www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อีเพ็ญ...  (อ่าน 1935 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: มิถุนายน 18, 2014, 10:42:55 am »

อีเพ็ญ..
ราสส์ กิโลหก                     

ตะวันเพิ่งลาฟ้าไปไม่นาน..เสียงเครื่องยนต์ของรถสิบล้อดังกระหึ่มอยู่ที่หน้าห้องเช่าห้องหนึ่ง  จากห้องเช่าหลายสิบห้องที่เรียงกันเป็นแถว 

อ้ายป๊อก , อีแก้ว ,  เด็กๆที่อยู่ในห้องเช่า วัย 5 ขวบ  และ 3 ขวบ ต่างดีอกดีใจเพราะรู้ว่า พ่อของพวกมันกลับมาบ้านแล้ว

ชายวัย 40 ปีรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาดุดันเหมือนนักมวย ใส่เสื้อยืดแขนกุดอวดกล้ามเป็นมัดๆ ที่ข้างแขนสักยันต์เป็นรูปผู้หญิงเปลือยจนเขียวทั้งสองแขน
ที่มือซ้ายถือขวดเหล้าและถุงพลาสติกใส่อาหารอีก2-3 ถุง มือขวาเกี่ยวคอเสื้อตัวใหญ่พาดอยู่ที่ไหล่ขวา..

พ่อๆๆๆพ่อมาแล้ว  ๆๆๆ  เสียงเด็กๆร้องเรียกกันจนลั่นบ้าน หมาตัวเล็ก 2-3 ตัวที่นอนอยู่แถวๆนั้น ตกใจเสียงเด็กลุกขึ้นเห่าแข่งกับเสียงเด็ก..

“เฮ้ย ! อ้าย เวรจะเห่าหา พ่อ หา แม่มึง หรือไง วะ” ไม่พูดเปล่าทำท่า ง้างตีนใส่.. “เดียวกู เตะคอขาด”

เด็กๆวิ่งมารุมล้อม ด้วยความดีใจ ตามองไปที่ถุงพลาสติกในมือ

“พ่อ วันนี้ซื้ออะไรมาให้หนูกิน มั่ง !” อ้ายป๊อก เอื้อมมือมาที่ถุงพลาสติก น้ำลายแตกอยู่ในปาก ฝันหวานถึงขนมหวานๆ

ชายหน้าเหี้ยมยกมือหนี เดินผ่านกลุ่มๆเด็กที่ เกาะแข้งเกาะขาด้วยความรำคาญ..

“อีเพ็ญๆ มึงทำไรอยู่วะ ไม่มาดูลูก กูหิว นะโว้ย ! ขับรถกลับมาเหนื่อยๆ ยุ่งจริงๆพวกมึงนี่ ไม่รู้เกิดมาได้ ไงเป็น ฝูงๆ”

อีเพ็ญ หญิงวัย 23 ปีรูปร่างสมส่วนรีบเดินออกมาตามเสียงเรียกจากห้องด้านใน ด้วยสีหน้าเฉยเมย   ทุกครั้งที่อ้ายผาดกลับมาที่บ้านจะยินเสียงแบบนี้
 เสียงรถสิบล้อ หมาเห่า เสียงด่าหมาด่าลูกเมีย เหมือนหลายๆห้องที่อยู่แถวเดียวกันก็มีเหตุการณ์ทำนองนี้ เพราะห้องเช่าขนาดพื้นที่ 3.5 เมตร คูณ 8 เมตร
 คนที่มาเช่าส่วนใหญ่ มีอาชีพขับรถบรรทุกสิบล้อ

                                                  **************************************
ย้อนหลังไปเมื่อหลายปีก่อน...
ร้านอาหารสร้างอย่างง่ายๆ   รูปทรงเป็นเพิงหมาแหงน หลังคามุงด้วยหญ้าแฝก ตั้งอยู่ตามริมถนน  รวมกันอยู่เป็นหย่อมๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งอยู่บริเวณนอกเขต
เมืองเพราะเสียค่าเช่าไม่แพง  ลูกค้าที่สำคัญคือพวกขับรถสิบ ทั้งขาจร ขาประจำซึ่งต้องขับรถผ่านเส้นทางเหล่านี้บ่อยๆ  เมนูหลักๆก็คือ ลาบ ข้าวเหนียว ส้มตำ
และอาหารตามสั่งทุกชนิด
         
อีเพ็ญสาวน้อยวัย 18 ปีเดินทางมาจากบ้านเกิดภาคอิสาน ที่แสนจะแห้งแล้ง   เนื่องจากน้าสาวเจ้าของเพิงขายอาหาร เรียกให้มาช่วยขายของ    เพราะเห็นว่าอยู่
ที่บ้านนอกก็ไม่มีอะไรทำ วันๆมีแต่อ้ายหนุ่มมาพูดมาคุย ไม่มีประโยชน์ เผลอๆเสียท่าให้กับพวกพวกมันอีก
       
อ้ายผาดเดินโชว์กล้าม.. เข้ามาในร้านมองหาโต๊ะว่าง  มันรับจ้างขับรถสิบล้อให้กับเถ้าแก่ เจ้าของบริษัทขนส่งในกรุงเทพฯ  พื้นที่ในประเทศไทยมันขับรถไปส่งสินค้าจนทั่ว
แทบจะจำหลักหลักกิโลฯได้ทุกหลัก เพราะเห็นจนเบื่อ
       
“ แม่ค้า ! … ลาบหมู ไก่ย่าง ข้าวเหนียว เบียร์ ขวด”  มันตะโกนสั่งของกิน ควักบุหรี่ออกมาจุดสูบ สายตามองไปที่ถนนด้วยความเคยชิน
     
เวลาไม่นาน

“เบียร์ได้แล้ว คะ อาหารรอก่อน เดี๋ยวเสร็จ” เสียงแหลมๆเล็ก ดังขึ้นจนผาดต้องหันกลับมามอง
       
อื้อหือ !   เขาไม่ได้สนใจขวดเบียร์ กลับมองที่ตัวหญิงสาวตั้งแต่ หัวยันปลายเท้า แล้วสายตาเจ้ากรรมก็กลับมาจ้องที่ หน้าอกหญิงสาวที่
ดันเสื้อยืดออกมาจนน่ากลัว….หัวใจของมันแกว่งไกวจนตัวโยน.......
                                       
หลายเดือนต่อมา......

 อ้าย ต๋อง คนขับรถสิบล้อ เข้ามานั่งที่ร้านเพื่อสั่งอาหารกิน สายตามันมองไปทั่วร้าน..

“พี่ น้อย เด็กผู้หญิง ชื่อเพ็ญ ไปไหน !”

หญิงวัยกลางคนกำลังโขลกส้มตำในครกคู่ชีพอย่างเมามัน..แหกปากตะโกนจนพวกที่นั่งกินกันอยู่ตามโต๊ะหันมามอง

“มันโดนอ้าย ผาดกล้ามใหญ่ คนขับสิบล้อ คาบเอาไปแดกแล้ว  โง่จริงๆ  หอบหอยตามเขาไปตั้งหลายเดือนแล้ว อีเวรเอ๊ย !เห็นสิบล้อเป็นรถเบนซ์”

                                  ***************************************

อีเพ็ญสลัดเรื่องราวในอดีตออกจากหัว   เอากับข้าวที่อ้ายผาดซื้อมา เทใส่จานสังกะสี   ซึ่งมีแต่กับ แกล้มเหล้า  เดินไปวางที่โต๊ะ โดยผัวตัวดี
นุ่งผ้าขาวม้านั่งอยู่ข้างๆ.. บนโต๊ะเล็กมีขวดเหล้า ในมือของเขาถือแก้วเหล้า  กำลังยกแก้วเหล้าใส่ปากอย่างมีความสุข..

“เด็กๆยังไม่ได้กินข้าว หรือ วะ เพ็ญ” หลังจากซดเหล้าจนหมดแก้ว เอามือคว้าชิ้นหมูย่างใส่ปาก

เด็กสองคนไปนั่งรวมกันอยู่มุมห้อง ส่งสายตามองดูพ่อมันนั่งกินเหล้า ไม่กล้าเดินมายุ่งเพราะรู้รสตีนรสมือเป็นอย่างดี

“เงินหมดเมื่อวาน เที่ยวนี้พี่ไปหลายวัน เจ๊กเส็ง ไม่ยอมให้เซ็นอีก มันบอกค่าเหล้าของเก่าพี่ยังไม่จ่าย ลูกๆมันก็รอพี่กลับมา นึกว่าจะซื้ออะไรมาให้กิน”

“มีลูกมีเมีย นี่ มันวุ่นวายจริงๆ โว้ย !” อ้ายผาดบ่นแบบเบื่อๆ ซัดเหล้าเข้าปาก ตักลาบเป็ดจนเต็มช้อนตามเข้าไป...ครางฮือๆๆด้วยความเผ็ด..

เดินไปหยิบเงินแบงก์ 100 มาโยนให้เมีย ..

“มึงเอาไปซื้อ ข้าวสาร และไข่มาไว้แยะๆ ...แล้วหุงข้าวทอดไข่ให้มันกิน ซะ !  พวกมันจะได้ไปนอน ไม่ต้องมานั่งดูกูกินเหล้า”

เหล้าบนโต๊ะแห้งหมดขวด  กับแกล้มเหลือแต่จาน อ้ายผาดวางแก้วลงหลังจากซัดเหล้าหยดสุดท้ายเข้าปาก หน้าตามันแดงกล่ำเพราะฤทธิ์เหล้า..

“อีเพ็ญ !  คืนนี้งานเข้านะโว้ย ! ฮ่าๆๆๆๆๆ” มันแลบลิ้นด้วยความเคยชิน...

                                          *******************************

หลังจากนั้นอีกหลายวัน..

ตะวันลับหายไปพร้อมกับแสงสว่างนานแล้ว...เสียงเครื่องยนต์ของรถสิบล้อ ดังกระหึ่มที่หน้าห้องเช่าซึ่งเป็นห้องเดิม ..คนกล้ามใหญ่เปิดประตูลงจากตัว
รถหลังจากดับเครื่องจนเสียงเงียบ..  ที่มือซ้ายถือขวดเหล้าและถุงพลาสติกใส่อาหาร 2-3 ถุง..มือขวานิ้วเกี่ยวที่คอเสื้อที่พาดอยู่บนไหล่ขวา..

ครั้งนี้เหตุการณ์มันแปลกๆไม่เหมือนทุกครั้งที่เขากลับมาบ้าน..ในบ้านปิดไฟเงียบ..

“เฮ้ย ! พวกลูกหมาลูกคน หายหัวไปไหนกันหมดวะ เนี่ย !”     

แต่ความเงียบยังคงอยู่

“ อีเพ็ญๆๆๆอีเวร   มึงมุดหัวอยู่ไหน กูกลับมาแล้ว”   เอามือดึงประตูหน้าบ้านออกมาอย่างง่ายดาย เพราะไม่มีการปิดล็อกจากภายใน..ภายในบ้านไม่ทั้งคนทั้งหมา 
หายหัวไปไหนกันหมด อ้ายผาดทั้งโกธรทั้งแค้น  มันยืนด่าโวยวายอยู่ที่หน้าห้องเช่า เสียงดังลั่นไปหมด

อาจารย์ไฝ อาชีพหมอดูซึ่งเช่าห้องอยู่ติดกัน ลุกขึ้นเปิดไฟ เปิดประตูออกมา  ..ในชุดผ้าขาวม้าผืนเดียวเดินตัวงอๆเพราะรีบ 

“กูเห็นอีเพ็ญเมียมึง นั่งรถไปกับ อ้ายเหยิน คนคุมบ่อน เฮียเก๊า ไปกันหมดทั้ง แม่ทั้งลูก”

“มันไปไหนกัน พี่ไฝรู้มั้ย !”

“กูไม่รู้เพราะมันไม่ได้พูดอะไร อ้ายเหยินธรรมดาที่ไหน มันพกปืนจนเอวตุง กูไม่อยากยุ่ง มึงอยากรู้ไปตามมันที่บ่อน ซิ !”

“อ้าย เหยิน มึงหยามน้ำหน้ากู” อ้ายผาดคำรามลั่น แต่ก็เดินคอตกเข้าบ้านไปเพียงลำพัง

อาจารย์ไฝมองดูด้วยความสมน้ำหน้า เพราะแกมาอยู่ที่นี่ นานพอๆกับตอนที่อ้ายผาด ไปคาบอีเพ็ญมาจากร้านลาบข้างถนน แล้วแอบมาเช่าห้องพักที่นี่   
และนานพอที่จะรู้ถึงสันดานของอ้ายผาดดี อ้ายนี่มันใหญ่แต่ตัว กล้ามใหญ่ของมันไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์ รังแกได้แต่ลูกเมีย แต่กับคนอื่นที่พอฟัดพอเหวี่ยง
ใจมันจะเหลือแค่หอยมด เท่านั้น

“สมน้ำหน้ามึง ไปคาบเค้ามาแล้ว เอามาเลี้ยงดูแบบอดๆอยากๆ ใครจะทนอยู่กับมึงได้” อาจารย์ไฝบ่นกับตัวเอง  ก่อนหันหลังเข้าบ้าน  ..

                                                 ********************************
อีเพ็ญรู้จักกับอ้ายเหยินที่ตลาด  เพราะบังเอิญไปเจอกันและชะตาต้องกัน  คบหากันไม่นานก็ได้เสียเป็นหญิงร้ายชายชู้    พอมีทางเลือกอีเพ็ญตัดสินใจจะหนีไป
กับอ้ายเหยินเพราะอยู่กับอ้ายผาดมีสภาพเป็นเหมือนทาสในเรือนเบี้ย  อ้ายเหยินไม่ทำให้อีเพ็ญผิดหวังเพราะมันมอบเงินให้ พ่อ-แม่ของอีเพ็ญที่บ้านนอกก้อนใหญ่เพื่อให้
ตาและยายเอาหลานไปเลี้ยง ..

ที่บ่อนเฮียเก๊า  เป็นอาคาร 3 ชั้นพื้นที่บนชั้นสามเป็นลานกว้างเหมือนสนามเด็กเล่นเพราะมีคนรวมตัวกันเป็นกลุ่มๆ  มีเสียงอึกทึกที่แสดงถึงความดีใจ และเสียดายเสียใจ เป็นพักๆๆ ..

“เฮียครับ..” อ้ายเหยินเดินมาพร้อมกับ อีเพ็ญ..

“เพ็ญ..นี่เฮียเก๊า รู้จักไว้ซะ”

“สวัสดี ค่ะเฮีย” หญิงสาวก้มลงไหว้อย่างนอบน้อม

“หวัดดีๆๆๆ ใครวะเหยิน” เฮียเก๊ามองดูตาไม่กะพริบ เพราะมองดูแล้วหุ่นมันอึ๋มไม่เบา แต่แล้วก็ถอนใจดังเฮือก !

“เมียผมเอง เฮีย” อ้ายเหยินพูดออกมาเต็มปาก “ผมพามาขอทำงานในบ่อนครับ เฮีย !  ตำแหน่งอะไรก็ได้”

“ให้มันเป็นคนทำความสะอาด”  เฮียเก๊า พูดแบบคนเสียอารมณ์.. แล้วเดินไปทางอื่น..

     
                                                                                               

อาคารสามชั้นของเฮียเก๊า..ใช้เป็นบ่อนเฉพาะชั้นที่สาม..ชั้นล่างสุดเปิดให้คนอื่นเช่าขายของ ชั้นที่สองแบ่งเป็นห้องๆให้พนักงานในบ่อน พักเป็นที่อยู่อาศัย..

อ้ายเหยินพาอีเพ็ญ..เมียกากีของมันมาพักอยู่ด้วยกันที่ห้องพักของของบ่อน.. การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตจากเดิม  ทั้งการกินอยู่และการมีผัวใหม่ทำให้อีเพ็ญตื่นตาตื่นใจไม่น้อย
 มันเหมือนชีวิตที่แปรเปลี่ยนมาสู่เส้นทางใหม่ รสชาติใหม่ๆ    หมดเวรหมดกรรมเสียทีกับชีวิตเก่าๆที่แสนจะลำบากและแสนเข็น   อดีตที่ผ่านมาถือเป็นตราบาปที่ยากที่จะลืมได้   
เพราะความที่อายุยังน้อย ฉี่ยังไม่ทันฉุนก็รีบเอาผัว   จึงไปเจอคนอย่างอ้ายผาด  เสียของเสียศูนย์ไปหลายองศา.. 

การทำงานในบ่อนไม่โหดและหนักจนเกินกำลัง  เพราะพื้นเพเดิมของมันก็มาจากท้องไร่ท้องนาไม่ใช่ลูกผู้ดีตีนแดงมาจากไหน  แต่ คนที่อีเพ็ญเบื่อและรำคาญที่สุดในบ่อนนี้ ก็คือ เฮียเก๊า 
เพราะการที่แกมีพฤติกรรมเป็นคนแก่ตัณหากลับหรือภาษาชาวบ้านก็คือ อ้ายเฒ่าหัวงู  เห็นท่าทางของแกตั้งแต่มาวันแรกแล้ว  มองแต่นมจนตาแทบปลิ้น  ทั้งที่อายุเกือบ 70 แล้วยังซ่า !

วันหนึ่งหลังจากบ่อนปิดให้การบริการเหมือนทุกวัน..

พนักงานต่างก็ทำหน้าที่เก็บข้าวของทำความสะอาด   อีเพ็ญกำลังถูพื้นตามปกติ..มีเสียงดังมาจากด้านหลัง.

“ เพ็ญๆๆ  ขอยืมชาม หน่อย ซิ !”

หันกลับไปดู เป็นเฮีย เก๊า อ้ายแป๊ะ ตัณหากลับนั่นเอง นึกในใจว่าจะมาไม้ไหนอีก อีเพ็ญหวาดระแวง ทุกครั้งที่เข้าใกล้เจ้าหมอนี่ ! แล้วชามบ้าบออะไรมาอยู่แถวนี้ ..
อยากได้ทำไมไม่ไปที่ห้องครัว..สาวน้อยแต่มากผัว ทำหน้า งงๆ

“ หนูไม่ได้เป็นคนล้างชาม นี่เฮีย  ! ชามในครัวมีเป็นร้อย ไปเอาในครัว ซิ !”

เจ้าแป๊ะหน้าหนู ทำท่าเหมือนเด็กน้อย แต่ตาเยิ้มๆมองลงต่ำ..

“จะขอยืมชามของ เอ็งนั่นแหละ   ไม่รู้ ตราไก่หรือชามเปล ยืมซักครึ่งชั่วโมง ฮะๆๆๆ”  ว่าแล้วก็เดินจากไป..

เล่นเอา นังเพ็ญ สมองไขปริศนาไม่ออก งง ไปชั่วขณะ สักพักคิดขึ้นมาได้..

“โธ่ ! พี่แป๊ะ  เอ๊ย ! โถเวรโถกรรม   ! ”

                                 ****************************************

อีเพ็ญช่วงที่ยังเป็นสาวรุ่นๆ  ถือว่าเป็นสาวที่หุ่นดีคนหนึ่ง ความงามของมันไม่เป็นสองรองใครในหมู่บ้าน ถึงแม้จะมาหลงทางไปกับอ้ายผาดจนมีลูกถึง 2 คน
ร่างกายโทรมไปพักใหญ่เพราะรับงานเกินกำลัง แต่ดวงชะตายังดีที่เลิกกับอ้ายผาดได้ก่อนที่เครื่องจะหมดอายุ

การมาร่วมทำบาปกับอ้ายเหยิน ถือเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ใครๆก็อยากได้ในสิ่งที่ดีกว่าเดิม  มนุษย์ทุกคนสันดานเป็นแบบนี้ไม่ต้องสั่งไม่ต้องสอนมันฝังในสมองตั้งแต่เกิด 
อ้ายเหยินพามาเลี้ยงอย่างดี    ทำให้ร่างกายและจิตใจกลับฟื้นขึ้นมา แม้จะยังไม่พริ้งเหมือนตอนเป็นสาวๆแต่ก็งามไปแบบดอกกระดังงาลนไฟ ....

ในห้องพักของสองผัวเมีย..

“เพ็ญ..ๆๆ เฮียเก๊า จะเลื่อนตำแหน่งให้เอ็งไปอยู่ที่ แผนกเครื่องดื่ม ไม่ต้องเป็นคนกวาดถูแล้ว ดีใจมั๊ย !”  อ้ายเหยินเอาข่าวดีมาบอกเมีย

อีเพ็ญ กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากอาบน้ำเสร็จ พอได้ยินก็รู้สึกดีใจ แต่ยังนึกระแวงอยู่ในใจเหมือนกันว่า ตาเก๊า จะมีแผนอะไรหรือเปล่า ?  ไว้ใจไม่ได้อ้ายหัวงู คนนี้ ..

“ก็ดีพี่ !” พูดไม่ทันจบอ้ายเหยินเอามือกระตุกผ้าถุงเมียจนหลุดมากองที่เท้า...

                                        ***********************************

แผนกเครื่องดื่ม  เดิมมีคนทำหน้าที่อยู่แล้ว 3 คนอีเพ็ญผู้มาใหม่อีก 1 คนรวมเป็น 4 คน  ทุกคนมีหน้าที่บริการเครื่องดื่มต่างๆ เช่น  เหล้า เบียร์ น้ำอัดลม น้ำเปล่า
ให้แก่ลูกค้าที่มาเล่นการพนันในบ่อน.. คนที่ทำงานในแผนกนี้ถือว่าสบายที่สุด งานก็ไม่หนักแถมยังได้กินอิ่ม เพราะของกินอยู่ใกล้มือใกล้ปาก คนที่เป็นหัวหน้าคุมแผนกนี้
เป็นดุ๊ด ชื่ออีตุ๋ย อายุแก่กว่าอีเพ็ญไม่มากนัก อีกสองคนเป็นผู้หญิงอายุเกินเลขสี่ไม่ค่อยมีปากมีเสียงก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเดียว

วันหนึ่งหลังจากบ่อนเลิก กำลังเก็บเข้าของให้เข้าที่เหมือนทุกวัน

“เพ็ญ” อีตุ๋ยเอ่ยขึ้น

คนถูกเรียกหันมาตามเสียงในมือยังถือถาดหลายใบเพื่อเก็บเข้าที่

“มีอะไรพี่ตุ๋ย”

“พี่เหยินเป็นไงบ้าง ?”

“หมายถึงอะไรพี่ !”

“หมายถึงว่า อยู่กับเขาสบายดีมั๊ย !”

“ก็ดีนี่พี่ เขาก็ดีกับหนูไม่เคยทุบตี เงินทองก็แบ่งให้ใช้”

“แล้วชีวิตของเอ็งจะเป็นอย่างนี้ไปจนแก่หรือ ไง ?”

“โธ่พี่ !  หนูมาได้ขนาดนี้ก็บุญแล้ว ผัวเก่าหนูมันไม่ได้เรื่องเห็นลูกเมียเป็นหมูเป็นหมา ปล่อยให้กินแกลบกินรำเดือนละ 25 วัน”

“แล้วเอ็งอยากสบายมากกว่านี้มั๊ย ล่ะ”

อีเพ็ญวางของในมือพลางหันมาจ้องหน้า

“พี่พูดอะไรแปลกๆ หนูไม่เข้าใจ”

“เอาละ แค่นี้ก่อนวันหลังค่อยคุยกันใหม่ ไปนอนละ” พูดแล้วกระเทยตุ๋ยก็เดินจากไป

“สบายมากกว่านี้” อีเพ็ญนึกทวนคำพูดที่ได้ยินเมื่อครู่ .....หมายความว่าไง ?..
                     
                                            ***********************************
หญิงรูปร่างอ้วนท้วมสมบูรณ์เพราะอยู่ดีกินดี ที่คอและข้อมือเหลืองอร่ามไปด้วยทองคำเส้นโต...
หล่อนนั่งอยู่เก้าอี้มุกลายมังกร ภายในห้องแอร์กั้นด้วยกระจกใส กำลังกวาดสายตามองผู้คนที่เข้ามาเล่นการพนันในบ่อน....

หล่อนอาศัยอยู่ที่บ่อนนี้ มาหลายสิบปี อายุขึ้นเลขห้ามาหลายเดือน.... วิถีชีวิตที่ผ่านมา มันช่างโลดโผนโจนทะยาน จนเหมือนหนังเหมือนละคร 
และทุกอย่างมันฝังอยู่ในหัวสมองไม่เคยลืม วันเวลาช่างรวดเร็วจริงๆ...เฮียเก๊าคู่ชีวิต..แก่ตายไปเมื่อสิบปีก่อน..ก็เป็นเรื่องธรรมดา ความตายไม่มีใครหลีกหนีพ้น...
กำลังเคลิ้มกับอดีต  ต้องตื่นจากภวังค์ เพราะมีเสียงเรียกดังขึ้น...

“ซ้อๆๆ...ซ้อเพ็ญ  ทำอะไรอยู่ จ๊ะ มีแขกมาหา จ้า” เสียงกระเทยตุ๋ยพูดขณะเปิดประตูห้องแอร์เข้ามา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 01, 2016, 08:10:10 am โดย Rass » บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2014, 04:41:20 pm »

สวัสดีค่ะ คุณราสส์  ไม่ได้เข้ามาทักทายกันเสียนานเลยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ เรื่องสั้นคุณราสส์ น่าอ่านและชวนติดตามเหมือนเดิมเลยนะคะ 
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2014, 12:13:35 pm »

ขอบพระคุณพี่ชุติมาครับ..
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2015, 02:57:34 pm »

เฮ้อ....ไม่จบ มีตอนต่อใช่มั้ยคะ กำลังสนุก มาตามอ่านค่ะ อยากรู้ชีวิต "อีเพ็ญ" จะเป็นอย่างไร พอๆ กับ "แตง" ของคุณเพ็กกี้หรือไม่
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2015, 08:48:14 am »


..ต้องขอโทษพี่อภิญญาด้วยครับ....อีเพ็ญได้เป็นซ้อใหญ่แล้ว...คงต้องจบครับ..

..ส่วนแดงของพี่เพ๊กกี้...คงต้องเดากันต่อไปครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF