www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทที่ 14 ขาดที่พึ่ง  (อ่าน 952 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2015, 08:11:44 am »

อุไรกลับไปเมืองไทยสองเดือนก็กลับมาอยู่กับป้าจวนและแตง แตงรู้สึกทึ่งมากที่อุไรสามารถหางานทำได้ภายในเวลาหนึ่งสัปดาห์หลังจากกลับจากเมืองไทย

"เธอเก่งจัง หางานได้เร็ว" แตงชมอุไร
"ฉันไม่เลือกงาน ได้อะไรก็ทำไปก่อน ค่อยๆรอจังหวะขยับขยายไปทำงานดีๆ"
"แล้วเธอได้งานอะไรล่ะ ไปสมัครยังไงเหรอ"
"ฉันเดินผ่านซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ใกล้อพาร์ตเม้นท์ที่เราอยู่ เห็นเขาติดป้ายว่ารับแคชเชียร์ ก็เลยลองเข้าไปสมัคร แต่ทำเวรดึกนะ ร้านนี้เปิดขาย24ชั่วโมง"
“แล้วเธอจะอดนอนไหวเหรอ” แตงนึกเป็นห่วง
“ก็ต้องลองดู ถ้าไม่ไหวจริงๆแล้วค่อยว่ากันใหม่”
ป้าจวนที่นั่งฟังอยู่ด้วยเสริมขึ้นว่า อันที่จริงงานนี้น่าจะเหมาะกับนางแตงนะ
โอ๊ย หนูอดนอนไม่ไหวหรอกป้า แตงรีบขัดขึ้น
ไหนแกบ่นว่ากลางคืนนอนไม่ค่อยหลับ ทำไมไม่ทำวิกฤติให้เป็นโอกาสวะ ออกไปทำงานตอนดึกลูกก็หลับแล้ว เช้ากลับมานอนลูกก็ออกไปโรงเรียน กว่าลูกจะกลับจากโรงเรียนแกก็นอนได้ถึงบ่าย
ถ้าเธอทำได้ก็ดีนะ จะได้พึ่งตัวเองได้ ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากคนอื่น อุไรเห็นด้วยกับป้าจวน
แตงนิ่งเฉยไม่ตอบรับหรือออกความเห็นใดๆ แตงรู้ว่าอุไรหมายความว่าอย่างไร ถ้าแตงมีรายได้เอง แตงเกรงว่าคุณกรจะเลิกดูแลแตงและลูกเพราะเห็นว่าแตงทำมาหากินได้

คุณกรแวะมาหาแตงในวันเสาร์ เขาเข้ากอดลูกและคุยกับลูก คุณกรพูดกับชาลีว่า เป็นเด็กดีนะ ถ้าแด็ดดี้ไม่อยู่แล้วชาลีต้องดูแลแม่ แตงรู้สึกผิดหูก็ขัดขึ้นว่า พูดอะไรอย่างนั้นคะ ลูกยังเล็กอยู่นะ
คุณกรพูดว่า “ชาลีเป็นลูกคนเดียวของผม ผมไม่เคยคิดว่าจะมีลูกของตัวเอง”
แตงยิ่งงง อ้าว แล้ว..
“สองคนนั้นเป็นลูกติดของคุณนาถกับสามีคนแรกที่เป็นคนไทย แตงดูแลลูกดีๆนะ ถ้าไม่มีผมแตงต้องหัดช่วยเหลือตัวเอง”
วันนี้คุณกรมาแปลก พูดแปลกๆและมีกิริยาท่าทางแปลกๆ

หลังจากที่แตงเจอคุณกรวันนั้นแล้วคุณกรก็หายไป สองอาทิตย์ผ่านไปคุณกรก็ยังไม่มา แตงมีเรื่องวุ่นวายในบ้านที่ต้องดูแลจนไม่ได้นึกถึงคุณกร ป้าจวนปวดท้องขนาดหนัก อุไรต้องเรียกรถพยาบาลมาพาป้าจวนไปโรงพยาบาล หมอตรวจพบว่าป้าจวนมีก้อนเนื้องอกขนาดใหญ่ในมดลูก แถมยังมีอาการส่อว่าน่าจะเป็นมะเร็งในรังไข่ ค่ารักษาพยาบาลมี่อเมริกาแพงมาก ป้าจวนไม่มีประกันสุขภาพ ป้าจวนตัดสินใจวาจะกลับไปรักษาตัวที่เมืองไทย ถึงแม้ว่าจะเข้าใจความจำเป็นของป้าจวน แตงก็อดใจหายไม่ได้ แตงไม่รู้ว่าป้าจวนจะไปนานเท่าไหร่ แตงอยู่กับป้าจวนหลายปีมีความผูกพันกันเหนียวแน่น
อุไรบอกกับแตงว่า  “เธอใจเย็นๆก่อน ยังไงฉันก็ยังจะอยู่บ้านนี้กับเธอต่อไป แต่เธอก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้บ้าง ความเปลี่ยนแปลงมันเกิดขึ้นได้เสมอ”
“เธอพูดเสียจนฉันใจเสีย” แตงตัดพ้อ
“แตงเอ๊ย เธอต้องเป็นคนเข้มแข็งรู้ไหม โดยเฉพาะเธอมีลูกด้วย เธอต้องเป็นที่พึ่งให้ลูกได้”
แตงรู้ว่าอุไรหวังดี แต่แตงเป็นคนไม่กล้า กลัวไปต่างๆนานา
ในที่สุดป้าจวนก็เดินทางกลับไปเมืองไทย เพื่อไปรักษาตัว ป้าจวนยังบอกกับแตงก่อนไปว่า “ฉันจะกลับมาหาแก ถ้าไม่ตายเสียก่อน”
“แหม ป้าพูดอะไรก็ไม่รู้” แตงเข้าไปกอดลาป้าจวน แตงรู้ว่าป้าจวนมีความจำเป็นต้องกลับไปรักษาตัวที่เมืองไทย แม้ว่าป้าจวนแทบจะไม่มีคนรู้จักเหลืออยู่เลย แต่มันก็เป็นบ้านเกิดเมืองนอนของป้าจวน ป้าจวนไปรักษาพยาบาลกับหมอคนไทย มีพยาบาลไทยคอยดูแล อย่างไรเสียก็ยังพูดภาษาเดียวกัน แม้ว่าป้าจวนจะสื่อสารภาษาอังกฤษได้บ้าง แต่เรื่องศัพท์การแพทย์และความรู้สึกของคนไข้ ป้าจวนก็ยังไม่สามารถที่จะพูดให้หมอฝรั่งเข้าใจได้

อุไรบอกแตงว่า “ถึงเวลาแล้วที่เธอต้องออกไปหางานทำ ฉันจะลองพูดกับที่ทำงานให้นะ ถ้าเขามีตำแหน่งว่างเธอจะได้ทำงานเสียที เธอต้องนึกถึงลูกให้มากๆนะ ต้องอดทนและทำงานหนักเพื่อลูก”
แตงพอจะมีเงินเหลืออยู่บ้างจากที่คุณกรเคยให้ไว้ แต่เงินจำนวนน้อยนิดแค่นี้ถ้าไม่หาเพิ่มมันก็ต้องหมดลงสักวัน แตงตัดสินใจว่าจะไปร้านไทยที่ป้าจวนเคยทำงาน แตงยังไม่กล้าไปทำงานกับฝรั่ง เพราะภาษาอังกฤษไม่กระดิกหูเลย ทำงานร้านไทยก็ยังพูดภาษาดียวกัน
เมื่อแตงไปสมัครงานที่ร้านกระท่อมไทย จึงได้ข่าวคุณกรอย่างไม่คาดฝัน คุณกรเสียชีวิตแล้ว คุณกรประสบอุบัติเหตุในขณะที่เดินทางไปต่างรัฐกับครอบครัว ทุกคนบาดเจ็บสาหัส ยกเว้นคุณกรที่เสียชีวิตก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาล คุณกรตายไปได้สองเดือนแล้วแตงถึงทราบข่าว ก่อนหน้านั้นแตงก็ได้แต่วิตกกังวลแกมหงุดหงิดว่า ทำไมคุณกรไม่มาหาเลย ครั้นแตงโทรศัพท์ไปตามก็ไม่มีคนรับสาย แตงพยายามโทรหลายครั้งจนหมดหวัง

เจ้าของร้านกำลังต้องการคนทำงานอยู่พอดี เจ้าของร้านเป็นคนช่างพูด พอรู้ว่าแตงรู้จักป้าจวน เขาก็เลยคุยเรื่อยเปื่อยพาดพิงไปถึงคุณกร เพราะเมียคุณกรตัดสินใจขายหุ้นในร้านนี้ เนื่องจากคุณกรเสียและตัวเองก็เจ็บหนัก
แตงรู้สึกเหมือนโลกถล่มทลายลง งงเหมือนถูกทุบหัว  แตงกลับมาถึงบ้านได้อย่างไรก็ไม่รู้ มีความรู้สึกชาๆ ร้องไห้ไม่ออก จนกระทั่งเห็นหน้าอุไรแตงจึงระเบิดออกมา อุไรเข้ามากอด “ไม่เป็นไรนะแตง ค่อยๆคิด ค่อยๆทำ ใจเย็นๆ”
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2015, 10:24:28 am »

แหม....กำลังอ่านเพลินๆ ชีวิตเข้มข้นขึ้นทุกที จบซะนี่....ตอนนี้เริ่มดราม่าสุด
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2015, 10:26:10 am »

ดราม่าสุดๆ เลยค่ะ สงสารแตง แต่มาถึงตอนนี้ต้องแข็งแกร่งได้แล้วละ ไม่งั้นไม่รอดแน่ จริงไหมคุณเพ็กกี้ อย่าให้รอนานนะค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF