www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อาลัยรัก..ท่านผู้หญิง, สดุดีผู้กล้า  (อ่าน 2028 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ปลิวลม
Newbie
*
กระทู้: 0



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2008, 11:29:53 pm »

โพสต์เมื่อ: May 15 2007, 02:40 AM

 ได้อ่านบทความนี้ของ คุณ สิทธิชัย หยุ่น รู้สึกดี เลยขอนำมาแปะให้อ่านกัน ด้วยความเคารพ ระลึกถึง ท่านผู้จากไป เมื่อ 12 พ.ค. ท่านผู้หญิง พูนศุข พนมยงค์

ข้อความที่คัดมา จาก http://www.oknation.net/blog/black

ความเรียบง่ายเป็นเรื่องยากเย็นที่สุดสำหรับมนุษย์

ดังนั้น, เมื่อท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์เขียน “คำสั่งถึงลูก” ด้วยลายมือของตัวเองเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๑ ก่อนที่ท่านจะถึงแต่อนิจกรรมอย่างสงบเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคมถึง ๙ ปีข้อหนึ่งว่า

“ไม่ขอรับเกียรติยศใด ๆ ทั้งสิ้น...”

จึงเป็นความเรียบง่ายปล่อยวางและเป็นการตอกย้ำถึงคุณค่าของมนุษ ย์ที่ประเสริฐแท้

เพราะเกียรติยศของคนนั้นอยู่ที่ใจของตน, มิได้พึ่งพาการป่าวร้องของคนอื่น, ไม่ว่าเสียงป่าวประกาศนั้นจะสูงด้วยยศถาบรรดาศักดิ์เพียงใดก็ตา ม

ท่านผู้หญิงพูนศุขสั่งไว้ในกระดาษหนึ่งแผ่นนั้นว่า

“ไม่มีการสวดอภิธรรม ทั้งนี้ ไม่รบกวนญาติมิตรที่ต้องมาร่วมงาน”

และ “ไม่รบกวนญาติมิตรไม่ว่าจะเป็นดอกไม้หรือเงินช่วยทำบุญ...”

นี่คือความเชื่อส่วนบุคคลของคนที่ได้เห็นโลกมานาน (สิริอายุ ๙๕ ปี ๔ เดือน ๙ วัน) พอสำหรับคู่ชีวิตของรัฐบุรุษอาวุโสปรีดี พนมยงค์, อดีตผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในรัชการที่ ๘, หัวหน้าคณะเสรีไทย, และผู้ประศาสน์การคนแรกของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เพราะท่านผู้หญิงพูนศุขใช้คำว่า “ไม่รบกวนญาติมิตร” ถึงสองครั้งในข้อความไม่ยาวนักสำหรับใหลูกหลานดำเนินการเมื่อท่ านชีวิตหาไม่แล้ว

เพราะดอกไม้, และเงินช่วยทำบุญนั้นล้วนเป็นเพียงแค่ “การแสดงออก” ที่ดูเหมือนจะเป็นความต้องการของเจ้าของพิธีการมากกว่าที่จะแสด งถึงความรู้สึกผูกพันและระลึกถึงจากคนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่อผู้จ ากไป

“วัตถุ” ย่อมมิอาจจะทดแทนหรือสะท้อนถึงความรู้สึกจากจิตใจได้...จึงไม่ค วรจะกลายเป็น “สิ่งจำเป็น” ที่จะต้องนำออกแสดง

การสวดอภิธรรมคือการบอกกล่าวถึงสิ่งที่ดีงามต่อกันสำหรับคนอยู่ และคนไป...หากใจรักและเคารพต่อกันแล้ว, ความจำเป็นที่จะต้องไปปรากฏตัวเพียงแต่ได้มาแสดงตนในพิธีจึงไม่ มี

แต่หากมีพระที่ผู้วายชนม์นับถือมาแสดงธรรมกถาในพิธีไว้อาลัยสำห รับผู้ที่มาร่วมงาน, ก็ย่อมจะมีความหมายมากว่าสำหรับผู้อยู่ข้างหลัง

นั่นคือเนื้อหาของข้อ ๕ ใน “คำสั่งถึงลูก” ๑๐ ข้อที่ท่านผู้หญิงพูนศุขเขียนไว้ให้ลูก ๆ ดำเนินการเมื่อ “แม่สิ้นชีวิต”

ที่แสดงถึงความมุ่งมั่น, จริงจังและรอบคอบของท่านคือคำสั่งข้อสุดท้าย

“ขอให้ลูกทุกคนปฏิบัติตามที่แม่สั่งไว้อย่างเคร่งครัด, ไม่ต้องฟังความเห็นผู้หวังดีทั้งหลาย...ลูก ๆ ที่ปฏิบัติตามคำสั่งของแม่จงมีความสุขความเจริญ”

ท่านผู้หญิงพูนศุขคงจะรู้จักสังคมไทยดี และคงเคยได้เห็นว่า “ผู้หวังดี” ที่ทำให้ความเรียบง่ายและความถูกต้องถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นคนละเร ื่องละราวได้อย่างไร

เพราะสุดท้าย, ประโยคที่ว่า “ไม่ขอรับเกียรติยศใด ๆ ทั้งสิ้น” นั้นคือคำอธิบายทุกประเด็นในชีวิตของสุภาพสตรีผู้อุดมด้วยเกียร ติแห่งความเป็นคนดี, คนจริงและคนยึดมั่นในหลักการผู้นี้อย่างสุดยอดแล้ว

กลอนจากใจปลิวลม

คือ..หญิงแกร่ง..คือผู้กล้า

คือ..หญิงท้า..สู้ลมบน

คือ..คู่ชีวิต...คน

นามระบือ..ชื่อ..ปรีดี



ทำทุกอย่าง..เพื่อ..สร้างเกียรติ..ให้ลูกผัว

แต่กับตัว..ไม่สน..คนเติมสี

เพราะเชื่อมั่น..ที่ผ่านมาได้..ทำดี

สิ้นชีวี..ปฐพี..ต้องจดจำ



คือ..หรีดและมาลัย

จากดวงใจ..ชนรุ่นหลัง

สายใย..ไม่หยุดยั้ง

แต่ยังอยู่อย่างยืนยง (คัดลอกจากบทสดุดี ปรีดี พนมยงค์)



พูนศุข..ได้ประกาศ..

ธรรมชาติที่มั่นคง

เพียงชีพ...ที่ปลดปลง

ชื่อยังคง....คู่แผ่นดิน




อาลัยรัก..จากปลิวลม


โพสได้แก้ไขโดย ปลิวลม เมื่อ May 15 2007, 02:47 AM


--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF