www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทที่ 17 ดูเหมือนโชคจะช่วย  (อ่าน 1101 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
SKGuerra
Newbie
*
กระทู้: 10


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: กันยายน 13, 2015, 08:55:47 pm »

บทที่17 ดูเหมือนโชคจะช่วย

   แตงเล่าให้อุไรฟังด้วยความผิดหวังว่า คุณนาถฤดีกลับไปเมืองไทยแล้ว เจ๊หวินเองก็ไม่แน่ใจว่าคุณนาถจะกลับมาอเมริกาอีกเมื่อไหร่ อุไรบอกว่าค่อยๆคิดหาทางไปก่อน อาจจะต้องใช้เวลาคลำทางนานหน่อย แต่ก็อย่าเพิ่งหมดหวัง นิสัยของอุไรกับแตงต่างกันอย่างลิบลับ อุไรเป็นคนไม่ยอมแพ้ และมีความมุ่งมั่น เธอเคยบอกแตงว่า “ฉันเรียนหนังสือมาน้อย ความรู้น้อยของฉันเลยทำให้เป็นเหยื่อของคนที่ฉวยโอกาส ฉันก็รอโอกาสที่จะได้เรียนเพิ่มเติม ตอนนี้ฉันได้งานกะกลางวันทำให้มีเวลาว่างตอนเย็น ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็จะไปเรียนภาษาเพิ่มเติมก่อน”
   “ถึงยังไงเธอก็ยังเรียนหนังสือมากกว่าฉัน ความรู้ฉันต่ำกว่าป.สี่เสียอีก ที่บ้านจนมากแม่ให้ออกจากโรงเรียนกลางคัน เธอเป็นคนเก่งนะ เก่งกว่าฉันเยอะ” แตงชมด้วยความจริงใจ
   หลังจากนั้นไม่นานอุไรก็ไปสมัครเรียนภาษาอังกฤษที่วิทยาลัยชุมชนที่ไม่ไกลจากที่พักมากนัก อุไรเลิกงานบ่ายสามโมง และกลับมาถึงบ้านไม่เกินสี่โมงเย็น อุไรหาอาหารรองท้องแล้วก็ออกไปโรงเรียน อุไรเริ่มเรียนหกโมงเย็นไปจนถึงสามทุ่ม สัปดาห์ละสามวัน ทั้งแตงและอุไรต่างก็กังวลที่จะต้องทิ้งชาลีไว้คนเดียวตั้งแต่หกโมงไปจนถึงประมาณสี่ทุ่ม แต่ก็ไม่มีทางเลือก อุไรบอกว่าเรื่องเรียนเป็นสิ่งจำเป็น ถ้ามัวแต่ผลัดไปเรื่อยๆก็จะไม่ได้เริ่มต้นเสียที
   
        ปกติแตงหยุดงานทุกวันพุธ แต่สัปดาห์นี้มีคนขอแลกวันหยุดกับแตง แตงเลยได้หยุดวันพฤหัสแทน วันพฤหัสเป็นวันที่อุไรไม่ไปเรียนหนังสือในตอนเย็น ในขณะที่แตงกำลังนั่งดูชาลีทำการบ้าน อุไรก็เดินเข้ามาพร้อมกับชายหนุ่มผิวขาว แตงคาดคะเนว่าเขาคงจะอายุในราวสามสิบปลายๆ อุไรแนะนำว่าเขาเป็นใคร แตงไม่รู้ฟังภาษาอังกฤษไม่เข้าใจ แตงเลยได้แต่ยกมือไหว้ฝรั่งคนนั้น แล้วเลยถือโอกาสเดินหนีเข้าห้องไป แตงไม่ได้สนใจว่าอาคันตุกะรายนั้นจะกลับไปเมื่อไหร่
   แตงมีโอกาสเจออุไรอีกครั้งในตอนเช้าวันเสาร์ก่อนแตงจะออกไปทำงาน อุไรได้หยุดวันเสาร์และอาทิตย์ แตงคิดในใจว่าอุไรโชคดีที่ได้หยุดงานอาทิตย์ละสองวัน แถมยังทำงานแค่วันละแปดชั่วโมง ผิดกับแตงที่ทำงานวันละสิบชั่วโมง และได้หยุดแค่อาทิตย์ละวัน
   “จะไปทำงานแล้วเหรอแตง” อุไรทักทาย
   “อีกสักพัก เช้านี้ดูเธอแจ่มใสจัง แต่งตัวสวยจะไปไหนเหรอ”
   “แตงมาพอดี จะขอพาชาลีออกไปเที่ยวสวนสัตว์ อาจารย์พอลจะมารับ จะหาอาหารไทยกินกันแถวใกล้ๆทะเลสาบ บ่ายๆก็กลับแล้ว” อุไรขออนุญาต
   “ก็ดีซิ ชาลีจะได้ไม่เหงา ว่าแต่อาจารย์พอลนี่เป็นใครล่ะ”
   “อ้าว จำไม่ได้ซะแล้ว ก็คนที่มาที่นี่เมื่อวันพฤหัสไง”
   “อ้อ นึกออกแล้ว”
   “เขาเคยเป็นอาจารย์ของฉัน ตอนนี้ฉันเลื่อนชั้นขึ้นไปอยู่ระดับสูงขึ้น แต่ก็ยังติดต่อกับอาจารย์พอลอยู่” อุไรอธิบายขยายความ
   หลังจากมาแตงก็จะเห็นอาจารย์พอลมาที่บ้านบ่อยขึ้น ทุกครั้งอาจารย์พอลก็พยายามทักทายพูดคุยกับแตง แต่แตงก็ได้แต่ยิ้มลูกเดียว ฟังเขาพูดไม่รู้เรื่องเลย แต่อาจารย์ก็ไม่ละความพยายามที่จะคุยกับแตง แถมยังบอกอุไรด้วยว่าให้พาแตงไปเรียนภาษาอังกฤษด้วย
       “ฉันไม่มีเวลาหรอก เธอก็รู้ ทำงานวันละสิบกว่าชั่วโมง” แตงบอก แตงรู้ว่าทั้งอาจารย์พอลและอุไรหวังดี แต่แตงต้องทำมาหากิน
       “ฉันรู้ ฉันเข้าใจ เพียงแต่บอกเล่าว่าอาจารย์เขาแนะว่ายังไง” อุไรเองก็เข้าใจสถานการณ์ของแตงดี แต่ก็ไม่รู้จะหาทางออกให้แตงอย่างไร ในขณะเดียวกันก็ไม่อยากเล่าข้อมูลเกี่ยวกับแตงให้อาจารย์พอลฟังมากนัก

        มีอยู่เรื่องหนึ่งที่อุไรคิดแล้วคิดอีกว่าจะปรึกษาอาจารย์พอลดีหรือไม่ นั่นก็คือเรื่องเงินประกันชีวิตของคุณกร ถึงแม้ว่าแตงจะหมดหวังไปแล้วกับเงินประกันนั้น อันเนื่องมาจากความลังเลของแตง แต่มันเป็นสิ่งที่คาใจอุไรอย่างมาก อุไรเห็นใจแตง อยากให้ชาลีได้เงินก้อนนี้เอาไว้ใช้ในอนาคต อุไรไม่แน่ใจว่าจะอยู่กับแตงไปได้นานแค่ไหน ทุกสิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลง เมื่อถึงเวลานั้นแตงก็ต้องช่วยตัวเอง

        อุไรเคยบอกแตงว่า ให้คอยสอบถามเจ๊หวินว่าคุณนาถฤดีกลับจากเมืองไทยหรือยัง ยังไงก็รอไปก่อน แต่ในส่วนลึกแล้วอุไรคิดว่าน่าจะมีวิธีอื่นที่จะสืบถามหาบริษัทที่คุณกรทำประกันชีวิตไว้ แต่สิ่งแรกที่แตงน่าจะมีไว้ก็คือสูติบัตรของชาลี อุไรถือเอาเรื่องนี้เป็นคำถามกับอาจารย์พอล
        “อาจารย์รู้ไหมว่าถ้าต้องการสำเนาสูติบัตรจะต้องไปขอที่ไหน” อุไรรู้ดีว่าที่อเมริกาไม่มีเขตหรืออำเภอที่เก็บข้อมูลการเกิด แต่ไม่รู้ว่าหน่วยงานไหนเป็นผู้รับผิดชอบ
       “Department of Health and Human Services” อาจารย์ตอบ
       “แล้วสำนักงานนี้อยุ่ที่ไหนล่ะคะ”
       “Downtown.  The Office is near Madison Street & Lamar.”
       “ขอบคุณค่ะ” อุไรเคยนั่งรถผ่านถนนเมดิสัน เธอคิดว่าสถานที่นี้คงจะหาไม่ยาก วันไหนที่เธอและแตงได้หยุดตรงกัน เธอจะพาแตงไปขอสำเนาสูติบัตรขอชาลี ยังไงก็ขอเอาหลักฐานการเป็นบุตรของคุณกรมาให้ได้ก่อน อาจารย์ก็มีมารยาทพอที่จะไม่ถามต่อว่าจะไปขอสำเนาสูติบัตรของใคร ฝรั่งจะเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น

เย็นวันศุกร์อุไรกับอาจารย์พอลมากินข้าวที่ร้านกระท่อมไทย วันนั้นเจ๊หวินเกิดใจดีขึ้นมาเข้ามาตามแตนออกไปพบอุไร เจ๊หวิน
บอกว่าลูกค้าอยากพบ อุไรไม่ได้มาแค่สองคนกับอาจารย์พอล แต่มีฝรั่งผิวขาวอีกคนมาด้วย อาจารย์พอลแนะนำให้รู้จักเพื่อนที่มาด้วย แตงไม่รู้จะพูดอะไรก็ได้แต่ยกมือไหว้ ทักทายกันเล็กน้อยแล้วแตงก็ขอตัวกลับไปทำงานต่อ

แตงได้แต่สงสัยว่าทำไมเจ๊หวินถึงใจดียอมให้แตงออกไปพบลูกค้า โดยปกติเจ๊หวินจะไม่ยอมให้คนในครัวออกไปหน้าร้านเด็ดขาด จนกระทั่งเลิกงานกลับมาถึงบ้านก็เจออุไรรออยู่
“อ้าว ยังไม่นอนอีกเหรออุไร” แตงแปลกใจเพราะเป็นเวลาใกล้เที่ยงคืนแล้ว คืนนี้ที่ร้านลูกค้านั่งแช่กว่าจะเก็บร้านเสร็จ กว่าจะได้กลับถึงบ้านก็ดึกแล้ว
“พรุ่งนี้วันเสาร์ไม่ต้องตื่นเช้า อีกอย่างหนึ่งก็รอเจอเธอด้วย”
“มีอะไรเหรอ รอคุยกันพรุ่งนี้ก็ได้”
“ฉันจะบอกว่าวันนี้ที่ไปกินข้าวที่ร้านกระท่อมไทย เพราะอยากให้เธอได้เจอเพื่อนของอาจารย์ เขาทำงานบริษัทประกันก็เลยอยากให้เธอรู้จักไว้เผื่อจะได้สอบถามเรื่องเงินประกันของคุณกร”
“ขอบใจมากอุไรที่นึกถึงฉัน แต่ฉันคงพูดกับเขาไม่รู้เรื่อง”
“เราสองคนคือฉันกับอาจารย์ก็จะช่วยสอบถามให้ ตอนนี้ฉันยังไม่ได้เล่าอะไรเกี่ยวกับเธอให้เขาฟัง อาจารย์เองก็ยังไม่รู้เรื่องเหมือนกัน ฉันลองปรึกษาเธอดูว่าจะลองสอบถามเขาได้ไหม ถ้าเธอโอเคฉันจะได้บอกอาจารย์ อ้อ แล้วอีกอย่างหนึ่งฉันถามอาจารย์แล้วว่าจะไปขอสำเนาใบเกิดของชาลีได้ที่ไหน เอาไว้วันไหนเราหยุดตรงกันแล้วฉันจะพาเธอไป”
“ขอบใจเธอมากนะ เธอดีกับฉันจริงๆ”
“เราก็มีกันอยู่แค่นี้ ถึงยังไงก็ต้องดูแลกันอยู่แล้ว”
แตงได้ยินแล้วน้ำตาซึม แตงถามถึงสิ่งที่ข้องใจ
“ฉันแปลกใจว่าเธอไปพูดยังไงเจ๊หวินถึงยอมเข้าไปตามฉันให้ออกมาพบ ปกติแกไม่ยอมให้คนในครัวออกมาหน้าร้าน”
“ฉันก็บอกเจ๊แกไปว่า ลูกค้าฝรั่งเขาติดใจฝีมือสปริงโรลของเธอ อยากจะขอบคุณแท้งกิ้วคนทำ เจ๊แกก็ต้องตามใจลูกค้า แกเป็นคนบ้ายออยู่แล้ว พอฉันชมว่าอาหารอร่อยแกก็หน้าบานทีเดียว”
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง” แตงหัวเราะ
“เอาไว้ฉันจะชวนเพื่อนอาจารย์มาที่นี่ เธอจะได้มีโอกาสคุยกับเขา”
“ขอบใจเธอมากๆเลยนะ”
คืนนั้นเป็นคืนแรกที่แตงนอนหลับสบาย ในความโชคร้ายของแตง แตงก็ยังโชคดีที่มีเพื่อนดีๆอย่างอุไร และป้าจวน
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 17, 2015, 09:52:10 pm »

ตอนที่ 17
มาลุ้นต่อ ชื่อตอนนี้ คือ "ดูหมือนโชคจะช่วย" ....แต่จะช่วยได้จริงหรือเปล่าไม่ทราบ ความหวังจะได้เงินประกันยังคงลางเลือน ก่อนหน้านี้มีโอกาสก็มัวแต่รอความกล้า โอกาสก็ผ่านไปซะแล้ว แหม ๆ แตงนะแตง รู้มั้ยฉันลุ้นช่วยเธอจนเหนื่อยแล้วนะ มาคราวนี้มีเพื่อนดีๆ อย่างอุไร ก็ยังนับว่าโชคดี แต่ต้องรีบหน่อยนะ .....อย่างไรก็ดี ตอนต่อไปขอให้โชคช่วยเธอจริง ๆ นะ อย่าให้รอนานนะคุณเพ็กกี้

กระซิบอีกครั้ง  ตอนที่ 17 ก็ลงผิดห้องค่ะ....ต้องเป็นห้อง โต๊ะข้างหน้าต่างค่ะ...อิๆ ถ้าเป็นไปได้น่าจะ Copy ไปไว้ห้องเดียวกันจะได้ต่อกันครบ 17 ตอน ดีไหมคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 17, 2015, 09:56:50 pm โดย อภิญญา » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF