่งรถกลับที่พัก ลินดาหมั่นไส้ที่แดงร้องไห้ไม่หยุด แตงก็เลยโดนตบหน้าฉาดใหญ่

ตลอดเวลาที่นั่งรถกลับคุณกรไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ เขาทำราวกับว่าเขาไม่ได้ยิน และไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรถ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 19, 2013, 09:34:12 pm โดย PeggySueGuerra » บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2013, 10:49:34 pm »

แหม...แตงเอ๊ย คิดว่าจะรอดซะแล้ว ก็ต้องกลับไปขายตัวอีกแล้ว สงสารจริง....แต่..เอ...รอดูต่อไปดีกว่า นะคุณเพ็กกี้ เริ่มสนุกขึ้นเรื่อย ๆ แล้วค่ะ แต่สงสัยอยู่อย่างหนึ่งค่ะ ว่าล่ามผู้หญิงที่พูดถึงนั้นคือใครคะ ใช่คุณเพ็กกี้หรือเปล่า เดาไปเรื่อย เพราะอยากทราบค่ะ อิ ๆ
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2013, 01:59:30 am »


 ท่าแตงจะต้องเผชิญภัยอีกนานนะคะ คุณเพ็กกี้
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF