www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทที่ 15 งุนงง  (อ่าน 1080 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2015, 07:08:19 am »

แตงเริ่มไปทำงานที่ร้านกระท่อมไทย ใหม่ๆก็ค่อนข้างจะขลุกขลักบ้าง เพราะแตงเองไม่เคยทำงานเป็นเรื่องเป็นราว ร้านอาหารไทยในอเมริกาส่วนใหญ่ก็มีลักษณะและสิ่งแวดล้อมเหมือนกันคือ ทำงานวันละสิบสองชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ อย่างที่ฝรั่งเขาเรียกว่า work long hour สัปดาห์หนึ่งได้หยุดเพียงวันเดียว

แตงได้งานทำในครัว มีหน้าที่หั่นผัก วันหนึ่งๆก็ก้มหน้าก้มตาหั่นแต่ผัก มาเงยหน้าอีกทีก็บ่ายสองโมงไปแล้ว ซึ่งเป็นช่วงร้านปิดพักหลังขายอาหารกลางวัน อาหารกลางวันขายดีมาก ร้านกระท่อมไทยอยู่ในย่านธุรกิจ ดังนั้นตอนกลางวันจะมีคนทำงานออฟฟิศออกมาหาอาหารรับประทาน ร้านอาหารไม่ว่าประเภทใดก็ต้องอาศัยความเร็วที่จะต้องบริการลูกค้าให้ทัน เพราะลูกค้ามีเวลาพักกินอาหารเที่ยงแค่หนึ่งชั่วโมง แตงก็ต้องเตรียมผักต่างๆไว้ไม่ให้ขาด ถ้าขาดผักอย่างใดอย่างหนึ่งพ่อครัวจะโมโหมาก เพราะจะทำให้การประกอบอาหารของเขาล่าช้าลง

ร้านนี้มีคนทำงานในครัวห้าคน ไม่นับคนล้างจานที่เป็นชาวเม็กซิกัน คนล้างจานจะต้องเก็บถ้วยชามที่ลูกค้ากินแล้ว และนำกลับเข้ามาล้าง ต้องใช้ความเร็วเช่นเดียวกัน ถ้าอาหารออกไม่ทันใจลูกค้า หรือถ้วยชามช้อนส้อมไม่พอใช้เจ้าของร้านที่ชื่อคุณหวินจะเข้ามาโวยวาย ในความคิดเพียงแวบหนึ่งแตงคิดถึงคุณธำรงเจ้าของร้านไทยที่เคยไปทำงานด้วย ถ้าแตงไม่ท้องเสียก่อนก็คงจะทำงานที่นั่นต่อไป คุณธำรงไม่เคยดุด่าว่าพนักงาน แต่เพื่อนร่วมงานคนอื่นไม่ค่อยน่ารัก ช่างนินทา ที่ร้านกระท่อมไทยนี้ต่างคนต่างทำงาน ไม่มีเวลาจะสุมหัวนินทาใคร เวลาพักกินข้าวทุกคนก็รีบกิน แล้วก็พักหรือแอบงีบไปจนถึงสี่โมงครึ่งก็ต้องกลับมาเตรียมของเพื่อขายอาหารเย็นต่อ ตอนเย็นก็มีแขกเข้าเรื่อยๆ แต่ไม่เร่งรีบเหมือนตอนกลางวัน ร้านปิดสี่ทุ่ม แต่กว่าจะเก็บล้างและทุกคนจะได้กลับบ้านบางทีก็เกือบสองยาม

ตอนมาทำงานใหม่ๆแตงมาถึงร้านสิบโมง เพื่อเตรียมของก่อนร้านเปิด ตอนนี้ลูกของแตงไปโรงเรียนแล้ว รถโรงเรียนมารับ                      ตอนเจ็ดโมงสิบห้านาที แตงตื่นเช้าเพื่ออกไปส่งลูกขึ้นรถโรงเรียน ชาลีเลิกเรียนบ่ายสามโมง รถโรงเรียนมาส่งที่บ้าน แตงจะแวบจากร้านมารอรับลูก ดูแลให้ลูกมีของกินตอนเย็นแล้วก็รีบกลับไปทำงานต่อ แตงจึงไม่มีโอกาสได้พักช่วงเบรคหลังอาหารกลางวัน

แตงจำเป็นและจำใจที่จะต้องทิ้งลูกไว้ที่บ้าน แม้ว่าอุไรจะอยู่บ้าน แต่เขาก็ต้องนอนตอนบ่าย เพราะทำงานเวรดึก แตงสอนให้ลูกดูแลตัวเอง ยังไงก็ยังดีกว่าปล่อยลูกไว้คนเดียว แตงยังคิดอยู่ว่าถ้าเกิดอุไรได้งานใหม่ และต้องออกไปทำงานตอนกลางวัน ชาลีจะอยู่คนเดียวได้อย่างไร มันผิดกฎหมายที่จะปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า14ปีอยู่บ้านคนเดียวโดยไม่มีผู้ใหญ่อยู่ด้วย เอาเถอะ..ถึงเวลานั้นแล้วค่อยว่ากัน แตงคิดในใจ

ทุกวันนี้แตงแทบจะไม่ได้เห็นหน้าอุไรเลย อุไรเลิกงานกลับมาถึงบ้านตอนแปดโมงเช้า เขาก็รีบเข้าห้องน้ำและนอนทันที แตงส่งลูกแล้วก็เตรียมตัวไปทำงาน แตงกลับมาดูลูกตอนบ่ายสามอุไรก็ยังนอนอยู่ กว่าแตงจะเลิกงานกลับมาถึงบ้านตอนดึก อุไรก็ออกไปทำงานแล้ว อย่างไรก็ดีอุไรเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องความอดทน และตั้งใจทำงาน

พอได้รับเงินเดือนเดือนแรก แตงก็ดีใจมาก มันเป็นน้ำพักน้ำแรงของแตงเอง ได้ค่าจ้างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แม้จะไม่มากมายแต่ก็ยังมากกว่ารอรับเงินค่าเลี้ยงดูจากคุณกร แตงยังคิดถึงคุณกรอยู่จนทุกวันนี้ คุณกรเป็นคนที่ให้ชีวิตใหม่กับแตง แม้จะไม่สมบูรณ์อย่างที่แตงคาดหวัง แต่เขาก็เป็นคนสม่ำเสมอ และรับผิดชอบ

อยู่มาวันหนึ่งในขณะที่แตงเดินกลับเข้าร้านตอนสี่โมงเย็นหลังจากที่แวะไปดูลูกแล้ว แตงเดินเข้าทางประตูหลัง แต่มีความจำเป็นต้องเข้าห้องน้ำ แตงจึงเดินไปห้องน้ำที่อยู่ด้านหน้า ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ ด้วยความสงสัยแตงจึงชะโงกไปดู เห็นเจ๊หวินนั่งคุยอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ผู้หญิงคนนั้นนั่งหันหลังให้ แตงเห็นแต่เพียงว่าเธอแต่งชุดดำ

เสียงเจ๊หวินพูดขึ้นว่า “กรเขาไปสบายแล้วนะนาถ หักอกหักใจเถอะ”
ผู้หญิงคนนั้นพูดว่า “ทุกวันนี้ฉันยังผวาอยู่เลย ฝันร้ายทุกคืนนึกถึงตอนที่รถบรรทุกมันพุงออกมาชนรถที่เรานั่งไปกันแล้วยังเสียวไม่หาย ตอนนั้นฉันนึกว่าจะตายเสียแล้ว แต่ก็ยังอุตส่าห์รอดมาได้ ลูกสองคนก็ยังเจ็บน้อยกว่าฉัน”
“คิดเสียว่าฝันร้ายนะนาถ อีกไม่นานเธอจะโชคดี” เจ๊หวินพูดปลอบใจ
“โชคดีที่ขาเดี้ยงนี่น่ะเหรอ วันนี้ถ้าไม่ติดธุระมาเอาเงินจากเธอฉันก็คงจะไม่กระเสือกกระสนมา เดินเหินก็ลำบาก ได้เงินก้อนนี้แล้วจะกลับไปรักษาตัวที่เมืองไทยสักพัก ลูกคนเล็กจะไปด้วย ส่วนคนโตปีนี้เรียนจบไฮสคูลแล้ว ตอนแรกว่าจะไปเข้าคอลเลจ แต่คุณกรมาเสียชีวิตเสียก่อน เขาตัดสินใจไปเป็นทหารกับยู เอส อารมี่ อีกหน่อยพอปลดประจำการก็จะได้รับสิทธิเรียนคอลเลจฟรี”
“แล้วเธอคิดว่าพอลลูกคนเล็กของเธอจะอยู่เมืองไทยได้หรือ ตอนนี้เขากำลังเข้าวัยรุ่น เขาจะปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ได้หรือเปล่า” เจ๊หวินท้วง
“ก็ต้องลองดู” “เอ้อ หวิน ฉันมีเรื่องจะเล่าให้เธอฟัง กรทำประกันชีวิตเอาไว้ อันที่จริงฉันต่างหากที่เป็นคนจ่ายค่าเบี้ยประกันทุกเดือน กรใส่ชื่อฉันเป็นผู้รับมรดกถ้าเขาเสียชีวิต แต่แปลกนะ เขาใส่ชื่อคนที่ชื่อชาลีด้วย ชาลีใช้นามสกุลเขา ตอนนี้มีผู้รับมรดกจากการตายของคุณกรสองคนคือฉันกับชาลี ฉันแปลกใจมากๆเลยว่าชาลีนี่เป็นใคร ถ้าเป็นญาติพี่น้องฉันก็พอจะรู้บ้างซิ”
“อืมมมม” เจ๊หวินทำเสียงที่แสดงความพิศวง “แล้วเธอจะสืบหาคนที่ชื่อชาลีนี่ไหม”
“จะสืบไปทำไม ฉันเอาเงินส่วนของฉันแล้วก็จบ ถ้าชาลีมีตัวตนจริงเขาก็คงหาทางเรียกร้องสิทธิของเขา คุณกรอาจจะเคยบอกกล่าวเขาไว้ รอให้เขาออกมาแสดงตัว ฉันไม่ต้องไปสืบให้เสียเวลาหรอก”

แตงยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าห้องน้ำ ไม่คาดคิดว่าจะเจอเมียคุณกร แถมยังได้ยินเรื่องพาดพิงมาถึงลูกของแตงเสียด้วย แตงรีบย่องออกจากบริเวณห้องน้ำ แต่ก็ไม่ทันแตงสวนทางกับคุณนาถฤดีที่เดินกระย่องกระแย่งเข้าห้องน้ำ เธอเดินโดยมีไม้เท้าช่วยพยุง และมีเจ๊หวินเดินตามมาด้วย

แตงใจหายวาบกลัวคุณนาถจะจำได้เลยเดินก้มหน้างุดๆออกไป เสียงเจ๊หวินทักขึ้นทำให้แตงสะดุ้ง “แตงทำไมไม่ใช้ห้องน้ำหลังครัว ห้องน้ำนี้เอาไว้ให้ลูกค้าใช้ ช่วงนี้ช่วงเบรคก็เอาเถอะ แต่ทีหลังใช้ห้องน้ำด้านในนะ”
“ค่ะ” แตงรับคำ แต่เสียงดังแปดหลอดของเจ๊หวินทำให้คุณนาถหยุดชะงักหันมามองแตง แต่แตงรีบเดินหนีกลับเข้าครัวไป

เอาละซิ แตงได้ยินสิ่งที่ไม่คาดคิด แล้วอย่างนี้แตงควรจะทำยังไงต่อไป เมียคุณกรจะจำแตงได้หรือไม่ต้องรอติดตามต่อค่ะ
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 26, 2015, 12:56:22 pm »

เอาละสิ โชคเริ่มมาแล้ว แตงเริ่มเข้มแข็งขึ้นแล้ว เอาใจช่วย...ขออย่าให้มีปัญหาอุปสรรคอีกเลย ....เอ..แล้วมรดกที่ชาลีควรจะได้นั้น จะเป็นอย่างไรนะ อย่าให้รอนานนะคุณเพ็กกี้ สนุก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ รักและคิดถึงผู้เขียนเสมอค่ะ
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 15, 2015, 11:52:00 am »

คิดถึงคนเขียนนะคะ

คิดถึงคนอ่านเสอมต้นเสมอปลายอย่างคุณปิ๋มด้วยค่ะ

และโชคดีที่ยังจำระหัสผ่านได้ เลยเข้ามาตอบได้


ขอให้ทุกท่านมีความสุขในเทศกาลสงกรานต์นะคะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF