www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เล่าเรื่องกลอน (1)  (อ่าน 2026 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ประภัสสร
Global Moderator
Newbie
*****
กระทู้: 8



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2008, 04:48:24 pm »


[ 25 ม.ค. 2550 05:46:37 ]

เล่าเรื่องกลอน (1)



ผมเกิดมาในครอบครัวที่ชอบโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ทำให้ถูกสอนให้ท่องจำโคลงโลกนิติ และ ลิลิตเตลงพ่าย ได้ขึ้นใจ ตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียน และเมื่อตอนที่ผมเกิดนั้น พ่อก็จะมีสมุดบันทึกเล่มเล็ก ๆ ติดกระเป๋าไว้ให้เพื่อน ๆ และคนรู้จัก เขียนอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ผม ซึ่งในจำนวนนั้นก็มี “ยาขอบ” และ “อิงอร” อยู่ด้วย แต่ที่ผมจำได้ขึ้นใจเป็นของคุณลุงดำริห์ ปัทมสุคนธ์ นักหนังสือพิมพ์รุ่นเก่า ซึ่งท่านเขียนเป็นกลอนแปดว่า

“..............

แด่นักปฏิวัติ ประภัสสร

เกิดเป็นชายไว้ลายเป็นอาภรณ์

แต่อย่าร้อนเกินไปให้คำนึง”

และมีอีกท่านหนึ่งซึ่งผมจำชื่อไม่ได้ เขียนเตือนสติไว้ว่า

“ถ้าเกรงใจเป็นเหตุให้เสียการ

ถ้าสงสารเป็นเหตุให้ฉิบหาย

ถ้าเชื่อง่ายเป็นเหตุให้เกิดทุกข์

เมื่อมีสุขใจอย่าอ่อน ต้องเข้มแข็ง”

พ่อผมท่านก็มีฝีไม้ลายมือในเรื่องกลอนไม่น้อยเหมือนกัน “พี่หรั่ง” คุณไพรัช สังวรริบุตร เคยเล่าให้ฟังว่า สมัยที่พ่อไปช่วยเขียนบทและกำกับภาพยนต์เรื่อง “รอยไถ” ยุคแรก

ให้คุณลุงคุ้ม สังวริบุตร คุณพ่อของพี่หรั่ง พ่อผมได้เขียนกลอนเสภาไว้บทหนึ่งบรรยายถึงชีวิตของชาวบ้านริมคลอง ซึ่งพี่หรั่งยังจำได้แม่นยำ แม้ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานกว่า 60 ปีแล้วก็ตาม ในการพบกันครั้งหลังสุด พี่หรั่งได้ท่องกลอนเสภาบทนั้นให้ผมจด ซึ่งตอนนี้กลอนบทนั้นเก็บไว้ที่บ้านที่กรุงเทพฯ วันหลังถ้ามีโอกาสจะนำมาให้ได้อ่านกันครับ



กลอนของพ่อที่ผมจำได้บทหนึ่ง เป็นบทที่ท่านนำมาจากบกวีของ Longfellow กวีชาวอังกฤษ ดังนี้ครับ

“คิ้วของเขาชุ่มฉ่ำด้วยน้ำเหงื่อ

ที่ไหลเพื่องานสุจริตสร้างผลิตผล

เขาหากินทุกทางอย่างคนจน

หากทำได้เป็นทนทำทุกงาน



เขามองโลกไม่พรั่นพรึง มองซึ่งหน้า

ตลอดหล้ากล้าผจญเยี่ยงคนหาญ

เพราะไม่เป็นหนี้ใครในจักรวาล..

ลองเฟลโลปราชญ์โบราณทานกล่าวเอย”

เสียดายที่ผมไม่ทราบต้นฉบับภาษาอังกฤษของกลอนบทนี้



อย่างไรก็ตาม บทกลอนของพ่อที่ผมยังอยู่ในใจของผมเสมอและตลอดมา คือบทที่พ่อเขียนให้เป็นของขวัญวันเกิดผมตอนอายุได้ 12 ปี

“ยี่สิบสองเมษายนดลจิตให้

ระลึกในวันเกิดประเสริฐศรี

ประภัสสร เสวิกุล บุญทวี

ในปีนี้มีสุโขภิญโญเทอญ”



ครับ และก็คงต้องบอกว่า โปรดติดตามต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 22, 2008, 12:13:34 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
มนตราแห่งทะเล
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 463



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2008, 04:52:20 pm »


อภิญญา
25 ม.ค. 2550 09:52:19
 
สวัสดีค่ะคุณประภัสสร

ดิฉันเองก็ได้เชื้อมาจากคุณพ่อในเรื่องการแต่งกลอนเหมือนกันค่ะ เมื่อคุณพ่อเสียชีวิต ดิฉันได้เก็บสมุดบันทึกของคุณพ่อไว้ ท่านเขียนชีวประวัติของท่านเป็นบทกลอนไว้ และเพลงยาวต่างๆ ที่เพื่อนๆ ขอให้เขียนงอนง้อสาวๆ ในสมัยนั้นไว้ด้วยค่ะ ในครอบครัวดิฉันนั้นมีลูกเพียงสองคนที่ได้พรสวรรค์นี้จากคุณพ่อ คือดิฉันและน้องสาวคนเล็ก (ลูกสาวห้า ลูกชายสาม) เท่านั้น น้องสาวเขียนหนังสือไม้เก่ง เพราะไม่ชอบ แต่แต่งกลอน และแต่งเพลงเก่งค่ะ เธอเป็นครูสอนวิชาร้องเพลงให้เด็กๆ ที่ศูนย์ฯ ค่ะ (ศพอ.สวนแก้ว ราชบุรี)

นอกจากกลอนแปดแล้ว บางครั้งดิฉันแต่ง กาพย์ โคลง และฉันท์ แต่ไม่บ่อยเพราะยากกว่ากลอน

แต่ดิฉันรักการเขียนมาก แต่ร้องเพลงไม่เก่ง ร้องเฉพาะเพลงของตัวเอง ที่เคยเขียนบอกไปแล้ว จึงหันมาจับงานเขียนอย่างเป็นงานเป็นการแทนเมื่อเกษียณ (Early Retirement) และหวังว่าจะต้องมีหนังสือของตัวเองสักวันหนึ่ง ตราบใดที่คุณประภัสสร ยังให้ความสนับสนุนในคำแนะนำเช่นนี้ค่ะ

ตังความหวังไว้ในดวงจิต
ชอบชีวิติขีดเขียนเพียรศึกษา


หากโชคดีคงทำได้สมอุรา
วันนี้มาใจเต็มร้อยเป็นเดิมพัน


จะสร้างงานด้วยพลังอันเต็มเปี่ยม
จะตระเตรียมเดินไปให้ถึงฝัน
แม้หนทางข้างหน้าต้องฝ่าฟัน
สองมือนั้นอีกหนึ่งใจไม่หวั่นเกรง

สวัสดีค่ะ



อภิญญา
25 ม.ค. 2550 09:56:14

ขอแก็ไขคำผิดค่ะ

"ตั้งความหวังเก็บไว้ในดวงจิต" ค่ะ นี่แหละผลของการไม่มี Preview ก่อนโพสต์จริงค่ะ (โทษปี่โทษกลองไปโน่น)

ขอโทษค่ะ



สีน้ำฟ้า
25 ม.ค. 2550 20:07:08

นานจนเกือบลืมวัยเด็กแน่ะค่ะ

แต่พอฟัง(อ่าน) ที่คุณประภัสสรเล่าเรื่องกลอน.. ก็เลยขอเล่าสู่กันฟังบ้าง
ของแจมอยู่กับยายมาตั้งแต่เด็กค่ะ.. พ่อกับแม่ก็ไม่ได้ไปไหนไกลหรอก อยู่ห่างกันประมาณสักหนึ่งกิโลเมตร (ชนบทน่ะค่ะ.. บ้านเหนือกับบ้านใต้) แบบว่ายายเห่อหลานก็เลยเอามาเลี้ยงเอง กลัวว่าแม่เลี้ยงเด็กไม่เป็นน่ะค่ะ (รับฟังคำบอกเล่ามาอย่างนั้น)

พออยู่กับยาย.. ท่านก็ชอบเล่านิทานให้ฟังก่อนนอน ก็มีบ้างบางทีที่เล่าเป็นกลอน แต่ด้วยความรู้สึกรัก เมตตาปราณี มากกว่าค่ะ ท่านไม่เคยเบื่อเลยนะ ที่ถูกขอให้เล่าเรื่องที่แจมชอบซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า แจม เลยซึมซับเอาความรู้สึกดี ๆ ไว้ รวมไปถึงการทำกิจกรรมร่วมกับยาย เรียกยายว่าแม่ ไปวัด ฟังธรรม สมัยเด็กก็ว่าเบื่อนะคะ เพิ่งจะมาเห็นผลเอาก็ตอนเราโต ๆ นี่เอง ว่า ยายนั้นเฝ้าขัดเกลา สั่งสอน จนเราเข้มแข็งมาก ๆ จนไม่น่าเชื่อว่าคนอ่อนไหวคนหนึ่งจะอดทนได้เพียงนี้

อย่างที่บอกค่ะ สีน้ำฟ้าเป็นผู้ประสบภัยสึนามิ เป็นเจ้าของกิจการเล็ก ๆ เป็นเพียงแม่ค้าขายของชำ แต่มรสุมสึนามิ ไม่ใช่แค่ทำร้าย ทำลาย ทรัพย์สินหรอกค่ะ ยังเป็นบททดสอบที่พระท่านลองใจเรา แต่ก็ดีนะคะ พอมีความยากลำบาก ทำให้เราได้รู้รสของความทุกข์-สุข ที่สุขลึกกว่าธรรมดา ..

สรุปรวม ๆ ว่า.. ทั้งยาย และทุกข์จากภัยสึนามิ ตรงนี้แหละค่ะ สอนให้แจมพัฒนาตัวเองด้านงานเขียน สักวันหนึ่งค่ะ.. สักวันคงได้เรียกตัวเองว่า นักเขียน เหมือนกับท่านอื่น ๆ ได้อย่างเต็มคำ

ขอบคุณอีกครั้งค่ะสำหรับเรื่องเล่า แล้วจะมาติดตามเรื่องเล่าอีกนะคะ


..



ประภัสสร
26 ม.ค. 2550 20:55:45
 

ขอแก้ไขคำผิดครับ

กลอนของพ่อที่ผมจำได้บทหนึ่ง เป็นบทที่ท่านนำมาจากบทกวีของ Henry Wadworth Longfellow ชาวอเมริกัน ดังนี้ครับ

"คิ้วของเขาชุ่มแด้วยน้ำเหงื่อ
ที่ไหลเพื่องานสุจริตสร้างผลิตผล
เขาหากินทุกทางอย่างคนจน
หากทำได้เป็นทนทำทุกงาน

เขามองโลกไม่พรั่นพรึง มองซึ่งหน้า
ตลอดหล้ากล้าผจญเยี่ยงคนหาญ
เพราะไม่เป็นหนี้ใครในจักรวาล...
ลองเฟลโลปราชญ์โบราณท่านกล่าวเอย"




ประภัสสร
26 ม.ค. 2550 21:22:40
 
คุณอภิญญาครับ ความตั้งใจจริงของคุณในเรื่องที่อยากมี
หนังสือเป็นของตนเองสักวันหนึ่งนั้น ผมว่าเป็นไปได้ทีเดียวและคิดว่าวันนั้นคงใกล้ๆแล้วละครับ ขอโทษที่ยังไม่ได้ส่งอ้อมกอดทะเล เข้าไปที่คลีนิก ส่วนการสนับสนุนเรื่องการเขียนนี่ยินดีครับ

คุณสีน้ำฟ้าครับ ประสบการณ์ที่ดีในวัยเยาว์เป็นของมีค่าที่หายาก ส่วนประสบการ์ณเกี่ยวกับสึนาถ้าคุณสีน้ำฟ้าคลายความบอบช้ำใจลงได้บ้างแล้ว ถ่ายทอดออกมาให้อ่านกันบ้างนะครับ




อภิญญา
26 ม.ค. 2550 23:44:42

คุณประภัสสรคะ

คุณเป็นกำลังใจอันยิ่งใหญ่ทีเดียวค่ะ สำหรับ "กลอนของพ่อ" นั้นกินใจค่ะ คนเราถ้ามีความอดทนต่อสู้ไม่ท้อถอยไม่เกี่ยงงาน ย่อมประสบผลสำเร็จในที่สุดเสมอ อยากเห็นต้นฉบับภาษาอังกฤษของ Henry ด้วยค่ะ ถ้าเป็นไปได้...

คำวิจารณ์ของ "อ้อมกอดทะเล" นั้น ดิฉันคอยเปิดดูทุกวันด้วยใจระทึก เพราะสิ่งนี้จะถือเป็นก้าวแรกจริงๆ ของดิฉันที่เริ่มเดินอย่างมั่นคงเข้าสู่ถนนนักเขียนที่ยาวไกล เพื่อตามหาฝัน ด้วยการนำ(ถูก)ทางของคุณประภัสสร

จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน



สีน้ำฟ้า
27 ม.ค. 2550 02:25:41

คุณประภัสสร, พี่อภิญญา

แจมมีเรื่องยาวอยู่ในมือเรื่องหนึ่งค่ะ พล็อตย่อ ๆ ไว้ในใจก็คือ

1. หนุ่มสาว พบรักกันที่เกาะพีพี ตอนนี้ก็จะบรรยายสถานที่ เส้นทางเดิน
2. ช่วงสึนามิเข้า
3. สถานการณ์บนเกาะพีพีช่วงหลังสึนามิ

เรื่องที่ว่าวางโครงเดิมไว้ 2 ปีแล้วน่ะค่ะ เอามาต่อกับสึนามิ ดองไว้อีก 2 ปี แหะ แหะ เค็มยิ่งกว่าน้ำทะเลแถวพีพีอีกแน่ะ

ไว้อย่างไรค่อยทยอยส่งไปให้อ่านนะคะ (พี่อภิญญาอ่านด้วยก็ดียิ่งเลยค่ะ ขอเมล์ด้วยก็แล้วกันนะคะ พอดีเรื่องไม่จบ ต้องเขียนไป คุยไปน่ะค่ะ ไม่อยากโพสหน้าเว็บที่ไหน)ตอนนี้เร่งงานหนังสือทำมือก่อนสักนิด.. เรื่องที่เล่ามานั้นตอนนี้เขียนได้ราว ๆ เกือบ 200 หน้าเอสี่แล้ว แต่ต้องตามแก้คำผิดบ้าง แก้การบรรยายบ้าง แจมมีปัญหากับตัวเองเหมือนกันค่ะ.. เรื่องการเขียนบทบรรยาย แจมเขียนได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก ฉะนั้นเรื่องเกาะพีพีที่ว่า ค่อนข้างเป็นโครงการใหญ่ที่สุด ในชีวิตการเขียนของแจม ทั้งที่วัตถุดิบออกจะเพียบ

อีกอย่างที่หนักใจก็คือภาษาที่จะสื่อออกไป ทำอย่างไรจะให้ผู้อ่านคิดเอาเอง มิใช่จับป้อนเหมือนลูกนกน่ะค่ะ หนักใจค่ะ หนักใจ แต่จะพยายาม

ยังไงแจมคงหายหน้า หายตา จากเว็บไปบ้างนะคะ เพราะว่ามีงานที่กรุงเทพฯ มีกำหนดตารางงานคร่าว ๆ ไว้ดังนี้ค่ะ กลับกระบี่อีกที่ประมาณกลางเดือนกุมภานั่นแหละค่ะ

วันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ สีน้ำฟ้าจะไปอยู่ที่งาน TBT บุ้ค เฟสติวัล อาคารไทยทาวเวอร์ บุ้ค ถนนสาทร 12 ประมาณ 10 โมงเช้าถึง 3 ทุ่มค่ะ

วันที่ 9-11 กุมภาพันธ์ อยู่ที่ถนนพระอาทิตย์ เป็นงานอินดี้บุ้คน่ะค่ะ อันนี้อาศัยบารมีน้องอร ปิยะบุตร สีเลิศ ค่ะ ไม่ค่อยรู้จักใครเท่าไหร่ (แจมทำรูปเล่มหนังสือให้น้องเขา น้องอรส่งหนังสือเล่มดังกล่าวประกวดด้วย ว่าจะไปช่วยกันลุ้นสักหน่อยน่ะค่ะ ลุ้นให้น้องเขาค่ะ ของตัวเอง ส่งไม่ทัน พอดีคิดจะส่งเรื่องสั้นแต่มันกติกาตรงที่ แจมชอบเขียนเรื่องสั้นขนาดยาว แต่เขาน่าจะใช้เรื่องสั้นขนาดสั้น (ก็ตั้งกติกาอย่างต่ำไว้ 11 เรื่องแน่ะ)

เห่อเว็บคุณประภัสสรค่ะ พักนี้มาบ่อย และทิ้งการตอบกระทู้ไว้เยอะเลย น้อง ๆ ก็ตามมาแล้ว 7-8 คนแล้วกระมัง ยังรอการตอบของคุณประภัสสรและคุณชุติมาอยู่ค่ะ หวังเป็นอย่างยิ่งล่ะค่ะ ว่าคงไม่ทำให้รกบอร์ด ^__^ จนเกินไปนัก

-----------------

เรียนพี่อภิญญา ถ้ายังไงแจมขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ สักวันพี่ต้องมีหนังสือเป็นของตัวเองแน่ ๆ ค่ะ ฝันของคนเราไม่ได้ไกลสุดเอื้อมแน่ ๆ ค่ะ แล้วที่แจมทราบข่าวพี่จะไปเมืองนอก ขออนุญาตตอบที่นี่เลยนะคะ .. ถ้ามีโอกาสแจมจะล่วงหน้าไปก่อนวันที่สอง เพื่อที่จะได้อยู่คุยกับพี่ในนานอีกหน่อย พี่จะได้ไปเที่ยวอย่างสบายใจไง อิอิ.. เรามีเรื่องเม้าส์กันเยอะแน่ ๆ เลย

เอางี้ค่ะ.. พี่เข้าไปที่เว็บนี้นะคะ.. แล้วจะมีเบอร์โทรติดต่อสำนักงาน หรือเว็บมาสเตอร์ พี่โทรมาตามนั้น ขอสายน้องแจมได้เลยค่ะ (มิกล้าตั้งเบอร์ไว้ตรงนี้) http://www.krabitoday.net





ปลิวลม
27 ม.ค. 2550 17:54:08



ปลิวว่าปลิวต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะนะคะ ชอบที่มีคำสอนจากบุคคลสำคัญที่นี้ อย่าหาว่าปลิวเวอร์เลยนะค่ะ ปลิวอยากได้รับอะไรจาก ยาขอบ จังเลย ตอนนี้ก็เร่งบอกมะพร้าวกับกะทิให้ปรินท์ในสิ่งที่คุณ ชุติมา คุณประภัสสร คุณอภิญญาและคุณสีน้ำฟ้าเขียนถึงเก็บไว้ เพราะจำได้ว่า ลายเซ็น สุวรรณี สุคนธานะ เห็นทีไรก็น้ำตาไหลเมื่อนั้น บอกลูกเสมอคะว่าอย่าพลาดที่ได้มีโอกาสเสวนากับคนดีๆเพราะในอนาคตจะเป็นความทรงจำที่สามารถคุยได้ว่าครั้งหนึ่งเคยได้สัมผัสนักเขียนระดับชาติ ได้สัมผัสกับบุคคลท่านนี้ท่านนั้นแบบใกล้ชิดแบบนับญาติ



อภิญญา
27 ม.ค. 2550 17:59:48

น้องแจม

ขอบคุณมาก เอาเป็นว่าส่งเมล์ให้พี่ตามที่อยู่นี้ดีกว่าค่ะ

PimAU55@hotmail.com สะดวกกว่า นะคะ...



อภิญญา
27 ม.ค. 2550 18:09:34

คุณปลิวลม

ดิฉันก็เหมือนกันค่ะ อย่างที่บอกไว้แล้วว่าคำแนะนำที่ได้จากคุณประภัสสรนั้นดิฉันใส่กรอบเก็บไว้ดูเลยค่ะ เป็นความทรงจำที่ดีๆของเรา เมื่อเร็วๆนี้ดิฉันได้มีโอกาศคุยกับคุณงามพรรณ เวชชาชีวะ ถึงงานเขียนของเธอที่ได้รับรางวัลซีไรท์ ที่โรงแรมโอเรียนเต็ล ปลื้มมากค่ะ

น้องมะพร้าวและน้องกะทิเก่งมากค่ะ ดิฉันนึกชมเชยอยู่เสมอค่ะ



อินทีวร
27 ม.ค. 2550 22:19:42

อ่านมาเรื่อยๆแล้วนึกถึงตัวเองคะ.....

สำหรับตั๊ด....ไม่มีใครเป็นแรงบันดาลใจในการเขียน จะมีก็แต่ใบปลิวการประกวดงานเขียนรางวัลนายอินทร์อวอร์ท ที่ได้รับจากพนักงานเมื่อครั้งไปหาซื่อหนังสือ (เมื่อ 3 ปีที่แล้วโน่น...คะ)

เรื่องการอ่าน "ขอหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุน" ของคุณลุงประภัสสรเลยคะ ที่ทำให้ตั๊ดชอบที่จะอ่าน และรักที่จะใช้จินตนาการควบคู่ไปกับตัวหนังสือที่ผ่านสายตา ดีใจมากมายเมื่อได้อ่านข้อความสั้นๆ จากคุณลุงประภัสสรว่าได้รับเรื่องสั้นที่ส่งไปแล้ว... กับคำชมเรื่องรูป (โม้กับเพื่อนไม่เลิกเลยคะ...) ดังนั้นเมื่อเก็บเกี่ยวสิ่งดีๆจากที่นี่ในสิ่งใดได้ ขออนุญาติกอบโกยนะคะ...แหะๆๆ
ไม่ว่าจะด้วยอะไร .... แต่ด้วยใจ....ดีที่สุด.....


--------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 22, 2008, 12:16:56 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF