www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วงจรชีวิต  (อ่าน 1292 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: เมษายน 25, 2014, 08:22:24 am »

วงจรชีวิต...
ราสส์ กิโลหก

“ย่างเข้าเดือนห๊ก  ฝนก็ต๊กๆปลอยๆ กบมันก็ร้องฯ” เสียงบทเพลงลูกทุ่งยอดฮิต ดังแว่วมาจากงานบุญที่วัดในหมู่บ้าน เสียงเพลงดังจนลั่นท้องนาซึ่งมีต้นข้าวและน้ำที่ขังอยู่ในพื้นนา ..เสียงเพลงช่างเข้ากับบรรยากาศชวนให้จิตใจล่องลอยไปตามเสียงเพลง.

ลำห้วยเล็กๆมีน้ำขึ้นเต็มคลองจนนองตลิ่ง  สัตว์น้ำเล็กใหญ่หลายชนิดต่างกลับมามีชีวิตชีวาอีกวาระหนึ่งหลังจากพื้นแผ่นดินแห้งผากมาเป็นเวลานานหลายเดือน

พืชหลายชนิดทั้งที่ลอยอยู่ที่ผิวน้ำทั้งงอกเงยขึ้นมาจากพื้นท้องคลอง ต่างชูช่อกันสลอนรับความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำ ปลาเล็กปลาน้อยว่ายทวนน้ำเล่นกันอย่างเป็นสุข..

บนโลกของเรานี้ มีสิ่งมีชีวิตอยู่มากมายหลายชนิดหลายสายพันธ์ รูปร่างหน้าตาก็แผกแตกต่างกันไป  แต่การดำรงเผ่าพันธุ์ไม่แตกต่างกัน การมีชีวิต การมีสังคมในหมู่พวกเดียวกัน มีพ่อ มีแม่ มีลูก มีความผูกพันในสายเลือด เป็นไปตามธรรมชาติที่กำหนดขึ้น..ซึ่งเหมือนกันหมดไม่ว่าคนหรือสัตว์

ณ ลำห้วยบริเวณใกล้ๆริมตลิ่ง  ผิวน้ำกระเพื่อมอันเกิดจากฝูงสัตว์ตัวเล็กๆมีขนาดเท่ากับหัวไม้ขีดจำนวนมากกำลังแหวกว่ายกันมาเป็นกลุ่ม  แลมองเหมือนผ้าแพรสีแดงที่ลื่นไหลไปตามสายน้ำ ทุกตัวดำผุดดำว่ายอย่างสนุกสนานแต่เป็นระเบียบ  ที่น่าแปลกใจคือปลาเล็กเหล่านี้ไม่มีปลาตัวใหญ่หรือกบเขียดย่างกายเข้ามารังแก

เป็นเพราะมันคือฝูงปลาลูกครอกสายพันธ์ปลาช่อน โดยแม่ของพวกมันจะว่ายอยู่ใต้ฝูงของลูก คอยดูแลความปลอดภัย หากมีสัตว์ตัวไหนจะเข้ามาทำร้ายหรือเข้ามาเพื่อจับกินปลาน้อยเป็นอาหาร แม่ปลาช่อนจะเข้าปกป้องทันที  ยามนี้สัญชาตญาณของแม่ปลาจะดุร้ายเพราะความห่วงลูก  มันไม่สนใจว่าผู้เข้ามารบกวนจะเป็นคนหรือสัตว์ แม่ปลาพร้อมที่จะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องลูกๆ

แต่หากเกิดสถานการณ์เกินกำลังและคิดว่าจะป้องกันได้ยาก แม่ปลาช่อนจะส่งสัญญาณให้ลูกปลาทั้งหมดว่ายเข้าไปอยู่ในปากของแม่ทันที โดยแม่ปลาจะอมลูกอยู่จนคิดว่าปลอดภัยแล้วจึงจะคายให้ลูกปลาออกมาอีกครั้ง  มันน่าแปลกใจว่า ปลาตัวเล็กๆที่เพิ่งเกิดมาทำไมถึงฟังคำสั่งของแม่ได้ ทำให้นึกถึงลูกมนุษย์เกิดมาเป็นเดือนยังฟังคำสั่งแม่ไม่ได้

ลุงจ้อน ผู้เฒ่าแห่งบ้านหัวปลวก เล่าให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งแกเคยพบแม่ปลาช่อนนอนตายอยู่บนคันดินที่ทำเป็นถนน ในปากมีลูกปลาสีแดงอยู่เต็มปาก เนื่องจากแม่ปลารู้ว่าแหล่งน้ำที่อยู่เดิมจะแห้ง มันจึงพยายามพาลูกออกไปหาแหล่งน้ำใหม่ แต่ไปไม่ถึงหมดแรงตายเสียก่อนทั้งแม่ทั้งลูก น่าสงสารจริงๆ

ลำจวนแม่หม้ายลูก 2  ผัวตายไปเมื่อหลายปีก่อนเนื่องจากถูกงูเห่ากัดตาย เธอมีอาชีพทำนาโดยมีที่ดินทำกินอยู่ไม่กี่ไร่เพราะฐานะยากจน หน้านาก็ออกทำนา หากไม่ใช่หน้านาก็ออกไปรับจ้างเล็กๆน้อยๆ เพื่อเอาเงินมาเลี้ยงลูก

เช้านี้ฝนตกพรำๆอากาศเย็นสบาย ลำจวนเตรียมตัวออกไปหาปลามาให้ลูกๆกิน ก่อนออกจากบ้านสั่งให้เจ้าลูกคนโตอยู่บ้านดูแลน้องให้ดี  แม่จะออกไปหาปลามากินฝนตกปลามันขึ้น

ตะข้องใส่ปลาสะพายอยู่ที่ไหล่ซ้าย มือขวากำด้ามฉมวกสำหรับแทงปลา เดินลิ่วออกไปที่ท้องนา ยามเช้าฝนตกแบบนี้ปูปลาออกมาชุกชุม เธอเดินมองหาเหยื่อตามลำห้วยไปเรื่อยๆ ทิ่มฉมวกออกไปหลายครั้งแต่ยังไม่เข้าเป้า จนเกือบสายยังไม่ได้ปลาสักตัว คิดว่าคงต้องไปเก็บผักบุ้งที่ริมห้วยข้างหน้าเอาไปลวกกินกับน้ำพริก วันนี้คงต้องกินผักเป็นอาหาร ของสามแม่-ลูก

พลัน ! สายตาเจอะเจอเข้ากับกลุ่มลูกปลาตัวแดงกำลังเวียนว่ายไปตามลำห้วยด้วยความสนุกสนาน  ลำจวนยิ้มที่มุมปากหัวใจเต้นตูมตามคะเนจากจำนวนลูกปลาคิดว่าแม่มันคงตัวโตไม่เบา

ลำจวนค่อยๆเดินตามไปช้าๆ เธอต้องหาจังหวะให้แม่ของมันโผล่ขึ้นมาหายใจเพื่อจะได้เห็นตัวได้ชัดเจน ใจจดจ่ออยู่ที่การปรากฏตัวของแม่ปลา ไม่ได้ให้สนใจกับลูกปลาตัวเล็กๆจำนวนนับร้อยที่ยังคงแหวกว่ายอย่างสบายอารมณ์ เธอสนใจเพียงเหยื่อที่จะเป็นอาหารเพื่อตัวเองและลูกในวันนี้ 

เดินตามไปด้วยความใจเย็น จนกลุ่มลูกปลาว่ายมาถึงที่พงหญ้าแห่งหนึ่ง ลำจวนรู้ว่าแม่มันต้องเข้ามาที่พงหญ้าแน่ แล้วก็ไม่ผิดหวัง แม่ปลาช่อนอาศัยพงหญ้าที่เป็นที่หลบภัย แอบโผล่หัวขึ้นมาสูดลมหายใจ จนผิวน้ำกระจายออกเป็นวง
   

ลำจวนรอจังหวะอยู่แล้ว  เธอพุ่งฉมวกเข้าหาทันที ปลายเหล็กที่แหลมคมพุ่งเข้าที่ข้างลำตัวปลาอย่างแม่นยำ น้ำแตกกระจายเพราะแรงดิ้นสะบัดตัวของปลาช่อนขนาดใหญ่ ลำจวนไม่รอช้าเธอรีบยกปลายฉมวกขึ้นเหนือน้ำ มันเป็นปลาช่อนตัวใหญ่สีเทาดำกำลังดิ้นเพื่อความอยู่รอดโดยที่ลำตัวมีเหล็กแหลมห้าเส้นปักคาอยู่  การดิ้นรนไม่มีผลเพราะเหล็กแหลมปักติดแน่นทำได้เพียงสะบัดดิ้นไปมาด้วยความเจ็บปวด สายตามองกลุ่มลูกน้อยที่แตกไปคนละทิศละทางเพราะความตกใจ  จิตใจของแม่ปลาได้แตกสลายด้วยความห่วงใยลูก...แต่ยามนี้มันคงไม่มีโอกาสกลับไปหาลูกเพื่อคุ้มครองลูกได้เหมือนเดิมแล้ว...

                                       **********************************

ลำจวนกลับถึงบ้าน บอกลูกๆว่าวันนี้จะต้มปลาให้กินกัน เด็กๆพากันดีใจจะได้กินเนื้อปลาตัวใหญ่  แม่ปลายังไม่ตายสนิท เธอต้องเอาไม้ทุบหัวจนแตกเป็นรอยแยก ไม่นานแม่ปลาก็นิ่งเงียบ และโดนขอดเกล็ดหั่นเป็นท่อนๆ จับโยนลงหม้อที่มีน้ำกำลังเดือดพล่าน

เด็กๆกินข้าวมื้อนี้ด้วยความเอร็ดอร่อย  ลำจวนมองดูลูกกินข้าวกับต้มปลาช่อนด้วยความเป็นสุข ลูกคือดวงใจการทำให้ลูกได้อยู่ดีกินดีเป็นความสุขของแม่ ความผูกพันสำหรับแม่กับลูกเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่สุดที่จะพรรณนา ในน้ำมีปลาในนามีข้าว สิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่จะเลี้ยงชีพเธอและลูกๆต่อไป

                                                 ***********************************

ลูกปลาตัวเล็กนับร้อยที่แตกตื่นตกใจกับเสียงดังได้เกลับมารวมตัวกันเหมือนเดิม พวกมันไม่รับรู้และเข้าใจถึงเหตุการณ์ร้ายที่ผ่านมายังคงแหวกว่ายกันต่อไปด้วยความไร้เดียงสา  ว่ายไปข้างหน้าตามลำห้วยที่ยาวไกลไม่มีสัญญาณใดๆจากแม่ปลาอีกแล้ว  แต่ลูกปลามิได้สนใจว่าแม่ของมันหายไปไหน  ปลาสีแดงตัวน้อยยังคงแหวกว่ายต่อไป พรมสีแดงยังคงปลิวต่อไปตามผิวน้ำ

ว่ายไปในวังวนที่ไม่มีจุดหมายปลายทาง ว่ายไปข้างหน้าและอีกไม่นานจำนวนนับร้อยคงจะรอดไปได้เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น....

                                  *************************************   

บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2015, 03:06:50 pm »

สงสารแม่ปลาช่อนจัง...คุณราสส์ ใจร้าย... Angry
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2015, 08:39:48 am »

..ขอโทษครับพี่.......เนื้อเรื่องมันพาไป....ครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF