www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวัสดีค่ะ, Sawasdee from Bangkok ka  (อ่าน 2844 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ชุติมา
Global Moderator
Newbie
*****
กระทู้: 10



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2008, 06:50:38 pm »

โพสต์เมื่อ: Oct 14 2008, 03:37 PM

 สวัสดีค่ะทุก ๆ ท่าน...

ห่างหายไปนานเลยต้องขออภัยด้วยค่ะตามลิงค์นี้ไปได้เลยนะคะ

ตอนนี้เราทำเวบบอร์ด Psevikul.com ขึ้นมาแล้วใหม่นะคะ เชิญไปกดลิงค์เข้าไปดูได้ใน 60หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล ได้เลยนะคะ จะได้พูดคุยหรือโพสต์ข้อความใหม่ ๆ กันได้นะคะ

ตอนนี้กลับมาถึงแล้ว ได้ฟังเสียงฝนตกทุกวันเลย บางวันเป็นแบบสามเวลาหลังอาหาร บางวันตกไม่แรงนัก แต่ส่วนใหญ่จะแรงมาก และฟ้าคำราม เปรี้ยงปร้างหนักเหลือเกิน...เล่นเอาน้ำจะท่วมห้องนอน... จริง ๆ นะคะ ทั้งนี้เพราะเวลาที่ฝนแรง ๆ หนัก ๆ น้ำฝนที่ตกกระหน่ำก็จะฉ่ำนองที่ระเบียงหน้าห้องนอน แล้วท่อระบายน้ำที่ช่างทำไว้ให้ก็มีแค่ 2-3จุด ใช้ท่อขนาดนิ้วเดียวเองค่ะ ทีนี้พอน้ำแรง ๆ ใบไม้แห้งจากต้นมะม่วงก็มักจะไปปิดอยู่ปากทางเป็นประจำ ทำให้น้ำไหลลงได้ช้า จนท่วมและปริ่มเข้า
ทางประตูเข้าออกระเบียงนั่นเอง ครั้งแรกที่เจออย่างนี้งงมาก ๆ เพราะไม่เคยนึกเลยว่าห้องนอนชั้นบนจะถูกน้ำท่วมได้... ตอนนี้มีประสบการณ์แล้วค่ะ และก็ทำให้ได้นึกถึงบรรยากกาศเก่า ๆ ตอนเป็นเด็ก ๆ ได้เล่นน้ำฝนเวลาฝนตก ตอนนั้น เราจะต้องคอยวิ่งไปเปิดฝาตุ่มและให้ปากท่อที่น้ำไหลลงมาจากรางรองน้ำฝนหันลงไปในตุ่มดินใบใหญ่ ๆ ที่ตั้งเรียงแถวตามแนวกำแพงบ้านด้านนอก เป็นภาระหน้าที่ที่สนุกสนานไปในตัว เพราะสมัยก่อนน้ำดื่มที่เย็นชื่นใจก็มาจากน้ำฝนนี่แหล่ะค่ะ...

แต่เดี๋ยวนี้น้ำฝนกลายเป็นสิ่งที่ไม่ปลอดภัยแล้ว ได้แต่ไว้รดน้ำต้นไม้

ขณะที่นั่งพิมพ์อยู่นี่เป็นเวลา 23.39น.ของคืนวันอังคารที่ 14 ตค 08 ทางกรุงเทพฯ ฝนกำลังตกลงมาฉ่ำฟ้าเหมือนเดิม เพียงแต่วันนี้ไม่มีเสียงฟ้าฟาดโครมครามอย่างที่ผ่าน ๆ มา ก็เลยได้นั่งฟังเสียงฝน ถ้าตกขนาดนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำจะไหลเข้าห้อง ก็เลยไม่ต้องคอยออกไปดูที่ระเบียง...

ค่ะ...นาน ๆ จะได้เข้ามาคุยกันเสียที ตอนนี้แม้จะกลับมาถึงกรุงเทพฯ แล้ว แต่ยังมีงานให้สะสางอีกแยะเลยค่ะ ก็เลยอาจจะยังห่างหายไปบ้างนะคะ แต่อย่างไรก็ตามจะพยายามเข้ามาให้บ่อยขึ้นค่ะ

พร้อมกันนี้เลยนำภาพบรรยากาศตอนเดินทางกลับบ้านมาฝากกันค่ะ

ภาพนี้เป็นภาพหน้าร้านอาหารในเมืองแฟรค์เฟิร์ตที่เราเข้าไปเดินเล่นระหว่างรอต่อเครื่องจะเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งต้องรอเป็นวันเลยค่ะ ก็เลยเข้าไปเดินในเมืองกันดีกว่า ก็เลยได้พบอะไร ๆ น่ารัก ๆ มาฝากกันค่ะ

ร้านนี้ นิทานไก่ย่าง คุณภัสสรทานขาหมู เรียกว่าได้ระลึกถึงบรรยากาศและความหลังเก่า ๆ กันได้ดีทีเดียว ที่ขาดไม่ได้ก็ใส้กรอกเยอรมัน ซึ่งเรากลับไปทานทีร้านตรงสถานีรถไฟก่อนจะนั่งกลับไปสนามบิน

ที่น่ารักและนึกไม่ถึงเลย ก็คือตอนที่เรากำลังจะซื้อตั๋วรถซึ่งต้องหยอดตู้เอาเองนั้น ด้วยความที่ห่างหายจากการใช้ชีวิตในเยอรมันมานาน ก็ชักไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะต้องกดยังไงหรือหยอดยังไง โชคดีมาก ๆ ที่มีผู้หญิงคนหนึ่งมายืนต่อท้ายคิวของฝรั่งที่กำลังซื้อตั๋วอยู่โดยมีเราสองคนยืนสังเกตุการณ์ ผู้หญิงคนนั้นเห็นทีแรกเรานึกว่าเขามากับฝรั่ง และพอเขาเห็นเราเขาก็ถามออกมาเป็นภาษาไทยว่า คนไทยหรือเปล่าคะ...เราก็ยิ้มและบอกใช่ค่ะ ทีนี้ก็เลย โล่งอกไป เพราะคุณสาวเธอบอกตัวเองก็เพิ่งจะเคยซื้อตั๋วจากเครื่องนี่เป็นครั้งแรกเหมือนกันแฟนบอกวิธีให้ ที่มานี่ก็เพราะมาส่งน้องกลับเมืองไทย แฟนมาส่งให้ที่สนามบินแต่ขากลับนี่ต้องกลับเอง แล้วเธอก็หัวเราะขำ ๆ บอก ก็ลองดูแล้วกันะคะ ไม่ลองไม่รู้... โชคดีว่าตู้ที่เราซื้อกันอยู่นี่ไม่มีคนอื่นมาต่อท้ายคิว ก็เลยไม่ต้องเครียด... คุณสาวไทยเธอก็กดสถานีที่เธอจะไป แล้วก็กดตรงรูปผู้โดยสาร เป็นรูปผู้ชาย หรือ รูปผู้ใหญ่กับเด็ก ทำนองนั้น ถ้าเรากดเองอาจจะงงว่าก็เราผู้หญิงจะกดที่ไหนดี (ฮา)... จากนั้นเครื่องก็จะแสดงราคาขึ้นมาบอกว่า ค่าตั๋วเท่าไหร่ แล้วทีนี้ก็หยอดเหรียญลงไป กดอีกครั้ง ตั๋วก็จะออกมา แล้วก็หันมากดให้เราอีกที เรียกว่ายังกับคุณพระคุณเจ้าส่งเธอมาคอยช่วยเลยก็ว่าได้... รอดตัวไปหนหนึ่ง แล้วเธอก็พาเราลงมายังชั้นที่เป็นชานชลารถไฟใต้ดิน แต่เส้นทางของเรากับบ้านของเธออยู่คนละด้าน เธอก็เดินกลับมาบอกเราอีกว่า สงสัยเราจะต้องขึ้นไปใหม่แล้วไปลงอีกด้านที่เห็น... นี่เป็นน้ำใจที่งดงามของคนไทยไกลบ้านกันจริง ๆ ถึงแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนเลยสักหน่อย แต่พอรู้ว่าเป็นคนไทยด้วยกันแล้วยิ่งเราแปลกถิ่นมา เจ้าถิ่นอย่างเธอก็ช่วยเหลือเป็นอย่างดี เสียดายที่นิถามชื่อหรือถ่ายรูปไว้ไม่ทัน ก็เลยได้แต่มาขอบคุณไว้ทางนี้แล้วกันนะคะ เผื่อใครที่อยู่แฟรงค์เฟิร์ทอ่านพบเข้าคงพบตัวได้ไม่ยากค่ะ

และนี่ก็เลยเป็นความน่ารักหนึ่งที่เราได้พบที่แฟรงค์เฟิร์ทคราวนี้ค่ะ


คิดถึง ทุก ๆ ท่านมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นทางเมืองไทยหรือชิลีก็ตาม ขอให้ทุกท่านโชคดีมีความสุขและปลอดภัยกันทุกคนนะคะ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 28, 2008, 09:59:23 pm โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
มนตราแห่งทะเล
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 463



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2008, 06:53:39 pm »

ชุติมา 
โพสต์เมื่อ: Oct 14 2008, 04:22 PM
   
มาเพิ่มเติมภาพอีกนิดแล้วกันนะคะ

นี่เป็นร้านขายใส้กรอกที่หมายมั่นปั้นมือไว้ว่าจะต้องแวะมาทานตอนจะกลับสนามบิน ซึ่งเราก็ได้แวะทานจริง ๆ สมใจคุณภัสสรเลยละค่ะ ซึ่งเราเข้าไปนั่งทานด้านในของร้านที่มีนั่งรับประทานค่ะ





ชุติมา
โพสต์เมื่อ: Oct 19 2008, 05:35 PM
   
ช่วงที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพ ฯ ทำให้สะเทือนใจไม่น้อยเลยนะคะ ที่คนไทยเราต้องมาแบ่งความรู้สึกกัน และทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บกันขึ้น แถมยังมีเรื่องทางชายแดนเข้ามาอีก ก็ได้แต่หวังว่าทุกอย่างคงจะสงบสุขขี้นโดยเร็ว
และพวกเรากลับมารักสามัคคีกันเหมือนเดิม

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา มีการเปิดตัวหนังสือ "ผมจะเป็นคนดี" ภาค "ก่อร่าง สร้างธุรกิจ" ซึ่งเป็นอัตชีวะประวัติของคุณวิกรม กรมดิษฐ์ และเป็นภาคต่อมาจาก "ไฟผันวันเยาว์" ซึ่งคุณประภัสสร เสวิกุล เรียบเรียงเช่นเคย วันนั้นเราก็เลยได้ไปที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติฯ และคุณประภัสสร ได้ขึ้นเวทีพูดคุยร่วมกับคุณวิกรม ถึงที่มาที่ไปของ "ก่อร่าง สร้างธุรกิจ" เล่มนี้ ก็เลยมีภาพมาฝากกันค่ะ





ชุติมา    
โพสต์เมื่อ: Oct 19 2008, 05:41 PM
   
ภาพนี้กับน้อง ๆ และหลาน ๆ ของคุณวิกรมค่ะ





ชุติมา
โพสต์เมื่อ: Oct 19 2008, 05:47 PM
   
และบางบรรยากาศของงานสัปดาห์หนังสือ เมื่อ 16 ตุลาคม 2551ค่ะ





ชุติมา
โพสต์เมื่อ: Oct 19 2008, 05:51 PM
   
นี่ก็เช่นกันค่ะ





ชุติมา
โพสต์เมื่อ: Oct 19 2008, 05:54 PM
   
ปิดท้ายสำหรับคืนนี้นะคะ ที่กรุงเทพฯ 02.00น.พอดีค่ะ





นิค่ะ
โพสต์เมื่อ: Nov 7 2008, 08:45 AM
   
เข้ามาสวัสดีค่ะ ช่วงนี้ฝนตกบ่อยทีเดียว ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ

คิดถึงทุกท่านมากเลยค่ะ


--------------------
http://nilubol.spaces.live.com
http://chutimasevikul.spaces.live.com



นิค่ะ
โพสต์เมื่อ: Nov 7 2008, 06:40 PM
   
สวัสดีกันตอนตีสองเวลาที่กรุงเทพฯแล้วนะคะ เมื่อตอนบ่ายได้แค่แวบเข้ามาทักทายด้วยความคิดถึง แล้วก็ออกไปทักทายกับ มิสเตอร์007 ค่ะ...ก็ดุเดือดเลือดพล่านตามสไตล์ ไม่ต้องคิดอะไรมาก

ในภาพยนต์เรื่องนี้ ช่วงที่เป็นทะเลทรายนั้น ทางทีมงานยกกองไปถ่ายทำที่ประเทศชิลี ในช่วงที่เรายังอยู่ที่นั่น ก็เลยได้เห็นข่าวต่าง ๆ พอสมควรค่ะ และเมื่อได้ดูจากในภาพยนต์ก็ทำให้ค่อยหายคิดถึงประเทศชิลีได้บ้าง นี่เราก็ห่างมาได้ 1 เดือนกับ 5 วันมาแล้วค่ะ...คิดถึงเพื่อน ๆ ทางโน้นเหมือนกัน แต่ยังไม่มีเวลานาน ๆ พอที่จะนั่งคุยได้ก็เลยยังไม่ได้ส่งข่าวถึงใครมากนัก นอกจากตอบจม.ของ พี่กิสรา ภริยาท่านรัฐมนตรีต่างประเทศที่น่ารักมาก เสียดายว่าช่วงที่เราจะกลับ ท่านไปอยู่ที่อเมริกา และท่านกลับมาชิลีในวันรุ่งขึ้นจากวันที่เราเดินทาง ก็เลยไม่ได้พบกัน...แต่ก่อนนั้นก็อย่างที่เล่าให้ฟังแล้วนะคะว่าเราได้มีโอกาสพบท่านรัฐมนตรีและลูกสาวแทน ก่อนที่ท่านรัฐมนตรีจะเดินทางไปประชุมที่สหประชาชาติ ที่นิวยอร์ค...

แต่ที่น่ารักอีกอย่างหนึ่งและเรานึกไม่ถึงนะคะ คือช่วงเย็นของวันก่อนจะเดินทางกลับ เราโทร.เรียกแท๊กซี่เพื่อไปยัง อัลโต้ ลาส คอนเดส เพื่อหาซื้อของที่ยังขาดอยู่ และปรากฏว่า คนที่มารับเรา คือ มาริโอ ซึ่งคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เป็นเพื่อนที่น่ารักมาก เรามีเพื่อน ๆ ที่น่ารักอยู่หลายคนมากค่ะ แต่มาริโอนี่ค่อนข้างจะสนิทกันมากหน่อย...ต่างคนต่างดีใจมาก เพราะเป็นวันสุดท้ายแล้วที่จะได้พบกัน พอเขาทราบว่าเราจะเดินทางพรุ่งนี้ก็ร้องเสียดายใหญ่ ว่าต่อไปนี้จะไม่ได้พบกันอีกแล้ว และเชิญชวนให้กลับมาเที่ยวชิลีอีก... พอไปถึงตรงหน้าทางขึ้นโรงภาพยนต์ที่ศูนย์การค้า ดังกล่าว ซึ่งมาริโอ ขับรถไปจอดให้ใกล้บันไดทางขึ้นซึ่งมีเด็ก วัยรุ่นนั่งคุยกันอยู่บนขอบกำแพงเตี้ย ๆ ที่เชิงบันได นิก็เลยบอกขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกหน่อย โดยให้คุณภัสสรยืนกับมาริโอ... แล้วนิก็กดรูปแรก เท่านั้นละค่ะ ความน่ารักก็เกิดขึ้น เมื่อกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่นั่งกันอยู่แถวนั้น กรูกันมาแอคชั่นร่วมกับคุณภัสสรและมาริโอ ด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะราวกับเพื่อนสนิท เป็นภาพที่ครึกครื้นมากค่ะ นิถ่ายภาพไปหัวเราะไปเพราะคิดไม่ถึง พอถ่ายเสร็จเด็ก ๆ กลุ่มนั้นก็หันกลับไปยังที่นั่งเขาตามเดิม นิก็เข้าไปยืนกับมาริโอให้คุณภัสสรเป็นคนถ่าย แล้วเลยหันไปเรียกเด็ก ๆมาถ่ายภาพด้วยกันใหม่...เด็ก ๆ ก็กรูกันมา ตอนนั้นไม่ทราบหรอกค่ะว่ากี่คน มานับจำนวนตอนที่ดูภาพเมื่อมาถึงกรุงเทพฯแล้ว เห็นภาพนั้นทีไรอดขำไม่ได้สักที... ถ้าหาภาพนี้เจอ จะนำมาลงให้ชมกันค่ะ



--------------------
http://nilubol.spaces.live.com
http://chutimasevikul.spaces.live.com



นิค่ะ
โพสต์เมื่อ: Nov 7 2008, 06:44 PM
   
คราวนี้ที่ถ่ายภาพกับนิค่ะ




--------------------
http://nilubol.spaces.live.com
http://chutimasevikul.spaces.live.com



อภิญญา    
โพสต์เมื่อ: Nov 11 2008, 12:14 AM
   
สวัสดีค่ะคุณนิ

ค่อยดูอบอุ่นหน่อยเมือคุณนิมาอยู่เมืองไทยแล้ว ภาพที่ถ่ายกับเด็ก(โต) น่ารักค่ะ
เข้ามาดูบ่อยแต่ไม่ได้ส่งเสียงมาค่ะ หมู่นี้เพื่อน ๆ หายไปไหนหมดหนอ.... PSMblush1.gif


--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com



pimlapas
โพสต์เมื่อ: Nov 12 2008, 12:15 AM
   
สวัสดีค่ะ ดีใจมาก ๆ ที่วันนี้เข้ามาอ่านข้อความต่าง ๆ ได้ค่ะ ทุกครั้งที่เข้ามาจะอ่านภาษาไทยไม่ได้เลยค่ะ พิมพยายามเปลี่ยนที่ Encoding ทุกตัวแล้ว ก็อ่านเวปนี้ไม่ได้ค่ะ คิดว่าเพื่อน ๆคงเป็นกันหลายคนแน่เลยค่ะ พิมเลยได้แต่แวะเวียนเข้ามาในเวป แต่เขียนและอ่านอะไรไม่ได้เลยค่ะ วันนี้โชคดีมากที่อ่านได้ จะบอกว่า คิดถึงมากเลยค่ะ
พิมยังไม่ได้ตอบเมล์พี่อภิญญาเลยค่ะ อิอิ เพราะว่ายังหาคำตอบที่พี่ถามมาไม่ได้ พิมลองดูอีกครั้งนะค่ะ ได้คำตอบแล้วพิมจะตอบกลับทันทีเลยค่ะ คิดถึงพี่ ๆนะค่ะ


--------------------
ไปเยื่ยม..บ้านใหม่ด้วยนะค่ะ
http://pimlapas.page.tl/
http://pimmy65unitedstates.spaces.live.com



นิค่ะ
โพสต์เมื่อ: Nov 12 2008, 02:14 AM
   
ดีใจมากเลยค่ะที่ได้ยินเสียงหวาน ๆ เห็นใบหน้างาม ๆ ของทั้งคุณอภิญญา และคุณพิม รวมทั้งท่านอื่น ๆ ที่อ่านอย่างเดียวนะคะ นิเองก็บ่อยมากค่ะที่อ่านอย่างเดียว เนื่องจากบางครั้งเวลาไม่มากพอที่จะตอบหรือคุยอย่างที่ใจต้องการ หรือบางครั้งก็อารมณ์ยังไม่อยู่ใน คือกระโดดไปโน่นนิดไปนี่หน่อย ก็เลยอ่าน อ่าน อ่าน แล้วก็กลับออกไปหาเรื่องอื่น ๆ อ่านต่อ

เห็นหน้าคุณพิมแล้วต้องขอถามถึงหวานใจป้าหมูหน่อยนะคะว่า หายดีแล้วหรือยังคะ การแพ้ยาก็คงจะหายเรียบร้อยแล้วนะคะ เพราะฟังน้ำเสียงแล้วแจ่มใสมาก...ทำให้สบายใจไปด้วยค่ะ

กลับมาเที่ยวนี้ไม่ทันไรก็ได้เดินทางไปขอนแก่นมาแล้วนะคะ พอดีลูกชาย-กอล์ฟ เขาเป็นเขยบ้านไผ่ เราก็เลยแวะบ้านไผ่ก่อน ทางครอบครัวของต่าย-ลูกสะใภ้ ซึ่งมีคุณพ่อคือ เฮียแสง คุณแม่ เจ๊เกียว แล้วก็ป้านึก พี่สาวเฮียแสง ส่วนพี่น้องต่ายนั้นมีกันอยู่สามคน คือ นพ โป และ ต่าย เฮียแสง เจ๊เกียวกับป้านึก ต้อนรับดูแลเราอย่างดีแล้วยังก็พาเราไปเที่ยววัด ได้ไปทำบุญไหว้พระ และแวะร่วมทำบุญทอดกฐินด้วยค่ะ ได้บุญมาฝากทุกท่านด้วยค่ะ

แล้วยังได้ของดีมาฝากอีกค่ะ เพราะที่บ้านของเฮียแสง เจ๊เกียว และป้านึก นี่มีชื่อเสียงมากเรื่องยาสมุนไพร ที่มีคุณภาพดี ไม่ว่าจะเป็น ยาขี้ผึ้งบรรเทาอาการปวดเมื่อย ตราสามดอกพิกุล ยาดมแก้วิงเวียน ฯลฯ และที่ไปติดใจใหม่คราวนี้คือ ยาดมสมุนไพรไทย เปราะหอม ค่ะ ได้ดมแล้วชื่นใจมากเลย แถมครอบครัวนี้ใจบุญค่ะ ไปไหว้พระแต่ละทีก็จะมียาดี ๆ ไปถวายพระแล้วยังเผื่อไปให้พระท่านได้แจกจ่ายผู้คนที่มาทำบุญด้วยเป็นประจำ เห็นแล้วชื่นใจแทนค่ะ

ทางด้านโป-พี่สาวของต่าย จบเภสัชกรรม และเก่งมาก ดังนั้นจากสิ่งดี ๆ ที่ได้รับการถ่ายทอดไว้ผสมผสานกับความรู้ความสามารถของตัวเอง ทำให้นอกจากจะช่วยเรื่องยาสมุนไพรของครอบครัวแล้วยังผลิตครีมและเครื่องสำอางค์ที่มีคุณภาพสูงในชื่อ Z'by-D ออกมาหลายประเภท รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร ซึ่งกำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้ด้วยค่ะ ที่นี่จึงมีผู้คนแวะเวียนเข้ามาซื้อหาของฝากที่เป็นของดีของบ้านไผ่กันไม่หยุดหย่อน

และใกล้ ๆ กันนั้นก็เป็นร้านบ้านไผ่ลิ้มซินเฮียง ที่ผลิตกุนเชียง หมูหยอง หมูแผ่น มีชื่อเสียงมากของบ้านไผ่ เป็นที่รู้กันว่ากุนเชียงของที่นี่เป็นกุนเชียงที่ผลิตจากต้นตำรับที่มีมานานมากกว่า 100 ปี เราเดินไปซื้อติดไม้ติดมือกลับมาด้วย เห็นแล้วก็พลอยดีใจไปกับเขานะคะ เพราะมีบรรดาผู้คนที่นั่งรถมาที่นี่เพื่อจะซื้อหากุนเชียงหมูหยอง ชื่อดังของบ้านไผ่กันเป็นแถว บางคณะบอกหลงทางกว่าจะมาถึงนี้ต้องวนหาซะหลายรอบ พอมาถึงก็คว้าตระกร้า แล้วก็หยิบโน่น หยิบนี่กันสนุกสนาน ซึ่งในร้านก็มีผลิตภัณฑ์หลายอย่างเลยละค่ะ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งของฝากชื่อดังของบ้านไผ่ เช่นเดียวกับยาสมุนไพรต่าง ๆ ตราสามดอกพิกุล และ Z'by-D หรือ สบายดี ที่ทำขึ้นมาเพื่อคนรุ่นใหม่ นั่นเองแหล่ะค่ะ

ส่วนการไปไหว้พระนั้น เราก็ได้ไปไหว้ไกลถึงกาฬสินธุ์เลยนะคะ วัดนั้นก็อลังการ์ณงานสร้างมาก เห็นได้ถึงความศรัทธาของผู้คนที่มีต่อท่านเจ้าอาวาส ซึ่งหลังจากได้พูดคุยกันแล้ว ก็ได้เห็นว่าท่านเป็นพระที่ทันสมัยทีเดียวค่ะ ที่วัดกำลังสร้างพระเจดีย์ใหญ่อยู่ ท่านบอกว่าภายในเสร็จแล้ว ส่วนภายนอกก็เหลือเพียงโครงสร้างอีกเล็กน้อย และในปีหน้าเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว สมเด็จพระเทพฯ จะเสด็จมาทรงเปิดค่ะ...

มีรูปจากบ้านไผ่ ขอนแก่น และกาฬสินธุ์มาฝากด้วยค่ะ จะค่อย ๆ นำลงให้ชมนะคะ
รวมทั้งงานที่คุณภัสสรไปเป็นวิทยากรครั้งนี้ด้วยค่ะ

ด้วยความดีอกดีใจเช้านี้เลยคุยเสียยาวเลย

อ้อ คุณพิมคะ เรื่องตัวที่อ่านไม่ได้นั้น พี่เคยเจอเหมือนกัน เปลี่ยนเอนคอร์ดดิ้งแล้ว ก็ยังไม่ได้ อย่าเพิ่งตกใจค่ะ ลองเปลี่ยนไปเป็นภาษาอื่นดูนะคะ แล้วค่อยเปลี่ยนกลับมาเป็นภาษาไทยอีกทีค่ะ พี่กดไปกดมาโดยบังเอิญ ก็เลยกลับมาเป็นภาษาไทยอีกครั้งหลังจากกลายเป็นภาษาอื่นไปแล้ว... ลองดูนะคะ

แต่หวังว่าต่อไปนี้คงจะไม่ค่อยมีปัญหาแล้วนะคะ พวกเราจะได้เข้ามาคุยกันได้เหมือนเดิม




--------------------
http://nilubol.spaces.live.com
http://chutimasevikul.spaces.live.com



นิค่ะ
โพสต์เมื่อ: Nov 12 2008, 05:25 AM
   
บรรยากาศในวัดค่ะ




--------------------
http://nilubol.spaces.live.com
http://chutimasevikul.spaces.live.com



นิค่ะ
โพสต์เมื่อ: Nov 12 2008, 05:34 AM
   
บรรยากาศบ้านไผ่บ้างนะคะ ใหม่เก่าผสมผสานกันอย่างลงตัวค่ะ พอดีไปเที่ยวนี้ ช่วงบ่ายวันแรก ทางบ้านต่ายก็เลยส่งไปนวดตัวเพื่อให้คลายเมื่อยกัน แล้วก็นำลูกประคบให้ไปประคบด้วย เรียกว่าได้ประสบการณ์ดี ๆ หลายอย่าง
จากที่เคยนวดมาบ้าง นิด ๆ หน่อย ๆ คราวนี้เลยได้นวดแผนไทยเต็มรูปแบบ ซึ่งทางร้านเป็นร้านต้นตำรับที่เปิดบริการมาก่อนที่จะฮิตกันเสียอีก และหลักการนวดก็เป็นหลักที่ทางเจ้าของร้านซึ่งเป็นพยาบาลมานานปรับเป็นรูปแบบการนวดเฉพาะของทางร้านเท่านั้น ยิ่งการประคบนั้น ก็เพิ่งจะได้เคยครั้งนี้เองค่ะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฝรั่งถึงได้หลงไหลการนวด และสปา แบบไทย ๆ ของเรากันนัก...




--------------------
http://nilubol.spaces.live.com
http://chutimasevikul.spaces.live.com


อภิญญา
โพสต์เมื่อ: Nov 12 2008, 11:30 PM
   
น้องพิม

ส่งสียงเข้ามาบ่อย ๆ นะ พี่จะได้ไม่เหงา อิ อิ พูดคนเดียวมันไม่สนุกค่ะ HappyDance2.gif


--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 28, 2008, 10:12:32 pm โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
Apinya
บุคคลทั่วไป


อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2008, 01:13:49 am »

ฮิ ๆ

หาทางเข้าจนได้


เข้ามาบอกกล่าวว่าเปิดประตูบ้านได้แล้วค่ะ วันนี้ดึกแล้วขอนอนก่อน เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นไปทำงานแต่เช้าค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF