www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นิยายตอนนี้ชื่อว่า ทำนาบนหลังคน  (อ่าน 1454 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: สิงหาคม 26, 2013, 04:15:34 am »

ตอนที่6 ทำนาบนหลังคน
   หลังจากที่ลินดาประกันตัวแตงออกมาได้ไม่ถึงสัปดาห์ แตงก็ถูกส่งไปอยู่อีกเมืองหนึ่ง แตงมารู้ทีหลังว่าที่ใหม่ที่แตงไปอยู่อีกรัฐหนึ่ง ตอนเดินทางลินดาไปด้วย เขาเป็นคนพาขึ้นเครื่องบินและควบคุมแตงแบบไม่ให้คลาดสายตา สถานอาบ อบ นวดแห่งใหม่ หรือที่เรียกอย่างโก้เก๋ว่าสปาแต่ว่าหลังฉากมันก็คือซ่อง เจ้าของเป็นคนเกาหลีอายุไล่เลี่ยกับลินดา แต่ดูท่าทางโหดเหี้ยมกว่าแม่องุ่นเยอะ

   วันที่แตงไปถึงใหม่ๆ แตงก็ยังได้เห็นการซ้อมเหยื่อที่ขัดขืนต่อหน้าต่อตา ที่ร้ายกว่านั้นไอ้แมงดาเกาหลีมันจับหญิงคนนั้นมัดไว้กับเสา ถลกเสื้อของเจ้าหล่อนขึ้นจนเห็นหน้าท้อง แล้วเอาบุหรี่ที่จุดไฟแดงๆนาบกับผิวหนังหน้าท้องของหญิงเคราะห์ร้ายคนนั้นหลายจุด แตงเคยโดนทำโทษจากซ่องของแม่หงุ่นก็ยังไม่รุนแรงขนาดนี้ เห็นแบบนี้แล้วแตงก็ขนลุก

   แตงแอบกระซิบกับลินดาว่า “พี่หนูไม่อยากอยู่นี่เลย ท่าทางเจ้าของเขาน่ากลัวจัง”
   “ก็อีนั่นมันคิดหนี ก็ต้องโดนแบบนี้แหละ” ลินดาตอบ
   “หนูไม่คิดหนีหรอก เพราะหนูไม่รู้จะหนีไปไหน ไม่รู้จักถนนหนทาง”
   “คิดได้อย่างนี้ก็ดี ที่ฉันเอาแกมาไว้ที่นี่เพราะที่เก่าไอ้เกมันเคยมาจับแล้ว ถ้าแกโดนจับอีกฉันก็ต้องไปประกันแกอีก เสียเวลาทำมาหากินทั้งแกและฉัน แล้วเมื่อฉันไปประกันตัวแก แกก็จะเป็นหนี้ฉันเพิ่ม แกไม่อยากปลดหนี้เร็วๆเรอะ” ลินดาย้อนถาม แล้วก็บอกต่อไปว่า “อ้อ มาอยู่ที่นี่แกไม่ได้อยู่กับที่หรอกนะ แกต้องออกไปรับแขกข้างนอกด้วย แต่จะมีคนพาแกไป”
   “เอ้อ รับแขกนอกสถานที่มันเป็นแบบไหนล่ะ”
   “แล้วแกจะได้เห็นเองนั่นแหละ”

   สถานที่ทำงานแห่งใหม่ค่อนข้างจะลึกลับ มีการควบคุมแน่นหนากว่าที่บ้านแม่องุ่น คนที่ทำงานในสปาแห่งนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนเกาหลี มีคนจีนสอง-สามคน แตงเห็นผู้หญิงไทยอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลินดาชื่อว่าเดือน แตงคุยกับเขาแล้วก็ได้ความว่าเขามาทำอาชีพนี้ด้วยความเต็มใจ แต่เดือนก็ไม่ค่อยจะสนทนาวิสาสะกับแตงบ่อยนัก แตงก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนไทยด้วยกันถึงได้ดูห่างเหิน กับคนอื่นๆในบ้านแห่งนี้ก็พูดกันไม่รู้เรื่อง ผู้หญิงที่นี่ส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้เลย มีเจ้าของสปาที่ชื่อคิมและเดือนที่พอจะพูดภาษาอังกฤษได้ เพราะเขาต้องต้อนรับแขก
 
   แตงเริ่มรู้ความสำคัญของเดือนในสถานที่แห่งนี้เมื่อเดือนพาแดงออกไป”รับจ็อบ”ข้างนอก เดือนเป็นคนคุมแตงไปทำงานข้างนอกทุกครั้ง ลินดาและคิมไว้ใจเดือน ค่าจ้างของแตงเดือนก็เป็นคนรับแทนลินดา แตงถึงพอจะสรุปได้ว่าที่เดือนไม่ค่อยสุงสิงกับแตงก็เพราะเขามีหน้าที่ต้องควบคุมสอดส่องแตงนั่นเอง ครั้นจะทำตัวสนิทสนมก็เกรงจะเสียการปกครอง

   จ็อบนอกสถานที่ครั้งแรกเป็นปาร์ตี้ชายโสดในบ้านหลังใหญ่  เกิดมาแตงยังไม่เคยเห็นบ้านที่ไหนสวยแบบนี้ แม้แต่บ้านคนรวยที่เมืองไทยก็ยังไม่โอ่อ่าเท่านี้ เดือนพาแตงมาถึงบ้านหลังนี้ตอนประมาณห้าทุ่ม ก่อนหน้านั้นแตงก็ต้องรับแขกที่สปาสองราย พอได้เวลาประมาณสี่ทุ่มเดือนก็บอกให้แตงเตรียมตัวออกไปข้างนอก

   เมื่อมาถึงบ้านหลังนี้ก็เห็นผู้ชายต่างวัยสิบคน มีทั้งวัยกลางคนและหนุ่มๆอายุยี่สิบปีเศษๆ หนุ่มน้อยและหนุ่มใหญ่กำลังคุยกันอย่างสนุกสนานเฮฮา แตงเห็นอาหารที่ยังเหลืออยู่และขวดเบียร์เปล่าๆเต็มไปหมด แตงถูกพาไปยังห้องนอนขนาดใหญ่ที่แตงเห็นแล้วก็อดทึ่งในความสวยงามไม่ได้ เตียงนอนขนาดใหญ่มาก มีที่นอนหนานุ่มปูด้วยผ้าปูที่นอนสีโศก แล้วยังมีผ้าแบบเดียวกับผ้าปูที่นอนปูทับ และคลุมเตียงด้วยผ้าคลุมอย่างหนาเป็นสีเขียว เข้าชุดกับหมอน และเครื่องนอนอื่นๆ เดือนกำชับว่าหลังจากรับแขกเสร็จแต่ละรายให้ทำความสะอาดร่างกายอย่างดี ห้องนอนนี้มีห้องน้ำอยู่ภายในด้วย แตงลองเข้าไปดูในห้องน้ำ โอ้แม่เจ้า สวยจริงๆ ห้องน้ำขนาดกว้างกว่าห้องนอนของคนบางคนเสียอีก

   หลังจากนั้นไม่นานลูกค้ารายแรกก็เข้ามาใช้บริการ ที่แตงเห็นตอนที่เข้ามาในบ้านตอนแรกว่ามีคนทั้งหมดสิบคน แต่พอถึงเวลาทำงานแตงรับแขกแค่ห้าคน มารู้ทีหลังว่าเดือนก็รับแขกด้วย ผู้ชายที่แตงเห็นท่าทางดีทุกคน แต่พอเวลาอยู่ด้วยกันในหมู่ผู้ชายก็ดูท่าทางจะคุยกันแบบไม่ต้องสำรวม แตงไม่รู้หรอกว่าเขาคุยอะไรกัน เพราะฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง

   ผู้ชายที่ท่าทางดี มีมาดนักธุรกิจ แต่เวลาที่มีอารมณ์หน้ามืดก็สามารถทำอะไรพิเรน เพื่อสนองตัณหาของตัวเองได้ แตงเจอแขกร้อยพ่อพันแม่ ที่มีทั้งดี และเหลือที่จะรับ ทำอย่างไรได้เมื่อต้องตกน้ำแล้วก็ต้องว่ายต่อไป ไหนๆก็เปียกแล้ว มีลูกค้าสองรายที่ให้ทิปแตง แตงแปลกใจมาก เวลาที่ทำงานที่ซ่องแม่องุ่นหรือที่สปาเกาหลี แขกที่นั่นไม่เคยให้ทิป แตงดีใจที่ได้เงินพิเศษ แต่ก็ดีใจได้ไม่นาน เพราะเมื่อกลับมาถึงสปาเดือนถามแตงว่าได้ทิปจากแขกหรือเปล่า แตงสั่นหน้าปฏิเสธ ไม่อยากโกหก แต่นี่มันเงินของแตง ถือว่าแขกให้เป็นพิเศษ แตงจะได้เก็บไว้ใช้เผื่อจำเป็นจะได้ไม่ต้องเบิกจากลินดา
 
   แต่ว่าเดือนไม่เชื่อ เมื่อแตงปฏิเสธเดือนก็ถือวิสาสะค้นตามตัวของแตง เมื่อเจอเงินทิปสองร้อยดอลล่าร์ เดือนก็ยึดเอาไว้ พร้อมกับตบหน้าเป็นการสั่งสอน “จำไว้นะ ทีหลังอย่าโกหกอีก”

   แตงไม่รู้ว่าเงินจำนวนนี้เดือนจะยึดเอาไปเป็นของตัวเองหรือจะเอาไปทำอะไรอย่างอื่น แต่แตงเสียใจมาก เงินนี้มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของแตง ส่วนเงินที่ลินดาให้ก็เป็นเงินนิดๆหน่อยๆ พอแค่ซื้อของจำเป็นอย่างสบู่ ยาสีฟัน และผ้าอนามัย แม้แต่จะซื้อขนมอร่อยๆกินก็ยังไม่เคย
 
   กลับมาถึงสปาเกือบสว่าง แตงเข้านอนแต่นอนไม่หลับ รู้สึกขมขื่นใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เกิดมาแตงยังไม่เคยมีโอกาสแม้แต่จะจับธนบัตรใบละพัน เงินสองร้อยดอลล่าร์ที่ได้มาแตงจะแลกเป็นเงินไทยได้เท่าไรก็ไม่รู้  แต่มันมากโขสำหรับแตง นึกแล้วเสียดายจริงๆ

   หลังจากวันนั้นแล้วแตงก็ต้องออกไปรับแขกข้างนอกอีกหลายครั้ง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นปาร์ตี้ชายโสด พวกบรรดาชายหนุ่มที่มีฐานะทางสังคมสูงจะมีปัญญาจ้างหญิงไปบริการถึงบ้าน ที่เขาไม่ออกไปหาความสำราญนอกบ้านก็เพราะต้องการรักษาหน้าตา สถานที่อย่างสปาหรือถ้าจะเรียกเสียใหม่ว่าสปาประเภทบังหน้า วันดีคืนดีอาจจะมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจค้น หรือจับกุม แขกที่ไปเที่ยวก็ต้องระวังไม่ให้ติดร่างแหไปด้วย

   สภาพความเป็นอยู่ที่สปาของคิมก็เหมือนกับที่บ้านแม่องุ่น ทุกคนนอนดึกตื่นสาย ที่นี่มีแม่บ้านเกาหลีเป็นคนทำอาหารให้ทุกคนกิน แต่เขาไม่ให้บริการซักเสื้อผ้าให้เหมือนป้าจวน ในสถานที่แห่งนี้มีของใช้จำเป็นขายให้พวกผู้หญิงที่ทำงานในนั้น ผู้หญิงที่ทำงานในสปาจะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปไหนมาไหนถ้าไม่มีคนคุมไป แม้แต่แม่ครัวก็ยังไม่ออกไปซื้ออาหารสดเอง มีแมงดาไปจ่ายอาหารสดและแห้งมาให้อาทิตย์ละครั้ง

   แตงไม่ชอบอาหารเกาหลี อาหารบางอย่างมีรสเผ็ดคล้ายแกงส้มของไทย ส่วนใหญ่แล้วแม่ครัวจะทำผัดผักให้กิน บางครั้งก็ได้กินข้าวกับผักดองที่เขาเรียกว่ากิมจิ สรุปว่าอาหารการกินที่นี่ไม่ดีเหมือนที่บ้านแม่องุ่น แตงรู้สึกว่าไม่มีอาหารอะไรอร่อยเท่าอาหารไทยแล้ว เมื่อไม่มีทางเลือกแตงก็ต้องทนกินอาหารที่ไม่ถูกปาก เวลาหิวจัดก็ต้องกิน แตงก็ต้องปลอบใจตัวเองว่ามีกินก็ดีเท่าไหร่แล้ว สมัยอยู่เมืองไทยเคยอดมื้อกินมื้อมาแล้ว อยู่นี่ถึงยังไงก็ยังมีกินทุกมื้อ
   แตงมารู้ทีหลังว่าเจ้าของสปาบอกลูกค้าทุกคนว่าไม่ต้องทิปเด็ก นอกจากนี้เขายังตรวจค้นข้าวของของพวกที่ทำงานที่นี่  ถ้าค้นเจอเงินพิเศษ เขาก็จะยึดเอาไป เจ้าของไม่ต้องการให้ผู้หญิงในนี้มีเงินติดตัว เพราะถ้ามีเงินก็จะคิดหนี นี่ถ้าเขาไม่เข้มงวดยอมให้เรารับทิปจากแขกได้ เงินพิเศษนี้เราก็จะส่งให้แม่ แตงคิดในใจ

   ครั้งสุดท้ายที่คุยกับลินดา แตงถามลินดาว่าแตงยังเป็นหนี้ลินดาอยู่เท่าไหร่ ลินดาบอกว่าห้าหมื่นดอลล่าร์ ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็ล้านกว่าเกือบสองล้าน “โอ้ ทำไมมันมากอย่างนี้ล่ะ” แตงร้องด้วยความตกใจ
   “แกอย่าลืมซิว่าค่าประกันตัวตอนที่แกถูกไอ้เกจับมันก็บวกเข้าไปด้วย” ลินดาตอบอย่างรำคาญ
   “แต่ว่า.........”
   “แต่ว่าอะไรวะอีแตง” ลินดาขัดขึ้นพร้อมกับจ้องหน้าแตงอย่างจะเอาเรื่อง
   “เอ้อ...ไม่มีอะไรหรอกพี่”
   แตงหุบปากเพราะกลัวโดนตบ ถึงแตงจะเป็นคนบ้านนอก เรียนหนังสือน้อย แต่แตงรู้ว่าค่าตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวมาอเมริกา และค่าใช้จ่ายก่อนมาไม่ถึงแสนด้วยซ้ำไป
 สงสารตัวเองจริงโว้ย แตงคิดด้วยความเคียดแค้น อย่างนี้เขาเรียกว่าทำนาบนหลังคน

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 26, 2013, 04:39:26 am โดย PeggySueGuerra » บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2013, 10:18:36 pm »

สนุกดีค่ะ ยังนึกไม่ออกว่าชีวิตหญิงไทยคนนี้จะจบลงอย่างไร สงสารจริง ๆ
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2013, 11:05:01 am »


..แท้จริงแล้ว..

..ชะตากรรมของแดง..และเด็กสาวที่ยังด้อยประสบการณ์คนอื่นๆอีกมากมาย ..พบเห็นได้มากมายในประเทศเราเอง

..มันเป็นเรื่องจริงที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง มักทำเป็นมองไม่เห็น เคยจำได้ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว รัฐมนตรีคนหนึ่งพูดได้เต็มปากว่า "ประเทศไทยไม่มีโสเภณี" แสดงว่าท่านไม่รู้ว่าโสเภณีคืออะไร

..เป็นเรื่องตลกร้าย !

...มนุษย์เกิดมา..ไม่เหมือนกัน  การศึกษา สิ่งแวดล้อม ประสบการณ์..

..ทำให้เรื่องแบบแดง  ยังคงมีให้เห็นให้รู้  ไม่จบไม่สิ้น  คงเหมือนแชร์ลูกโซ่หรือแก็งค์ต้มตุ่นทอง....วิ่งไปให้เขาหลอก !!   
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF