www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทที่10 เหมือนถูกตีที่ศีรษะ  (อ่าน 1602 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: ตุลาคม 20, 2013, 09:10:36 pm »

ตอนที่สิบ เหมือนถูกตีที่ศีรษะ

ป้าจวนได้งานเป็นแม่ครัวที่ร้านกระท่อมไทย คุณกรเคยพาแตงไปที่ร้านนี้ แตงชอบบรยากาศในร้าน นึกอยากจะทำงานที่นี่บ้างเหมือนกัน แต่ดูสภาพตัวเองตอนนี้แล้วก็คงไม่เหมาะ ถึงแม้ว่าตอนนี้แตงจะหายแพ้ท้องแล้ว แต่ขนาดของครรภ์ก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เวลานี้มองเห็นได้ชัด แตงอยู่กับป้าจวน ช่วยป้าจวนทำความสะอาดบ้าน และซักเสื้อผ้าให้ป้าจวนด้วย แตงทำด้วยความเต็มใจ เพราะป้าจวนดีกับแตงมาก ป้าจวนกินอาหารที่ร้านสองมื้อ บางครั้งก็ยังมีอาหารเหลือจากร้านมาฝากแตงด้วย

ชีวิตของแตงที่อยู่ร่วมบ้านกับป้าจวนก็นับว่ามีความสุข แต่ก็เป็นความสุขเพียงครึ่งเดียว แตงเคยปรารภกับป้าจวนว่าคุณกรน่าจะพาแตงไปเช่าบ้านอยู่กันสองคนตามประสาผัวเมีย “ที่พูดนี่ไม่ใช่ว่าหนูไม่อยากอยู่กับป้านะ แต่สงสัยน่ะ”
“แล้วแกเคยถามคุณกรหรือเปล่าล่ะ” ป้าจวนย้อนถามแตง
“เคย เต่คุณกรพูดเลี่ยงๆว่ายังไม่พร้อมที่จะทำสัญญาเช่าบ้าน บ้านที่แกอยู่ตอนนี้ยังไม่หมดสัญญาอะไรทำนองนี้ หนูก็ไม่กล้าไปเซ้าซี้มาก กลัวคุณกรโกรธ”

ป้าจวนถอนใจแต่ไม่พูดอะไรอีก แตงก็เลยไม่อยากกวนใจ แตงรู้ว่าป้าจวนเหนื่อย  ป้าจวนออกจากบ้านเก้าโมงครึ่ง ไปถึงที่ทำงานตอนสิบโมงก็เริ่มเตรียมของ  กว่าป้าจวนจะกลับถึงบ้านก็เป็นเวลาเลยห้าทุ่มเกือบทุกคืน ป้าจวนมีวันหยุดเพียงวันเดียวคือวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันที่ป้าจวนจะนอนยาวไปถึงบ่าย พอตื่นก็กินอาหารที่นำมาจากร้าน หลังจากนั้นก็นั่งๆนอนๆดูวิดีโอหนังไทยที่เช่ามาจากร้านชำของคนไทย มันเป็นความบันเทิงเพียงสิ่งเดียวที่ป้าจวนมีในวันหยุด

“เมื่อตอนทำงานที่บ้านองุ่นฉันไม่มีวันหยุดเลย แกก็เคยเห็น พอไปทำงานที่บ้านคุณชาญก็ไม่มีวันหยุดอีก ลูกสาวเขาหาคนมาแทนไม่ได้ฉันก็ต้องทำงานทุกวัน แต่เขาก็จ่ายดีมากนะ เงินเดือนแทบจะไม่ได้ใช้เลย เพราะกินอยู่กับเขา เงินที่เก็บได้ฉันก็เอาไว้ใช้ตอนที่ทำงานไม่ไหวแล้ว”
“ป้ายังแข็งแรง ยังทำงานได้อีกหลายปี แต่หนูนี่ซิกว่าจะมีโอกาสทำงานก็ต้องรอลูกโตเข้าโรงเรียนแล้ว ทุกวันนี้หนูก็เบื่อนะที่ไม่ได้ทำอะไร อยู่บ้านทำงานบ้าน อาศัยดูวิดีโอของป้า ดูซ้ำไปซ้ำมาจนไม่มีอะไรจะดูแล้ว”
“เอาไว้ฉันไปร้านไทยอีกเมื่อไหร่ฉันจะพาแกไปด้วย แกต้องหัดช่วยตัวเอง ไปไหนมาไหนได้เองบ้าง”

ถึงแม้ว่าคุณกรจะไม่ได้อยู่บ้านเดียวกับแตง แต่เขาก็มาหาทุกอาทิตย์ บางทีก็มาค้างด้วยในคืนวันศุกร์ คุณกรช่วยค่าเช่าบ้านให้ป้าจวนครึ่งหนึ่ง เป็นเงินเท่าไหร่แตงไม่เคยถาม แต่ละเดือนคุณกรจะให้เงินแตงไว้ซื้อของที่จำเป็นหนึ่งร้อยดอลล่าร์ เวลาที่ต้องออกไปหาหมอ คุณกรก็จะเป็นคนออกค่าใช้จ่าย แตงพยายามใช้เงินที่คุณกรให้อย่างประหยัด คุณกรพูดเสมอว่า “ผมไม่ใช่คนร่ำรวย ยังมีหนี้สินอีกมาก” แตงจึงพยายามที่จะไม่ใช้เงินมาก และไม่เคยขอเงินเพิ่ม

คุณกรไม่เคยพาแตงไปเที่ยวไหน นอกจากพาไปหาหมอตามนัด นานๆป้าจวนถึงจะชวนแตงไปร้านไทย แตงรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ไปร้านไทย เห็นสินค้าต่างๆจากเมืองไทยแล้วทำให้คิดถึงบ้าน แตงเห็นนิตยสารจากเมืองไทยหลายฉบับ แต่แตงเป็นคนอ่านหนังสือไม่คล่องจึงไม่ได้ซื้อหนังสือพวกนี้มาอ่าน

วันจันทร์เป็นวันหยุดของป้าจวน คราวนี้ดูเป็นพิเศษหน่อยเพราะป้าจวนชวนแตงไปวัดไทย "ฮ้า ที่เมืองนี้มีวัดไทยด้วย" แตงอุทานอย่างตื่นเต้น
“วัดไทยที่นี่มีหลายแห่ง แต่ฉันรู้จักวัดนี้วัดเดียว วัดอื่นอยู่นอกเมืองไปมาลำบาก เราขึ้นรถไฟไปได้ ต่อรถเมล์อีกสามสี่ป้าย"
"ดีนะหนูก็อยากทำบุญ ชาติหน้าจะได้ไม่ลำบากเหมือนชาตินี้"
"ฉันเห็นแกอยู่บ้านทุกวันคงจะเบื่อ ตอนนี้อากาศยังดีอยู่ก็ถือโอกาสออกไปเปิดหูเปิดตา พอถึงหน้าหนาวแล้วหิมะตกท่วมเมือง ไปไหนลำบาก"
"ป้าเชื่อไหมหนูอยู่เมกามาหลายปีแล้ว แต่ยังไม่เคยเห็นหิมะเลย"
"อือ ฉันเข้าใจ" ป้าจวนรู้ดีว่าแตงถูกกักบริเวณไม่ได้ออกไปไหน บ้านแม่องุ่นก็มีประตูหน้าต่างน้อยบาน และสถานที่ก็ถูกปิดทึบอยู่ตลอดเวลา

แตงตื่นเต้นที่ได้ออกมาเดินข้างนอก เพิ่งจะได้ขึ้นรถไฟใต้ดินเป็นครั้งแรก น่าสนุกจัง รถไฟวิ่งเร็วมาก ประมาณสิบห้านาทีป้าจวนก็สะกิดให้เตรียมตัว ตอนออกจากสถานีรถไฟป้าจวนบอกว่า "แกจะเดินไหม เดินสักสิบนาทีก็ถึงวัดแล้ว"
“ไหนป้าว่าจะต่อรถเมล์ไง เรามีของหอบพะรุงพะรัง เอาไว้ขากลับดีไหม” แตงรู้ว่าป้าจวนเป็นคนประหยัด "หนูออกค่ารถเมล์ให้เอง ป้าบอกว่าอากาศดี แต่มันหนาวสำหรับหนู"

ระหว่างทางแตงเห็นต้นไม้มีใบสีแดง ส้ม เหลืองและน้ำตาล ใบสีเขียวไม่เห็นมีเลย ต้นไม้บางต้นไม่มีใบเลย ดูเหมือนว่ามันกำลังจะตาย แตงสะกิดให้ป้าจวนดู ป้าจวนบอกว่าตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้จะเปลี่ยนสีแล้วก็ผลัดใบ หลังจากนั้นก็เป็นฤดูหนาว พอเข้าฤดูใบไม้ผลิต้นไม้พวกนี้ก็จะกลับมาเขียวเหมือนเดิม

วัดไทยที่นี่ไม่มีลักษณะเป็นวัดเลย แตงนึกว่าจะได้เห็นโบสถ์มีหลังคาหน้าจั่วแหลมๆแบบเดียวกับที่เมืองไทย ป้าจวนบอกว่าวัดแห่งนี้ซื้ออาคารเก่าของโบสถ์คริต แล้วนำมาดัดแปลงเป็นสถานที่ประกอบศาสนพิธีและเป็นที่อยู่ของพระสงฆ์

แตงเห็นพระสี่รูปมารับประเคนภัตตาหารจากญาติโยม ซึ่งก็มีแตงกับป้าจวนเท่านั้น แต่แล้วแตงก็เจอคนที่ไม่คิดว่าจะเจอ

"นั่นคุณกรนี่" แตงอุทานอย่างตื่นเต้น ตอนนั้นพระเริ่มฉันภัตตาหารแล้ว คุณกรยังมองไม่เห็นแตงกับป้าจวน ป้าจวนรีบสะกิดแตง "แกอย่าทักคุณกรนะ ทำเป็นว่าไม่เคยรู้จัก"
"ทำไมล่ะป้า" ความรู้สึกของแตงตอนนั้นเหมือนเด็กที่กำลังจะส่งขนมที่ตัวชอบเข้าปาก แล้วก็มีคนมาห้ามว่าอย่ากินนะ

แล้วแตงก็รู้คำตอบเมื่อเห็นผู้หญิงวัยเกือบห้าสิบและเด็กผู้ชายสองคนอายุประมาณสิบขวบเดินตามคุณกรเข้ามา พวกเขาไม่ได้สนใจคนอื่นเพราะพวกเขามาถึงช้า เมื่อคุณกรและคณะถวายอาหารแก่พระสงฆ์แล้ว ผู้หญิงที่มากับคุณกรก็เห็นป้าจวน ผู้หญิงคนนั้นกรี๊ดกร๊าดทักทายป้าจวนอย่างดีใจ

"ไม่เจอพี่จวนเสียนาน ตอนนี้ทำอะไรล่ะ"
"ทำที่ร้านกระท่อมไทย ไปไงมาไงถึงมาวัดวันนี้" ป้าจวนย้อนถาม
"วันนี้วันเกิดลูกชายคนเล็ก เลยพาเขามาทำบุญ แล้วนั่นใคร เขามากับป้ารึ" ผู้หญิงคนนั้นหันมามองแตง
"หลานฉันเอง เพิ่งมาจากเมืองไทย" ป้าจวนตอบสั้นๆ

ตลอดเวลาที่ป้าจวนทักทายกับหญิงคนนั้นคุณกรไม่ได้พูดสักคำ เขาทำเป็นไม่รู้จักแตง ซึ่งทำให้แตงน้อยใจมาก แตงแทบจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ผู้หญิงคนนั้นมองหน้าแตงพร้อมกับถามว่า "น้อง ไม่สบายหรือเปล่า" แตงสั่นหัว

ป้าจวนรีบแก้สถานการณ์โดยบอกว่า "ตายจริง ฉันเกือบลืมทำธุระสำคัญต้องรีบไป" ป้าจวนรีบลาพระ แล้วบอกผู้หญิงคนนั้นว่า "ไปก่อนนะ"แล้วฉุดแขนแตงให้เดินตาม
"แหม บทจะไปก็รีบจนพวกเราตั้งตัวไม่ทัน" ผู้หญิงคนนั้นพูดตามหลัง

พอออกมาพ้นบริเวณวัด แตงก็เริ่มร้องไห้ "ผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรกับคุณกร" แตงถามป้าจวน
 "เขาชื่อนาถฤดีเป็นเมียคุณกร" "แล้วทำไมป้าไม่เคยบอกหนูเลย
"ป้าจวนทำหน้ากระอักกระอ่วน "ฉันอยากให้แกรู้จากคุณกรดีกว่ารู้จากคนอื่น ฉันเคยเตือนคุณกรให้บอกแก แต่เขาก็พูดว่ารอให้เขาพร้อมก่อน”
"เขามีลูกด้วยกันถึงสองคน" แตงพูดไปสะอื้นไป "คุณกรก็น่าจะบอกหนูบ้าง”
“เฮ้อ” ป้าจวนถอนใจอย่างอึดอัด แกลองคุยกับคุณกรดูก็แล้วกัน ฉันเป็นคนนอกพูดมากไปก็ไม่ดี”


เอาละซิ เมื่อรู้ความจริงแล้วแตงจะทำยังไงต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 20, 2013, 09:16:27 pm โดย PeggySueGuerra » บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2013, 10:32:21 pm »

นั้นไง...ว่าแล้ว ว ว ว....ต้องออกมารูปนี้ แล้วนี่แตงจะทำยังไงดี....เฮ้อ ไม่อยากคิด
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2013, 02:38:38 am »

ขอเฮ้อ...ตามคุณปิ๋มด้วยอีกคนนะคะ

แล้วทีนี้หนูแตงของเราจะทำไงล่ะคะ...
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF