www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทที่ 18 ฝ่าฟันอุปสรรค  (อ่าน 1495 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
SKGuerra
Newbie
*
กระทู้: 11


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2015, 01:46:30 am »

ตอนที่ 18 ฝ่าฟันอุปสรรค
ปกติอุไรจะทำงานวันจันทร์ถึงศุกร์ แต่สัปดาห์นี้อุไรขอลาหยุดในวันพุธซึ่งเป็นวันหยุดของแตง เพื่อพาแตงไปขอสูติบัตรของชาลี แตงรู้สึกเกรงใจมาก แต่อุไรบอกว่า "ฉันมีวันลาป่วย  ตั้งแต่ทำงานมายังไม่เคยใช้สิทธิลาป่วยเลย ครั้งนี้ถือว่าจำเป็นเอาวันลามาช่วยให้เรื่องของเธอเสร็จๆไปดีกว่า"
"แต่เธอก็ต้องขาดรายได้" แตงท้วง
"ที่บริษัทของฉันมีสวัสดิการ เขาให้ลาป่วยได้ปีละหกวัน แล้วบริษัทก็จ่ายเงินให้ด้วย"
"ดีจังเลย ถ้าเป็นที่ร้านเจ๊หวินนะ นอกจากจะไม่จ่ายแล้วยังโดนบ่นด้วย ทำยังกับว่าพวกเราเป็นเครื่องจักร เรื่องจักรยังมีวันเสีย คนไม่ได้ทนเหมือนเครื่องจักรนี่" แตงฟังอุไรบอกแล้วก็ยังนึกแปลกใจ
“ที่อเมริกามีกฎหมายแรงงานคุ้มครอง และมีบทลงโทษนายจ้างที่ฝ่าฝืน  แต่นายจ้างคนไทยเพิกเฉยไม่สนใจที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย บางรายก็ไม่ยอมรับรู้ว่ามีตัวบทกฎหมาย ทำธุรกิจอย่างตามใจฉัน เพราะคิดว่าลูกจ้างในร้านส่วนใหญ่อยู่อย่างผิดกฎหมาย ไม่มีใครกล้าร้องเรียน เมื่อฉันมีทางเลือกที่ดีกว่า ฉันถึงไม่อยากทำงานกับคนไทย อย่าหาว่าอคติกับคนไทยด้วยกันเลยนะ”
“ไม่หรอก นายจ้างคนไทยส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ” แตงสนับสนุน
อุไรพาแตงไปที่หน่วยงานซึ่งมีข้อมูลการเกิดของชาลี เพื่อยื่นคำร้องขอสำเนาสูติบัตรของชาลี เจ้าหน้าที่ขอดูบัตรประจำตัวของแตง แตงเอาหนังสือเดินทางให้เขาดู เจ้าหน้าที่ดูพาสปอร์ตของแตงอย่างละเอียดแล้วก็บอกว่า หนังสือเดินทางของแตงหมดอายุไปนานแล้ว ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการขอยื่นคำร้องได้
อุไรพยายามอธิบายถึงความจำเป็นว่า พ่อเด็กตายไปแล้วเหลือแต่แม่ที่พยายามจะขอรับเงินประกันชีวิตในส่วนที่พ่อทำไว้ให้ลูก แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอมอลุ่มอล่วย เพียงแต่แนะนำให้แตงไปติดต่อสถานฑูตไทยเพื่อขอต่อหนังสือเดินทางให้เรียบร้อย
"เฮ้อ ทำไมมันยุ่งยากอย่างนี้วะ" แตงบ่น
"ฝรั่งไม่เหมือนคนไทย ทำอะไรตามกฎเกณฑ์" อุไรอธิบาย
"นิดๆหน่อยๆ น่าจะหยวนกันบ้าง" แตงยังบ่นต่อ
"เอาน่า อย่าบ่นเลย มาช่วยกันคิดว่าจะทำไงต่อ สถานฑูตไทยอยู่ถึงดีซีเราจะไปกันยังไง จะมีวิธีไหนที่จะทำให้มันง่ายขึ้นได้ไหม ตอนนี้กลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อน”

พอกลับถึงบ้านอุไรก็เปิดสมุดโทรศัพท์ค้นหาเบอร์สถานฑูตไทย แตงได้ยินอุไรพูดโทรศัพท์อยู่นานแต่ก็ไม่ได้สนใจ เพราะมัวแต่ทำอาหารมื้อเที่ยงให้อุไร จนอาหารเสร็จพอดีอุไรก็เดินเข้ามาในครัว "โอ๊ยกว่าจะได้เรื่องเสียค่าโทรทางไกลบานเลย" อุไรบ่น แตงเลยบอกว่า "มากินข้าวก่อน ฉันทำปลาส้มชุบไข่ทอดให้เธอ"
"อุไรมองดูกับข้าวแล้วบอกว่า กำลังหิวพอดีกลิ่นปลาส้มทอดของเธอมันหอมเรียกน้ำย่อย ว่าแต่ไปได้ปลาส้มมาจากไหน"
"อาทิตย์ที่แล้วเพื่อนเจ๊หวินไปตกปลามาได้เยอะแยะ เขาเอามาให้ที่ร้าน ฉันบอกเจ๊หวินว่าจะทำปลาส้มให้ แกโอเคพอปลาได้ที่ฉันก็ขอแบ่งมาบ้านบ้าง”
“ไม่น่าเชื่อยายเจ๊แสนเค็มจะโอง่ายๆ ฮ่า ฮ่า ปลาส้มนี่อร่อยดีนะ” อุไรชมหลังจากชิมไปได้สองคำ “ว่าแต่เธอไปเรียนวิธีทำมาจากไหน”
“ฉันเรียนวิธีทำอาหารจากป้าจวน พูดถึงป้าจวนก็คิดถึงแกนะ เธอได้ข่าวแกบ้างไหม”
“ครั้งสุดท้ายแกกำลังรับเคมีบำบัด น่าสงสารผมร่วงหมดเลย”
“อืม น่าสงสาร ไม่รู้ว่าชาตินี้จะได้เจอป้าจวนอีกเมื่อไหร่” แตงพูดแล้วก็อยากร้องไห้
“เอาน่า ป้าจวนต้องหายแล้วกลับมาอยู่กับพวกเราอีก” อุไรปลอบ

หลังจากกินข้างกลางวันเสร็จ อุไรชวนแตงไปสถานกงสุลไทย แตงค่อนข้างแปลกใจ “อ้าว ไหนเธอว่าสถานฑูตอยู่ที่ดีซี”
“ใช่ สถานฑูตอยู่ที่ดีซี แต่มีสถานกงสุลอยู่ที่ชิคาโกนี่ด้วย โชคดีจัง ฉันก็ไม่เคยรู้มาก่อนนะ”
“แล้วสถานกงสุลกับสถานฑูตมันต่างกันตรงไหนล่ะ” แตงยังคงสงสัย
“ฉันขออธิบายง่ายๆก็แล้วกันนะ สถานฑูตอยู่ที่กรุงวอชิงตันดีซี ท่านฑูตและข้าราชการส่วนใหญ่จะอยู่ที่นั่น ส่วนสถานกงสุลก็เป็นหน่วยงานย่อยของสถานฑูตไทย มีอยู่ตามเมืองต่างๆที่มีคนไทยอาศัยอยู่เยอะ เพื่อให้ความสะดวกแก่พี่น้องชาวไทย”
“งั้นเราไปกันเถอะ”

เมื่อไปถึงสถานกงสุลไทย อุไรช่วยแตงกรอกคำร้องขอต่ออายุหนังสือเดินทาง และยังต้องทำเรื่องยื่นคำร้องขอนิติกรณ์ เนื่องจากหนังสือเดินทางของแตงหมดอายุไปนานแล้ว เจ้าหน้าที่ขอหลักฐานอื่นประกอบการยื่นคำร้อง แตงก็ไม่มีสักอย่าง เจ้าหน้าที่พลิกดูหนังสือเดินทางตลอดเล่มแล้วก็มองหน้าแตง แตงรู้สึกเสียวๆยังไงพิกล เกรงว่าเจ้าหน้าที่จะซักถามอะไรพาดพิงไปถึงภูมิหลังของตัวเอง เขาเพียงแต่บอกว่าให้แตงหาหลักฐานมาให้ครบถ้วนเขาถึงจะต่อหนังสือเดินทางให้
“โอ๊ย มันอะไรกันวะเนี่ย วันนี้เป็นอะไรถึงไม่ได้เรื่องสักอย่าง ทำทันมันยุ่งยากขนาดนี้” แตงร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้น
“ใจเย็นๆแตง” อุไรก็ได้แต่ปลอบโยน “ค่อยๆคิดกันนะ”
แตงกลับมาถึงบ้านก็ร้องไห้เสียยกใหญ่ หมดหนทางไม่รู้จะไปหาหลักฐานจากไหนไปแสดงกับสถานกงสุล ตอนมาจากเมืองไทยพวกนายหน้าเป็นคนจัดการทำหนังสือเดินทางให้ แตงไม่มีหลักฐานอะไรสักอย่าง แม้แต่บัตรประจำตัวประชาชนก็ยังไม่มี

ตกเย็นอุไรชวนแตงออกไปกินข้าวนอกบ้านพร้อมกับชาลีที่กลับมาจากโรงเรียนแล้ว แตงไม่อยากไป บ่นว่าเสียดายเงิน พอดีอาจารย์พอลแวะมาหาอุไร อาจรย์พอลเลยเสนอว่าจะพาทุกคนไปเลี้ยงอาหารเย็น แตงจึงได้ยอมไป อุไรบอกว่าขออนุญาตปรึกษาอาจารย์พอลเรื่องของแตง อุไรเองก็จนปัญญา ไม่รู้จะช่วยแตงหาหลักฐานที่สถานกงสุลต้องการได้ยังไง แตงพยักหน้าบอกว่าโอเค

อาจารย์พอลพาอุไร แตง และชาลีไปกินอาหารเวียตนามเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ แตงยอมรับว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้กินอาหารเวียตนาม อาหารเวียตนามเสริฟมาพร้อมกับผักสดเยอะมาก อาหารรสดีและถูกปากทำให้แตงคลายเศร้าลงไปได้บ้าง อุไรคุยกับอาจารย์พอลยืดยาวมาก แตงฟังไม่เข้าใจ

เมื่อกลับมาถึงบ้านอุไรเล่าให้ฟังว่าคุยอะไรกับอาจารย์พอลบ้าง “ฉันต้องขอโทษนะที่จำเป็นต้องเล่าภูมิหลังของเธอให้อาจารย์ฟัง เพราะฉันมาคิดดูแล้วว่า ถ้าเธอไม่ต่อหนังสือเดินทาง เธอก็จะไปไหนไม่ได้ จะทำธุรกรรมใดๆก็ไม่ได้ เพราะหนังสือเดินทางขาดอายุ ฉันจึงต้องเท้าความกับอาจารย์ว่าทำไมเธอถึงเป็นอย่างนี้ และความจำเป็นของเธอที่จะต้องจัดการเรื่องเงินประกันชีวิตของพ่อชาลี”
“ฉันอายอาจารย์”
“เธอจะอายทำไม ไม่ใช่ความผิดของเธอ อาจารย์แนะนำว่าให้ไปหาทนาย ทนายแบบเดียวกับที่เคยช่วยฉันให้อยู่นี่ได้อย่างถูกกฎหมาย”
“เอ่อ..ฉันไม่กล้า....”
“แตงถึงเวลาแล้วนะ เธอต้องทำเพื่อลูก ตัดสินใจยังไงก็บอก อาจารย์เขาจะช่วยติดต่อทนายให้”

เอาละซิ มาถึงตอนที่แตงต้องตัดสินใจแล้ว มาช่วยลุ้นซิคะว่าแตงจะตัดสินใจยังไง

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF