www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เหล้าเก่าในขวดใหม่  (อ่าน 1046 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
SKGuerra
Newbie
*
กระทู้: 11


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: มิถุนายน 30, 2015, 08:29:08 am »

สวัสดีค่ะ จำได้ไหมเอ่ยว่าใคร เพ็กกี้เจ้าเก่าไงคะ หลังจากที่ห่างหายไปนาน พอกลับมาใหม่ก็เกิดติดขัดเข้าเว็บนี้ไม่ได้ ต้องสมัครสมาชิกใหม่ เพิ่งได้รับการตอบรับก็เลยรีบมาคุยก่อน จะเรียกว่าเหล้าเก่า (ที่มีรสร้อนแรง) ในขวดเจียรนัยใบใหม่ที่งามกว่าเดิม ฮ่า ฮ่า ก่อนที่จะเล่านิยายชีวิตรันทดของแม่แตงต่อ ก็ขอถือโอกาสคุยเรื่องสัพเพเหระเสียหน่อย

เพ็กกี้หายไปนานเริ่มยุ่งตั้งแต่ปลายปี2014 เนื่องด้วยข้าเก่าเต่าเลี้ยงของบริษัทที่ทำหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์และเลขาของเจ้านายได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2014 เธออายุ71ปี ก่อนหน้าที่จะเสียชีวิตสักสามสัปดาห์ เธอมีอาการป่วย ผอมซีด อาเจียนสองวันติดๆกัน เธอลาหยุดไปหนึ่งสัปดาห์ เธอโทรศัพท์มาส่งข่าวว่าลูกชายพาเข้าห้องฉุกเฉิน เธอบอกชื่อโรงพยาบาลและหมายเลขห้องที่พัก หลังจากนั้นก็ไม่ได้ข่าวเธออีกเลย

พอวันที่ 1 ธ.ค.เราก็โทรไปถามข่าว ลูกชายเธอบอกว่าแม่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อเช้าตอนตีหนึ่ง พวกเราทุกคนช็อค เพราะคาดไม่ถึง เธออยู่กับบริษัทมานานกว่า35ปี ลูกค้าของเราและเพื่อนร่วมอาคารส่วนใหญ่ก็จะรู้จักเธอดี มาทราบทีหลังว่าเธอเป็นมะเร็งที่ตับ แล้วมันก็ลามไปที่อื่นด้วย อิฉันเห็นมรณบัตรของเธอภายหลังเจอศัพท์คำหนึ่งMetastatis อะไรทำนองนี้ ถ้าสะกดผิดก็ขออภัยด้วย มันหมายถึงว่ามะเร็งระยะสุดท้าย ผู้ตายเองก็ไม่ทราบว่าเธอเป็นมะเร็ง คนใกล้ชิดก็ไม่ทราบ อย่างไรก็ดีเธอก็มีอายุยืนยาวมาได้ถึง71ปี คุณแม่เธออยู่ได้ถึงอายุ102ปี และเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้หนึ่งเดือน

พวกเราทุกคนที่นี่ยังคิดถึงเธออยู่จนทุกวันนี้ ส่วนอิฉันก็ต้องรับหน้าที่ของคุณป้าควบคู่กับงานของตัวเอง ก็รับผิดชอบมากขึ้น ข้อคิดจากเรื่องเล่านี้ก็คือต้องระวังรักษาสุขภาพ บางคนอาจจะคิดว่าโอ้โฮอายุ71ปีแล้วยังทำงานอยู่อีก คนที่นี่เกษียณกันตอนอายุ65-66ค่ะ ถ้าคุณอยากทำงานต่อก็ไม่มีใครบังคับให้คุณเกษียณได้ ไม่เหมือนที่เมืองไทยนะคะ พออายุ60เขาก็อยากให้เกษียณเพื่อจะได้รับคนรุ่นใหม่เข้ามาแทน หลายๆคนก็ยังแข็งแรง ยังมีไฟลุกโชน แต่ถูกบังคับให้เลิกทำงาน เพื่อนหลายคนบอกว่าเกษียณปีแรกจะบ้าตาย ทำตัวไม่ถูกยังปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ไม่ได้ แต่พอผ่านไปเข้าปีที่2และ3ก็เริ่มปรับได้ แต่ความกระตือรือร้นในชีวิตก็จะค่อยๆหายไป

เพ็กกี้ยังทำงานอยู่แม้จะอายุ66ปีแล้ว ยังสนุกกับงานอยู่ สุขภาพยังแข็งแรง แต่ก็ไม่เคยประมาท เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาไปตรวจหามะเร็งที่ลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ตอนตรวจน่ะไม่เท่าไหร่ ไม่รู้ตัวเพราะเขาวางยาสลบ แต่วันก่อนที่จะไปร.พ.ตัวเราต้องล้างท้องให้หมดเกลี้ยง ทานได้แต่อาหารเหลว ดื่มน้ำยาที่ระบายท้องประมาณหนึ่งแกลลอน ต้องดื่มให้หมดด้วย เมื่อหิวก็ต้องดื่มน้ำผลไม้ หรือกินวุ้น(Jello) วุ้นและน้ำผลไม้ต้องไม่มีสีแดงหรือสีม่วง เพราะสีจากอาหารจะไปทำให้การตรวจไม่แม่นยำ แต่ก็โชคดีที่ไม่มีอะไรผิดปกติ หมอเอาเนื้อเยื่อไปตรวจก็ไม่เจอเซลมะเร็ง ทำให้สบายใจ คุณๆทั้งหลายที่อายุเกิน50ปีควรจะไปตรวจนะคะ เพื่อความสบายใจ แม้ว่าการเตรียมตัวมันจะค่อนข้างทุลักทุเล แต่มันก็คุ้ม

เรื่องที่สองที่อยากคุยและกำลังอยู่ในความสนใจของพี่น้องชาวไทยคือละครเรื่องข้าบดินทร์ ตอนแรกที่รู้ว่าเจมส์ มาร์แสดงนำก็นึกในใจว่า “อะไรวะ” เพราะน้องเขาหน้าตาไม่เป็นไทยเสียเลย แถมหุ่นยังอ้อนแอ้นแบบคุณชาย มีเสียงวิจารณ์มากมายถึงหน้าตาและบุคคลิกของพระเอกและนางเอก แต่พอเริ่มดูละครเรื่องนี้ก็ได้เห็นความสามารถในการแสดงของพระ-นางคู่นี้ ทั้งๆที่เรื่องนี้เป็นละครเรื่องที่สองของเจมส์ มาร์ แต่ทักษะในการแสดงของเขาดีมากๆ ให้พระเอกรูปหล่อบรรดาคุณชายทั้งหลายที่เคยแสดงร่วมกับเจมส์ มาร์มารับบทพ่อเหมอิฉันเชื่อว่าคงไม่มีใครทำได้ดีเท่าเขา เพราะคุณเหมตัวเองของเรื่องแสดงได้ครบทุกรส ใครจะไปเชื่อว่าตี๋น้อยอย่างน้องเจมส์จะฟันดาบได้เก่งมาก และยังกล้าที่จะแสดงกับช้าง ต้องคนใจถึงจริงๆ อย่าไปมองหน้าตาเธอ ดูฝีมือการแสดงก็ไม่ผิดหวังเลย

ละครเรื่องนี้ยังให้ข้อคิดหลายๆอย่างกับคนดู ทำให้เห็นถึงค่านิยมและทัศนคติของคนสมัยก่อน แม้ทัศนคติของคนรุ่นเก่าอาจจะขัดแย้งกับคนสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกอย่างอิฉัน อิฉันเชื่อในสิ่งที่เป็นรูปธรรมมากกว่านามธรรม นามธรรมเป็นสิ่งที่คนสมมุติขึ้นมาและยึดถือปฏิบัติตาม อย่างเช่นประเพณีบางอย่าง ความรักชาติเป็นสิ่งที่ดีนะคะ แต่การทำสิ่งใดให้ตัวเองเดือดร้อนไม่เป็นผลดี อย่างท่านเจ้าคุณพ่อของคุณเหมเป็นตัวอย่าง หรือแม้แต่ตัวคุณเหมเอง

อีกประการหนึ่งก็คือกระบวนความยุติธรรมในสมัยก่อนยังแย่มาก คนยังเชื่อข่าวลือ เชื่อการใส่ความกันมากกว่าจะสืบสวนหาข้อเท็จจริง การพิจารณาคดีจะใช้การลงโทษก่อนเพื่อให้รับสารภาพ ไม่มีความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา ในสมัยนั้นยังไม่มีนิติวิทยาศาสตร์ ไม่มีการตรวจดีเอ็นเอ โดยภูมิหลังอิฉันก็เรียนกฎหมายมา ได้เรียนประวัติศาสตร์กฎหมายไทย ได้เรียนรู้ถึงการทารุณประเภทต่างๆเพื่อให้จำเลยรับสารภาพ ก็ได้แต่สลดใจ สมัยนี้ก็เถอะคนยังเชื่อคำกล่าวหา ข่าวลือ สังคมพิพากษาคนถูกกล่าวหาไปเรียบร้อยแล้ว โดยที่เจ้าตัวไม่มีโอกาสได้แก้ต่างเลย

อย่างไรก็ดีต้องขอชมผู้ประพันธ์ที่นำเอาประวิติศาสตร์มาผูกเรื่องเป็นนิยายได้กลมกลืนมาก ทำให้ละครเรื่องนี้มีความสมจริงมาก แม้ว่าพ่อเหมอาจจะไม่มีตัวตนในหน้าประวัติศาสตร์ ขณะที่เขียนความเห็นนี้ละครเรื่องข้าบดินทร์ก็ใจบแล้ว แต่ก็ยังติดใจอยู่ ละครเรื่องนี้ทำให้ดิฉันนึกถึงพระยอดเมืองขวาง ซึ่งมีความรักชาติและบทบาทที่เกี่ยวข้องกับฝรั่งคล้ายพ่อเหม พระยอดเมืองขวางมีตัวตนจริงๆ แต่ท่านมีบทบาทสำคัญในสมัยรัชกาลที่ห้า ก็คดีร.ศ.112ที่พวกเราทราบกันดีอยู่แล้ว

คุยมาเสียยาวให้หายคิดถึง ขอถือโอกาสขอบคุณคุณราสส์ที่มาโพสท์เรื่องสั้นให้อ่านกันอีก เรื่องของแตงกำลังจะตามมาเร็วๆนี้นะคะ

บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2015, 06:53:27 pm »

พี่เพ้กกี้...สวัสดีครับ....มาใหม่เกือบจำไม่ได้...สบายดีนะครับ
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 17, 2015, 10:09:49 pm »

สวัสดีค่ะคุณเพ็กกี้

ในที่สุดก็เข้าบ้าน Psevikul ได้สำเร็จ ขอบคุณที่เล่าเรื่องการตรวจสุขภาพ และเตือนให้ใส่ใจกับตัวเองมากขึ้น แต่ค่าตรวจมันแพงเกิ้น น น ส์.... ส่วนละคร ข้าบดินทร์ แรก ๆ ก็คิดอย่างคุณเพ็กกี้แหละค่ะ แต่ดู ๆ ไป ก็สนุกนะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF