www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ร้านน้ำชา  (อ่าน 1462 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ปลิวลม
Newbie
*
กระทู้: 0



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 12:04:18 am »

ร้านน้ำชา

เสียงไก่ป่าขันเจื้อยแจ้วมาแต่ไกล มุรินลุกขึ้นสะบัดผ้าห่มม้วนที่นอนเก็บเข้าที่ ดึงสายมุงออกจากตะปูแล้วพับเก็บไว้กับที่นอน เดินลงบันไดตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเรือน รีบล้างหน้าล้างตา อาบน้ำชำระร่างกาย เขาปฏิบัติเช่นนี้มานาน เดินตามพ่อไปละหมาดเป็นประจำ ไม่ว่าจะหนาวเหน็บเพียงใด มุรินต้องชำระล้างร่างกายก่อนไปละหมาดเป็นสิ่งที่พ่อเขาสอนไว้ เขาเดินกลับขึ้นเรือน แม่กำลังปัดกวาดเพื่อเตรียมละหมาดเช่นกัน เช้าแบบนี้ ทั้งแม่และมุรินรู้ว่าไม่มีความจำเป็นต้องพูดสิ่งใด มีภาระหน้าที่ต้องทำก่อนฟ้าสาง อีกสักพักแม่ก็จะไปตลาดเพื่อซื้อกับข้าวมาทำอาหาร และเตรียมของเพื่อออกไปเข็นขาย แม่ของมุรินทำกับข้าวอร่อยมีลูกค้าประจำมากมาย เขาเป็นลูกชาย คนเดียว ของครอบครัวมีน้องสาวอีกคนชื่อ มายา ตอนนี้พ่อของเขากำลังหลบหนีทางการ เพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับพวกโจรแบ่งแยกดินแดน เขาเจอพ่อครั้งสุดท้ายที่ชายแดนปาดัง เกือบปีมาแล้ว

"มุริน ดูแลแม่นะ แล้วพ่อจะกลับมา"พ่อพูดพร้อมกอดเขาไว้

ตอนนั้นมุรินพูดอะไร ไม่ออก เขาได้แต่พยักหน้าและจ้องหน้าพ่อ ที่มีหนวดเครายาวแบบเคราแพะ พ่อมีนัยน์ตาโตกลมคนตางอนเช่นเดียวกับมุริน แม่เคยบอกกับเขาว่า สิ่งที่เขาเหมือนพ่อมากที่สุดคือนัยน์ตา วันนั้นลึกลงไปในดวงตาของพ่อ เขามองเห็นหยาดน้ำใสที่เอ่อท้นคลอระเรื่อ แขนของพ่ออาจไม่ กำยำแข็งแรงเช่นชายในวัย 40 กว่าทั่วไป แต่พ่อก็ไม่ขี้โรค พ่อมีร่างสูงผอมโปร่งบางแบบคนที่ไม่เคยทำงานหนัก มุรินเสียอีกที่กำยำล่ำสันกว่าพ่อ มุรินได้แม่มาในส่วนนี้ แม่ของมุริน เป็นคนร่างใหญ่ ทะมัดทะแมง แบบชาวสวน ตามีสวนยางอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง แม่ของมุรินเป็นคนขยัน ทำมาหากินเก่ง แต่เมื่อแม่แต่งงานกับพ่อแล้ว ก็หยุดทำงานเพื่อมาเลี้ยงลูก มุรินชอบผมหยักโศกของแม่ที่เขาได้รับมาเต็มๆ จนกระทั่งพ่อหนีไป แม่เลยจำเป็นต้องทำของขายเพื่อเลี้ยงครอบครัว เขาเองก็ยังต้องเรียนหนังสือ แต่โรงเรียนเปิดๆปิดๆแบบนี้เรียนก็เหมือนไม่ได้เรียน พ่อของมุรินเป็นอีหม่ามที่มีคนรักมีคนศรัทธาเชื่อฟังมาก นี้คงเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้พ่อต้องถูกทางการไล่จับกุม ผู้นำศาสนาที่มีคนศรัทธาเชื่อฟัง อาจเป็นอันตรายต่อทางการหากเกิดการปลุกระดม มุรินอายุเพียง 16 ปีเขายังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการเมืองมากนัก แต่เขาก็ชอบฟังคนที่ตลาดและพวกเพื่อนๆคุยกันเป็นประจำ

------------------------------------------------------------ ------------------

ลมหนาวพัดมาปะทะใบหน้า มุรินยกแขนขึ้นป้องลม เขากำลังเดินมุ่งหน้าไปที่มัสยิดที่อยู่ไม่ไกลบ้าน มุรินสวมเสื้อสีขาวแขนยาว ผ้าต่วน และผ้าโสร่งปาเต๊ะ สีน้ำตาลเข้ม เป็นชุดเก่งที่เขาไว้ใส่สำหรับไปละหมาดและงานพิธีสำคัญๆ ผู้คนทยอยกันเข้ามายังมัสยิด รวมทั้ง ขวัญ เพื่อนรัก มุริน เป็นเพื่อนกับขวัญมาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ ขวัญเป็นเด็กหนุ่มที่จัดว่าหน้าตาดี ผิวขาว รูปร่างบอบบาง จมูกโด่ง ขวัญเตี้ยกว่ามุริน พ่อของขวัญมีร้านขายของในตลาด ตรงข้ามกับร้านขายน้ำชาที่ผู้คนไปนั่งเพื่อสนทนากัน

เสียงสวดมนต์ดังกึกก้องมัสยิด ดึงเอามุรินกลับสู่สมาธิใจจดจ่อกับบทสวดสรรเสริญคุณพระเจ้า มุรินถูกสั่งสอนให้ศรัทธาในพระองค์จนไม่เคยคิดว่าการไม่ศรัทธา และไม่ใกล้ชิดกับพระเจ้าจะเป็นเช่นไร เสียงสวดมนต์หยุดแล้ว ภายในมัสยิด ไม่มีเสียงใด มีแต่ความเงียบปกคลุมทั่วไป มุรินกำลังดื่มด่ำกับความเงียบ เขาได้ยินเสียง ไก่ป่าขันแว่วมาแต่ไกล นกกากำลังอกหากิน เสียงจิ๊บจ๊าบ ดังก้องในโสตประสาท

"ไปกันเถอะ มุริน"เสียงขวัญดังขึ้นในความเงียบ

มุรินลืมตาขึ้น มองหน้าเพื่อนและเหลียวมองรอบตัว ผู้คนทยอยลุกขึ้นออกจากมัสยิดไปเกือบหมดแล้ว เหลือที่นั่งอยู่เพียงไม่กี่คน เขาลุกเดินตามเพื่อนขวัญ ออกมาเงียบๆ ไม่พูดจาสิ่งใด เดินตามไปที่ร้านน้ำชาเจ้าประจำตรงข้ามกับบ้านขวัญ แสงสีทองเริ่มจับขอบฟ้า ด้านตะวันออก มุรินสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด เขาได้กลิ่นซาละเปาไส้ถั่ว ลอยมาเข้าจมูก หอมกลิ่นน้ำมันใบบัวที่ใช้ถอด ปาต้องโก๋ กรอบๆตัวเล็ก ที่ใช้จุ่มกาแฟและนมข้น และโรตีแผ่นบางเฉียบ ที่บังแระ บรรจงตีเสียงดังเปาะแปะแบบตั้งใจ นี้คืออาหารเช้าประจำที่มุรินชอบ เขากินทุกวัน จนกลายเป็นนิสัย ขวัญลากเก้าอี้ออกมานั่ง และเลื่อนมาทางเขา เช้านี้ผู้คนมีไม่มากนัก มีโต๊ะที่เขานั่งและอีก 3-4 คนที่โต๊ะถัดไป ผู้คนกำลังพูดถึงการฆ่าตำรวจ จำนวน 7 นาย เมื่อวาน ที่เผาแบบโหดเหี้ยม

"มุริน เอ็งรู้มั้ยตอนนี้ทางการกำลังกวาดล้างอย่างหนัก เห็นว่าจะไม่ให้ละหมาด ด้วยนะ" ขวัญเอ่ยขึ้นเบาๆ

"เฮ้ย..ได้ไง มันเป็นเรื่องของศาสนา ห้ามแบบนี้ก็เท่ากับตัดแขนขาพวกเราซิวะ"มุรินมองหน้าเพื่อนรัก

"เออ..นั้นแหละ โต๊ะครู กำลังจะถูกจับรู้ไหม"ขวัญกระซิบกระซาบ แต่ก็ยังไม่วายที่ทำให้ โต๊ะข้างๆหันมามอง เจ้าอ้วน รีบลากเก้าอี้เข้ามาสมทบทันที

"เออใช่..ข้าก็ได้ยินแบบนั้น"เจ้าอ้วนรีบกล่าวเสริม

"โต๊ะครู..แกจะทำอะไรได้วะ"มุรินกล่าวแบบเลื่อนลอย เขาเองก็ไม่สามารถแยกได้ว่าใครเป็นพวกกับใคร เพราะผู้คนหลายคนที่เคยพูดคุยกับเขาในร้านนี้ ตอนนี้ก็หายหน้าหายตา บางคนก็หลบหนี บางคนก็ถูกจับกุม และบางคนก็ถูกอุ้ม เหลือแต่คอการเมือง จิ๊บจ๊อย แบบเขาและเพื่อนๆ

มีนาวิกโยธินสองคนเดินเขามาในร้านทุกคนต่างหยุดพูด และก้มหน้าก้มตากินอาหารที่อยู่ตรงหน้า หนึ่งในสองคนนั้นเป็นญาติกับสน เขาเคยเห็นว่าไปหาสนที่วัด ก่อนที่สนจะตาย สนเป็นเพื่อนกับมุริน และเพิ่งตายไปได้ไม่นาน เพราะโดนระเบิด ที่กลางตลาดนี้เช่นกัน มุรินยกมือไหว้ ชายหนุ่มรับไหว้และยิ้มให้

"มุริน..ข้าว่าเอ็งรีบไปบางกอกเถอะวะ ข้ายังอยากหาทางหนีไปเลย พ่อข้ากำลังติดต่อญาติอยู่"ขวัญหยิบขี้ก้วยหรือปาต้องโก๋ จุ่มในกาแฟ

"ข้าว่าจะไปอยู่แค่คอน นี้แหละ ที่นั้น มีลุงกับป้า เออ ไปด้วยกันไหมเพื่อน"มุรินชวนขวัญ

"เออ..เมืองคอน ก็ดีเว้ย ใหญ่แล้วก็หร่อยกัน"เจ้าอ้วนตบท้ายด้วยภาษาใต้

มุรินรู้สึกเสียวสันหลังวูบ....เขาได้ยินเสียงวัตถุแหวกอากาศตก ลงในร้าน พร้อมเสียงระเบิดดังสนั่น..เขามองเห็นสองนาวิกทรุดลงกับพื้น ร่างกายฉีกขาด ขวัญเพื่อนของเขากองอยู่กับพื้น เลือดท่วมตัว เจ้าอ้วนก็เช่นกัน เขาคลานเข้าหาขวัญ..แต่รู้สึกเสียวแปลบที่ขา แล้วหมดสติลงด้วยความเจ็บปวด

------------------------------------------------------------ ------------------

มุรินรู้สึกหัวหนักอึ้ง เขาพยายามลืมตาแต่เหมือนมีอะไรกดเปลือกตา เขาได้ยินเสียงแม่กับมายาน้องสาวเรียก แต่ลำคอที่แห้งผากกับความเจ็บปวดบริเวณขาทำให้เขาไม่สามารถพูดอ ะไรออกมาได้ เขารู้สึกแต่ว่ามีคนเอาน้ำกรอกเขาไปในลำคอ ช่วยให้เขาหายคอแห้ง มุรินนอนหลับไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่าเมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้งมองเห็นเพดานสีขาวลางเลือน เสียงแม่เรียกเขาและเอาน้ำให้ดื่ม

"มุริน เป็นไงบ้างลูก หิวมั้ย"แม่เข้ามายืนชิดข้างเตียงพร้อมกับเอื้อมมือมาลูบหัว

"เจ็บขา"มุรินบอกแม่พร้อมหลับตาลง

"เจ็บมากมั้ย..ตามหมอมั้ยลูก..มายาไปเรียกหมอซิ..บอกพี่เจ็บแผล "แม่ละล่ำละลัก

"จ้ะแม่"เสียงมายาวิ่งออกไป สักครู่หมอก็มาที่เตียง มุรินรู้สึกว่าหมอมาทำอะไรบ้างอย่างที่ขาข้างซ้ายช่วงล่างและฉี ดยาให้ เขาพยายามจะขยับขาแต่ดูเหมือนไม่เป็นผล พยายามจะลุกขึ้นมอง แต่แม่ก็กดตัวให้นอนลง เขามองหน้าแม่ที่มีแต่ความเศร้าหมอง แล้วรู้สึกใจหาย

"แม่..ขาผม.."มุรินพูดได้แค่นั้น แม่ก็สะอื้นหยาดน้ำใสไหลรินจากดวงตา เขาเหลียวมองมายา ก็เห็นอาการเช่นเดียวกัน มุรินหมดเรี่ยวแรง ขาของเขาขาด ตั้งแต่ช่วงหัวเข่าลงไป เขาต้องกลายเป็นคนพิการตลอดชีวิต......

"ทำไม..ทำไม..ต้องเป็นผม.."มุรินพึมพำได้เพียงเท่านั้น

"พระเจ้าให้ทุกสิ่งกับเรามุริน..มาวันนี้พระองค์มาขอคืนไป..ลูก ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้..ทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว.."แม่เอ่ยด้วยเ สียงแหบแห้ง

มุรินร้องไห้เหมือนเด็ก เขาคร่ำครวญร้องถามแต่ว่าทำไม..ทำไม พระเจ้าไม่เมตตาทำไมพระองค์ไม่ช่วยเขา ทำไมเขาต้องกลายเป็นคนพิการ..เสียงร่ำไห้ของมุริน..เสียดแทงใจผ ู้คนที่ได้ยินยิ่งนัก..เสียงของเด็กหนุ่มผู้ควรมีอนาคต..แต่ต้อ งดับวูบเพราะการกระทำของคนบางกลุ่มที่ต้องการแสวงหาอำนาจ..แบบไ ร้มนุษยธรรม..มุรินจะร้องขอความยุติธรรมจากใคร..เพราะแม้แต่พระ ผู้เป็นเจ้าก็ดูเหมือนจะไม่ได้ยินเสียงร่ำไห้ของเขา ....................

โพสได้แก้ไขโดย ปลิวลม เมื่อ May 13 2007, 09:30 AM


--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 30, 2008, 05:59:42 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
ลั่นทมริมทะเล
Global Moderator
Full Member
*****
กระทู้: 119



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 12:11:02 am »


สีน้ำฟ้า      
โพสต์เมื่อ: May 12 2007, 04:31 PM
   
เรื่องราว..เศร้าจังค่ะ พี่ปลิวลม

อธิษฐาน

โอ้กระบี่ ลมร่อนเร่ ผ่านมาทัก
คนคึกคัก สนุก เปี่ยมสุขสันต์
หนุ่มสาวนั่ง เคียงคลอ หยอกล้อกัน
ทุกคืนวัน พบเห็น เป็นประจำ

ลมพเนจร ผ่านทาง ถึงยะลา
หวาดผวา เสียงกระสุน รัวกระหน่ำ
กี่ร่างพลี เพื่อชาติ ไม่อาจจำ
อนาถล้ำ เพื่อนมนุษย์ จุดชนวน

ไฉนหนอ เกิดสงคราม คำรามลั่น
เสียงสนั่น กึกก้อง ร้องโหยหวน
ญาติพี่น้อง อยู่หลัง ยังคร่ำครวญ
คนปั่นป่วน อยู่อย่าง ระหวาดระแวง

เพื่ออำนาจ สร้างอำนาจ ด้วยบาดแผล
คนอ่อนแอ คงมิอาจ เข้ายื้อแย่ง
อธิษฐาน ปวงเทวา มาเปลี่ยนแปลง
ช่วยผ่อนแรง ตัดดอกไม้ ที่ปลายปืน



----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น



lantom    
โพสต์เมื่อ: May 15 2007, 04:00 PM
   

เพราะคนใจร้าย
หรือเพราะพระเจ้าใจร้าย

หัวใจทำด้วยอะไร
"ใคร" สอนให้รู้จักฆ่า

เค้านับถือศาสนาอะไร
นับถือศาสดาองค์ไหน
หรือไม่มีอะไรที่เค้านับถือ ?

ฆ่าเพราะอุดมการณ์อะไร
หรือเพื่อผลประโยชน์

ขอให้ผู้กระทำ
จงมีความสุขกับชีวิตที่ยังเหลืออยู่
ขอให้ผู้ที่บงการเบื้องหลัง
จงพบกับชีวิตที่รื่นรมย์





--------------------
หอมเอย หอมกลิ่น อบอวล ... หอมชวน ชิดใกล้ ให้หา... ขาวนวล ชวนชม ลมพา... พริ้วมา ลั่นทม ชมเชย



ปลิวลม    
โพสต์เมื่อ: May 16 2007, 02:45 PM
   
ขอบคุณ นะคะ ที่เข้ามาสร้างสีสรรให้ร้านน้ำชา


--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom



รัน    
โพสต์เมื่อ: May 18 2007, 10:52 PM
   
เยี่ยมเลยครับเรื่องนี้



อภิญญา    
โพสต์เมื่อ: Jun 18 2007, 05:07 PM
   
เพื่งจะมีเวลาเข้ามาตามอ่านค่ะ ฝีมือยังเฉียบเหมือนเดิมนะคะ....


--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com



นิค่ะ    
โพสต์เมื่อ: Jun 30 2007, 05:41 PM
   
สงสารมุรินค่ะ

ฝีมือคุณปลิวเฉียบขึ้นทุกวันอย่างที่คุณอภิญญาชมไว้ไม่มีผิดเลยค่ะ



--------------------
http://nilubol.spaces.live.com
http://chutimasevikul.spaces.live.com



pimlapas    โพสต์เมื่อ: Jul 7 2007, 11:37 PM
   
คุณปลิวลมเขียนได้ดีมากเลยค่ะ ชอบอ่านแนวนี้เหมือนกัน ขอบคุณที่นำมาลงนะค่ะ


--------------------
ไปเยื่ยม..บ้านใหม่ด้วยนะค่ะ
http://pimlapas.page.tl/
http://pimmy65unitedstates.spaces.live.com



ปลิวลม    
โพสต์เมื่อ: Jul 12 2007, 08:10 PM
   

ดีใจคะ ที่มีคนส่งเสริม ตอนนี้กำลังบ้ากวีนิพนธ์ แต่ไม่ได้เอามาลงที่เว็บนี้ เพราะมันเป็นเรื่องการเมืองล้วน หนักเกินไปค่ะ


--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 30, 2008, 06:03:15 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF