www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นิยายตอน ที่ 12 สมาชิกใหม่  (อ่าน 4371 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: มกราคม 10, 2014, 08:09:51 pm »

ตอนที่12 สมาชิกใหม่

ชีวิตในแต่ละวันของแตงช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริงๆ ตื่นเช้าขึ้นมาก็เตรียมทำอาหารให้ตัวเองและป้าจวน ป้าจวนตื่นประมาณเก้าโมงเช้าหลังจากกินข้าวเช้าเสร็จป้าจวนก็ออกไปทำงานทันที ป้าจวนออกไปแล้วแตงจึงเก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน บางวันแตงเดินออกไปหาซื้อของใช้ในละแวกใกล้ๆที่พัก ไม่กล้าเดินไปไกล อันที่จริงบ้านเมืองที่นี่เป็นระเบียบ ถนนตัดกันเหมือนตารางหมากรุก ป้าจวนบอกว่าถ้าจำชื่อถนนได้ และรู้ว่าถนนอะไรตัดกับอะไรก็จะไม่หลงทาง แต่แตงอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก แตงใช้จำป้ายที่เป็นรูปภาพแทน

เวลากลางวันแตงก็ดูทีวีบ้าง ถึงแม้จะไม่เข้าใจที่เขาพูดกัน แต่ก็พอจะเดาเอาจากภาพได้ แตงนึกในใจว่าเราอยู่เฉยๆไม่ได้ทำงานก็น่าจะได้ไปเรียนภาษาอังกฤษ แต่แตงก็ไม่รู้ว่าที่ไหนเขาเปิดสอน ครั้นจะถามคุณกรก็นึกขึ้นมาได้ว่าสภาพตัวเองตอนนี้ไม่เหมาะที่จะออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ตอนนี้ท้องแก่มากแล้ว กำหนดคลอดเดือนหน้า นี่ก็เหลือเวลาไม่ถึงเดือน
พอตกเย็นก็ทำอาหารง่ายๆไว้กินเอง ป้าจวนกินที่ร้านสองมื้อ พอป้าจวนกลับมาถึงบ้านก็รีบอาบน้ำเข้านอนทันที แตงไม่มีโอกาสที่จะพูดคุยกับป้าจวนด้วยซ้ำ ยกเว้นวันไหนเป็นวันหยุดของป้าจวน แตงยังมีโอกาสคุยกับป้าจวนบ้าง แต่กว่าป้าจวนจะตื่นก็บ่ายมากแล้ว ชีวิตจำเจแบบนี้น่าเบื่อจริงๆ
คุณกรก็ยังคงมาหาแตงทุกอาทิตย์ และให้เงินแตงไว้ใช้บ้าง แต่ก็ไม่เคยให้มากกว่าเดือนละร้อย แตงก็ไม่เคยขอเพิ่ม คุณกรพาแตงไปหาซื้อของใช้เตรียมไว้ให้ลูก แตงตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าลูกเร็วๆนี้ ตอนนี้แตงคิดถึงพ่อกับแม่มาก แตงไม่เคยส่งข่าวถึงพ่อแม่เลย แตงจะรอจนแตงมีรายได้เป็นของตัวเองแล้วจึงจะส่งข่าวพร้อมกับส่งเงินให้พ่อกับแม่ใช้ แตงก็ได้แต่หวังว่าเมื่อถึงเวลานั้นพ่อกับแม่คงจะหายโกรธแตงแล้ว

โอกาสจะที่กลับไปเมืองไทยตอนนี้ยังมองไม่เห็นเลย ถ้าจะไปแตงก็คงต้องรอให้ลูกโตก่อน เงินทองที่มีอยู่ตอนนี้แตงก็สะสมได้ไม่ถึงพันเหรียญ ไม่พอแม้แต่ค่าเครื่องบิน ถึงอย่างไรแตงก็ยังดีใจที่มีโอกาสจับเงินมากขนาดนี้ มันอาจจะเป็นเงินเล็กน้อยสำหรับบางคน แต่สำหรับแตงซึ่งขาดแคลนมาตลอดชีวิตมันก็เป็นจำนวนมากมายทีเดียว
“โอ๊ย” แตงรู้สึกปวดท้องจี๊ดขึ้นมาทันที สงสัยจะเป็นส้มตำที่ป้าจวนเอามาจากร้านที่ทำให้ปวดท้อง แตงเข้าห้องน้ำแต่ก็รู้ว่าไม่ใช่อาการท้องเสีย อาการปวดหายไป พออีกครึ่งชั่วโมงมันก็เริ่มปวดใหม่ มันเป็นอย่างนี้เป็นระยะๆ ปวดหายแล้วก็ปวดใหม่ จากทุกครึ่งชั่วโมงเริ่มถี่เข้าเป็นทุกสิบห้านาที สัญชาตญาณบอกว่าน่าจะเป็นอาการเจ็บท้องใกล้คลอด แต่ยังไม่ถึงกำหนดวันคลอดที่หมอบอกไว้เลยนี่นา แตงมีความรู้สึกหวาดกลัวมากกว่าเจ็บ เมื่อความเจ็บถี่ขึ้นเรื่อยๆแตงตัดสินใจโทรศัพท์ถึงคุณกร

มีเสียงเรียกอยู่นานแต่คุณกรยังไม่ได้รับสาย แตงวางสายและพยายามโทรใหม่ถึงสาม-สี่ครั้ง คุณกรก็ยังไม่รับสายเหมือนเดิม แตงตัดสินใจโทรหาป้าจวน แต่ป้าจวนก็ไม่รับสายอีกคน นี่แตงจะทำอย่างไรดี จะไปโรงพยาบาลแตงก็ไปไม่เป็น ความปวดก็มีมากขึ้นทุกที แตงทนไม่ไหวแล้ว ถึงกับลงดิ้นทุรนทุราย
“โอ๊ย” แตงกัดฟันลุกขึ้นอีกครั้ง ลองโทรหาคุณกรดูอีกที คราวนี้มีคนรับสายแต่เป็นเสียงผู้หญิง “ฮัลโหล” พอแตงได้ยินเสียงผู้หญิงรับสายก็รีบวางสายทันที คราวนี้ทำไมเมียเขามารับสายเอง คุณกรหายไปไหน แตงได้แต่สงสัย สักพักแตงได้ยินเสียงโทรศัพท์ เห็นเป็นเบอร์ของคุณกรขึ้นที่หน้าจอ แตงรีบรับสายทันที พอพูดฮัลโหลก็มีเสียงผู้หญิงสวนมาว่า “นั่นใครน่ะ” แตงรู้แล้วว่าเป็นเมียคุณกรโทรกลับมา คงอยากจะรู้ว่าใครโทรหาผัวเขา
แตงก็เลยตอบไปว่า “แล้วนั่นใครพูดล่ะคะ จะพูดกับใครไม่ทราบ”
“เธอเป็นใคร โทรหากรทำไม” ผู้หญิงคนนั้นย้อนถาม
“อ้อ ลูกค้าน่ะค่ะ จะโทรถามเรื่องส่งเงินไปเมืองไทย คุณกรไม่อยู่หรือคะ แล้วทำไมคุณรับสายล่ะคะ” แตงแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อำส่งเดช
“กรลืมมือถือไว้ เธอชื่ออะไรล่ะ ถ้าเป็นลูกค้าจะได้ให้เขาโทรกลับ”
“ขอบคุณค่ะ ไม่เป็นไรนะคะ” แตงรีบวางสายทันที

เฮ้อ อยากเจอคุณกรก็ดันมามีอุปสรรค ร้อยวันพันปีโทรไปทีไรคุณกรรับสายเองทุกที วันนี้คงเป็นวันซวยของแตง แตงไม่อยากให้เมียคุณกรรู้ว่าคุณกรมีแตงอีกคน ถ้าเขารู้มันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ
ความปวดยังคงมีอยู่เรื่อยๆ  แตงไม่รู้จะทำยังไงดี จะรอป้าจวนกลับมาคงไม่ไหวแน่ ตอนนี้เพิ่งจะสิบโมงเช้า กว่าป้าจวนจะกลับถึงบ้านก็คงเลยห้าทุ่มไปแล้ว นอกจากป้าจวนกับคุณกรแล้ว แตงก็ไม่มีเพื่อนคนอื่นที่พอจะขอความช่วยเหลือได้เลย
แตงโทรหาป้าจวนอีก แต่ป้าจวนก็ไม่รับสายเหมือนเดิม แตงฝากข้อความเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้หวังว่าป้าจวนจะโทรกลับ แตงรู้ดีว่าตอนนี้ที่ร้านอาหารทุกแห่งกำลังยุ่งเพราะต้องเตรียมเปิดร้านตอนสิบเอ็ดโมงเช้า
แตงปวดจนหมดสติไป ไม่รู้ว่านานเท่าไร พอรู้สึกตัวอีกครั้งก็รู้สึกว่ามีน้ำเหนียวๆไหลออกมาเลอะเทอะที่ขา “เลือด”
แตงตกใจมาก คราวนี้รู้แน่ชัดแล้วว่าใกล้คลอดเต็มที่ แตงจะต้องไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แต่จะไปยังไงก็ยังไม่รู้เลย สำนึกสุดท้ายที่แตงคิดได้คือพยายามเรียกเพื่อนบ้านให้ช่วย บ้านที่แตงอยู่กับป้าจวนเป็นอพาร์ทเม้นท์สองห้องนอนขนาดกลาง แตงกับป้าจวนไม่เคยพูดจาปราศัยกับเพื่อนบ้านเลย ถ้าไปขอความช่วยเหลือไม่รู้ว่าเขาจะเต็มใจช่วยหรือเปล่า และที่สำคัญที่สุด แตงไม่รู้จะบอกเขาว่าอย่างไร 

ยังไม่ทันที่แตงจะลงมือทำอะไร แตงได้ยินเสียงโทรศัพท์ แตงรีบรับสายทันที ป้าจวนนั่นเอง “เป็นไงบ้างนังแตง เห็นแกโทรมาฝากข้อความไว้ แล้วนี่คุณกรรู้หรือยัง”
   “หนูโทรไปตั้งหลายที แต่คุณกรไม่รับสาย เมียเขารับแทนบอกว่าคุณกรลืมเอามือถือไปด้วย ป้า ตอนนี้น้ำแตกแล้วนะ หนูไม่รู้จะทำไง”
   “โอ๊ย จะบ้าตาย แกรออยู่ที่นั่น ฉันจะเรียกรถพยาบาล แล้วแกไปกับรถพยาบาล”
   “อ้าว....แล้วป้าไม่กลับมาหรือ......” แตงพูดไม่ทันจบป้าจวนก็รีบวางสาย

   ถึงแม้ว่าป้าจวนจะเรียนหนังสือน้อย แต่ป้าจวนมีสัญชาตญาณในการช่วยตัวเองสูง จึงทำให้ป้าจวนรู้ว่าในสถานการณ์แบบนี้ควรจะทำอย่างไร แตงมารู้ทีหลังว่าหลังจากที่ป้าจวนวางสายจากแตงแล้ว ป้าจวนโทรศัพท์เรียกรถพยาบาล รถพยาบาลมาถึงในเวลาไม่เกินสิบนาที ตอนแรกแตงจะไม่ยอมไปกับรถพยาบาลอยากจะรอป้าจวนก่อน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ฟังเสียงอุ้มแตงขึ้นรถไปทันที
   เมื่อมาถึงโรงพยาบาลแตงถูกนำเข้าห้องคลอดทันที หลังจากนั้นอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแตงก็คลอดทารกเพศชาย แตงหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
   แตงหลับไปนานแค่ไหนไม่รู้ พอตื่นขึ้นมาก็เห็นหน้าป้าจวน แตงดีใจมาก “หนูนึกว่าจะตายเสียแล้ว ปวดแทบขาดใจ หนูจะรอป้าแต่รถพยาบาลเขาไม่ให้รอ”
   “ขีนรอฉันแกก็อาจจะคลอดกลางทาง ทีนี้ละยุ่งมากๆเลยละ ฉันเรียกรถพยาบาลให้แกแล้วฉันก็ตรงมาโรงพยาบาลเลย ไม่กลับไปบ้านให้โง่หรอก เออ ฉันเห็นเด็กแล้วนะ หน้าตาน่ารักดี”
   “ป้าว่าลูกเหมือนใคร เหมือนหนูหรือคุณกร”
   “ไม่รู้ซิ เด็กแดงๆดูไม่ออกหรอก” ป้าจวนตอบแบบไม่สนใจ แล้วพูดต่อว่า “เออ นังแตง ฉันโทรไปบอกคุณกรแล้วนะ อีกสักพักก็คงจะมา”
   “ป้าโทรไปเจอเขาตอนไหนล่ะ หนูพยายามโทรตั้งหลายครั้งแต่เขาไม่รับสายสักที”
   “พอรู้ตัวว่าลืมมือถือเขาก็กลับบ้านไปเอาโทรศัพท์ เขาเห็นเบอร์แกขึ้นหลายหน เขาก็พอจะเดาได้ว่าแกมีธุระสำคัญ”
   “แล้วป้าไม่ต้องกลับไปทำงานหรือ”
   “วันนี้ฉันลาหยุด มีเหตุฉุกเฉินแบบนี้ฉันไม่มีสมาธิจะทำงานหรอก เมื่อแกปลอดภัยก็ดีแล้ว”
   “หนูขอบคุณป้ามากนะ ถ้าไม่มีป้าหนูก็ไม่รู้จะทำยังไง”
   “ต่อไปนี้แกต้องหัดช่วยตัวเองบ้าง แกเคยรู้บ้างไหมว่าคุณกรพาแกไปฝากท้องที่โรงพยาบาลไหน”
   “ไม่รู้ ทุกครั้งเวลาที่หมอนัดคุณกรเป็นคนพาไป”
   “แล้วแกก็ไม่เคยคิดจะถามเขาเลยหรือ อย่างวันนี้แกน่าจะเรียกรถพยาบาลได้เอง อย่างน้อยรู้ว่าฝากท้องไว้ที่ไหนรถพยาบาลจะได้พาไปถูก”
   “หนูพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ไม่รู้จะบอกให้คนช่วยยังไง”
   “แกก็คิดแบบนี้ ไม่ยอมรับรู้อะไรสักอย่าง ฉันก็พูดภาษาอังกฤษแบบงูๆปลาๆ อย่างน้อยก็ยังโทรเบอร์ฉุกเฉิน911ได้ ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องเขาก็เรียกล่าม”
   “แล้วป้ารู้ได้ไงว่าคุณกรพาหนูไปฝากท้องที่ไหน”
   “ฉันถามคุณกร เพราะฉันอยู่กับแก ฉันเตรียมพร้อมเสมอว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นฉันจะต้องทำยังไง”

   ป้าจวนอยู่กับแตงจนกระทั่งคุณกรมาถึง ซึ่งเป็นเวลาที่พยาบาลเอาเด็กมาให้ดื่มนมแม่ หลังจากให้นมลูกเสร็จแล้ว แตงก็ต่อว่าคุณกรที่คุณกรไม่รับโทรศัพท์
   “ผมขอโทษนะ ปกติผมไม่ลืมโทรศัพท์ เพราะผมต้องติดต่อลูกค้าตลอดเวลา วันนี้รีบไปหน่อยเลยลืม พอนึกขึ้นได้ก็รีบกลับไปเอา”
   “วันนี้แตงโทรไปหลายหน เมียคุณรับสายด้วย แตงรีบวางหู สักพักเขาโทรกลับมา คงอยากรู้ว่าใครโทรหาคุณ เขาบอกคุณหรือเปล่า”
   “เขาพูดว่ามีผู้หญิงบอกว่าอยากจะส่งเงิน แล้วก็ไม่ยอมบอกชื่อ”
   “เขาสงสัยไหม”
   “คงไม่ละมัง ผมมีลูกค้าผู้หญิงที่ใช้บริการส่งเงินหลายคน”
   
   วันรุ่งขึ้นหมออนุญาตให้แตงกลับบ้านได้ แตงแปลกใจเล็กน้อย ที่เมืองไทยคนคลอดลูกจะอยู่โรงพยาบาลหลายวัน แต่ที่นี่คลอดวันนี้รุ่งขึ้นก็ให้กลับบ้านเลย ป้าจวนบอกว่าโรงพยาบาลที่แตงไปคลอดเป็นโรงพยาบาลของรัฐ และเป็นประเภทที่ให้ความช่วยเหลือคนป่วยที่ไม่มีประกันสุขภาพ ถ้าไปโรงพยาบาลอื่นจะต้องเสียเงินเป็นหมื่นดอลล่าร์ โรงพยาบาลของรัฐแห่งนี้มีคนใช้บริการเยอะ เตียงไม่ค่อยว่าง ถ้าคนไข้แข็งแรงดีไม่มีอาการแทรกซ้อน หมอก็จะให้กลับไปรักษาตัวต่อที่บ้าน

   ลูกของแตงเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย กินแล้วก็นอน จะร้องเวลาที่หิว หรือขับถ่าย รู้สึกว่าลูกของแตงจะหิวบ่อย ร้องจะกินนมทุกๆสองชั่วโมง กลางคืนดึกๆแตงก็ต้องลุกขึ้นมาให้นม แตงมีน้ำนมพอที่จะให้ลูกกินโดยไม่ต้องให้นมผงเสริม  ลูกเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับแตง แตงดีใจที่ลูกเป็นผู้ชาย ผู้ชายยังเอาตัวรอดได้ ถ้าลูกเป็นผู้หญิงแตงไม่อยากให้เขามีชีวิตที่ลำบากเหมือนแตง

   คุณกรตั้งชื่อลูกว่าชาลี แตงไม่ชอบชื่อนี้ อยากได้ชื่อไทยๆมากกว่า คุณกรบอกว่าชื่อชาลีเป็นได้ทั้งไทยและฝรั่ง เขาสะกดชื่อลูกเป็นภาษาอังกฤษให้ดู แต่แตงอ่านไม่ออก แตงก็ยังยึดติดแบบคนไทยทั่วไปว่าอยากจะให้พระตั้งชื่อให้ลูกเพื่อความเป็นศิริมงคลของเด็ก แต่โอกาสที่จะไปหาพระก็ยาก แตงไม่รู้จักทางไปวัด แตงก็ได้แต่รอว่าพอลูกโตแล้ว แตงจะหาโอกาสพาลูกไปวัดเพื่อขอให้พระตั้งชื่อให้

   คุณกรบอกว่า “แตงไม่เคยฟังเทศน์มหาชาติหรือ กัณหา-ชาลีเป็นลูกของพระเวสสันดร ชื่อนี้ก็เป็นมงคลนะ”
   คุณกรก็ดูแลเอาใจใส่ลูกเป็นอย่างดี แตงรู้ว่าเขาพยายามทำดีที่สุด แต่จะให้เวลาแตงและลูกร้อยเปอร์เซ็นต์ย่อมเป็นไปไม่ได้ แตงพยายามไม่คิดมาก เท่าที่เห็นคุณกรก็เป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบคนหนึ่ง
   ป้าจวนบอกแตงตรงๆว่า ปกติแล้วป้าจวนเป็นคนไม่ชอบเด็ก แต่เมื่อเห็นลูกแตงป้าจวนก็อดที่จะเอ็นดูไม่ได้ ตอนนี้ชีวิตแตงไม่ว่างเปล่าอีกแล้ว แตงมีลูกที่ต้องให้การดูแลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 13, 2014, 09:28:08 pm »

เฮ้อ....แตงคลอดซะที แต่มาคิด ๆ ดู แตงนี่ก็เหลือเกินนะคะ อยู่เมืองนอกตั้งนาน ไม่พัฒนาตัวเองเหมือนที่ป้าจวนพูดเลย ชีวิตจริง อย่างน้อย ก็ต้องเรียนรู้อะไรได้บ้างเพื่อความอยู่รอด ใช่ใหมคะคุณสุ เชียนต่อนะคะ กำลังสนุก
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF