www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คุยเรื่องกลอน 7  (อ่าน 3065 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ประภัสสร
Global Moderator
Newbie
*****
กระทู้: 8



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2008, 03:10:38 am »

โพสต์เมื่อ: Jun 3 2007, 12:44 AM

  สวัสดีครับเพื่อนสมาชิกที่คิดถึงทุกท่าน

วันนี้ค่อยมีเวลาว่างก็เลยเข้ามาคุยเรื่องกลอนต่อ แต่ขอคุยเรื่องใกล้ตัวก่อน คือเมื่อตอนที่ อ.อานันท์ นาคคง แห่งวงกอไผ่ เดินทางมาแสดงการเดี่ยวระนาดเอกที่ชิลี และในช่วงหลังได้มาพักที่บ้าน ซึ่งผมกับคุณชุติมาได้จัดงาน Night of the Artists เชิญศิลปินชิลีมาฟังการเดี่ยวระนาด และดวลขลุ่ยไทยกับแพนฟรูทของนักดนตรีชิลี โดยมี อ.สุมาลี เอกชนนิยม วาดภาพสีน้ำสไตล์ไทยอย่างสด ๆ นอกเหนือจากอาหารไทย และของชำร่วยเป็นรวมเรื่องสั้นของผมที่แปลเป็นภาษาสเปน ซึ่งทำให้ผู้ที่มาร่วมงานสนุกสนานและสัมผัสศิลปะไทยในรอบด้าน
ก่อน อ.อานันท์ฯ จะเดินทางต่อไปลอนดอน ก็ได้คุยกันถึงเรื่องงานเขียน ซึ่งตอนหนี่งพูดกันถึงสมัยที่ผมเขียนกลอน ก็เลยค้นหนังสือรวมกลอนเล่มแรกและเล่มเดียวของผมมาอวด อ.อานันท์ - หนังสือเล่มนั้น ชื่อ "ลูกกวาดและน้ำตา" พิมพ์เมื่อปี 2527 โดยผมใช้นามปากกาว่า "ละอองฝน" นับถึงวันนี้ก็เข้าไป 23 ปีแล้ว ไหน ๆ เมื่อค้นหนังสือมาแล้วก็เลยขอนำกลอนในหนังสือเล่มนั้นมาฝากแฟนๆ ให้อ่านกันเล่น ๆ สักบทสองบทครับ

"เรือชีวิต"

เรือเอ๋ยเรือชีวิต...
ลอยหลงทิศเคว้งคว้างกลางเกลียวคลื่น
หวังพึ่งพิงสิ่งใดไม่ยั่งยืน
ทุกวันคืนรอรับการอับปาง

เส้นทางสายพรหมลิขิตอันผิดหวัง
ไกลฟากฝั่งที่จะจอดทอดเรือนร่าง
ทั้งคลื่นกรรมกระหน่ำรุกมาทุกทาง
มันอ้างว้างหงอยเหงาเศร้าเหลือทน

จุดหมายอยู่แห่งใดยังไม่รู้
ทุกอย่างดูลึกลับและสับสน
บรรยากาศเย็นชืดและมืดมน
เปล่าเปลี่ยวจนน้ำตาหลั่งลงพรั่งพราย

กลัวกว่ากลัวเกินไขว่คว้าอนาคต
เมื่อมันหมดสิ่งที่ฝันพลันสลาย
คอยแต่วันหัวใจแหลกแตกทำลาย
ลางแพ้พ่ายนับวันมันเป็นจริง

เธอเป็นเหมือนหางเสือ...เรือชีวิต
เป็นเข็มทิศ เป็นความสุข เป็นทุกสิ่ง
เป็นเสมือนหลักชัยให้พักพิง
เป็นเกินยิ่งจุดหมายในปลายทาง

ฉันจะอยู่อย่างไรเมื่อไร้ขวัญ
คงนับวันสิ้นสุขหมดทุกอย่าง
อนิจจา เรือน้อยลอยเคว้งคว้าง
จะอับปางลงเมื่อไหร่...ยังไม่รู้



"เหมือนอยู่คนละโลก"

โลกทั้งโลกเคว้างคว้างและว่างเปล่า
ฟ้าสีเทาเวิ้งว้างกว้างไกลแสน
รุ้งทาบสายโค้งคดจดเขตแดน
คนยากแค้นเสน่หา น้ำตาคลอ

อยากข้ามธารสะพานรุ้งมุ่งสู่ขวัญ
แอบอกอันอบอุ่นละมุนหนอ
อยากจะร้องร่ำไห้ให้เพียงพอ
มีเธอรอรองรับซับน้ำตา

ถ้าเธออยู่ห่างไกลไปสุดโลก
ถึงจะโศกด้วยคิดถึงคนึงหา
คงหักจิตปลิดระทมข่มอุรา
ปลอบตัวว่าเธอจะคืนมาชื่นใจ

ขอเพียงให้เธอรักสักนิดหนึ่ง
ยังพอพึ่งยึดยั้งที่หวังได้
อาจขอบเขตแดนไกลแสนไกล
เพียงเพื่อไห้พบกันแม้วันเดียว

แต่เดี๋ยวนี้เธอก็อยู่ต่อหน้า
สบสายตาเมินไกลไม่แลเหลียว
อนิจจา โซ่สวาทมาขาดเกลียว
มันเปล่าเปลี่ยวกว่าอยู่ห่างแรมร้างกัน

ฉันเหมือนอยู่เดียวดายในโลกนี้
รุ้งเจ็ดสีพลันแหลกแตกสะบั้น
ครองชีวิตไร้สุขลงทุกวัน
ความใฝ่ฝันพังภิณฑ์ลงสิ้นเชิง

โพสได้แก้ไขโดย ประภัสสร เมื่อ Jun 3 2007, 12:46 AM


--------------------
http://psevikul.spaces.live.com

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 27, 2008, 03:13:06 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
มนตราแห่งทะเล
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 463



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2008, 03:12:45 am »

สีน้ำฟ้า    
โพสต์เมื่อ: Jun 4 2007, 06:29 AM
   
สวัสดีค่ะ คุณอาประภัสสร

ดีใจค่ะ ที่ได้อ่าน "คุยเรื่องกลอน" อีกครั้ง จากครั้งที่แล้ว (คุยเรื่องกลอน 6) แจมว่าจะคัดบทกลอนของพี่มนตรี ศรียงค์มาฝาก

หนนี้ก็ได้รับหนังสือจากพี่เขาแล้ว.. เลือกบทนี้มาฝากค่ะ (เป็นท่อนที่ 1 จาก 4 ท่อนของกลอนนี้)

"เพียงพริบตา.............ประพันธ์โดย มนตรี ศรียงค์"

เหมือนบุหรี่ที่มอดตลอดมวน
สีเถ้าเทานวล - ถ้วนเถ้า
ในระหว่างควันอวล-นวลเทา
ลอยแล้วแผ่วเบาเป็นวงวง

ลมเงียบเสียงเห่ ณ เพล้โพล้
สิ้นแม้เสียงโห่ไม้โล้ส่ง
ตะวันไต่ไลดที่กลดทรง
ไต่ลงตีนฟ้าเพลาพลบ

ไล่ระดับน้อยน้อยค่อยค่อยช้า
ทว่า-ฉับพลันก็บรรจบ
กับเส้นแบ่งขอบฟ้าออกจากภพ
จึงคบแสงจันทร์พรรณราย

มิทันสิบพริบตา-มิน่าเชื่อ
แสงเรื่อเรืองอุ่นก็สูญหาย
บุหรี่ตลอดมวน-อวลอาย
ก็วาบดับวับวาย-สิ้นสายควัน

*จากหนังสือ โลกในดวงตาของข้าพเจ้า หน้า 138*


----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น



lantom
โพสต์เมื่อ: Jun 5 2007, 02:20 AM
   
เพราะจังเลยครับ
smile.gif


--------------------
หอมเอย หอมกลิ่น อบอวล ... หอมชวน ชิดใกล้ ให้หา... ขาวนวล ชวนชม ลมพา... พริ้วมา ลั่นทม ชมเชย



อภิญญา
โพสต์เมื่อ: Jun 9 2007, 08:54 AM
   
สวัสดีค่ะคุณประภัสสร

เป็นเรื่องแปลกนะคะ การเขียบทกวี ที่เขียนแล้วทำให้ผู้อ่านเข้าถึงอารมณ์ของผู้เขียนได้อย่างดีทำให้เหมือนตัวหนังสือมีชีวิต และกำลังบอกให้รู้ถึงอารมณในขณะนั้น มันเหมือนมีภาพให้ห้วงคิดคำนึงปรากฏขึ้นมาในขณะที่สายตากวาดผ่านตัวหนังสือแต่ะละบทแต่ละตอน ไม่ว่าจะเป็นเรือชีวิต หรือเหมือนอยู่คนละโลก

มานึกถึงตัวเอง ว่าเขียนได้ แต่มันรู้สึก แห้ง ๆ อย่างไรไม่รู้ ....เพื่อน หลายคนในเวปนี้ก็เขียนได้ดีกันส่วนมาก ถือว่าเป็นกำไรชีวิตของเราที่ได้อ่านของดี ๆ เช่นนี้ค่ะ

ขอให้คุณครูมีสุขภาพแข็งแรงค่ะ...อ้อ คุณชุติมาด้วยค่


--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com



เทาแดง
โพสต์เมื่อ: Jun 13 2007, 04:38 AM
   
สวัสดีพี่ประภัสสร พี่อภิญญา คุณลั่นทม และคุณสีน้ำฟ้า

หลังจากห่างกหายไปหลายวันค้างไว้ที่คุยเรื่องกลอน 6 ก็รอคอยว่าพี่ประภัสสรจะว่างวันไหนนำเรื่องกลอนมาคุยกันต่อ
เทาแดงได้แต่ทราบว่าพี่ประภัสสรเขียนกลอนมาก่อน ซึ่งนับว่าเป็นนักเลงกลอนคนหนึ่ง แต่ไม่เคยได้ยลโฉมงานแม้เพียงครั้ง วันนี้ได้เข้ามาอ่านงานเก่าของพี่ประภัสสรนับว่าเป็นโอกาสดียิ่ง และจะหาโอกาสค้นคว้าหาเก็บไว้ในมือให้ได้เช่นกัน

ท้ายนี้ขอให้พี่มีสุขภาพแข็งแรงครับ



นิค่ะ
โพสต์เมื่อ: Jun 28 2007, 02:46 PM
   
คิดถึงคุณเทาแดง และขอส่งความคิดถึงไปยังคนใกล้ ๆ คือคุณโชคชัยด้วยนะคะ
พี่ภัสสรแอบยิ้มทุกครั้งที่เข้ามาอ่านกระทู้ต่าง ๆ แต่พี่ท่านบางทีก็ไม่ค่อยได้ตอบ บอกให้เป็นหน้าที่ของหนูนิรับไปแยะๆ หน่อยในฐานะที่คุยเก่งกว่า...

วันนี้ค่อยมีเวลาว่างได้อยู่หน้าเครื่องบ้าง ก็เลยกวาดไปหมดทุกห้องเลยค่ะ...ด้วยความคิดถึงทุกคนนะคะ

เกือบครบห้องแล้วค่ะ เดี๋ยวขอไปแวะห้องสมุดเรื่องสั้นก่อนนะคะ คุณเทาแดงไม่หาอะไรไปลงไว้ให้พวกเราอ่านกันบ้างหรือ เรื่องน้อง ๆ หลาน ๆ ที่มาเรียนดนตรีก็ได้นะคะ ถึงไม่เป็นเรื่องสั้นก็เป็นเรื่องเล่าสั้น ๆ ก็ได้ค่ะ จะคอยตามอ่านนะคะ ฝากบอกคุณโชคชัยด้วยนะคะ ว่าแบ่งกลอนมาลงทางนี้บ้างซิคะ เพื่อน ๆ ทางนี้จะได้อ่านด้วย

อ้อ มีคำทักทายที่สร้างความยินดีให้กับคุณภัสสรเข้ามาค่ะ นิขอถือโอกาสต้อนรับก่อนแล้วกัน คำทักทายของคุณพิบูลศักดิ์ที่บอกว่ายังอยู่ดี กับคุณพิเชฐ แสงทอง
พี่ภัสสร ดีอกดีใจยิ่งค่ะ และคงจะรีบคุยตอบไปเร็ว ๆ นี้แหล่ะค่ะ ส่วนคุณไพบูลย์ พันธ์เมืองที่เข้ามาทักทายและพูดคุยกันแล้ว คุณภัสสรบอกจำได้ครับ ไว้มีโอกาสคงได้ทักทายกันอีก ... ค่ะ เดี๋ยวขอแว๊บไปห้องสมุดเรื่องสั้นก่อนนะคะ


--------------------
http://nilubol.spaces.live.com
http://chutimasevikul.spaces.live.com



สีน้ำฟ้า
โพสต์เมื่อ: Aug 4 2007, 10:58 PM
   
สวัสดีค่ะ ทุก ๆ ท่าน

แวะมาบอกข่าวอาจารย์ว่า..กลอนไม่มีความรักไม่ได้หรอก ของคุณนัทนิตย์ได้ลง นิตยสาร all ของ 7-11 ด้วยนะคะ

ขอแสดงความยินดี กับอาจารย์และคุณนัทนิตย์ค่ะ

PSBFL.gif


----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น



ปลิวลม
โพสต์เมื่อ: Aug 5 2007, 04:59 AM
   
laugh.gif msn_wink.gif msn_wink.gif laugh.gif laugh.gif laugh.gif

มาอ่านค่ะ


--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF