www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ตอนที่ 8 ชีวิตที่ผกผัน  (อ่าน 1326 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: ตุลาคม 04, 2013, 09:49:57 pm »

ตอนที่ 8 ชีวิตที่ผกผัน

ร้านอาหารไทยที่คุณกรพาไปฝากเป็นร้านที่ขายดีมาก แตงและคุณกรต้องรอถึงสี่ทุ่มครึ่งจึงจะมีโอกาสคุยกับเจ้าของร้าน เจ้าของร้านเป็นชายหนุ่มวัยเดียวกับคุณกรชื่อธำรง เขากำลังขาดคนช่วยในครัว อันที่จริงคุณธำรงบอกว่าอยากได้ผู้ชาย เพราะงานนี้เป็นงานหนักสำหรับผู้หญิง ต้องล้างจานและยกของหนัก แต่แตงยืนยันว่าทำได้

"ถ้างั้นพรุ่งนี้มาเริ่มงานเลย ผมให้เดือนละพัน ทำงานอาทิตย์ละหกวัน มีวันหยุดหนึ่งวัน เรื่องวันหยุดพรุ่งนี้ค่อยคุยกับหัวหน้าพ่อครัว เรามีที่พักให้อยู่ด้านหลังร้าน ผู้หญิงนอนรวมกันห้องนึง ส่วนผู้ชายเขาก็นอนรวมอีกห้อง"
“โชคดีนะที่ทางร้านเขามีที่พักให้ด้วย ถึงจะช่วยค่าน้ำค่าไฟเขาเดือนละสองร้อยก็ยังถูกกว่าไปเช่าอยู่เอง” คุณกรบอก “เจอ ค่าเช่าโรงแรมวันละเจ็ดสิบห้า ถ้าหาที่อยู่ไม่ได้มาเสียเงินแบบนี้คงหมดตัวแน่”

หน้าที่ของแตงในร้านไทยสมายคือช่วยหัวหน้าพ่อครัวเตรียมของก่อนร้านเปิด พอร้านเปิดตอนสิบเอ็ดโมงเช้าแขกเริ่มเข้าแล้ว แตงก็ออกมาอยู่ด้านนอก คอยเก็บถ้วย จาน ชามที่แขกใช้แล้วกลับเข้าไปในครัว พอมีถ้วยชามสกปรกมากๆแตงก็ต้องล้างโดยใช้เครื่อง พอลูกค้าออกไปหมดร้านตอนประมาณบ่ายสองโมงครึ่งพ่อครัวก็จะทำอาหารให้พนักงานกิน

แตงหิวใจจะขาด ตอนเช้าคืนห้องเสร็จออกจากโรงแรมตั้งแต่เก้าโมง คุณกรแวะซื้อขนมปังให้แตงกินรองท้อง แล้วก็พาแตงมาส่งที่ร้าน ตั้งแต่เก้าโมงเช้าจนถึงบ่ายสองโมงครึ่งเป็นเวลาหลายชั่วโมง แตงใช้แรงงานยกถ้วยชามหนักๆ อาหารเพียงเล็กน้อยที่กินตอนเช้าก็ไม่อยู่ท้อง แตงไม่ได้ทำงานใช้แรงงานเสียหลายปี เมื่อต้องมาทำงานหนักแบบนี้แตงรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว แตงบอกตัวเองว่ายังไงเราต้องอดทน

กินอาหารเสร็จแตงก็ต้องช่วยพ่อครัวหั่นเนื้อ หั่นผัก หั่นไปเรื่อยจนได้เวลาร้านเปิดอีกครั้งตอนห้าโมงเย็น พ่อครัวบอกว่าแขกจะเริ่มเข้าตอนหกโมงเย็น พอถึงเวลาหกโมงเย็นแตงก็ต้องออกมาอยู่ข้างนอก เพื่อคอยเก็บถ้วยชามสกปรกเหมือนตอนกลางวัน ตอนเย็นแตงไม่มีเวลาช่วยในครัว เพราะลูกค้าเยอะมาก นอกจากเก็บถ้วยชามสกปรกแล้ว แตงยังต้องเช็ดโต๊ะให้สะอาดเพื่อรับลูกค้าใหม่ และต้องทำอย่างรวดเร็วด้วยเพราะมีลูกค้ายืนเข้าแถวคอยโต๊ะ

ร้านปิดสี่ทุ่ม แต่ยังมีลูกค้าที่ยังกินไม่เสร็จ ทางร้านก็ต้องรอลูกค้าออกไปหมดก่อน จึงจะเก็บร้านทำความสะอาดได้ เวลาสี่ทุ่มพ่อครัวจะทำอาหารให้พนักงานกินอีกมื้อหนึ่ง แตงกินอาหารกลางวันตอนบ่ายสองโมงครึ่ง ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงสี่ทุ่มมันเป็นเวลาหลายชั่วโมง กินมื้อดึกเสร็จก็ต้องเก็บล้างทุกอย่างให้สะอาด เจ้าของร้านไม่ชอบให้มีจานชามสกปรกทิ้งไว้ค้างคืน เพราะหนูและแมลงสาบจะมากินเศษอาหาร หน่วยอนามัยที่นี่เข้มงวดมาก เขาจะมาตรวจตราอยู่เสมอ ถ้าพบความสกปรกหรือเจอสัตว์ที่เป็นพาหะโรคเช่นนี้ เขาก็อาจจะสั่งปิดร้านได้

พอกินข้าวอิ่มแล้วก็ไม่อยากจะลุกไปทำงานต่อ อยากจะกลับบ้านไปอาบน้ำนอน แม้ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนแตงก็ต้องกัดฟันล้างถ้วยล้างจานสกปรกให้หมด แตงต้องกวาดพื้นครัวด้วย ยังมีหม้อใบใหญ่ และกะทะใบโตหลายใบที่ต้องล้างด้วย ในวันเเรกพ่อครัวช่วยแตงล้างหม้อใบใหญ่ และบอกว่าวันต่อไปแตงต้องล้างเองทั้งหมด กว่าจะได้กลับที่พักได้ก็เป็นเวลาห้าทุ่มครึ่ง

แตงนอนรวมกับผู้หญิงที่ทำงานในร้านอีกสองคนชื่อใจกับแสวง ใจอายุรุ่นราวคราวเดียวกับแตง ใจเป็นผู้ช่วยพ่อครัว ใจเป็นคนช่างพูด ใจซักถามแตงว่ามาจากไหน มาอยู่อเมริกานานหรือยัง แตงไม่อยากตอบ นึกระแวงว่าใจอาจจะอยากรู้ว่าแตงทำอาชีพอะไรมาก่อน แตงแกล้งทำเป็นหลับเพื่อที่ใจจะได้เลิกพูด ส่วนแสวงอายุประมาณสี่สิบปี ดูท่าทางจะเป็นคนธรรมะธรรโม พอมาถึงที่พักแสวงก็เข้าไปอาบน้ำก่อนคนอื่น พอเสร็จแล้วก็ออกมานั่งสวดมนตร์ จนแตงเข้าไปอาบน้ำออกมาแสวงก็ยังสวดมนตร์ไม่เสร็จ

คืนนั้นแตงหลับไปด้วยความเหนื่อยและอ่อนเพลีย หลับเป็นตาย ถ้าใจไม่มาปลุกแตงคงจะนอนไปจนถึงเที่ยง
“แตงตื่นได้แล้ว”
“กี่โมงแล้ว” แตงงังเงียถาม
“เก้าโมงเช้าแล้ว รีบไปเข้าห้องน้ำซะ ห้องน้ำมีสองห้อง มีคนใช้หกคนต้องรีบๆหน่อย”

แตงรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว ซึ่งเป็นผลจากการทำงานหนักเมื่อวาน วันนี้ไม่อยากลุกเลย แต่ก็ต้องกัดฟันไปทำงาน คิดถึงคุณกร ป่านนี้จะกำลังทำอะไรอยู่นะ คุณกรให้เบอร์โทรศัพท์มือถือของเขาไว้ แตงยังไม่มีโอกาสโทรหา ในชีวิตแตงยังไม่เคยใช้โทรศัพท์เลย

เริ่มงานวันที่สองด้วยความเมื่อยขบ แตงทำงานช้าลง คุณธำรงดูไม่ค่อยจะพอใจนัก แตงก็พยายามกัดฟันสู้  ที่แย่ไปกว่านั้นคือ ตอนออกจากที่พักแตงไม่มีอาหารตกถึงท้องเลย มาถึงที่ร้านพ่อครัวก็เร่งให้ช่วยเตรียมของจนแตงลืมนึกถึงอาหารเช้า มารู้สึกหิวมากๆตอนเที่ยง ยิ่งเห็นอาหารที่ลูกค้ารับประทานแล้วแตงก็ได้แต่กลืนน้ำลาย แตงแทบจะยกจานสกปรกไปล้างไม่ไหว กว่าจะถึงเวลาบ่ายสองโมงครึ่งแตงเกือบเป็นลม

คนในร้านค่อนข้างจะช่างพูดทุกคน ในระหว่างที่แตงนั่งหันผักซึ่งเป็นช่วงที่ไม่มีลูกค้าเข้าร้าน แตงได้ยินใจพูดถึงเรื่องของคนโน้นคนนี้ คนที่แตงไม่รู้จัก แตงไม่อยากฟัง แต่ได้ยินตลอดเวลา แตงไม่ชอบการนินทาว่าร้ายคนอื่น แตงนึกในใจว่านี่ถ้าเขารู้ว่าแตงเคยขายตัวมาก่อน เขาคงเอาเรื่องของแตงไปโพนทะนาทั่วเมืองแน่

ใจพยายามเลียบๆเคียงถามเรื่องส่วนตัวของแตงหลายครั้ง แตงก็เลี่ยงไม่ยอมตอบ ยิ่งทำให้ใจอยากรู้มากขึ้น พอแตงไม่ยอมพูดใจก็บอกว่าแตงหยิ่ง ให้เขาคิดว่าแตงหยิ่งดีกว่าให้เขารู้เรื่องอดีตของแตง แตงมาคิดดูว่าคนพวกนี้ไม่มีความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์เลย แม้แต่แสวงที่ทำตัวธรรมะธรรโมสวดมนตร์มีละนานๆทุกคืน แต่ก็ชอบนินทาเหมือนใจ แสวงชอบเครื่องลางของขลัง ชอบคุยถึงเรื่องอภินิหารของหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์

ไม่ว่าจะไปทำงานที่ไหนก็ดูเหมือนจะมีปัญหาไปเสียทุกที่ แตงเป็นคนจนก็ต้องอดทน อดทนกับทนอด แตงขอเลือกอย่างแรก แตงถามหัวหน้าพ่อครัวซึ่งเป็นคนที่แตงคิดว่าพอจะคุยกันได้ว่า ตอนเช้าคนในร้านเขากินอะไรกัน ที่ร้านมีอาหารให้พนักงานแค่สองมื้อ พวกเรามาทำงานตั้งแต่สิบโมงเช้า กว่าจะได้กินอาหารกลางวันก็บ่ายสองโมงครึ่ง พ่อครัวบอกว่าคนอื่นเขาซื้อขนมปังเก็บไว้กินเวลาที่หิว และแนะนำให้แตงทำแบบเดียวกัน แตงก็อยากทำอย่างนั้น แต่แตงไม่เคยซื้อของเอง และที่สำคัญแตงไม่มีเงินติดตัวเลย

ตอนหยุดพักแตงขอให้พ่อครัวสอนให้แตงใช้โทรศัพท์ คุณธำรงไม่ว่าถ้าพนักงานจะใช้โทรศัพท์ในเวลาพัก และไม่ใช่โทรทางไกล แตงโทรหาคุณกร แตงบอกคุณกรถึงปัญหาของแตง อยากให้คุณกรช่วยซื้อของกินมาให้แตงด้วย แตงทำงานหนักถ้าไม่ได้กินอาหารตามเวลาก็จะไม่มีแรงทำงาน คุณกรรับปากว่าจะแวะมาหาตอนใกล้ปิดร้าน

คุณธำรงจ่ายเงินให้ลูกจ้างทุกๆสิบห้าวัน ลูกจ้างส่วนใหญ่ก็จะรับค่าจ้างเป็นเงินสด พวกที่รับเงินสดจะเป็นพวกที่อยู่ที่นี่อย่างผิดกฎหมาย ก็คือวีซ่าหมดไปนานแล้ว แตงก็อยู่ในประเภทรับเงินสดเหมือนกัน แตงซ่อนเงินค่าจ้างงวดแรกไว้อย่างดี เวลาที่คุณกรแวะมาหาแตงจะให้คุณกรพาออกไปซื้อของกินมาเก็บไว้ คุณกรสอนวิธีซื้อของซึ่งง่ายมาก แค่หยิบของที่ต้องไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน และดูราคาที่ขึ้นที่เครื่องคิดเงิน จ่ายเงิน และรับเงินทอนมา มันง่ายกว่าที่แตงคิด ไม่เห็นต้องพูดอะไรสักคำ

แตงทำงานอยู่ที่ร้านไทยสมายได้เดือนเศษแตงก็เริ่มไม่สบาย วันหนึ่งหลังจากที่หยุดพักตอนบ่ายสองโมง แตงรู้สึกเวียนหัว พอตักข้าวเข้าปากคำแรกก็วิ่งไปอาเจียนทันที พนักงานคนอื่นๆในร้านมองด้วยความตกใจ แตงอาเจียนจนหมดท้อง แล้วกลับมานั่งหมดแรง หน้าซีดขาว จนคุณธำรงถามว่าจะทำงานต่อไหวหรือ แตงพยักหน้า ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจ

อย่างไรก็ดีแตงก็ฝืนทำงานต่อในตอนบ่าย แต่ก็ฝืนไปไม่รอด แตงเป็นลมตอนเย็น ยังดีที่เป็นก่อนที่จะถึงเวลาลูกค้าเข้าร้าน คุณธำรงบอกให้กลับไปพัก เขาจะโทรศัพท์บอกคุณกรให้พร้อมกับกำชับว่า “พรุ่งนี้เป็นวันหยุดของเธอ เธอบอกให้กรพาเธอไปหาหมอด้วย”

ปกติแตงเป็นคนแข็งแรง ตั้งแต่มาอยู่อเมริกาไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วยเลย คราวนี้เป็นอะไร แตงยังนึกสงสัยตัวเอง แตงเวียนหัวจนไม่อยากจะลุก ไม่นึกอยากจะกินอะไรทั้งนั้น เอ เราเป็นอะไรนะ แตงได้แต่แปลกใจ

ตอนท้ายของบทก่อนคุณปิ๋มปรารภว่าคุณกรนี่ดีจริงหรือเปล่านะ ก็ต้องติดตามต่อไป ในบทหน้าก็จะรู้ว่าเขาดีจริงหรือไม่
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2013, 09:25:28 am »


.....กรรมของแดง...คงยังไม่หมด.....มีอะไรมาสู่อีก......
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2013, 09:30:23 pm »

แหมยิ่งอยากรู้ นะคะคุณสุ สงสัยแตงจะท้องหรือเปล่า สงสัยท้องกับกร กรรมจริง ๆ อย่าให้รอนานนะคะ อยากรู้ค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 06, 2013, 09:36:52 pm โดย อภิญญา » บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2013, 02:19:01 am »

นั่นซิคะ คุณสุ... สงสัยแบบเดียวกับคุณปิ๋มเลยค่ะ

พอดีไป ด่านซ้ายที่เมืองเลยมาซะหลายวัน ก็เลยไม่ได้เข้ามาอ่านค่ะ
รู้สึกเรื่องคงยังไม่จบง่าย ๆ แน่เลย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF