www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ตอนที่ 6 กลับสู่รอยเดิม  (อ่าน 1371 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: กันยายน 21, 2013, 11:07:14 pm »

ตอนที่ 6 กลับสู่รอยเดิม
   เวลาผ่านไปเป็นปี แต่แตงกลับรู้สึกว่าเวลามันผ่านไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน แตงคอยถามเดือนว่าตอนนี้แตงยังติดหนี้อยู่อีกเท่าไรเดือนก็พูดปัดไปว่า รอเอาไว้ตอนที่แตงเจอกับลินดาแล้วค่อยถาม เพราะแตงเป็นหนี้ลินดาโดยตรง แต่ลินดาก็แทบจะไม่เคยโผล่มาที่สปาแห่งนี้เลย ทำให้แตงคิดว่าแตงอาจจะต้องอยู่ที่นี่ไปตลอด คนพวกนี้พูดอะไรกำกวม ไม่มีความชัดเจน มันคงเป็นกรรมของแตง สมัยอยู่ที่เมืองไทยถึงแม้จะอดมื้อกินมื้อ และถูกไอ้ชดรีดไถ แต่ก็ยังมีสภาพดีกว่าตอนนี้หลายเท่า ยังมีอิสระที่จะไปไหนมาไหนได้เอง

                จะว่าไปแล้วแตงทำงานอยู่ที่สปาของคิมนานกว่าที่บ้านขององุ่นเสียอีก  ชีวิตที่สปาแห่งนี้จืดชืดและน่าหดหู่กว่าที่บ้านขององุ่น อยู่ที่นั่นยังได้พูดคุยกับคนไทยบ้าง  ป่านนี้ป้าจวนจะเป็นอย่างไรบ้าง แตงนึกถึงป้าจวนบ่อยๆ เพราะป้าจวนเป็นคนที่คอยพูดคอยสอนแตงอยู่เสมอ

                อยู่มาวันหนึ่งลินดาก็โผล่มาให้เห็นโดยไม่คาดฝัน แตงเห็นลินดาแล้วก็ดีใจ ไม่ใช่ว่าแตงจะพิศวาสลินดาหนักหนา เพราะลินดาเองก็ไม่ได้ดีกับแตงเท่าไรนัก แต่แตงอยากจะรู้ว่าตัวเองใกล้จะหมดหนี้สินหรือยัง เมื่อแตงถามลินดาในเรื่องนี้ ลินดาก็บอกว่า “เออ ก็จวนๆจะหมดหนี้แล้วอีกสักปี ถ้าแกรับแขกมากขึ้นแกก็จะปลดหนี้ได้เร็วขึ้น”


               “โอ้ อีกตั้งปี” แตงคิดอยู่ในใจ
               ลินดาพูดขึ้นว่า “ที่ฉันมาคราวนี้ก็จะมาเอาตัวแกกลับไป”
              “กลับไปอยู่ที่เดิมน่ะเหรอ” แตงย้อนถาม “แล้ว..ถ้าไอ้เกมันย้อนมาจับอีกล่ะ หนูไม่อยากเป็นหนี้พี่เพิ่มนะ”
           “พักหลังไอ้เกไม่ค่อยมากวนแล้วละ มันหายไปตั้งนานแล้ว แกกลับไปอยู่ที่เดิมเพราะตอนนี้ที่นั่นขาดคน”
แตงไม่มีทางเลือก ลินดาว่ายังไงแตงก็ไม่มีปัญญาจะคัดค้าน ในที่สุดแตงก็บินกลับไปชิคาโกพร้อมลินดา มันเป็นการย้ายกลับอย่างง่ายๆไม่มีพิธีรีตอง ข้าวของส่วนตัวของแตงก็มีไม่มาก ทำให้ไม่ยุ่งยากในการย้าย

             กลับมาที่เก่านึกว่าจะได้เจอคนรู้จัก ปรากฏว่ามีแต่นุชคนเดียวที่แตงเคยรู้จัก นอกนั้นเป็นเด็กมาใหม่ แตงรีบไปดูป้าจวนที่ครัว แต่ป้าจวนก็ไม่อยู่แล้ว พอถามลินดา ลินดาก็ตอบว่า “ป้าจวนเขาไม่ได้ทำงานที่นี่แล้ว เขาได้ผัวฝรั่ง ตอนนี้ก็ย้ายไปอยู่กับผัวได้เป็นปีแล้วมั้ง”

              “แก่อย่างป้าจวนนี่นะยังมีคนมาชอบ” แตงประหลาดใจมาก เท่าที่แตงรู้ป้าจวนอายุมากกว่าแม่แตงเสียอีก
             “ผัวป้าจวนคนนี้อายุแปดสิบกว่า แก่กว่าป้าจวนถึงยี่สิบปี ที่ฉันรู้มาลูกสาวคนสุดท้องของผัวป้าจวนยังอายุมากกว่าป้าจวนเสียอีก” ลินดาเล่าพร้อมกับหัวเราะหึ หึ ไม่รู้ว่าขำอะไร
             “หา” แตงทั้งตกใจและประหลาดใจ

             ลินดาก็เลยเล่าต่อไปว่า “ผัวป้าจวนต้องการคนดูแล เมียเก่าตายไปนานแล้ว ส่วนลูกๆก็แยกย้ายกันไปมีครอบครัว บางคนก็ย้ายไปอยู่รัฐอื่น”
           “ก็เหมือนกับว่าป้าจวนไปรับใช้ลุงคนนี้ ว่างั้นเถอะ” แตงออกความเห็น
           “คนแก่ก็อยากมีเพื่อนตอนบั้นปลายของชีวิต จะว่าไปเขาก็ยกย่องป้าจวนเป็นเมีย ไม่ได้เอาไปเป็นคนใช้”
           “ถ้าเกิดลุงแกตายป้าจวนก็คงได้มรดก”
           “ลุงแกก็ไม่ได้ร่ำรวยมากนัก ดีว่ามีเงินบำนาญที่ได้จากรัฐบาลทุกเดือน แล้วก็ยังมีเงินบำนาญจากกองทัพด้วย เมื่อก่อนลุงแกเคยเป็นทหาร”

           แม่บ้านคนใหม่ที่มาแทนป้าจวนชื่อรำแพน อายุสี่สิบเศษ เป็นคนบ้านเดียวกับแตง แต่รำแพนเป็นคนปากเสีย และชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้าน แตงเลยไม่อยากสุงสิงด้วย

           กลับมาคราวนี้แตงเจอคุณกรด้วย แตงเกือบจะลืมคุณกรไปแล้ว จนกระทั่งคืนวันเสาร์สิ้นเดือนคุณกรมาเล่นไพ่กับองุ่นจนสว่างคาตา ถึงวงไพ่จะเลิกแล้ว คุณกรง่วงจนขับรถกลับบ้านไม่ไหว ก็เลยถือโอกาสนอนที่บ้านองุ่น คุณกรตื่นมาตอนบ่าย ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่แตงตื่นและออกมากินข้าว แตงเห็นคุณกรก็ยกมือไหว้ พร้อมกับทักว่า “จำหนูได้ไหมคะ”

            คุณกรมองแตงอย่างงงสักครู่ก่อนที่จะรับไหว้ “จำได้แล้วครับ ไม่เจอน้องตั้งนาน สบายดีนะครับ”
           “ค่ะ” แตงตอบสั้นๆ
         “น้องไปอยู่ที่ไหนมาครับ” คุณกรเริ่มชวนคุย
        “หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ รู้แต่ว่าเป็นอีกเมืองหนึ่ง พี่ลินดาพาไป อยู่ที่โน่นหลายปี แล้วพี่ลินดาก็ไปรับกลับมา พี่สบายดีนะคะ”
        “ครับ สบายดี  ผมต้องกลับก่อนนะครับ วันเสาร์หน้าจะมาใหม่”   
        แตงมองตามคุณกรไปจนลับตา และนึกในใจว่า ผู้ชายคนนี้พูดจาดีจัง ไม่เหมือนไอ้พวกลูกทุ่งแถวบ้านแตงที่ต่างจังหวัด

        หลังจากนั้นสอง-สามวันแตงก็ได้เจอป้าจวนโดยไม่คาดคิด ป้าจวนมาคุยธุระกับแม่องุ่น พอรู้ว่าแตงกลับมาอยู่ที่นี่อีกป้าจวนก็แวะมาทักทาย
        “เป็นไงนังแตง ดูเอ็งผอมไปนะ”
        “ฉันไปอยู่สปาของคนเกาหลีพักใหญ่เลยละ อาหารการกินที่โน่นไม่อร่อยเหมือนที่ตอนป้าอยู่ที่นี่ หนูกินอาหารเกาหลีไม่ค่อยได้ บางทีกระเดือดไม่ลงก็ต้องซื้อมาม่าห่อมาต้มกิน ในนั้นเขามีมาม่าขาย ห่อนึงตั้งสามเหรียญ ถึงหนูจะไม่ค่อยรู้ราคาของ แต่สามเหรียญมันแพงเกินไป”
“โห แม่งโหดจริงๆ ถ้าซื้อพวกบะหมี่ห่อพวกนี้ตามร้านไม่ถึงเหรียญด้วยซ้ำ”
“ทำไงได้ บางทีมันกระเดือดไม่ลงจริงๆ มีแต่ผัดผัก บางทีก็ได้กินข้าวเปล่ากับกิมจิ กิมจิมันก็พอกินได้หรอก แต่ใครจะกินแบบนี้ได้ทุกวัน”
“อันที่จริงนะอีแตงอาหารเกาหลีที่เขาขายตามร้านน่ะอร่อยจะตาย เนื้อย่างเกาหลีน่ะสุดยอด”

“ได้ข่าวว่าป้าไปมีครอบครัว” แตงถามด้วยความอยากรู้
“อืม คุณชาญเขาเคยรู้จักกับฉันมาก่อน ตอนนี้แกช่วยตัวเองไม่ได้เพราะเป็นอัมพาต ลูกสาวแกจ้างฉันไปดูแลพ่อเขา”
“อ้าว...คุณชาญ หนูนึกว่าเป็นฝรั่ง”
“ก็ฝรั่งน่ะซิ เขาชื่อชาร์ลส์ แต่เรียกชาญแบบไทยๆง่ายดี”
“เห็นพี่ลินดาบอกว่าป้าแต่งงานกับเขา”
“แกไม่ต้องปากโป้งไปละ ฉันบอกทุกคนไปอย่างนี้เพราะอยากออกไปจากที่นี่ คือครอบครัวคุณชาญกับผัวเก่าฉันรู้จักกันดี พอดีฉันไปเจอลูกสาวเขากำลังหาคนมาดูแลพ่อเขา เขาจ่ายดีเสียด้วย กินอยู่เสร็จ จะว่าไปทำงานที่บ้านคุณชาญก็สบายใจดี อยู่ที่นี่ถึงฉันจะไม่ได้รับแขก แต่ฉันก็เสียวสันหลังเหมือนกัน ถ้าตำรวจมาทลายซ่องฉันก็คงจะติดร่างแหไปด้วย”
“แหม ป้าพูดเสียน่ากลัว หนูยังจำได้ตอนที่ถูกไอ้เกจับ จะว่าไปแล้วถ้าพี่ลินดาไม่ไปประกันหนูออกมา ป่านนี้หนูก็กลับไปอยู่เมืองไทยแล้ว วิชาทำอาหารที่ป้าสอนหนูน่ะ หนูจะได้ไปหางานทำเป็นแม่ครัวได้”
“เอ็งก็ตั้งหน้าตั้งตาใช้หนี้เขาเถอะ ใช้หมดก็รีบกลับบ้านไปซะ”
“หนูก็ว่างั้นแหละ”

ป้าจวนจากไปแล้ว แต่แตงก็ยังครุ่นคิดเรื่องป้าจวนอยู่ ถ้ามีโอกาสแตงก็อยากจะได้งานดูแลคนแก่ แต่โอกาสแบบนี้จะไปหาได้ที่ไหน แตงพูดภาษาอังกฤษไม่ได้แล้วจะไปทำงานแบบนี้ได้ยังไง  ภาษาไทยแตงยังอ่านได้ไม่แตกฉานเลย แตงเคยถามเพื่อนคนไทยที่ทำงานด้วยกันว่าเขาเรียนภาษาอังกฤษได้ยังไง เพื่อนก็บอกว่าดูทีวีบ้าง พูดกับลูกค้าบ้าง งูๆปลาๆพอถูไถไปได้

ระยะหลังแตงเจอคุณกรทุกอาทิตย์ก็ว่าได้ แต่ละครั้งที่พบกันคุณกรก็หาโอกาสมาคุยด้วย เมื่อก่อนแตงไม่กล้าคุยกับคุณกร แต่คุณกรเป็นคนอัธยาศัยดี ซึ่งทำให้แตงไว้วางใจ และเริ่มเล่าชีวิตส่วนตัวให้คุณกรฟัง คุณกรเป็นผู้ฟังที่ดี ไม่ว่าแตงจะพรรณาความคับอกคับใจที่ต้องมาทำงานที่นี่อย่างไร คุณกรก็รับฟังเสมอ แต่คุณกรไม่เคยออกความเห็นอะไรทั้งสิ้น แตงรู้ดีว่าคุณกรเป็นเพื่อนสนิทกับแม่องุ่น ซึ่งแตงเองก็ไม่น่าเล่าเรื่องอะไรต่ออะไรให้คุณกรฟัง แต่แตงรู้สึกไว้ใจคุณกร

เมื่อมีคนรับฟังความทุกข์ของแตง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ปลอบโยนหรือแนะนำอะไร แต่มันทำให้แตงรู้สึกดีขึ้น ไม่รู้สึกเก็บกดเหมือนเมื่อก่อน แตงเฝ้ารอคืนวันศุกร์อย่างใจดใจจ่อ และรอจนถึงเช้าวันเสาร์ในเวลาที่พวกขาไพ่เลิกเล่น คุณกรนอนพักเอาแรงจนบ่ายถึงได้ตื่นมากินข้าว แตงก็จะรอกินข้าวมื้อกลางวันพร้อมคุณกร กินไปคุยไปเป็นเวลาที่แตงมีความสุขมาก คุณกรกลายเป็นกำลังใจให้แตงมีมานะที่จะรีบทำงานปลดหนี้ แตงเริ่มติดคุณกรแล้ว
จากวันเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์เป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ในที่สุดลินดาก็บอกแตงว่าแตงใช้หนี้หมดแล้ว “แกเป็นอิสระแล้ว ว่าแต่แกจะเอายังไงต่อไป  จะทำงานที่นี่ต่อหรือไปจากที่นี่”

แตงหยุดคิดเล็กน้อย ในที่สุดก็บอกกับลินดาว่า “พี่ลินดา หนูขอทำงานที่นี่อีกสักพัก อยากเก็บเงินค่าเครื่องบินเอาไว้กลับเมืองไทย ตอนนี้หนูก็รับค่าจ้างจากแม่องุ่นโดยตรงได้แล้ว”
“งั้นก็ตามใจแก”

ที่แตงตัดสินใจอยู่ที่นี่ต่อ เพราะแตงต้องการเงิน ไหนๆก็ขายตัวมาได้หลายปี จะทำงานแบบนี้ต่ออีกสักสาม-สี่เดือนพอมีเงินค่าเครื่องบินกลับบ้าน และมีเงินติดตัวนิดหน่อยก็ยังดี เอาละวะ อดทนหน่อย แตงบอกกับตัวเอง ถ้าเรากลับเมืองไทย เราก็คงจะคิดถึงคุณกรมาก แต่ถ้าอยู่ที่นี่ไปนานๆก็ไม่รู้จะทำมาหากินอะไร แตงก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคุณกรคิดยังไงกับแตง ครั้นจะไปถามเขาตรงๆแตงก็ยังมีความอายอยู่
 
หลังจากที่แตงปลดหนี้สินได้หมด แตงก็รับเงินค่าจ้างจากแม่องุ่นโดยตรง มาถึงตอนนี้แตงโหมทำงานหนักคืนหนึ่งรับแขกได้หลายประตู เพื่อนร่วมงานคนไหนเจ็บป่วย แตงก็อาสารับแขกเอง มาถึงตอนนี้แตงอยากเก็บเงินให้ได้มากที่สุด แตงให้เวลาตัวเองสามเดือน แตงบอกให้คุณกรฟังถึงแผนการณ์ของตัวเอง คุณกรบอกว่า เมื่อแตงพร้อมที่จะกลับเมืองไทยคุณกรจะช่วยติดต่อซื้อตั๋วเครื่องบินให้

แต่ยังไม่ทันที่แตงจะทำงานรวบรวมเงินได้ตามที่ต้องการ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองก็มาเยี่ยมเยียนสถานที่แห่งนี้อีก หลังจากที่ไม่ได้มาตรวจตราเป็นเวลาหลายปี แตงถูกจับเป็นครั้งที่สอง แตงถามลินดาว่า “พี่จะไปช่วยประกันตัวหนูได้ไหม”
ลินดาตอบว่า “ไม่ไป แกอยากจะให้ฉันบอกกับใครไหมว่าแกถูกจับ แต่ฉันคงไม่ไปประกันตัวแกออกมา”
“อ้าว แล้วพวกผู้หญิงที่ถูกจับพร้อมหนูพี่ไม่ไปประกันตัวเขาหรือ”
“ไม่ละ พวกนี้ไม่ใช่เด็กของฉัน เป็นเด็กแม่องุ่นทั้งนั้น เดี๋ยวแม่หงุ่นเขาหาทางจัดการกันเอง” ลินดาพูดอย่างทองไม่รู้ร้อน
“ถ้างั้นพี่ช่วยบอกคุณกรด้วยว่าหนูถูกจับ” แตงสั่งเสียลินดาก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวขึ้นรถไปพร้อมกับผู้หญิงที่ร่วมงานด้วยสี่-ห้าคน

แตงใช้หนี้หมดแล้วแตงลินดาถึงไม่ไปประกันตัวแตง ตอนนี้แตงได้หนังสือเดินทางคืนมาแล้ว ถ้าเขาจะส่งแตงกลับเมืองไทยแตงก็น่าจะดีใจ แต่แตงก็ยังกังวลเรื่องเงิน ถ้าถูกส่งกลับแตงมีเงินติดตัวไม่มาก คงต้องไปใช้ชีวิตแบบเดิม หาเช้ากินค่ำ จะกลับไปอยู่ที่เดิมก็ไม่ได้แล้ว ดูเหมือนว่าอนาคตก็ยังมืดมนเหมือนเดิม
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 22, 2013, 11:58:11 am »

เฮ้อ...นึกว่าจะพ้นทุกข์พ้นโศกแล้ว ที่ไหนได้ ยังมาโดนจับอีก แต่..เอ..คุณกร ที่ว่านี่ จะเป็นพระเอก หรือพระร้ายนะ อยากรู้ซะแล้วสิ นังแตงจะเจออะไรอีกบ้างก็ไม่รู้ได้ ......คอย ๆ ๆ ๆ ตอนต่อไปค่ะ   
บันทึกการเข้า
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 22, 2013, 09:00:59 pm »

คุณปิ๋มนี่มีประสาทสัมผัสดีจัง เหมือนอย่างที่คุณราสส์เคยบอกว่าพี่อภิญญาเดาตอบจบได้ทุกที คุณกรเป็นคนที่จะมีบทบาทสำคัญในชีวิตของแตงในตอนต่อๆไป เขาไม่ใช่พระเอก แต่ก็ไม่ใช่ตัวร้าย ต้องรอดูต่อไปค่ะ
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 23, 2013, 02:11:10 am »

ฮา... คุณปิ๋มดักคอคุณสุได้เก่งมากเลยนะคะ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 23, 2013, 02:14:34 am โดย ชุติมา-ประภัสสร » บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2013, 09:33:45 pm »

ฮิ ๆ เดี๋ยวก็คงรู้ค่ะ แต่คุณสุ อย่าให้รอนานนะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF