www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ร่วมสนุกในเดือนแห่งความรัก  (อ่าน 1638 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
มนตราแห่งทะเล
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 463



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2008, 04:54:23 pm »

[ 27 ม.ค. 2550 04:44:24 ]
ประภัสสร เสวิกุล ขอชวนสมาชิกและผู้สนใจทุกท่าน ร่วมส่งบทกวีแห่งความรัก เข้ามาร่วมสนุกต้อนรับเดือนแห่งความรักกันนะคะ

บทกวีบทไหนถูกใจคุณประภัสสร จะมีของที่ระลึกมอบให้ค่ะ รวมทั้งบทที่ได้รับแรงเชียร์จากทุกท่านให้เป็นบทปอบปูลาร์ที่สุด ก็จะได้รับของที่ระลึกด้วยเช่นกันนะคะ

สำหรับผู้ที่ต้องการร่วมสนุก สามารถโพสต์บทกวีแห่งความรักกันไว้ได้ในกระทู้นี้เลยค่ะ

รีบส่งกันเข้ามาได้ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ศกนี้นะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 22, 2008, 12:18:27 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
มนตราแห่งทะเล
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 463



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2008, 05:03:50 pm »

อภิญญา
27 ม.ค. 2550 18:35:40

สวัสดีค่ะ

เดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนแห่งความรัก... แต่มิใช่ทุกคนที่จะสมหวังในความรักเสมอ (เหรียญสองด้าน) ดังนั้นก่อนที่จะพบกับบทกวีหวานๆที่อบอวลไปด้วยความรักนั้น อยากให้มองอีกด้านของคนที่ผิดหวังสักนิด เฉกเช่นหนุ่มน้อยผู้นี้ค่ะ (ฮิฮิ..ตัดหน้าคนอื่นที่ชอบหวานแหวค่ะ)

วาเลนไทน์ ครานี้ ริจีบสาว

น้องผมยาว ที่เคยเห็น เป็นที่หมาย

รีบแต่งตัว ออกจากบ้าน เดินลอยชาย

ผ่านร้านขาย ดอกไม้ โอ้งามตา

กุหลาบแดง ช่างงาม สะท้านจิต

ทำให้คิด ถึงน้อง ของพี่หนา

เดินเข้าร้าน รีบถาม ถึงราคา

เขาตอบว่า “ห้าร้อยค่ะ” ไม่ว่ากัน

กัดฟันบอก รับหนึ่งดอก ผูกโบว์ด้วย

จัดให้สวย จะให้ เป็นของขวัญ

ถึงบ้านน้อง รีบร้อง เรียกเธอพลัน

ว่าแจ่มจันทร์ รับของฝาก จากพี่ยา

เสียงใสใส ในบ้าน ขานเจื้อยแจ้ว

น้องมีแล้ว ของฝาก งามหนักหนา

สาวน้อยเดิน ถือช่อ กุหลาบมา

มีเกือบร้อย ดอกนี่นา น้ำตาคลอ

แทบเป็นลม ยาดม ก็ลืมพก

ใจมันตก หงอยเหงา โอ้เราหนอ

รีบหมุนตัว กลับหลัง ไม่รั้งรอ

หัวใจฝ่อ แทบสลาย เสียดายเงิน

....ทีนี้ใครมีบทกวีหวานๆ ตามมาได้เลยค่ะ เพื่อปลอบใจหนุ่มน้อยคนนี้ให้หายเศร้า... ไม่ทราบว่าคุณประภัสสรจะพิจารณาบทนี้ด้วยหรือไม่ ผิดกติกาหรือเปล่าคะ

ปล. กลอนบทนี้ ตื่นขึ้นมาเขียนตอนตีสองค่ะ พอเอนตัวลงนอนพร้อมกับภาพกลอนของน้องๆที่เพิ่งอ่านจบลอยเต็มไปหมด เกือบจะหลับอยู่แล้ว มันแว่บบทนี้ขึ้นมา เลยต้องลุกมาเปิดไฟ เขียนใส่สมุดจดให้จบ แล้วปิดไฟนอนต่อ ทีนี้หลับสบายเลยค่ะ..นี่มันเป็นอย่างนี้ ตอนนี้บ้าเวปนี้แล้วค่ะ





ทิวลิปสีน้ำเงิน
28 ม.ค. 2550 15:14:02

หากนิยามคำว่า "รัก" เพียงแค่..รัก
คงยากนักที่จะนำคำรักเอ่ย
เพราะความรักที่ให้ใช่อย่างเคย
ด้วยเกินเลยมากกว่ารักจักเข้าใจ

ไร้ขอบเขตเหตุกางกั้นขวางคั่นรัก
ไร้ครอบครอง ไร้รู้จัก ไร้ความหมาย
ไร้สัญญา ไร้วาจา ไร้ค่าใด
มีเพียงใจพึงรู้ได้...ด้วยใจเรา...

แวะมาเขียนกลอนค่ะ ไม่ส่งประกวดนะคะ แค่อยากบอกความรักในแบบฉบับของตัวเองเท่านั้นค่ะ

มีความสุขในเดือนแห่งความรักที่กำลังจะมาถึงนะคะ

ทิวลิปสีน้ำเงิน



ปลิวลม
28 ม.ค. 2550 22:11:50

ธรรมะแห่งความรัก
ความ เอ๋ย ความรัก

แรกรู้จักรักปักศรเฝ้าวอนหา

แรกครุ่นคิดเฝ้าอาวรณ์สะท้อนอุรา

แรกรู้ว่ารักนั้นเป็นฉันใด

เฝ้าเมียงมองชมดชม้ายชายตาแล

เฝ้าคิดแต่ฝันถึงจึงสดใส

สีชมพูที่ว่าหวานสะท้านใจ

ยังมิได้ครึ่งของรักปักอุรา

พิษของรักประจักษ์ชัดไร้ขอบเขต

ไร้เส้นแบ่งแหล่งชาติศาสนา

รักนั้นเป็นเช่นสากลในโลกา

ถึงเวลารักก็มาสู่ดวงใจ

บางคนว่ารักนั้นมีพิษขม

บางคนชมรักหวานปานเปรียบได้

บางคนว่ารักที่ขมระทมใจ

ก็เพราะไม่ปรุงแต่งแหล่งรักเลย

ไม่รู้นะตอบไม่ได้เลยซักนิด

ไม่รู้ว่ารักลิขิตขีดเฉลย

ไม่รู้ว่าควรคำนึงหรือเฉยเมย

ไม่รู้เลยว่ารักคืออะไร

คงเป็นเพราะความรักนั้นหนักอก

โลกจึงยกให้รักคือทุกข์ใหญ่

พระสัมมารอบรู้กว่าผู้ใด

ท่านตรัสไว้เมื่อมีรักจักทุกข์เอย




อภิญญา
29 ม.ค. 2550 11:05:53

...คำว่ารักนั้น มีความหมายที่ลึกซึ้งกว้างใหญ่ครอบคลุมสรรพสิ่งในโลกนี้เกือบทั้งหมด ซึ่งจินตกวีทั้งหลายต่างก็พยายามให้คำนิยามของความรักไว้มากมาย แต่ที่สุดของความรักนั้นคืออะไร....

นิยามคำ ว่ารัก มักหวานชื่น

หาใดอื่น หมื่นแสน ทดแทนได้

ความรู้สึก ล้ำลึก จากดวงใจ

คิดคราใด ให้เป็นสุข ทุกเพลา

รักแรกคือ รักของแม่ มีแด่ลูก

รักพันผูก ของพ่อ ท่วมเกศา

เป็นรักที่ โอบอุ้มกัน ทุกวันมา

ทรงคุณค่า กว่าใคร หาใดปาน

รักแรกรุ่น ดรุณวัย ในวัยสาว

เป็นเรื่องราว รักใสใส ในวัยหวาน

ล้วนสรรพสิ่ง รอบกาย ดูเบิกบาน

สุขสราญ หัวใจ ไม่เคยลืม

ไม่นานนัก รักใหม่ ได้เกิดขึ้น

และยั่งยืน เป็นรักที่ มิแปรผัน

นั่นคือรัก ที่แนบแน่น ขึ้นทุกวัน

รักนี้นั้น คือรักลูก แสนผูกพัน

ถึงวันนี้ หากจะมี ความรักให้

เพื่อเติมใจ ในรัก คือตัวฉัน

คอยสอนให้ รักธรรมะ ทุกทุกวัน

ให้จิตมั่น ในคำสอน พระศาสดา

สุดท้ายของ ความรัก มักเป็นทุกข์

เพราะติดสุข ลุ่มหลง และโหยหา

ที่ใดที่ มีรัก มักโสกา

เป็นทุกขา ไม่เที่ยงแท้ ไม่แน่นอน

ครั้นเมื่อตาย กายนี้เล่า เป็นเถ้าถ่าน

คงอยู่นาน คือความดี ที่ท่านสอน

บุญเท่านั้น สุขแท้ และแน่นอน

พึงสังวรณ์ ในรักไว้ ให้มากเอย

ค่ะ..และนี่คือที่สุดของความรัก...

จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน





ยูงทอง
29 ม.ค. 2550 14:16:32
 
ใครใครก็พร่ำสอนและวอนว่า

รักนั้นหนานำทุกข์สุขไม่เห็น

รักนั้นคือครรลองต้องมองเป็น

จับประเด็นไม่ได้ร้ายเหลือทน

โอ้ว่าอนิจจา....ความรัก

ไม่คึกคักซู่ซ่าท้าลมฝน

ไม่หวานชื่นรื่นร่ำฉ่ำกมล

ต้องอดทนจึงจะสมภิรมย์ปอง

ที่สำคัญต้องรู้จักเป็นผู้ให้

ต้องมอบใจมอบรักมากกว่าของ

ต้องจริงจังยืดเยื้อเพื่อปรองดอง

รักจริงต้องสู้ตายไม่หน่ายเอย




มะพร้าว
29 ม.ค. 2550 14:41:59

ผมมะพร้าวครับพี่น้อง

ผมชอบร้องเพลงรักอยู่บ่อยๆ

ผมชอบเดินร้องเพลงรักกระปริบกระปอย

ผมเฝ้าคอยร้องหารักจากใครๆ

รักของผมมีมากมายไม่ทุกข์โศก

รักของผมไม่วิโยคโลกสลาย

รักของผมบางครั้งขำเกือบตาย

รักของผมหาได้ไม่ยากเลย

ทุกๆวันผมเฝ้าคอยจะสอยรัก

ทุกๆวันผมฟูมฟักรักไม่เฉย

ทุกๆวันผมไม่ย่อท้อไม่เคย

ทุกวันผมเอื้อนเอ่ยเผยความใน

คนเราเกิดมาได้ขอให้คิด

คนเรามีชีวิตอยู่เทียมไหน

คนเราจะอยู่ค้ำฟ้าได้อย่างไร

คนเราไม่ตายก็เป็นเห็นๆกัน

ผมรักทุกๆคน




กะทิ
29 ม.ค. 2550 20:27:05

กะทิเองก็อยากมีกลอนรัก

แม่ก็ชักงงงงงงนักหนา

ว่าจะเขียนแบบไหนดีเล่าลูกยา

ถึงเข้าท่าเด็ก ๖ ปีมีรักไง

กะทิบอกไม่ต้องคิดหรอกแม่ขา

ลูกรู้ว่ารักนั้นเป็นฉไน

เหรอลูก....เหรอแม่แก้เก้อเผลออกไป

เจ้าทรามวัยช่วยตอบแม่ฟังที

แม่จ๋าแม่ลูกจะบอกให้แม่รู้

ลูกมีคู่ตุนาหงันแล้วนะนี้

อุ้ย...ว้ายตาย อกจะแตก แปลกสิ้นดี

หือ......แม่นี่ไม่รู้จักรักเสียเลย

แม่ฟังพลางดมยาน่าปวดหัว

ลูกสาวฉันรู้จักรักแล้วเหวย

เพิ่งอยู่อนุบาล ๒ นะทรามเชย

ไม่แปลกเลย แม่จ๋า ถ้ารักกัน

เอาละซิรักก็รัก เฮ้อ หนักอก

แม่คอตกทำอย่างไรฉไนนั้น

กะทิบอกไม่ยากต้องฝ่าฟัน

ต้องแบ่งปันมีอะไรก็ให้กิน

งั้นเชียวหรือ แม่สงสัย ในลูกสาว

ช่างแพรวพราวคิดคมน่าชมสิ้น

แล้วใครละแบ่งอะไรให้กันกิน

อ้อ....เพื่อนฟิลิปปินส์นั้นไงใยแม่ลืม

หา..ว่าไงนะ...ฟ้าใสหรือ

จ้ะ..แม่จ๋า...นั้นแหละคือ.....คู่สุดปลื้ม

หญิงกับหญิงนะกะทิลูกอย่าลืม

ถ้าลูกปลื้มลูกไม่สนคนนินทา

แม่นั่งนิ่งไม่ไหวติงเอนพิงเบาะ

พ่อรีบเหาะมาช่วยแก้ปัญหา

คิดให้ดีก่อนตัดสินใจนะลูกยา

โอ้พ่อจ๋าพรุ่งนี้ลูกเปลี่ยนคน

พ่อหัวเราะ อ้ออ๋อ พ่อรู้แล้ว

หลอกกินเสร็จแล้วก็แจวไม่เห็นก้น

นิสัยใครหว่า ชั่งติดทน

หล่นถึงลูกไม้ตนใกล้ต้นเชียว

๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕



ห้วงคำนึง
2 ก.พ. 2550 12:41:23

ลองมาโพสต์เล่นๆก่อน ถ้าได้จะส่งบทรักมา



Ora B.
2 ก.พ. 2550 14:30:06

Aloha is love
Ora B. Nov. 17, 2006


Aloha is love,
As peaceful as a dove,
Mahalo is thank you
Which most visitors knew.

Aloha ali'i royalist, royal love,
Aloha'oe may you be loved,
Aloha'aina love of the land,
Aloha word is so grand!

Aloha kakahiaka good morning,
Aloha'ole without love or affection,
hana aloha love magic,
Keep the spirit of aloha away from tragic.

Ke aloha no! Aloha! Greetings!
Me ke aloha with love,
mea aloha beloved, loved one,
Aloha is so much fun.

Aloha pumehana warm aloha affection,
aloha makua considerate and thoughtful,
Mutual love aloha lua,
May there be love Aloha kaua.





ห้วงคำนึง
2 ก.พ. 2550 15:15:38

วสันตดิลกฉันท์๑๔



แรกพานสะคราญรุจิรพักตร์

ก็ประจักษแก่จินต์

หวั่นไหวและหวังมนะถวิล

บ่จะสิ้นจะเลือนหาย



พิศทรงอนงคนุชนาฏ

ผิว์พิลาสก็เพริศพราย

ขวัญพี่ก็พลอยสุขสยาย

ฐิตภายมโนรมย์



พิศพรรณก็พรรณ สิตสล้าง

ภวะพร่างก็แผ่พรม

แก้วขวัญผิว์สรรวจนะชม

ฤจะถ้วนประมวลไหว



ดลจิตสนิทปฏิพัทธ์

และกระหวัดเสมอใจ

พิมพ์ภาพพธู วรประไพ

สิละม้ายละเมอฝัน



พ้องพานก็พลอยสถิตสุน

ทริยะหนุนและแน่นนันท์

สิ้นแล้ว ณ แนวอดุรขันธ์

ตละวันก็อำพน



แม้นภาคฑิฆัมพรสลัว
วิถิกลั้ววิกาลกล
แม้นอับพยับนภประดล
ประทุหม่นประทับหมอง

แม้นสูรย์บ่พูนรัศมิแสง
กาฬแหล่งจะครอบครอง
แม้นเดือนจะเคลื่อนจะคละคระลอง
บ่จะพ้อง ณ ภพผืน


แม้นภพประสบภยพิศาล
ผิวะวารบ่หวนคืน

ตาวันและจันทรทะมืน

บทเพี้ยนจะพานหา


ดวงใจไฉนจะละสมัคร
ยุติรักอนุชชา
คืนค่ำฉนำรสสถา-
วรภาวะมั่นหมาย......


ห้วงคำนึง แห่งบ้านกลอนไทย

2/2/50




แม่จิตร
3 ก.พ. 2550 02:14:07

อาลัยรัก

๏ โอ้ผวากลางดึกสะอื้น........โอดครวญ
จิตจ่อมคิดถึงนวล................อนรรฆแล้ว
ทุกแผลเจ็บทบทวน..............รักนุช ลืมฤๅ
นุชจากไปดุจแก้ว................แตกร้าวแหลกสลายฯ

๏ ทุกหายใจพร่ำเพ้อ............ถึงขวัญ
ยิ่งพิศดูแสงจันทร์................ค่ำนี้
เราเคยนั่งกอดกัน................ชมแจ่ม จันทร์นา
พูดหยอกล้อกระซิกกระซี้......จูบเย้ยจันทร์โสมฯ

๏ โอษฐ์เรียมเคยจูบไล้..........ขวัญตา
จุมพิตจากเกศา...................จรดเท้า
หอมเอยกลิ่นบุปผา..............วิเศษอื่น ก็ดี
ฤๅเทียบฤดีกายเจ้า...........ชาติหน้ายังถวิลฯ

๏ สิ้นนางแล้วไป่สิ้น.............ความรัก
หญิงอื่นใดมิจัก...................เทียบได้
แม้ทุกอัปสรสมัคร...............รักแต่ เราฤๅ
ก็อย่าหมายรักให้.................แต่น้องนางเดียวฯ

๏ เดียวดายจึงโกรธแค้น........มัจจุราช
บัดซบคิดบังอาจ..................พรากเจ้า
ทุกข์แสนอเนจอนาถ.............ความเจ็บ
จมจ่อมทุกข์ค่ำเช้า................ร่ำไห้หาขวัญฯ

๏ วรรณคดีใดเอ่ยถ้อย...........ทุกข์เทวษ
ร้องร่ำถึงมูลเหตุ...................รักร้าง
เราเคยอ่านสังเกต.................ความโศก นั้นนา
ฤๅเทียบเราอ้างว้าง...............กว่าสิ้นโลกสาม

๏ ลมโชยหอมมิ่งไม้.............รสสุคนธ์
ฤๅใช่ขวัญเวียนวน...............อยู่ใกล้
แม้เป็นเจตภูตดล.................ลอยล่อง มาแม่
จะโอบกอดจูบไว้.................แนบข้างเคียงเขนยฯ

๏ หลงละเมอสะดุ้งตื่น...........จากภวังค์
จิตเริ่มปลงทุกขัง.................โศกเศร้า
พิจารณ์เพ่งอนิจจัง...............ปรับสติ
ยอมรับการเสียเจ้า................ต่อสู้ชะตากรรมฯ

๏ ถึงเสียนางชาตินี้................ทรมาน ชีพเอย
จะสวดมนต์อธิษฐาน.............ค่ำเช้า
ขอเคียงคู่นงคราญ................ทุกภพ ชาติเทอญ
โอมจุ่งสมหวังเว้า.................รักนี้ปรารถนา ๚ะ๛



gyunwin
3 ก.พ. 2550 12:26:57

ความรัก
ทำให้เด็กคนหนึ่งเติบใหญ่
ทำให้ผู้ใหญ่คนเดิมกลายเป็นเด็ก



ผู้หญิงสีน้ำทะเล
3 ก.พ. 2550 21:52:42

ดั่งสายน้ำที่ไหลไปไม่หวนคืน

ความรักนั้นเคลื่อนตัวไปอยู่เรื่อยเรื่อย
บางครั้งเอื่อยบางครั้งเชี่ยวจนสุดฝืน
หากจะรักษารักไว้ให้หยัดยืน
จงอย่าฝืนต้านแรงรักให้หนักใจ

ค่อยค่อยไหลไปตามกระแสแห่งรัก
อย่าหยุดพักนิ่งสนิทไม่เคลื่อนไหว
อย่าตีโพยตีพายให้มากเกินไป
แล้วจะได้รักแท้ไว้ในครอบครอง

ในบางครั้งอาจท้อแท้พ่ายต่อรัก
แสนเหนื่อยหนักยามที่รักทำหม่นหมอง
สิ่งที่หวังสิ่งที่รักไม่สมปอง
เหมือนเราต้องพายเรือสู้วังน้ำวน

หากแต่รักยังมีไฟให้ใจหวัง
เราก็ยังสู้ต่อได้แม้ขื่นขม
หากวันใดรักร้าวรานสุดระทม
อาจยอมตรมบอกลาร้างห่างรักไป

หากความรักก็ยังเป็นเหมือนเช่นเคย
หากเราเฉยรักก็จากทิ้งเราไว้
หากวิ่งตามรักก็ยิ่งหนีไปไกล
เราทำได้แค่ลอยตามความรักเอย


----------------------------------------

ส่งหลายบทได้ไหมเจ้าค่ะ
แบบว่ามีความรักหลายรูปแบบเจ้าค่ะ
(แค่อยากเขียนกลอนให้คนอื่นได้อ่านเพื่อฝึกทักษะนะเจ้าค่ะ)



เวบมาสเตอร์ Psevikul
4 ก.พ. 2550 04:24:00

ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ทุกคนนะคะ

เชิญโพสต์บทกวีแห่งความรักกันได้ตามอัธยาศัยนะคะ จะส่งคนละกี่บทก็ได้ค่ะ เพื่อนๆที่เข้ามาอ่านอย่างเดียวยังไม่เคยโพสต์เลย ก็เชิญนะคะ ไม่ต้องเขินค่ะ



นัทนิตย์
7 ก.พ. 2550 06:33:58

ไม่มีความรักมิได้หรอก

เพราะโลกนี้ยังมีแสงสว่าง
อาทิตย์ส่องนำทางให้สร้างฝัน
ห้วงราตรียังมีดาวเคียงนวลจันทร์
คอยปลอบขวัญใครเศร้าได้เฝ้ามอง

เพราะโลกนี้ยังมีดอกไม้
กรุ่นกลิ่นหอมละไมไว้สนอง-
กี่ร่างซึ่งทางรักมิสมปอง
ได้ก้มมองสูดกลิ่นชื่นแล้วยืนขึ้นมา

ไม่มีรักมิได้หรอกที่รัก
เธอควรเฝ้าฟูมฟักคอยรักษา
ให้ต้นรักที่ร่วมฝันปลูกกันมา
เป็นต้นแห่งศรัทธาแผ่กิ่งใบ

รับรู้โลกมืด แจ้ง แล้งหรือฝน
ร้อน,หนาว,สุข,ทุกข์ปน ทนอยู่ไหว
กระซิบสิ...เอ่ยบอกรักจากหัวใจ
เพื่อมอบให้ใครคนหนึ่งซึ่งรักเรา




อภิญญา
7 ก.พ. 2550 07:41:01

คุณนันทนิตย์คะ

กลอนของคุณเพราะค่ะอ่านแล้วชอบ แต่สะดุดอยู่นิดหนึ่งตรง

ได้ก้มมองสูดกลิ่นชื่นแล้วยืนขึ้นมา

ถ้าลองเปลี่ยนเป็น "ได้ก้มมองสูดกลิ่นชื่นยืนขึ้นมา" ก็จะดีขึ้น หรือน้องว่าอย่างไรคะ...

ยินดีต้อนรับเพื่อนใหม่ค่ะ



หยาดฝน อันดา
9 ก.พ. 2550 11:49:08

**ในห้วงแห่งรัก**




รักไม่ปริร้าว.....เมื่อคราวที่รักมิย้อนยอก

รักไม่ปริร้าว...เมื่อคราวที่รักยังหอมหวาน

รักไม่ปริร้าว....เมื่อคราวที่รักยังคงมั่น





วิถีแห่งรักยังคงมั่นในความรู้สึกรัก

วิถีแห่งรักยังคงมั่นในความฝัน

แล้วเมื่อถึง ณ ฝั่งฝัน นิรันดร์คือบทลงท้ายที่ว่าด้วยเรื่องรัก



โลกสวยด้วยรักในที่ซึ่งอบอุ่น

กรุ่นรักหวานฉ่ำนำพาชีวิตให้รับรัก

เมื่อหมายแห่งรักล้วนแล้ว.....สวยงาม



เงาติดตามตนให้รับรู้ว่ารักนั่นยิ่งค่า

และเมื่อเธอรับรู้ว่าความรักที่สวยงาม

เมื่อคำถามแห่งรัก....กระซิบถาม

คำตอบก็รับฟังอย่างรับรัก......อยู่ในที



สวยงามอยู่ในห้วงแห่งรัก




Ora B.
12 ก.พ. 2550 13:12:14



You are mine!
Ora B. Jan. 21, 2007

With overwhelmed feelings,
Asking myself where to start,
How happy I am to have you,
A true love of my heart.

A typhoon of love,
Occurring unstoppable,
Beyond words can say, baby,
Willing to have you forever.

Love you, love you, love you,
Never want to let go,
Oh how I am thankful,
You close to my heart I hold.

I do want to proclaim,
And put on a sign,
So the whole world will know,
That "YOU ARE MINE"!

Part II
Ora B. Jan. 21, 2007

Everywhere I go,
Everything I do,
Either rain or shine,
I always think of you.

The best present in life,
Worth above imperial decree,
I will love and care,
For what the Lord gave me.

Oh how happy I am,
All joy of my heartfelt,
Just like a photo completed.
Choose you above all wealth.

My world is full of love,
Not a skeptical, darling,
For sure you are my life,
The best and most wonderful thing.





Roslita
13 ก.พ. 2550 15:51:50

ชอบกลอนของพี่ ๆ ทุกคนมากค่ะ

ดิฉันไม่ถนัดเรื่องกลอนค่ะ

จะถนัดเรื่องนิยายกับเรื่องสั้นมากกว่าค่ะ

ตอนนี้มีเรื่องสั้นเกี่ยวกับความรักเขียนไว้สองเรื่องค่ะ

อยากเอามาโพสต์ให้อ่านกันค่ะ

แต่ไม่รู้โพสต์ได้หรือเปล่า

รบกวนสอบถามคุณประภัสสรด้วยค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ



นัทนิตย์
15 ก.พ. 2550 17:20:11
 
ขอบคุณพี่อภิญญา ครับ

ผมเห็นด้วยครับ



นัทนิตย์
15 ก.พ. 2550 17:38:03

ทิ้งความรักไว้บ้างก็ได้

................................

เป้ความรักเธอแบกมาถ้าเหนื่อยหนัก

จะหยุดพักแบ่งออกบ้างก็ยังได้

หย่อนทิ้งลงตรงวิถีที่ห่างไกล

เพื่อหนึ่งใครผู้บาดเจ็บได้เก็บกำ




แม้เพียงเศษซากหนักของรักหน่าย

ก็ยังมีความหมายให้เพ้อพร่ำ

หนึ่งฤดีที่รันทดจักจดจำ

ฝีปากแห้งอาจชุ่มฉ่ำแทนน้ำตา




ที่นี่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ

มีเพียงน้ำขุ่นนองดินปวดปร่า

กับร่างหนึ่งซึ่งนิ่งผ่านกาลเวลา

หลบอยู่ใต้ชายคาของคืนวัน




เป้แบกมาถ้าเหนื่อยหนักพักก่อนได้

ค่อยลุกก้าวต่อไปใจอย่าหวั่น

น้ำสักแก้ว ลมเย็นเย็น พูดคุยกัน

ค่อยกอบรักเก็บฝัน...วันต่อไป.




อภิญญา
15 ก.พ. 2550 18:22:51

เมื่อวานตอนดึกได้มีโอกาสเข้ามาอ่านกลอนของทุกคนมีความสุขค่ะ ได้ทั้งความไพเราะ เนื้อหาสาระสอนใจ และความสุนทรีในหัวใจ

ขอบคุณ ทิวลิปสีน้ำเงิน ปลิวลม ยูงทอง มะพร้าว กะทิ แม่จิตร ผู้หญิงสีน้ำทะเล ห้วงคำนึง หยาดฝนอันดามัน Ora B. นัทนิตย์ รวมทั้งอีชั้นเองด้วย ที่ทำให้โลกเต็มไปด้วยความรัก อีกครั้งหนึ่งค่ะ...อ้าว แล้วสีน้ำฟ้าหายไปไหนนี่....น้องแจม....



นิค่ะ
16 ก.พ. 2550 11:54:09

นั่นซิคะ คิดถึงคุณแจม เห็นว่าหลังวันที่ 12 แล้วจะเข้ามาคุยกัน สงสัยคงยังไม่หายเหนื่อย... ส่งความคิดถึงมานะคะ

และขอบคุณในความรักรูปแบบต่าง ๆ ของทุก ๆ ท่านที่ส่งเข้ามาค่ะ คุณประภัสสร เข้ามาอ่านเป็นประจำ แต่ยังอมยิ้ม ๆ ไม่ยอมบอกว่าชอบบทไหนบ้าง...



khunong
16 ก.พ. 2550 12:47:44

ชอบกลอน แม่ปลิวลมกับกะทิ ตลกดี 55555555555

ในโลกนี้มีรักอยู่หลายแบบ

รักแนบชิดจิตพร่ำร่ำเสน่หา

รักครอบครัวร่วมปลูกผูกพันมา

รักดาราคนดังก็ว่าไป

จะรักใครให้รักเถิดดีทั้งนั้น

สร้างสีสันให้โลกงามสดใส

เมื่อมีรักก็มียิ้มลิ้มละไม

ก่อสุขให้ใจทุกดวงเสมอกัน


มีดวงจันทร์อันเฉิดฉายในสายตา ไม่ปรารถนาดาราอื่นแม้นหมื่นแสน



สีน้ำฟ้า
16 ก.พ. 2550 20:20:39

สวัสดีค่ะทุกท่าน.. จากที่ไล่ตามกระทู้มาเกือบตลอดบ่าย..จนถึงเย็น หลังจากที่ห่างหายไปนาน พบน้อง ๆ จากบ้านกลอนไทยหลายคน ดีใจที่เจอกันที่นี่อีกนะคะ

กลับมาถึงกระบี่ตั้งแต่วันที่ 12 แล้วค่ะ แล้วก็มีเรื่องวุ่น ๆ ยุ่ง ๆ ที่ร้านนิดหน่อย อย่างไรแจมจะเมล์ไปเล่าให้พี่ ๆ อ่านกันดีกว่านะคะ

ว่าแต่ว่า.. แจมไม่มีกลอนรักมาฝากเลยล่ะ ตอนนี้ อาการนี้ แจมมักจะเรียกว่าอาการ "ทรงประทับออก" น่ะค่ะ.. ( )

ขอบคุณสำหรับทุกความคิดถึงนะคะ
ประเดี๋ยวจะตั้งกระทู้เล่าเรื่องเมืองบางกอกให้ได้อ่านค่ะ

รอบแรกจะเล่าเป็นกลอน รอบสอง จะเล่าเป็นเรื่องสั้นเจ้าค่ะ



..



อภิญญา
16 ก.พ. 2550 22:51:37

น่าน..น่านไง...พูดถึงก็มาพอดี อ่านแล้วค่ะที่เล่าเรื่องเมืองบางกอก ชอบค่ะสนุกดี บางครั้งพี่ก็ชอบการเขียนกลอนสนุกๆแบบนี้ค่ะ หวาน ๆ เขียนกับเขาไม่ค่อยเป็น

สวัสดี คุณนิด้วยนะคะ



นัทนิตย์
19 ก.พ. 2550 23:18:26

ถึงเจ็บก็จะยังมีรัก


ลึกลึกอาจเห็นเป็นรอยแผล
จากความอ่อนแอรักแพ้พ่าย
ตื้นตื้นยังฝืนยิ้มสบาย
ทักทายมวลมิตร-ชีวิตจริง

ความรักก็เป็นอยู่เช่นนั้น
มีโลกมีฝันปันทุกสิ่ง
เจ็บมิเคยจำคำประวิง
ร่างนี้จึงกลิ้งอยู่ร่ำไป

กลิ้งทับความทุกข์ที่จุกเจ็บ
รวดร้าวหนาวเหน็บที่รุกไล่
เรียบราบกับฤดีวิถีใจ
ลุกขึ้นมาใหม่ได้ก้าวเดิน

ความรักก็เป็นเช่นนี้แหละ
เปียกแฉะ-แห้งแล้ง อยู่นานเนิ่น
ยังขาดวันนั้น-วันนี้เกิน
เผชิญเพียงช่วง-ห้วงเอ่ยลา.



ผู้หญิงสีน้ำทะเล
21 ก.พ. 2550 12:24:20

กลอนบทนี้แต่งลงพันทิป

ความหมายติดเรท เล็กน้อยค่ะ
แต่อยากให้ทุกคนอ่าน ใครอ่านแล้วชอบไม่ชอบบอกด้วยนะค่ะ
ลานแสงจันทร์

คืนแห่งดาว พร่างพราวบนฟากฟ้า
สายธารา อิงแอบแนบขุนเขา
บทเพลงพิณ ปลุกใจให้ร้อนเร่า
ภายใต้เงา จันทร์นวลครวญลำนำ

ระอุไอ ไฟรัก...ลุกโชติช่วง
ใจสองดวง เปรมปรีดิ์แสนอิ่มหนำ
ลมพัดโชย โบยโบกเย็นชื่นฉ่ำ
กายแทบช้ำ ใต้แสงดาววาวแวว


คีตกานท์ ขานบรรเลงเพลงรัก
ย้ำสลัก หัวใจให้หวานแหวว
สบสายตา เปล่งประกายพราวแพรว
กระซิบแผ่ว "ด้วยรักและผูกพัน"


เริ่มเกี่ยวก้อย ร้อยรัดกายและใจ
สัญญาไว้ จะไม่เปลี่ยนแปรผัน
ร่างเปล่าเปลือย มอบให้แทนคำมั่น
เรารักกัน ณ บนลานแสงจันทร



อภิญญา
21 ก.พ. 2550 23:42:10

น้องผู้หญิงสีน้ำทะเลคะ

กลอนของน้องเพราะมากค่ะพี่ชอบ



ปลิวลม
25 ก.พ. 2550 12:43:36

ชอบด้วยอีกคนค่ะ คุณ สีน้ำทะเล



เบญจกาย
25 ก.พ. 2550 14:28:30
 

นิยายรักบันลือโลกโศกสลด
 

กำสรวลสรดครวญคร่ำเฝ้าร่ำหา
 

เมื่อเริ่มรักระบือลั่นสนั่นฟ้า
 

แต่เมื่อลาจากกันแทบกลั้นใจ
 

ชีวิตรักไดแอนน่าน่าสงสาร
 

ดุจนิทานเล่าแจ้งแถลงไข
 

จากเลดี้เป็นพริ้นเซ็สเพชรวิไล
 

สวยกว่าใครในโลกาน่าชื่นชม
 

ใครจะนึกว่าวันนี้ไม่มีแล้ว


โอ้นางแก้วที่ชีวิตสุดขื่นขม

 

เลดี้ไดคือตำนานหวานระทม

 
สุดตรอมตรมประดับไว้ในโลกา
 

ใครอาจลืมเลดี้ไดในวันนี้



แต่ที่นี้เบญจกายระลึกหา

 

ยามเมื่อหยิบรูปถ่ายเลดี้มา

 

เหมือนอุราจะแตกยับดับตามไป
 

มาวันนี้ไม่มีเลดี้แล้ว



โลกยังแผ้วถางทางรักสว่างสไว

 

ผู้คนยังพร่ำหารักอยู่ร่ำไป

 

เหมือนกองไฟลุกโชนแล้วโรยรา

 

ขอเพียงให้นิทานแห่งความรัก


จงสลักบนแผ่นดินและหินผา
 

ผู้คนได้ร่ำเรียนเป็นปรัชญา

 

รักสูงค่าอยู่ที่ใจใช่อื่นเลย


อภิญญา
26 ก.พ. 2550 00:35:32

โอ้โฮ น้องเบญจกาย ซาบซึ้งจริง ๆ พี่ก็ชอบเจ้าหญิงไดแอน่า เหมือนกัน ท่านน่าสงสารนะ บทกวีนี้ทั้งไพเราะทั้งซาบซึ้ง เอาไปเลย 100 คะแนนเต็ม เพราะมีภาพประกอบด้วย....



เวบมาสเตอร์ Psevikul
2 มี.ค. 2550 00:26:10

อย่าลืมแวะไปโหวตบทกวีที่คุณประทับใจกันได้แล้วนะคะ ตามลิงค์นี้ไปได้เลยค่า

http://www.psevikul.com/index.php?lay=show...=436303&Ntype=1


--------------------[/size]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 22, 2008, 12:39:47 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF