www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ธรรมะ - บทกวีสอนใจ  (อ่าน 17217 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2008, 01:37:10 am »

[ 25 ม.ค. 2550 21:34:43 ] 124.120.108.120

PSmheart.gif ว้นนี้ขอเปิดกระทู้ธรรมะ ไว้ตรงนี้นะคะ ใครสนใจเร่เข้ามา....

มาคนเดียวไปคนเดียว


วันเวลาผ่าน ไปให้ หยุดคิด.... เพียงสักนิด ว่าเรา จะไปไหน

ถามใจดู ถามให้รู้ จากภายใน.... ถ้าตอบได้ ก็จะรู้ อย่าดูนาน

เพราะเวลา ไม่มี ให้นานนัก.... หากมัวรัก ผูกใจ ในลูกหลาน

เหมือนติดบ่วง รัดไว้ ชั่วกาลนาน.... เพราะบ่วงมาร ร้อยรัด มัดโดยตรง

มาคนเดียว ไปคนเดียว คือจริงแท้.... อย่ามัวแต่ ยึดไว้ใจ ลุ่มหลง

สัจธรรม คือธรรมะ พระพุทธองค์.... จะมั่นคง มิแปรผัน นั่นแหละจริง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 27, 2008, 01:48:16 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
มนตราแห่งทะเล
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 463



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2008, 01:47:17 am »

อภิญญา
25 ม.ค. 2550 21:48:37

อีกหนึ่งคำสอนค่ะ


                 เสบียงธรรม

           อย่าอวดรู้ อวดดี ว่ามีศักดิ์
        อย่าหลงรัก ลาภยศ สรรเสริญ
        อย่าโอ้อวด รวยทรัพย์ นั่งนับเพลิน
        อย่ารักเงิน หลงผิด ติดวังวน
                        ทุกทุกสิ่ง ที่กล่าวนี้ ไม่มีเที่ยง
        จะมีเพียง  ก็แต่  บุญกุศล 
        เปรียบเสมือน  เสบียงธรรม หนุนนำตน
        ทุกแห่งหน  แม้ยามตาย วายชีวา



อภิญญา
25 ม.ค. 2550 22:07:02

 ตามมาอีกติดๆค่ะ


                 สวรรค์ในอก นรกในใจ


                      พุทธองค์ ทรงชี้นำ ธรรมะให้


            พวกเราได้ เรียนรู้ตาม คำสั่งสอน
            สุขหรือทุกข์ เกิดจาก กรรมตัดรอน
            ธรรมะสอน ให้ละ อย่าริลอง


                      ทำดีไว้ ดีให้ผล นำตนสุข
            ทำชั่วทุกข์ คือผลให้ ใจหม่นหมอง


            นรกหรือ สวรรค์ใช่ ไกลเกินมอง
            เพราะทั้งสอง นั้นอยู่ใน หัวใจเรา


อ้อ..ทีมงานที่น่ารัก ช่วยทีค่ะ ใส่ชื่อตัวเองซึ่งเป็นเจ้าของกระทู้ผิดค่ะ ที่ถูกคือ"อภิญญา" ค่ะ ไม่ใช่ "อภิญญษ" ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ



tuliptheblue
26 ม.ค. 2550 09:42:16

มาร่วมแจมกลอนธรรมะด้วยคนค่ะ ยังไม่เชี่ยวชาญนักในด้านนี้ จะพยายามศึกษาให้มากขึ้นค่ะ

ว่าง

ความว่าง ว่างจากใด                 ว่างที่ใจ กาย สมอง
ความว่าง หากว่างท้อง             ร้องดังก้อง ให้ได้ยิน

ความว่าง ว่างจากใด                 ว่างที่กาย คือตายสิ้น
ว่างจริง หากแดดิ้น?            หรือเพียงสิ้น แค่กายา

ความว่าง ว่างจากใด                สมองใส ไม่อ่อนล้า
หรือว่าง อย่างใบ้บ้า                ไร้รู้สา ลาความจริง

ความว่าง ว่างจากใด                 ว่างกลางใจ ไร้ทุกสิ่ง
อุปทาน อันกลอกกลิ้ง             วัฎฎะทิ้ง นิพพานํ


พอกระท่อนกระแท่นไปได้นะคะ ยังต้องฝึกปรืออีกเยอะค่ะ

ทิวลิปสีน้ำเงิน


ทิวลิปสีน้ำเงิน



อภิญญา
26 ม.ค. 2550 10:18:20

น้องทิวลิป

แต่พี่ว่าเพราะดีนะ วันนี้น้องโชว์ฝีมือ กาพย์ยานี ๑๑ เชียวนะนี่ ไม่เบา.....ไม่เบา

เอ้า.. น้องแจม คุณปลิวลม น้อง"นิค่ะ" และคนอื่นๆ เร่เข้ามาค่ะ....

ถึงคุณประภัสสร

อยากเห็นบทกวีธรรมะ เพราะๆ จากคุณประภัสสรบ้างค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ วันนี้อากาศที่ชิลีร้อนไหมคะ ที่เมืองไทยเย็นลงนิดหน่อยค่ะ

ธมฺมจารี สุขํ เสติฯ. ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุข



สีน้ำฟ้า
26 ม.ค. 2550 10:57:26

พี่อภิญญา.. น้องทิวลิป

เมื่อวานคลิกเข้ากระทู้นี้หลายหน .. แต่เข้าไม่ได้ ขึ้นโค้ด html น่ะค่ะ บอกว่าเอ๋อเหรอ
(error)

มาคุยก่อนค่ะ.. พี่อภิญญาคะ ว่าเจ้าทิวลิปยังว่ากลอนตัวเองกระท่อนกระแท่น
แจมน่ะ.. คงต้องเริ่มหัดใหม่เลยล่ะ อิอิ.. ขานั้นน่ะ กลอนสดงี้..โหย ต้องยกนิ้วให้เลยค่ะ

ของแจม..ขออนุญาตนำกลอนเก่ามาเล่าใหม่ให้พี่อ่านก็แล้วกันจ้ะ

หากจะชั่ว ให้สุดขั้ว ของชีวิต

ก็หวั่นจิต กลัวคน จะเหยียดหยาม

เพียรสร้างสรรค์ บรรจง พยายาม

ความดีงาม ใช่ซื้อหา ราคาแพง



เมตตา……...แปลตรงตรง ว่าความรัก

กรุณา……....จักสงสาร มิหน่ายแหนง

มุทิตา...........จิตอ่อนโยน ไม่ร้อนแรง

อุเบกขา........ท่านแจ้งว่า จงปล่อยวาง



สมัยเด็ก ตามยาย ไปในวัด

พระท่านขัด เกลากล่อม หล่อหลอมสร้าง

พรมวิหารสี่ เด็กน้อย ยึดแนวทาง

จำไม่หมด จดบ้าง ห่อนหมางเมิน



ณ วันนี้ ถึงวัย เข้าใกล้ฝั่ง

พร้อมสอนสั่ง สืบธรรม นำสรรเสริญ

มีลูกจัก สอนลูก พลอยดำเนิน

ลูกสอนหลาน จำเริญธรรม ประจำใจ



ประภัสสร
26 ม.ค. 2550 11:23:32

มองโลก

"อันคนเราย่อมมีดีและชั่ว
มองให้ทั่วอย่าแค่เดาเท่าที่เห็น
นำส่วนดีมาคิดพินิจเฟ้น
แยกประเด็นด้วยปัญญา...ใช่อารมณ์"



ประภัสสร
26 ม.ค. 2550 11:31:57

สวัสดีครับ คุณอภิญญา คุณทิวลิปสีน้ำเงิน คุณสีน้ำฟ้า

ฝากกลอน มองโลก มองตน มองคน มองใจ มาตามคำเรียกร้อง แต่กดผิดไปนิดหนึ่ง เลยกระโดดไกลไปหน่อย

ชื่นใจครับที่ได้อ่านบทกลอนดี ๆ มีคติธรรม ของทุก ๆ ท่าน



สีน้ำฟ้า
26 ม.ค. 2550 11:57:05

สวัสดีค่ะ คุณประภัสสร, พี่อภิญญา, น้องทิวลิป

มาชวนเล่นอะไร กัน เล่น ๆ

การเล่นต่อกลอนนี้.. หากเป็นกลอนตลาดจะง่ายค่ะ เพราะทุกคนจะพอทราบฉันทลักษณ์กันดีอยู่แล้ว ของแจมเคยเล่นกับเพื่อน ๆ ค่ะ สนุกนะคะ ต่อกัน บทต่อบท หรือหลายบทก็แล้วแต่ความถนัดล่ะค่ะ

แต่เสียดาย เวบบอร์ดนี้ยังไม่มีระบบแก้ไขคำผิด ฉะนั้นหากมีใครปาดหน้า คลิกตอบกระทู้ก่อนเนี่ยก็จะเปลี่ยนสัมผัสให้ตรงกับคนก่อนหน้ามิได้ ..

อย่างไรก็ตาม.. เราแก้ปัญหาแบบนี้ก็คงพอได้ และไม่เสียอรรถรสในการอ่าน (คือก็อปปี้ของคนก่อนหน้ามาไว้ในช่องความเห็นที่เราตอบไปเล้ย.. จะได้รู้ว่าเราต่อจากใคร)

ประภัสสร .. "อันคนเราย่อมมีดีและชั่ว

มองให้ทั่วอย่าแค่เดาเท่าที่เห็น

นำส่วนดีมาคิดพินิจเฟ้น

แยกประเด็นด้วยปัญญา...ใช่อารมณ์"



สีน้ำฟ้า.. เป็นมนุษย์ สุดแสน จะลำบาก

คงอยู่ยาก หากไม่ใช้ นัยธรรมข่ม

โลภโกรธหลง พาหะโรค ความโศกตรม

เหยียบให้จม ใต้สติ .. ที่ตริตรอง


แหะ แหะ .. ชวนเล่น หรือชวนให้ปั่นป่วนน๊อ


..


ทิวลิปสีน้ำเงิน
26 ม.ค. 2550 13:54:42

สีน้ำฟ้า.. เป็นมนุษย์ สุดแสน จะลำบาก


คงอยู่ยาก หากไม่ใช้ นัยธรรมข่ม


โลภโกรธหลง พาหะโรค ความโศกตรม


เหยียบให้จม ใต้สติ .. ที่ตริตรอง



ทิวลิป.............เพียงเกิดมา อย่าแค่ว่า ได้มาเกิด

เพียงมนุษย์ สุดประเสิรฐ เลิศกว่าผอง

หยิ่งทะนง ทั้งหลงตน จนลำพอง

ไม่เคยมอง ตรองให้ดี ถึงที่มา



ยึดอัตตา กิเลสหนา ช่างน่าเศร้า

เหยียดคนเขา เราสูงศักดิ์ ใหญ่หนักหนา

ถึงคราตาย ลมหายใจ ไม่ได้มา

ท้ายกายา แค่ฝุ่นฟุ้ง คลุ้งลอยลม



มาแบบสด ๆ เลยค่ะ



สีน้ำฟ้า
26 ม.ค. 2550 15:30:11

ประภัสสร .. "อันคนเราย่อมมีดีและชั่ว

มองให้ทั่วอย่าแค่เดาเท่าที่เห็น

นำส่วนดีมาคิดพินิจเฟ้น

แยกประเด็นด้วยปัญญา...ใช่อารมณ์"



สีน้ำฟ้า.. เป็นมนุษย์ สุดแสน จะลำบาก

คงอยู่ยาก หากไม่ใช้ นัยธรรมข่ม

โลภโกรธหลง พาหะโรค ความโศกตรม

เหยียบให้จม ใต้สติ .. ที่ตริตรอง



ทิวลิป............. เพียงเกิดมา อย่าแค่ว่า ได้มาเกิด

เพียงมนุษย์ สุดประเสริฐ เลิศกว่าผอง

หยิ่งทะนง ทั้งหลงตน จนลำพอง

ไม่เคยมอง ตรองให้ดี ถึงที่มา



ยึดอัตตา กิเลสหนา ช่างน่าเศร้า

เหยียดคนเขา เราสูงศักดิ์ ใหญ่หนักหนา

ถึงคราตาย ลมหายใจ ไม่ได้มา

ท้ายกายา แค่ฝุ่นฟุ้ง คลุ้งลอยลม



สีน้ำฟ้า.. อโลภะ อโทสะ อโมหะ

ปีกธรรมะ โอบใจ ให้สุขสม

ฉ่ำเย็นดุจ ฝนจากฟ้า มาพร่างพรม

ฝากคำคม ให้เพื่อน อย่าเลือนลืม



จรนฺติ พาลา ทุมฺเมธา อมิตฺเตเนว อตฺตนา

คนพาลทรามปัญญา ย่อมดำเนินชีวิต โดยมีตนเองนั่นแหละเป็นศัตรู

(http://www.dhammathai.org)



มาแบบไม่สดเท่าไหร่..แบบว่าแว่บมาเพราะเริ่มง่วง

(นั่งหน้าจอนานไปหน่อย)


..


อภิญญา
26 ม.ค. 2550 23:05:05

น้องแจมขา แก้คำผิดประจำวันค่ะ

คำว่า "พรมวิหารสี่" ทีถูกต้องคือ "พรหมวิหารสี่" ค่ะ

ชื่นใจที่ได้เห็น บทกวีธรรมะ จากคุณครู และน้องๆ รุ่นใหม่ แทบไม่น่าเชื่อว่า จะเขียนได้เก่งๆ ทุกคน คนแก่ขอพักก่อนนะ สู้เด็กไม่ไหว ขอไปดมยาดมก่อน...



ปลิวลม
27 ม.ค. 2550 17:32:56

เอาเพื่อนๆพี่ๆน้องๆระวังคนแก่ด้วยอย่าเบียดเสียดจนป้าเป็นลมล่ะ



ปลิวลม
27 ม.ค. 2550 23:07:27

ประภัสสร .. "อันคนเราย่อมมีดีและชั่ว


มองให้ทั่วอย่าแค่เดาเท่าที่เห็น


นำส่วนดีมาคิดพินิจเฟ้น


แยกประเด็นด้วยปัญญา...ใช่อารมณ์"




สีน้ำฟ้า.. เป็นมนุษย์ สุดแสน จะลำบาก


คงอยู่ยาก หากไม่ใช้ นัยธรรมข่ม


โลภโกรธหลง พาหะโรค ความโศกตรม


เหยียบให้จม ใต้สติ .. ที่ตริตรอง




ทิวลิป............. เพียงเกิดมา อย่าแค่ว่า ได้มาเกิด


เพียงมนุษย์ สุดประเสริฐ เลิศกว่าผอง


หยิ่งทะนง ทั้งหลงตน จนลำพอง


ไม่เคยมอง ตรองให้ดี ถึงที่มา





ยึดอัตตา กิเลสหนา ช่างน่าเศร้า


เหยียดคนเขา เราสูงศักดิ์ ใหญ่หนักหนา


ถึงคราตาย ลมหายใจ ไม่ได้มา


ท้ายกายา แค่ฝุ่นฟุ้ง คลุ้งลอยลม





สีน้ำฟ้า.. อโลภะ อโทสะ อโมหะ


ปีกธรรมะ โอบใจ ให้สุขสม


ฉ่ำเย็นดุจ ฝนจากฟ้า มาพร่างพรม


ฝากคำคม ให้เพื่อน อย่าเลือนลืม



ปลิวลม



อย่ามัวเมาว่าชีวิตลิขิตแล้ว



จนลืมถางทางให้แผ้วกุศลปลื้ม



เมื่อเวลาจากโลกไปขอยืม



บุญคนอื่นบอกว่าลืมได้อย่างไร

มาเถิดหนาพี่น้องผองเพื่อนร่วม

อุดมการณ์อันบรรเจิดเพริดยิ่งใหญ่

เตรียมให้พร้อมก่อนจะออกเดินทางไกล

โปรดใส่ใจเพราะเวลาน้อยเต็มที



อภิญญา
28 ม.ค. 2550 09:47:15

อภิญญา



อภิญญา
28 ม.ค. 2550 09:49:59

อภิญญา

ด้วยดวงใจ ใสสะอาด ปราศจากทุกข์

จิตเปี่ยมสุข ด้วยธรรม เกษมศรี

พุทธองค์ ทรงสอนให้ ทำความดี

ให้เมตตา ปรานี ต่อทุกคน

ด้วยดวงใจ สว่างไสว ในคำสอน

ยอมโอนอ่อน น้อมธรรม นำฝึกฝน

หากอ่อนแอ มารเจ้า เข้าผจญ

จักเสียคน เพราะพลาด ประมาทแล

ด้วยดวงใจ ได้ตรึก ระลึกอยู่

ความใคร่รู้ อยากเห็น เป็นกระแส

เฝ้าฝึกฝน ฝึกตน มิอ่อนแอ

ธรรมจริงแท้ ย่อมเกิดได้ ในใจตน



อภิญญา
28 ม.ค. 2550 10:33:47

ได้ปรับปรุงบทกวีของทุกท่านให้ต่อเนื่องและสวยงานแล้วเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าดูดีขึ้นบ้างไหม?

ประภัสสร......."อันคนเราย่อมมีดีและชั่ว
มองให้ทั่วอย่าแค่เดาเท่าที่เห็น
นำส่วนดีมาคิดพินิจเฟ้น
แยกประเด็นด้วยปัญญา..ใช่อารมณ์"

สีน้ำฟ้า.......... เป็นมนุษย์ สุดแสน จะลำบาก
คงอยู่ยาก หากไม่ใช้ นัยธรรมข่ม
โลภโกรธหลง พาหะโรค ความโศกตรม
เหยียบให้จม ใต้สติ..ที่ตริตรอง

ทิวลิป....... เพียงเกิดมา อย่าแค่ว่า ได้มาเกิด

เพียงมนุษย์ สุดประเสริฐ เลิศกว่าผอง

หยิ่งทะนง ทั้งหลงตน จนลำพอง

ไม่เคยมอง ตรองให้ดี ถึงที่มา



ยึดอัตตา กิเลสหนา ช่างน่าเศร้า

เหยียดคนเขา เราสูงศักดิ์ ใหญ่หนักหนา

ถึงคราตาย ลมหายใจ ไม่ได้มา
ท้ายกายา แค่ฝุ่นฟุ้ง คลุ้งลอยลม


สีน้ำฟ้า.. อโลภะ อโทสะ อโมหะ

ปีกธรรมะ โอบใจ ให้สุขสม

ฉ่ำเย็นดุจ ฝนจากฟ้า มาพร่างพรม

ฝากคำคม ให้เพื่อน อย่าเลือนลืม


ปลิวลม อย่ามัวเมาว่าชีวิตลิขิตแล้ว

จนลืมถางทางให้แผ้วกุศลปลื้ม

เมื่อเวลาจากโลกไปขอยืม

บุญคนอื่นบอกว่าลืมได้อย่างไร



มาเถิดหนาพี่น้องผองเพื่อนร่วม

อุดมการณ์อันบรรเจิดเพริดยิ่งใหญ่
เตรียมให้พร้อมก่อนจะออกเดินทางไกล

โปรดใส่ใจเพราะเวลาน้อยเต็มที

อภิญญา ด้วยดวงใจ ใสสะอาด ปราศจากทุกข์
จิตเปี่ยมสุข ด้วยธรรม เกษมศรี
พุทธองค์ ทรงสอนให้ ทำความดี
ให้เมตตาปรานีต่อทุกคน

ด้วยดวงใจ สว่างใส ในคำสอน
ยอมโอนอ่อน น้อมธรรม นำฝึกฝน
หากอ่อนแอ มารเจ้า เข้าผจญ
จักเสียคน เพราะพลาด ประมาทแล

ด้วยดวงใจ ได้ตรึก ระลึกอยู่
ความใคร่รู้ อยากเห็น เป็นกระแส
เฝ้าฝึกฝน ฝึกตน มิอ่อนแอ
ธรรมจริงแท้ เกิดขึ้นได้ ในใจตน



สีน้ำฟ้า
28 ม.ค. 2550 10:40:44

กาลเวลา มิได้ ทำให้ใคร

จะยิ่งใหญ่ คับฟ้า อย่าสับสน

มีแต่จะ แก่ลง ทุกผู้คน

ห่อนอึงอล หน้าตา พะว้าพะวัง



จงเร่งสร้าง ความดี เข้าที่เถิด

จะบังเกิด ผลกรรม นำความหวัง

ร้อยรสธรรม เก็บไว้ เป็นพลัง

หากพลาดพลั้ง ตั้งสติ ตริตรองความ



กาลเวลา มิรอคอย อยู่กับที่

มาเร่งรี่ ตอบถ้อย ทุกคำถาม

นำอักษร เรียงร้อย พยายาม

เป็นไปตาม ฉันทลักษณ์ ประจักษ์จริง




สวัสดีค่ะ..พี่อภิญญา คุณปลิวลม, คุณประภัสสรและทุกท่าน

สีน้ำฟาเริ่มห่างหายแล้วนะ.. เพราะกำลังเตรียมตัวเดินทางไปกรุงเทพฯ น่ะค่ะ ฝากกลอนไว้อีกบทก็แล้วกัน



พี่อภิญญาอย่าเพิ่งถามหายาดมนะ.. แหม.. ๆ เดี๋ยวน้องไม่กล้ามาเล่นด้วยน๊า


..



สีน้ำฟ้า
28 ม.ค. 2550 10:54:58

ก็ยังดีนะ.. ที่พี่อภิญญาลงท้าย "ตน" เหมือนเดิม อิอิ ไม่งั้นสีน้ำฟ้าแย่เลย

กาลเวลา มิสามาถ ทำให้

เรายิ่งใหญ่ คับฟ้า อย่าสับสน

มีแต่จะ แก่ลง ทุกผู้คน

ห่อนอึงอล หน้าตา พะว้าพะวัง

จงเร่งสร้าง ความดี เข้าที่เถิด
เพื่อบังเกิด ผลกรรม นำสิ่งหวัง
ร้อยรสธรรม สุขเย็น เป็นพลัง
หากพลาดพลั้ง ตั้งสติ ตริตรองความ

เวลามิ รอให้ดู อยู่กับที่
มาเร่งรี่ ตอบถ้อย ทุกคำถาม
นำอักษร เรียงร้อย พยายาม
เป็นไปตาม ฉันทลักษณ์ ประจักษ์จริง

เอ้า..ไหน ๆ ก็เปลี่ยนแล้วขอแก้ไขด้วยเช่นกันค่ะ เมื่อกี้ไม่ค่อยสละสลวยเท่าไหร่ ไม่ขาดสัมผัสใจ แต่หากขาดสัมผัสในเจ้าค่ะ


..



สีน้ำฟ้า
28 ม.ค. 2550 11:03:52

แล้ว ร. หนูหายไปไหน

โอ๋ย !!!!!!! สามารถ ค่ะ

เง้อ.. แก้คำผิดประจำวัน
..



อภิญญา
28 ม.ค. 2550 15:07:56

เอ้า ไหนๆ ก็แก้ใหม่แล้วพี่เลยนำมาแปะต่อให้อีกทีคนต่อไปจะได้ไม่สับสน


ประภัสสร......"อันคนเราย่อมมีดีและชั่ว
มองให้ทั่วอย่าแค่เดาเท่าที่เห็น
นำส่วนดีมาคิดพินิจเฟ้น
แยกประเด็นด้วยปัญญา..ใช่อารมณ์"


สีน้ำฟ้า......... เป็นมนุษย์ สุดแสน จะลำบาก
คงอยู่ยาก หากไม่ใช้ นัยธรรมข่ม
โลภโกรธหลง พาหะโรค ความโศกตรม
เหยียบให้จม ใต้สติ..ที่ตริตรอง


ทิวลิป....... เพียงเกิดมา อย่าแค่ว่า ได้มาเกิด

เพียงมนุษย์ สุดประเสริฐ เลิศกว่าผอง

หยิ่งทะนง ทั้งหลงตน จนลำพอง

ไม่เคยมอง ตรองให้ดี ถึงที่มา


ยึดอัตตา กิเลสหนา ช่างน่าเศร้า
เหยียดคนเขา เราสูงศักดิ์ ใหญ่หนักหนา
ถึงคราตาย ลมหายใจ ไม่ได้มา
ท้ายกายา แค่ฝุ่นฟุ้ง คลุ้งลอยลม


สีน้ำฟ้า.. อโลภะ อโทสะ อโมหะ

ปีกธรรมะ โอบใจ ให้สุขสม

ฉ่ำเย็นดุจ ฝนจากฟ้า มาพร่างพรม

ฝากคำคม ให้เพื่อน อย่าเลือนลืม


ปลิวลม.........อย่ามัวเมา ว่าชีวิต ลิขิตแล้ว

จนลืมถาง ทางให้แผ้ว กุศลปลื้ม
เมื่อเวลา จากโลก ไปขอยืม
บุญคนอื่น บอกว่าลืม ได้อย่างไร

มาเถิดหนา พี่น้อง ผองเพื่อนร่วม


อุดมการณ์ อันบรรเจิด เพริดยิ่งใหญ่
เตรียมให้พร้อม ก่อนจะออก เดินทางไกล

โปรดใส่ใจ เพราะเวลา น้อยเต็มที


อภิญญา........ด้วยดวงใจ ใสสะอาด ปราศจากทุกข์
จิตเปี่ยมสุข ด้วยธรรม เกษมศรี
พุทธองค์ ทรงสอนให้ ทำความดี
ให้เมตตา ปรานี ต่อทุกคน


ด้วยดวงใจ สว่างใส ในคำสอน
ยอมโอนอ่อน น้อมธรรม นำฝึกฝน
หากอ่อนแอ มารเจ้า เข้าผจญ
จักเสียคน เพราะพลาด ประมาทแล


ด้วยดวงใจ ได้ตรึก ระลึกอยู่
ความใคร่รู้ อยากเห็น เป็นกระแส
เฝ้าฝึกฝน ฝึกตน มิอ่อนแอ
ธรรมจริงแท้ เกิดขึ้นได้ ในใจตน

สีน้ำฟ้า......... กาลเวลา มิสามารถ ทำให้
เรายิ่งใหญ่ คับฟ้า อย่าสับสน
มีแต่จะ แก่ลง ทุกผู้คน
ห่อนอึงอล หน้าตา พะว้าพะวัง

จงเร่งสร้าง ความดี เข้าที่เถิด
เพี่อบังเกิด ผลกรรม นำสิ่งหวัง
ร้อยรสธรรม สุขเย็น เป็นพลัง
หากพลาดพลั้ง ตั้งสติ ตริตรองความ

เวลามิ รอให้ดู อยู่กับที่
มาเร่งรี่ ตอบถ้อย ทุกคำถาม
นำอักษร เรียงร้อย พยายาม
เป็นไปตาม ฉันทลักษณ์ ประจักษ์จริง

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ....


สีน้ำฟ้า
28 ม.ค. 2550 15:37:58


พี่คะ ถ้าไม่ตั้งกระทู้ใหม่ ได้มีงอนกันแน่ ๆ ค่ะ
(ฮา... เริ่มจะจนมุมแล้วน่ะซี จะมีอะไร)


ขอบคุณค่ะ ที่นำงานมาเรียงต่อ ปิดกระทู้ ๆๆๆ
(ฮา... เร่งให้ปิดกระทู้เพราะเผื่อจะมีความคิดแปลกใหม่ ใสปี๊งเข้ามาเพิ่มไงคะ)



อภิญญา
28 ม.ค. 2550 21:48:45

ความจริงไม่ต้องปิดกระทู้ ก็ได้น้องแจม แต่หยุดต่อกลอนสดเพียงแค่นี้ดีกว่า เพราะน้องแจมปิดท้ายด้วยคำว่า

นำอักษร เรียงร้อย พยายาม
เป็นไปตาม ฉันทลักษณ์ ประจักษ์จริง

รู้สึกว่าคงต้องการหยุดแค่นี้แน่เลย ก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน ความรู้สึกมันบอกอย่างนั้นน่ะ หากแต่เราควรคงกระทู้นี้ไว้เผื่อใครมีกลอนเกี่ยวกับธรรมะดีๆ ก็มาโพสไว้ที่กระทู้นี้ดีไหม แต่ก่อนอื่นต้องถามท่านอาจารย์ของเราก่อน อย่าด่วนสรุปนะจ๊ะ

คุณประภัสสร

มีความคิดเห็นอย่างไรคะ พวกเรารอคำตอบอยู่ค่ะ

จะขี่ไม้กวาดไปหาฝัน



สีน้ำฟ้า
28 ม.ค. 2550 22:21:32

พี่อภิญญาเจ้าขา

น้องแจมก็ล้อเล่นน่ะจ้ะ.. คำว่าปิดกระทู้ที่แจมใช้ ก็คือประมาณว่าเดี๋ยวเราไปเปิดใหม่ อันนี้ก็คงไว้ดังเดิมอย่างที่พี่บอกนั่นแหละค่ะ ไม่ได้หมายถึงลบไป

และรอท่านอาจารย์ มาสรุปค่ะ ..


--------------------
user posted image



ชบาแก้ว
โพสต์เมื่อ: Jun 2 2007, 01:33 AM
   
สติมา ปัญญาเกิด
สติเตลิด เกิดปัญหา
......

เคยได้ยิน จำได้แค่นี้แหละเจ้าค้า
Animation 51.gif Animation 51.gif Animation 51.gif



ภาพที่มาด้วย
ภาพที่มาด้วย



ชบาแก้ว
โพสต์เมื่อ: Jun 2 2007, 01:42 AM
   
อุปส์ เอารูปมาผิด
อิ อิ
อะเกน



ภาพที่แนบมาด้วย (คลิกที่รูปเพื่อดูภาพใหญ่)
ภาพที่มาด้วย



อภิญญา    
โพสต์เมื่อ: Jun 9 2007, 09:12 AM
   
ปริศนาธรรม
“สี่คนหาม สามคนแห่ หนึ่งคนนั่งแคร่ สองคนตามไป”

สี่คนหาม ตามตำนาน ท่านกล่าวย้ำ
คือดินน้ำ ลมไฟ ในธาตุขันธ์
ประกอบเป็น ตัวตน แตกต่างกัน
ต่างเผ่าพันธุ์ เพราะกรรม ที่ทำมา

สามคนแห่ นั้นไซร้ คือไตรลักษณ์
ใกล้ตัวนัก แต่เหมือนไกล ไม่ศึกษา
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
มิอาจพา หลุดพ้น วังวนมาร

อีกหนึ่งคน นั่งแคร่ นั้นแน่นัก
มาหลงรัก ว่าเป็นเรา น่าสงสาร
เมื่อเกิดขึ้น ก็คงอยู่ ได้ไม่นาน
ย่อมถึงกาล ดับไป แต่ไรมา

ยามมอดม้วย ชีวา ต้องลาจาก
มีเพื่อนยาก สองคน ตามไปหา
คือบุญบาป เท่านั้น ติดตามมา
บุญรักษา บาปชดใช้ ไปตามกรรม

ปริศนา ธรรมนี้ไซร้ สอนให้คิด
เพื่อเตือนจิต ตนไว้ ไม่ถลำ
มีสติ ระลึกได้ ใส่ใจจำ
ถึงพระธรรม คำสอน พระศาสดา

โพสได้แก้ไขโดย อภิญญา เมื่อ Jun 9 2007, 09:14 AM


--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com



lantom    
โพสต์เมื่อ: Jun 11 2007, 03:01 PM
   
อนิจจํ ทุกขํ อนัตตา
ฤาจะ ยั่งยืน อยู่ได้
ดิ้นรน ยึดยื้อ อยู่ใย
ทุกข์คลาย เพราะรู้ จักวาง

- ธรรมของชบาแก้วน่าชิมมากเลยครับ ดูนี่ิบ้าง

ภาพที่แนบมาด้วย (คลิกที่รูปเพื่อดูภาพใหญ่)
ภาพที่มาด้วย


--------------------
หอมเอย หอมกลิ่น อบอวล ... หอมชวน ชิดใกล้ ให้หา... ขาวนวล ชวนชม ลมพา... พริ้วมา ลั่นทม ชมเชย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF