www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ตื่นเต้นๆ .. มีคนเอากล่องมัดแน่นหนา..มาวา#  (อ่าน 2773 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สีน้ำฟ้า
Newbie
*
กระทู้: 6



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 09:29:01 pm »

โพสต์เมื่อ: Jan 17 2008, 09:32 AM

 ณ ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่.. ตั้งอยู่ริมถนนอุตรกิจ..อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่...

16 มกราคม 2551 เวลา 21.30 น. ขณะที่สีน้ำฟ้ากำลังอยู่ในห้องน้ำ น้านพนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์มุมโปรด..(ว่าไปงั้นแหละ..ก็ตัวเดิม มุมเดิมนั่นแหละ)

พี่วาสนา..เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว ลูกชิ้นปลาชื่อดังประจำจังหวัดมาเรียก

“พี่นพๆ .. มาดูหน่อยสิ ใครเอากล่องมาวางหน้าบ้าน ข้างถนนน่ะค่ะ มาเร็ว”

“กลัวเหรอพี่..” เสียงน้าตอบพี่วาสนา และเสียงชวนคุยกันห่างออกไป..ข้าพเจ้าก็รีบระเห็จออกจากห้องน้ำโดยไว

คุณพระ..คุณเจ้า.. !!!!


กล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ สูงประมาณครึ่งฟุต วางนิ่งอยู่ริมถนน มัดด้วยเชือกทำจากเศษผ้าเก่าๆ สีเหลืองขึ้นรา น้ารีบกลับเข้ามาในบ้าน.. ข่าวระเบิดตลาดวันนี้วนกลับมาหลอนอย่างช่วยไม่ได้



น้าเขามีพรรคพวกเพื่อนฝูงที่อยู่หน่วยกู้ภัย.. รีบหานามบัตรอย่างด่วน.. เรา..อันประกอบด้วยบุ๋มบิ๋ม ลูกสาวน้านพ..พี่วาสนา ..แจม สีน้ำฟ้า ยังมองกันอยู่ห่างๆ

จินตนการของมนุษย์ เมื่อถึงจุดหนึ่ง..มันจะส่อสิ่งที่อยู่ในใจ ขนาดปากว่าไม่กลัวตายๆ วันนี้สีน้ำฟ้าก็ยังหวั่นๆ ซึ่งหากมันเป็นระเบิด..สิ่งที่กลัวไม่ใช่กลัวตัวเองตาย หากแต่ ณ จุดตรงนี้คือแหล่งชุมชนย่อยๆ .. ขณะนี้แม้ในร้านเราจะไม่มีลูกค้า..แต่บริเวณใกล้เคียงเป็นร้านสะดวกซื้อที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง..
ถัดไปเป็นร้านข้าวต้ม มีลูกค้าอยู่สองโต๊ะ..ผู้คนยังนั่งกินกันปกติ จากร้านเราเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวสมาชิกอยู่ครบ..ถัดไกลออกไปเป็นร้านค้า ยิ่งบ้านริมสุดมีเด็กอยู่ไม่ต่ำกว่าสี่คน..

วนกลับมาเร่งให้น้ารีบจัดการโทร.. น้าก็หานามบัตรอยู่นั่นแหละ..หาไม่เจอก็เปิดเว็บหาซะสิ..

“ให้ไว..สิน้า..ให้ไว” อดที่จะแว้ดไม่ได้..

นาทีนี้...ประมาทได้หรือ..
ถามว่าเป็นคุณ.. ถ้าไม่นับตัวเอง...คุณกล้าเอาคนอื่นมาเสี่ยงด้วยไหม

วินาทีที่สร้างความหวาดหวั่นในใจ..ทุกคนนิ่งเงียบ ยืนมองกันห่างๆ เพื่อรอดูปฏิกิริยาของกล่องนั้น..เพื่อรอน้านพให้หาเบอร์โทรของเพื่อนให้เจอไวๆ

ลมหายใจเข้าออกยังผ่าวร้อน... นาทีนี้หัวใจเรายังรู้ร้อนรู้หนาว.. แล้วคนในข่าวที่พาดหัวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์วันนี้ล่ะ... ญาติพี่น้องเขาจะเป็นเช่นใดหนอ..

เศร้าเหลือเกิน


....

“กรี๊ด...มันดิ้นด้วยอ่ะ อาแจมๆๆ ” เสียงแม่นางบิ๋มหวีดมาก่อน เพราะเธอออกไปยืนมองอยู่ริมฟุตบาธ

“ผ่อๆๆๆ เร้ว..มันดุ๊กดิ๊กแหล่ว” เสียงในฟิล์มจากสาวใต้วัยสิบห้าปี บุ๋มบิ๋มอุ้มลูกแมวอยู่ในอ้อมกอดตัวหนึ่ง ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอฉวยไปตอนไหน..ก้าวโย่งๆ ..โดยไม่ใส่รองเท้าใกล้เข้าไป ..

ใกล้เข้าไป...

“ผ่อ...แหม้ว...ๆ” เสียงเช่นนี้จริงๆ นะ..

“มันออกมาแหล่ว..ฮั้วหมัน..ฮั้วหมันออกมา” ใกล้สุด ขายาวสุดวิ่งตรงดิ่งเข้าไปหากล่องที่กำลังดิ้นดุ๊กดิ๊กๆ

“มีรูด้วยๆ อาแจม แมว...มีรูอยู่ตรงนั้น” คราวนี้รีบกรูกันเข้าไปแกะเชือกทีมัดกล่อง..

โอ้...




ลูกแมวสีทอง..หน้าตาดี อายุคงไม่เกินเดือนสามเดือน..

“แม๊............ ชั่วจริง ใครฟระ” นอกจากบุ๋มบิ๋มที่ถึงตัวคนแรก ไม่รู้น้าวิ่งออกจากร้านมาถึงตอนไหน รีบเข้าไปอุ้มเอาเจ้าเหมียวสีทองหน้าตาดีเข้ามาในร้าน

ลมหายใจยังผ่าวร้อน..

ทุกคนยังมีความรู้สึก..และตื่นเต้นกับผู้มาใหม่.. ไม่เว้นแม้แต่เจ้าแสตมป์ .. สตังค์ ลูกแมวสองตัวที่สีน้ำฟ้าเพิ่งไปขอเขามาเลี้ยง

น้าเริ่มบัญชาการ ให้ไปหยิบอาหารแมวที่เจ้าสองตัวในบ้านกินไม่หมด.. ล่อแมวเอาไว้ก่อน

เสียงบ่นพึมพำของพี่วาสนา .. เสียงลูกสาวพี่เขาที่ตามมาสมทบ.. พวกเราสี่-ห้าชีวิต ต่างกำลังเล่าสู่กันฟัง ถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ว่าใครรู้สึกกันอย่างไร..

เหตุการณ์ตื่นเต้น..สงบลงแล้ว..

เหมียวน้อย สีทองที่มา..ขนนุ่มนิ่ม ยังกับคุณหนูตกยาก

เหมียวเจ้าถิ่นสองตัวกำลังทำกร่าง.. ผู้มาใหม่ก็ใช่ย่อยเสียแล้ว.. วิ่งเล่นเหมือนคุ้นชินว่าที่นี่เป็นบ้าน.. ไม่มีแววตาหวาดกลัว.. ไม่แม้จะรู้สึกแปลกถิ่นที่อาศัย

เออ..แฮะ เจ้าเหมียวน้อยสีทองผู้มาใหม่ มันรอดแล้ว..

อย่างน้อยสีน้ำฟ้าก็ทอดทิ้งมันไม่ลง..

มันเพิ่งเป็นลูกแมว ประเดี๋ยวก็คุ้นชินกับสองตัวเจ้าถิ่นที่อยู่มาก่อนหน้า... สองตัวนั้นเขาชื่อแสตมป์กับสตังค์ เป็นสาวน้อยทั้งคู่.. ได้มาอีกสาว..

ที่บ้านก็จะมีสามใบเถา..



หึ !!!! สนุกล่ะ




สองตัวเดิม ม๊านก็วิ่งโครมๆ ทั้งคืน ได้มาอีกตัว..คงสนุกพิลึก


อืม...ว่าแต่ว่า.. เกิดมาทุกสรรพสิ่งย่อมมีชื่อเรียก.. สองตัวนั้น..ส.แสตมป์ กับ ส. สตังค์... ได้มาอีกสาว.. ใครหลงเข้ามาอ่านแล้วไม่ทิ้งคอมเม้นท์ ไม่ออกความเห็น หรือไม่เสนอชื่อใหม่ให้..

สีน้ำฟ้า...จิเรียกมั๊นว่า...สมยอม..จริงๆ ด้วยเอ้า !!!!!!!!!!

เอ๋า.. ก็เข้ามาเป็นสาวตระกูล ส. นี่นา... แม่สีน้ำฟ้า..พี่แสตมป์..น้องสตังค์...มาใหม่ มาแบบสมยอม ต้องเลี้ยงแบบนี้...

มั๊น...ก็ต้องชื่อสมยอมโล้ด.. ....


ตะแล่ม..ตะแลม..ตะแหล้ม.. ......................................


โพสได้แก้ไขโดย สีน้ำฟ้า เมื่อ Jan 17 2008, 09:33 AM


----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 18, 2008, 07:20:56 pm โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า

ขอเพียงแค่ "เข้าใจ"  ชีวิตย่อมเป็นไปอย่างเรียบง่าย และเป็นสุข
มนตราแห่งทะเล
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 463



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 09:32:36 pm »


สีน้ำฟ้า     
   
สารภาพค่ะ..
ว่าตอนเขียนคิดถึงรอยยิ้มของทุกคนที่ได้อ่านจนจบ

ก็..แหม..ตอนแรกตื่นเต้นจริงๆ นะคะ

ดี๊..ที่ยังไม่ได้โทรหาหน่วยกู้ภัย ไม่งั้นคงจะวุ่นกว่านี้




----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น



สีน้ำฟ้า    
โพสต์เมื่อ: Jan 17 2008, 09:41 AM
   
อ้าว..ลืม
มีมุมมองลูกสาวตัวใหม่..หน้าตรงชัดๆ ด้วยค่ะ



----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น



นิค่ะ    
โพสต์เมื่อ: Jan 17 2008, 12:10 PM

อ่านแล้วพลอยตื่นเต้นไปด้วยค่ะ แต่สุดท้าย อุ๊ยน่ารักจัง...

คุณภัสสรบอก ดีแล้วค่ะ โบราณบอกแมวมาหา หมาสู่ จะโชคดี

--------------------
http://nilubol.spaces.live.com
http://chutimasevikul.spaces.live.com



สุวดี    
โพสต์เมื่อ: Jan 19 2008, 02:16 PM
   
แล้วถ้ามีคนส่งตัวเองมาหาพี่นิมั่ง จะถือว่าโชคดีรึป่ะค้า
จะได้ห่อตัวเองมาหาพี่ซะเลย

ฝากบอกคุณพนิดาแล้วนะคะว่า พี่ฝากความคิดถึงไปให้ เธอขอบคุณมาค่ะ




--------------------
A woman called JJ, born to be happy.



สีน้ำฟ้า    
โพสต์เมื่อ: Jan 22 2008, 05:38 AM
   
สวัสดีค่ะ คุณครู..พี่นิ คุณสุวดี.. (ขออนุญาตเรียกพี่ได้ไหมคะนี่ อิอิ)
----------------------------------------------------------

ก็...ว่ากันไปค่ะ..สำหรับแม่หนูน้องใหม่ ตอนนี้เข้ากันได้ดีกับแสตมป์ สตังค์
ได้ชื่อมาจากผู้เมตตาในพันทิป.. ชื่อว่า น้องสตาร์

แต่น้านพมักจะเรียกเธอว่านุ่มนิ่ม..

ดูเหมือนจะพันทาง..ลูกครึ่งเปอร์เซียมา เพราะตัวนิ้ม..นิ่ม ขนยาว
หางเหมือนกระต่าย.. และเอาแต่ใจ เป็นคุณหนูจริงๆ
------------------------------------------------------------

เรียนคุณครูประภัสสรค่ะ..

วันนี้..อาจารย์อภิชาติแวะมาอีก.. ท่านกรุณาค่ะ..มากระบี่มักจะแวะมาใช้บริการ
ที่ร้านแจมเรื่อยๆ .. ทุกครั้งไป หนนี้มาร่วมกิจกรรมวันเด็กของทางหน่วยราชการแห่งหนึ่ง
พอดีท่านบอกแล้วจำไม่ได้.. เห็นว่ามีบทความท่านลงในมติชน..เรื่องทีพีบีเอส
ไม่มั่นใจว่าบทความนี้ไหม..

สีน้ำฟ้าคัดมาจากมติชน..เป็นหนังสือพิมพ์รายวันไม่มั่นใจ คุณครูกับพี่นิจะมีโอกาสได้ไปหาซื้อหรือไม่

ก็เลยนำมาฝากไว้ในกระทู้นี้เลย

ปีนี้อาจารย์ไม่ได้ลง สว. เพราะติดเงื่อนไข ลาออกจากพรรคการเมืองแห่งหนึ่งไม่ถึงห้าปี
น่าเสียดายค่ะ.. อาจารย์เป็นคนดี มีคุณธรรม
ไม่ต้องหาเสียง ก็ได้ชัวร์ๆ อยู่แล้ว

เฮ้อ... ก็ว่ากันไป เรื่องการเมือง เมืองไทย

สักครู่สีน้ำฟ้าจะคัดบทความมาฝากนะคะ ...



----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น



สีน้ำฟ้า    
โพสต์เมื่อ: Jan 22 2008, 05:42 AM
   
ย้อนรอย..ถอดรหัส 'ไอทีวี' จากทีวี 'เสรี' สู่ 'ทีพีบีเอส'
จากหนังสือพิมพ์รายวัน มติชน (หน้า 20) วันอังคารที่ 22 มกราคม พุทธศักราช 2551


แม้จะมีภาพความเสียใจ กอดคอกันร้องไห้ ให้เห็นหลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่คุ้มครองชั่วคราว ในคดีอดีตพนักงานทีไอทีวี 105 คน ยื่นฟ้องอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ (กปส.) และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เพิกถอนคำสั่งลงวันที่ 14 มกราคม 2551 เรื่องให้สถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟหรือทีไอทีวียุติการแพร่ภาพ เวลา 00.00 น. วันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา

แต่เรื่องราวของสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ใช่จะจบลงไปพร้อมกับ การเปลี่ยนชื่อใหม่ เป็นองค์กรกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ "ไทยพีบีเอส" ยังมีประเด็น ภาระผูกพันเรื่องพนักงาน ผู้ผลิตรายการ ซึ่งศาลปกครองรับไว้พิจารณา เป็นข้อต่อสู้ทางกฎหมายทำให้การดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายชั่วคราว 5 คน ที่รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งมาอาจไม่ราบรื่นเหมือนอย่างที่คาดหวังให้เป็น

ถ้าจะใช้คำว่า "ย้อนรอย" "ถอดรหัส" ตามชื่อ 2 รายการหลักของสถานีไอทีวีเดิม กว่า 10 ปี แห่งการดำรงอยู่ของสถานีแห่งนี้ตั้งแต่แจ้งเกิดทดลองออกอากาศครั้งแรก เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2539 ภายใต้ชื่อสถานีโทรทัศน์ "ไอทีวี" จนถึงวันเปลี่ยนชื่อสถานีเป็น "TITV" ในวันที่ 7 มีนาคม 2550

และปิดฉากทีวีเสรีสู่ทีวีสาธารณะอย่างถาวร ด้วยการโอนทรัพย์สิน คลื่นความถี่ไปให้หน่วยงานใหม่ ทีพีบีเอส บริหารเมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา

พบว่าสถานีข่าวแห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวของสีสัน การต่อสู้ระหว่างพนักงาน, อำนาจทุน, ทุน, อำนาจรัฐ จนนำมาซึ่งการฟ้องร้อง คดีความยาวนานตราบเท่ากับการดำรงอยู่เลยทีเดียว

การงัดคานต่อสู้กันทางความคิด ข้อกฎหมายแต่ละครั้งนำผลลัพธ์ด้านบวก-ลบ,ชัยชนะ เสียงร้องไห้ มาสู่พนักงานแตกต่างกันไป

เรื่องราวการต่อสู้งัดคานกันทางด้านความคิด เปิดฉากขึ้นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2543 หลังทราบแน่ชัดแล้วว่า คณะกรรมการบริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน) มีมติดึงบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อหุ้นไอทีวี วงเงินลงทุนประมาณ 1,600 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนหุ้น 39% พร้อมทั้งมอบสิทธิในการบริหารงานทั้งหมดให้เป็นของชินคอร์ปฯ ตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ ตามข้อเสนอของธนาคารไทยพาณิชย์

"เทพชัย หย่อง" ซึ่งตอนนั้นทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการฝ่ายข่าวของไอทีวี นำตัวแทนฝ่ายข่าวไอทีวี เปิดศึกชน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้านการฮุบหุ้นผูกขาด พร้อมออกแถลงการณ์ต่อต้านการเข้ามาของชินคอร์ปฯ ในระหว่างร่วมงานเสวนาเรื่อง "8 ปีพฤษภาฯ "35 ถึงมาตรา 40 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2542

เรื่องที่ถูกนำมาหยิบยกขึ้นมาเหตุผลหลักในการต่อสู้ของพนักงานไอทีวี องค์กรหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปสื่อ และตัวแทนญาติวีรชนเดือนพฤษภาคม ปี 2535 ในเหตุการณ์งัดคานทางด้านความคิดครั้งแรก คือสถานีไอทีวีเกิดมาจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี 2535

เจตนารมณ์ในการก่อตั้งสถานีข่าวแห่งนี้ถูกกำหนดให้เสนอข่าวด้วยความเป็นกลางปลอดจากการแทรกแซงจากภาคการเมืองและรัฐตามสัญญาสัมปทาน ซึ่งไอทีวีทำไว้กับ สปน.ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2538

การเข้ามาของชินคอร์ปฯได้นำมาซึ่งคดีประวัติศาสตร์ "21 กบฏไอทีวี" กลุ่มต่อต้านการเข้ามาแทรกแซงให้นำเสนอข่าวกิจกรรมหาเสียงของพรรรคไทยรักไทยเดิมในปลายปี 2543 ก่อนการเลือกตั้งใหญ่จะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 6 มกราคม 2544

หลังการเลือกตั้งผ่านพ้นไปด้วยชัยชนะอย่างถล่มทลายของพรรคไทยรักไทย สามารถพาสมาชิกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรได้ถึง 243 เสียง อีกหนึ่งเดือนหลังจากนั้น ผู้บริหารไอทีวีตัวแทนจากชินคอร์ปฯมีคำสั่งไล่ออก เลิกจ้างพนักงานรวม 23 คน

ในจำนวนนี้ 21 คน เลือกที่จะต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเอง โดยยื่นคำร้องไปยังคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ (ครส.) ต่อสู้กันยาวนาน 4 ปี ตั้งแต่ศาลชั้นต้นถึงศาลฎีกา ที่สุดศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานมีคำพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางให้ไอทีวีรับพนักงานทั้ง 23 คน กลับเข้ามาทำงานเหมือนเดิมพร้อมทั้งให้ชดเชยค่าเสียหายรวมทั้งสิ้น 25 ล้านบาท

ในวันที่ 8 มีนาคม 2548 เมื่อชินคอร์ปฯได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างเต็มตัว มีอำนาจการบริหารอย่างเบ็ดเสร็จ เรื่องราวการต่อสู้กันด้วยข้อกฎหมายยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบจากการต่อสู้ระหว่าง "พนักงาน" กับ "กลุ่มทุน" กลายเป็น "กลุ่มทุน" กับ "ภาครัฐ" แทน

เริ่มจากการขอแก้ไขสัญญาสัมปทานด้วยการตั้งอนุญาโตตุลาการให้ลดค่าตอบแทนขั้นต่ำเหลือ 230 ล้านบาทต่อปี จากเดิมต้องจ่ายค่าตอบแทน 44% ของรายได้ หรือไม่ต่ำกว่าปีละ 1,000 ล้านบาท

ขอปรับผังสัดส่วนรายการข่าวและสารประโยชน์เป็นร้อยละ 50 ต่อ 50 จากเดิมต้องมีข่าวและสารประโยชน์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของเวลาออกอากาศ และช่วงเวลา 19.00-21.30 น. ต้องเป็นข่าวและสาระประโยชน์เท่านั้น

จนเป็นที่มาของคำพิพากษาประวัติศาสตร์ของศาลปกครองเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2549 ว่า แก้ไขสัญญาโดยไม่ผ่านมติคณะรัฐมนตรีเป็นเหตุให้ สปน.บอกเลิกสัญญาในวันที่ 6 มีนาคม 2550 พร้อมกับค่าปรับก้อนโตอีก 100,000 ล้านบาท

ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าเหตุการณ์งัดคานความคิดรอบใหม่ ซึ่งพัฒนาไปเป็นเรื่องการต่อสู้ระหว่าง "พนักงานทีไอทีวีเดิม" กับ "ภาครัฐ" ด้วยแนวคิดว่า เมื่อโอนทรัพย์สินคลื่นความถี่,อำนาจหน้าที่,งบประมาณไปให้องค์กรใหม่แล้ว ควรจะโอนพนักงานในส่วนเดิมไปด้วยจะลงเอยในรูปแบบใด

ถ้าสังเกตเอาจากน้ำเสียง สีหน้า ท่าทีการให้สัมภาษณ์ของนายไตรภพ ลิมปพัทธ์ ประธานบริหาร บริษัท บอร์นแอนด์แอสโซซิเอท จำกัด อดีตผู้ผลิตรายการให้กับสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีว่า

"การไม่คุ้มครองชั่วคราวไม่ได้แสดงว่าแพ้คดี แต่หากกรรมการดูแลไม่ดีค่อยเป็นประเด็นใหม่

"รู้สึกอุ่นใจเมื่อศาลปกครองมีคำสั่งให้องค์การใหม่ต้องรับพิจารณาภาระผูกพันเรื่องพนักงาน รวมถึงรายการของผู้ผลิตรายการที่ได้มีภาระผูกพันกันไว้ในทางปฏิบัติสำหรับพนักงานทีไอทีวีเดิม และผู้ผลิตรายการต้องปรึกษานักกฎหมายก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป"

ผนวกเข้ากับแนวคิดการตั้งชมรมทีวีเสรีในองค์กรใหม่ และข้อจำกัดการรับพนักงานขององค์กรใหม่ ซึ่งจะรับพนักงานในส่วนเดิมได้เพียงร้อยละ 70 ซึ่งหมายความว่า จะต้องมีคนอีกร้อยละ 30-40 ของจำนวนพนักงานทีไอทีวีเดิมต้องกลายเป็นคนตกงาน

น่าจะเป็นสัญญาณบอกว่า การต่อสู้รอบใหม่น่าจะยาวนานยืดเยื้อ จะยังคงดำรงอยู่ต่อไปตราบเท่าที่ ทีวียังมีเรื่องผลประโยชน์มหาศาลเข้ามาเกี่ยวข้อง

แม้จะไม่ใช่เม็ดเงินโฆษณาก้อนโตเหมือนฟรีทีวีทั่วไป แต่ในส่วนทีวีสาธารณะยังหมายถึง เงินอุดหนุนก้อนโตจากภาษีบาป เหล้า บุหรี่ ปีละ 2,000 ล้านบาท และพ.ร.บ. ยังเปิดช่องให้รัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลังใช้ดุลพินิจเพิ่มงบประมาณให้สถานีแห่งนี้ได้อีก ในทุกๆ 3 ปี หากต้องมีการขยับขยายไปทำธุรกิจประเภทอื่นเพิ่มเติม

จะดีหน่อยตรงที่บทเฉพาะกาล มาตรา 57 เขียนไว้ชัดเจนว่า ให้โอนเฉพาะทรัพย์สินเฉพาะในคลื่นความถี่ ทรัพย์สิน งบประมาณไปเท่านั้น

ไม่รับโอนในส่วนของข้อพิพาทระหว่างบริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน) เดิมกับ สปน. ในส่วนที่เกี่ยวกับค่าปรับหนึ่งแสนล้านบาท ซึ่งศาลปกครองได้จำหน่ายคดีออกจากระบบให้เป็นเรื่องระหว่างอนุญาโตตุลาการกับบริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน)

.....ไม่งั้นวุ่นวายไม่จบแน่

----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 18, 2008, 07:23:56 pm โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF