www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ตอนที่ 11 ความจริงที่โหดร้าย  (อ่าน 1316 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2013, 10:03:14 am »

                                                      ตอนที่ 11 ความจริงที่โหดร้าย
เมื่อกลับมาถึงบ้านแตงเอาแต่ร้องไห้ ป้าจวนพยายามปลอบโยนและทำอาหารอร่อยๆให้แตงกิน แต่แตงกินไม่ลง ลูกในท้องดิ้นแรงมาก ตอนนี้อายุครรภ์ของแตงได้เจ็ดเดือนแล้ว อีกสองวันแตงมีนัดกับหมอที่ไปฝากท้องไว้ แตงสงสารลูกที่จะมีพ่อได้ไม่เต็มที่ แตงบอกป้าจวนว่า “ตอนนี้หนูรู้แล้วว่าทำไมคุณกรถึงไม่อยู่กับหนู”

ป้าจวนเล่าว่า เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อนคุณกรยังโสดอยู่ เขามาอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว และอยู่นานจนวีซ่าขาดจนกลายเป็นโรบินฮู๊ดคืออยู่อย่างผิดกฎหมาย สิบปีต่อมาถึงมาเจอคุณนาถฤดีที่ผัวฝรั่งเพิ่งตาย และทิ้งมรดกไว้ให้คุณนาถมากมาย

"ดูท่าทางเมียคุณกรอายุมากกว่าคุณกรนะ"  แตงพูดพร้อมกับหัวเราะแค่นๆ
“คุณนาถแก่กว่าคุณกรถึงสิบปี คุณกรเกรงใจคุณนาถมาก ลำพังตัวคุณกรไม่มีความสามารถที่จะหางานดีๆทำได้ ถึงคุณนาถจะหลงผัวหนุ่มยังไง ก็ไม่ยอมให้คุณกรไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของเธอ คุณกรถึงต้องมาหากินกับคนไทยด้วยกัน แต่เขามีพรสวรรค์อยู่อย่างนึง คือเป็นคนโชคดีเรื่องการพนัน ถ้าอยากได้เงินพิเศษก็ต้องเล่นไพ่  เขาถึงไปบ้านองุ่นทุกอาทิตย์”
“เมียคุณกรนี่คงเค็มน่าดู เขาควบคุมเรื่องเงินทองรึ”
“ฮื่อ ฉันจะบอกให้ว่าคุณนาถก็มีหุ้นส่วนในร้านกระท่อมไทยที่ฉันทำงานด้วย แต่ไม่ใช่หุ้นใหญ่ นานๆจะแวะมาดูสักที สิ้นปีก็คอยรับเงินปันผล”
“ถ้างั้นคุณกรก็คงกลัวเมีย”
“จะว่ากลัวก็ไม่ถึงขนาดนั้น ถ้ากลัวก็คงไม่ไปค้างคืนเล่นไพ่ที่บ้านองุ่น”
“แปลกใจจัง ทำไมเมียเขายอมให้ไปค้างคืนที่นั่นได้”
“คุณกรเป็นคนพูดเก่ง คารมดี เขาคงหาเหตุผลมากล่อมคุณนาถ ก็คงเรื่องเงินนั่นแหละ เขาคงบอกว่าเป็นวิธีหากินของเขาอย่างหนึ่ง คุณนาถเองก็เคยข้องแวะกับองุ่นก็เลยยอมให้คุณกรไปที่นั่น”
“ข้องแวะ หมายความว่ายังไงป้า”
“แกรู้แค่นี้ก็พอ”  ป้าจวนตัดบท

สองวันต่อมาคุณกรก็มารับแตงไปหาหมอ แตงร้องไห้ตีโพยตีพายตัดพ้อต่อว่าคุณกร “ทำไมคุณไม่บอกแตงแต่แรกว่าคุณมีเมียแล้ว”
“เรื่องมันก็เลยตามเลย ผมก็หาโอกาสเหมาะๆที่จะบอกแตง”
“แตงพ้นจากซ่องก็กลายมาเป็นเมียน้อย” แตงร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ผมเคยบอกแล้วว่าไม่พร้อม แต่ในเมื่อเป็นความต้องการของแตงที่จะเก็บเด็กไว้ ผมก็จะพยายามรับผิดชอบเท่าที่ผมจะทำได้ ผมขอสั่งอย่างนึงนะ ต่อไปนี้ไม่ต้องไปวัดไทยอีก ไม่ว่าจะมีคนพาไปหรือไปเอง อ้อ แล้วร้านกระท่อมไทยก็ไม่ต้องไปด้วย”
“ทำไมจะไปร้านกระท่อมไทยไม่ได้ ก็ป้าจวนทำงานที่นั่น”
“ป้าจวนบอกหรือเปล่าว่าเมียผมมีหุ้นอยู่ด้วย ตอนนี้เขาเคยเห็นหน้าแตงแล้ว ผมไม่อยากให้เขามาจับผิดแตง”
“เคยเจอกันหนเดียวเขาจะมาสงสัยอะไร”
“แตงยังไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ดี ผมไม่อยากพูดมาก เอาเป็นว่าแตงอยู่เฉยๆ ต่างคนต่างอยู่กับบ้านโน้น เขาจะได้ไม่สงสัย”
“แตงไม่นึกเลยว่าคุณกรจะใจดำกับแตง”
“ผมใจดำยังไง ผมก็รับผิดชอบอยู่ ผมให้เงินแตงใช้ พาไปหาหมอ ผมต้องเตรียมเงินไว้เป็นค่าคลอดด้วย ค่ารักษาพยาบาลที่นี่แพงมาก”

หลังจากวันที่คุณกรพาแตงไปหาหมอแล้วคุณกรก็หายไปสองสัปดาห์ แตงปรารภกับป้าจวนว่า “คุณกรเขาคงโกรธแตงที่แตงต่อว่าเขาเมื่อวันก่อน”
“ฉันว่าแกอย่าไปตัดพ้อต่อว่าเขาเลย เรื่องมันล่วงเลยมาขนาดนี้แล้ว เขาก็ยังรับผิดชอบแกอยู่ไม่ใช่รึ”
“แต่เขาหายไปสองอาทิตย์แล้ว...ฮือ ฮือ” แตงเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ถ้าให้ฉันเดา เขาคงจะไปเล่นไพ่ที่บ้านองุ่น เลยไม่ได้มาค้างที่นี่”
“ถ้าเขาทิ้งแตงไป แตงจะทำยังไง”
“แกก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ด้วย......” ป้าจวนพูดยังไม่ทันจบแตงก็กรี๊ดขึ้นมาทันที
“ป้าอย่าพูดแบบนี้ได้ไหม”
“นี่นังแตง อย่ามาขึ้นเสียงกับฉันนะ แกต้องยอมรับความจริง และเตรียมตัวเตรียมใจ ถ้าเมียเขาจับได้และเขาบังคับให้คุณกรเลิกกับแก แกต้องคิดซิว่าแกจะทำยังไงต่อไป ฉันว่าตอนนี้แกทำตัวดีๆให้คุณกรสงสาร เขาจะได้ดูแลแกไปนานๆจนกว่าลูกแกจะโต”

“ชีวิตหนูทำไมมันบัดซบอย่างนี้”
“แกเลือกทางเดินชีวิตของแกเองนะ”
“ป้าไม่ต้องมาซ้ำเติมหนู”
“กูไม่ได้ซ้ำเติม แต่อยากจะบอกมึงว่าให้มึงยอมรับความจริง มึงบอกว่ามึงถูกเขาหลอกให้มาทำงานเมืองนอก ไม่มีใครเขาหลอกมึง มึงเต็มใจมาเอง ก่อนมาทำไมไม่คิดให้ดีเสียก่อน มาถึงเมืองนอกรู้ตัวว่าต้องมาขายตัวก็ไม่หาทางหนี กลับยอมจำนนกับสถานการณ์ พอปลดหนี้ได้แทนที่จะออกไปให้พ้นๆซ่องแกก็กลับอยู่ต่อจนถูกจับ” แตงรู้ว่าป้าจวนโกรธ เพราะสรรพนามที่ใช้กับแตงเปลี่ยนไป

“หนูไม่รู้ภาษา ไม่รู้ถนนหนทาง ไม่รู้จักใคร จะให้หนูหนีไปไหนล่ะ หนูเคยเห็นคนที่คิดหนีถูกซ้อมปางตาย” แตงแก้ตัว
“ส่วนเรื่องคุณกร ขอถามหน่อยว่าเขาเคยบอกรัก หรือแม้แต่บอกว่าชอบแกไหม แกบอกมาตรงๆ แกอาจจะหลอกฉันได้ แต่แกหลอกตัวเองไม่ได้”
“เอ้อ... ท่าทางเขาดูจะชอบหนูนะ” แตงตอบไม่เต็มคำ
“แกตอบไม่ตรงคำถาม ฉันถามอีกที เขาเคยบอกว่ารักแกไหม”
“ไม่เคย” แตงมีความรู้สึกที่บอกไม่ถูก โกรธที่ป้าจวนพูดตรงๆ หรืออายที่จะยอมรับความจริง
“ถ้างั้นจะเรียกว่าเขาหลอกไม่ได้ ถ้าเขาไม่เคยบอกรักแก แกคงชอบเขาอยู่แล้ว แล้วก็คิดไปเองว่าเขาชอบแกด้วย แกโตจนป่านนี้แกก็น่าจะรู้ว่าอย่าทุ่มเทให้ผู้ชายจนหมดตัวหมดใจทั้งๆที่ยังไม่รู้จักเขาดีพอ”

“ป้าจะให้หนูทำไงล่ะ เรื่องมันก็มาถึงขนาดนี้ ป้าด่าหนูมันก็ไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น มันย้อนกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้แล้ว”
“ฉันรู้ว่าอดีตแก้ไขไม่ได้ แต่อยากให้แกมองถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นจะได้ไม่โทษคนอื่น แต่ลืมมองว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตัวแกทำเองทั้งนั้น สรุปว่าเวลาคุณกรมาแก็พูดกับเขาดีๆก็แล้วกัน เขาจะได้เมตตาแก”
ถึงแม้สิ่งที่ป้าจวนพูดจะบาดใจแตง แตงก็ต้องยอมรับว่าถ้าไม่มีป้าจวนแตงก็ไม่รู้จะทำยังไง ป้าจวนเป็นสิ่งที่มาทดแทนความขาดทางอารมณ์ของแตง ตอนนี้แตงรู้แล้วว่าความคาดหวังในตัวคุณกรจะเป็นไปไม่ได้ แต่มันก็ไม่แน่หรอก ถ้าคุณกรเลิกกับเมีย แตงก็คงจะได้อยู่กินกับเขาอย่างเปิดเผย

คราวนี้ป้าจวนจัดหนักกับแตง ถ้ามองจากมุมของป้าจวนที่อยากให้แตงกล้าสู้กัความจริง ไม่หวังลมๆแล้งกับสิ่งที่เป็นไปได้ยาก แต่แตงก็คือผู้หญิงที่เรียนมาน้อย และคิดน้อย  เขาก็คิดได้แค่ตื้นๆ จะเรียกว่าชีวิตเขามีกรรมก็ได้
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2013, 08:41:25 pm »

และแล้ว....แตงก็ต้องยอมรับความจริง เรื่องมันล่วงเลยมาขนาดนี้แล้ว แตงต้องใช้สติ แก้ไขปัญหาอย่างที่ป้าจวนพูด และยอมรับกรรมของตนเองอย่างไม่มีทางเลี่ยงค่ะ

ไม่ทราบว่าจะมีตอนต่อหรือเปล่าคะคุณสุ อยากติดตามชีวิตแตงไปอีกสักหน่อยค่ะ...อย่าเพิ่งหยุดเขียนนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF