www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องเล่าของแม่, ความในใจจากแม่มือใหม  (อ่าน 1945 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อรไพลิน
Newbie
*
กระทู้: 0



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 12:34:00 am »

 เรื่องเล่าของแม่ ๑

ลูกรัก ... ก่อนหน้านี้ผู้หญิงคนนี้ต้องการมีลูกเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้นในเวลานั้น คือต้องการมีหลักประกันในชีวิตจากชายคนหนึ่งที่แม่รัก แม่ไม่มั่นใจกับสถานะชีวิตครอบครัวในตอนนั้นเอาซะเลย ความรู้สึกหลายๆความรู้สึกประดังประเดเข้ามา เราสองคนต่างชาติต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม เขาอยู่กับแม่ด้วยความระแวงแคลงใจตลอดเวลา เรื่องมีอยู่ว่าขึ้นชื่อว่าผู้หญิงไทยแล้วต่างชาติเขาดูถูกเหลือเกิน หญิงไทยเป็นอะไรที่ง่ายมากและร้ายกาจมากสำหรับฝรั่ง เขาบอกต่อกันว่าถ้าคิดจะมีหญิงไทยเอาไว้เพียงแค่นอนเล่นๆแค่มีเงินให้พวกเธอเหล่านั้นก็ง่ายแค่กระดิกนิ้ว แต่ถ้าคิดจะเอาพวกเธอเหล่านั้นมาร่วมชีวิตแล้วล่ะก็ระวังให้ดีพวกเธอร้ายกาจมาก มีชาวต่างชาติหลายๆรายที่โดนพวกเธอหลอกจนหมดตัว ...

ลูกรัก...เขาคนนั้นของแม่ เข้ามาในชีวิตของผู้หญิงคนนี้ด้วยความบังเอิญ หรือจะเรียกว่าพรหมลิขิตก็ไม่รู้เพราะแม่เองก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก เรารู้จักกันเป็นเพื่อนกันมานานนับปี ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งเราสองคนจะมารักกันและใช้ชีวิตร่วมกัน ตอนนั้นแม่อายุเพียง 23 ปี แม่รู้แต่ว่าเราคุยกันได้ทุกเรื่อง เขาเล่าเรื่องราวอกหักครั้งยิ่งใหญ่และชีวิตที่เสเพลหลังจากนั้น ก่อนที่เขาจะพบว่าตัวเองโง่เหลือเกินกับเวลาที่ผ่านมา ส่วนแม่ชีวิตไม่ได้อยู่ในกรอบแต่ก็ไม่เคยตกเส้นที่วางเอาไว้ ชีวิตผู้หญิงคนนี้ผ่านตลอดตอนนั้นแม่ของลูกทำงานอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี คงเป็นเพราะเหตุผลนี้กระมังที่เขาคนนั้นเลือกแม่ มาเป็นคู่ชีวิต

แล้ววันหนึ่ง เขาคนนั้นกับแม่ก็ฝันเห็นลูกสาวในวันเดียวกันเวลาเดียวกันหากแต่เขาคนนั้นอยู่อีกซีกหนึ่งของโลก ส่วนแม่อยู่อีกมุมหนึ่งของโลก เวลาเที่ยงคืนที่เมืองไทยคือเวลาหกโมงเย็นที่ลอนดอนสินะ เพราะเวลานั้นเขาบอกว่าเขานอนอ่านหนังสือที่สวนสาธารณะชื่อดังกลางกรุงลอนดอน Nothing Hill แล้วเผลองีบหลับไป ส่วนแม่หลับอยู่ห้องเล็กๆกลางเมืองกรุงเทพฯ ตื่นตอนเช้าแม่ส่งเมล์เล่าให้เขาคนนั้นฟังอย่างออกรสออกชาติ ก็เป็นเรื่องธรรมดาเราสองคนคุยกันทุกเรื่อง เมื่อครั้งที่เขามี dateกับสาวๆก็แม่คนนี้แหละที่ได้ยินก่อนใครเขาจะเอามาเล่าให้ฟังเสมอ เขาไปเที่ยวที่ไหนก็จะไม่ลืมส่งรูปถ่ายมาให้ดูทุกครั้ง เขาน่ารักมากใช่ไหมลูก

หลังจากวันนั้น ที่เราฝันเห็นเด็กผู้หญิงตัวขาวๆผมหยิกๆในเวลาเดียวกัน ต่อมาไม่นานเขาก็บอกแม่ว่า เขารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เขาบอกเขารู้สึกว่าชีวิตมันเหมือนต้องการอะไรบางอย่าง แม่จำได้ไม่เคยลืม เมื่อเขาเอ่ยประโยคนี้ขึ้นกับแม่
“ผมเหมือนมองข้ามคุณมาตลอด มาวันนี้ผมถามตัวเองว่าถ้าผมมองข้ามคุณไป ไม่รู้สิวันหนึ่งผมคงจะเสียใจถ้าคุณมีคนข้างกายที่เขาไม่ใช่ผม” มันก็ฟังดูเป็นประโยคที่ดูดีนะแม่ว่า ทำเอาผู้หญิงคนนี้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเลยล่ะ แยกแยะไม่ออกระหว่างความรู้สึกshock แปลกใจ หรือดีใจ หลังจากนั้นผู้ชายคนนั้นก็อาจหาญส่งดอกกุหลาบสีขาว และดอกลิลลี่สีชมพูช่อโตให้แม่ติดๆกันในเวลาสั้นๆก่อนที่เขาจะตัดสินใจบินลัดฟ้ามาหาแม่ที่กลางกรุงบางกอก เราเรียนรู้กันและกัน ตอนนั้นแม่อายุ 25 ปีแล้วล่ะ แล้วแม่ก็ตัดสินใจอยู่กินกับผู้ชายคนนั้น

ลูกรัก มันไม่ง่ายเลยที่เราสองคนจะต้องปรับตัวเข้าหากัน มันเหนื่อยนะแม่ว่าด้วยความที่แม่เป็นคนไม่ก้มหัวให้ใครอยู่แล้ว ส่วนเขาเองก็ไม่ยอมอะไรง่ายๆ เรามีเรื่องที่ต้องคุยกันปรับกันแทบทุกวัน หลายครั้งที่แม่โมโหและบอกเขาไปว่า
“เชิญคุณไปหาคนอื่นที่ถูกใจคุณ”
แต่เขาก็บอกแม่ด้วยประโยคที่ดูดีเสมอว่า
“ผมตัดสินใจบินมาที่นี่ก็เพราะคุณ ไม่ใช่เพราะใครที่ไหน ถ้าผมคิดว่าการที่ผมมาเมืองไทยเพียงเพราะมาหาผู้หญิงสักคนเพื่อเอาไว้คลายเหงาผมไปคว้าเอาใครที่ไหนก็ได้ตามร้านอาหารตามผับเยอะแยะถ้าผมมาเพื่อจุดประสงค์นั้นล่ะก็ ผมคงไม่เลือกคนสะอาดอย่างคุณ”
ยอมรับว่าช่วงนั้นแม่เหนื่อยหัวใจมากเพราะสำหรับเขาทุกอย่างต้องเป๊ะๆ แต่แม่นิสัยคนไทย ล่ะหลวมบ้างเป็นบางคราว แม่คิดเอาไว้หลายอย่างว่าถ้า วันหนึ่งเขาเก็บกระเป๋าออกไปจากชีวิตแม่แม่จะทำอย่างไร แม่ยังใหม่กับเรื่องแบบนี้ก็คงอับอายขายขี้หน้า กลัวไปสารพัด สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาตอนนั้น คือเขาก็ระแวงเพราะแม่คือหญิงไทย บางทีเงินเดือนไม่พอใช้แม่ก็เอ่ยปากขอเพราะว่าแม่ถือว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่เขาไม่เข้าใจ แม่ลาออกจากงานเพราะอยากมีอะไรเป็นของตัวเองบ้างแม่เลยลองหาทำเลกะว่าจะขายของส่งออก เขาก็ไม่เห็นด้วย มันเหมือนแม่ฆ่าตัวเองเลยตอนนั้น

ผู้หญิงคนนี้ให้เขาเต็มร้อยเพราะรักเขา และคิดเสมอว่าจะอยู่กับเขาคนนั้นจนถึงวันสุดท้าย แม่คิดว่าเขาก็คงเต็มร้อยกับแม่เหมือนกัน เลยทำให้แม่ประมาท มองอะไรง่ายๆแต่เขาไม่ง่ายอย่างที่คิดเขาระแวดระวังตลอดเรื่องเงินๆทองๆนี่ไม่ได้เลย คงเป็นเพราะเขาไม่เคยมาเมืองไทยไม่เคยคิดว่าจะมามีผู้หญิงไทย และเขารับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิงไทยมาเยอะเลยทำให้เขาเป็นแบบนั้น แม่ไม่โทษเขาหรอกลูก ไม่โทษเขาเลยชีวิตเป็นของเราจะไปหวังพึ่งใครไม่ได้แต่ก่อนเราปากกัดตีนถีบเอาตัวรอดมาได้ เรายังอยู่และโตได้อย่างทระนง แต่พอมีเขาเข้ามาในชีวิตแม่กลับอยากสบาย เพราะความประมาททำให้ตัดสินใจลาออกจากงาน มันเป็นช่วงที่แม่ทรมานใจ คิดทุกวันว่าหากเขาไปจะไม่รั้งเขาเอาไว้ขออย่างเดียวตอนนี้อยากมีลูกกับเขาคนนั้นเพราะเขาเป็นคนดีเหลือเกินเป็นผู้นำที่ดีเยี่ยม เป็นผู้ชายที่ฉลาดมากถึงมากที่สุด

แม่คิดเสมอว่าการที่จะเอาชนะผู้ชายที่ฉลาดเป็นงานที่หนักมาก แม่เพียงแต่อยากมีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอาไว้เป็นเพื่อนแม่ หากว่าเขาทิ้งแม่ไปเพราะความโง่เขลาของแม่อย่างน้อยแม่ก็มีลูกไว้ดูต่างหน้า หรือถ้าแม่ท้องขณะที่เรายังใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเขาอาจจะไว้วางใจ และเข้าใจว่าผู้หญิงคนนี้รักเขามากเพียงใด ฟังดูเหมือนละครน้ำเน่าใช่ไหมลูก แต่จนแล้วจนรอดแม่ก็ไม่ท้องสักทีอยู่ด้วยกันมาเกือบปีไม่ท้องสักที แม่เริ่มเดินหน้าหางานใหม่เพราะกลัวความไม่มั่นคงจะเกิดขึ้นกับตนเอง ถ้ามันเกิดขึ้นจริงมันไม่สนุกแน่ๆ เหมือนชีวิตโดนทดสอบแม่วิ่งหางานใหม่ไปหลายที่แต่ไม่ได้สักที่ บางบริษัทที่แม่รู้จักเป็นการส่วนตัวดูเหมือนว่าจะได้แต่กลับไม่ได้ แม่กดดันทุกวัน แม่อดทนและแสดงให้เขาเห็นว่าในเมื่อฉันไม่มีเงินไม่มีงานฉันก็จะอยู่แบบไม่ต้องใช้เงิน แม่ทำยังไงรู้ไหมลูก...

ทุกครั้งที่เขาให้สตางค์แม่ไปซื้อของใช้ภายในบ้านแม่ก็ต้องมีใบค่าใช้จ่ายและคืนเงินทอนไว้บนโต๊ะทำงานให้เขาทุกครั้ง ตอนนั้นแม่มีความสุขที่ได้ทำแบบนั้นเพราะว่าเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญแต่การที่ได้ร่วมชีวิตกับผู้ชายที่ดีเลิศเช่นเขาสำคัญกว่า แม่คิด และแม่ต้องการให้เขาเห็นค่าของผู้หญิงที่รักเขาจนหมดใจ แม่ทำแบบนั้นทุกครั้งรายงานเขาทุกอย่างเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายภายในบ้านฟังดูตลกมากเลยใช่ไหมลูก แม่รู้ว่ามันตลกมากมีแต่เขาว่ากันว่าหญิงไทยอยู่กินกับฝรั่งมีเงินใช้เป็นว่าเล่น แต่ฝรั่งของแม่ไม่เหมือนฝรั่งคนอื่นเขามาแบบฉลาดมากเขาไม่ได้แยแสที่จะมีหรือไม่มีผู้หญิงไทย ตอนนั้นแม่เข้าใจในสิ่งที่เขาทำและยอมรับในความโง่ของตนเอง คนที่ไม่เคยยอมใครสุดท้ายแม่ต้องยอมเขาทุกอย่าง ในขณะที่เราอยู่บ้านหลังเดียวกันทุกครั้งที่แสดงความรักความรู้สึกดีๆที่มีต่อกัน แต่เขาก็ไม่สามารถซ่อนสายตาความรู้สึกระแวงแคลงใจหญิงไทยอย่างแม่ได้เลย

ลูกรัก แม่ไม่ได้โกรธเขาหรือใครที่มีความคิดแบบนี้ เพราะมีหญิงไทยหลายคนที่ทำแบบที่เขาว่าจริงเพราะฉะนั้นแม่ได้แต่วัดดวงไปเลยว่าตัวเองจะซวยหรือเฮง แม่ไม่ท้องสักทีแม่ได้แต่เฝ้าอธิษฐานขอพรขอให้ตัวเองมีลูกก่อนที่อะไรๆจะเกิดขึ้นก่อนที่จะสายเกินไป แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาดูแลแม่อย่างดีเลยล่ะได้อยู่ในที่ดีๆ แต่ความมั่นคงนี่สิแม่ไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือก้อย ภายนอกแม่ดูสดใสร่าเริง ไม่ยึดติดกับอะไร แต่ในใจนี่สิร้อนรุ่มกังวลไปสารพัด ถ้าเขาไปจากชีวิตของแม่ แม่คนนี้คงต้องตายทั้งเป็น ในชีวิตมีผู้ชายเข้ามามากมายแต่คนที่ดีและสมบูรณ์แบบเหมือนเขาคนนั้นแม่ว่าหายากมาก แม่ไม่อยากเสียเขาไปเพียงเหตุผลของความแตกต่างของสังคมและวัฒนธรรม

ย่างเข้าปีที่สอง เขาบอกแม่ว่าเมืองไทยวุ่นวาย เขาไม่อยากลงทุนอะไรทั้งนั้นเขามี project เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ฯที่บ้านเกิดเขา เขาต้องกลับไปทำตรงนั้น แม่นี่ใจหายใจคว่ำ เขาไม่ลืมที่จะถามแม่ว่า “คุณจะไปกับผมไหม” แม่คิดอยู่นานเพราะแม่ก็เป็นห่วงความรู้สึกของพ่อกับแม่มาก ถ้าแม่ไปกับเขาแล้วถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นกับแม่ แม่จะไปพึ่งใคร นี่เป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ของแม่แม่คิด สุดท้ายแล้วแม่ปรึกษาพ่อแม่ของแม่คือคุณตากับคุณยายของลูกว่าจะยอมให้แม่ไปไหม ท่านทั้งสองมีแววตาเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด ท่านทั้งสองพูดแต่เพียงว่า
“ตามใจลูกเถิด ชีวิตเป็นของลูก”
ในที่สุดแม่ก็ตัดสินใจเป็นไงเป็นกันไปตายเอาดาบหน้า ถ้าเราไม่ไปกับเขาแล้วถ้าเขาไม่กลับมาล่ะ แม่จะอยู่อย่างไร แม่อยู่ซึ่งปราศจากเขาได้แต่หัวใจดวงนี้ของแม่คงเจ็บปวดไม่น้อย แต่ถ้าแม่ไปกับเขาอย่างน้อยแม่ก็มีเขาอยู่ข้างกายถ้ามันเกิดอะไรขึ้นแม่จะหาวิธีเอาตัวรอดกลับมาให้ได้แม่คิดเอาไว้ คิดเอาไว้หลายอย่างเลยทีเดียว

ก่อนถึงวันที่จะบินลัดฟ้าแม่ก็ยังพวงเรื่องอยากมีลูกแม่เลยตัดสินใจตรวจท้องเผื่อแม่มีน้องแม่จะได้เดินเหินอย่างระวัง ตอนนั้นใจดวงนี้จดจ่ออยู่กับที่ตรวจปัสสาวะ มีเส้นสีแดงสองขีดแม่นี้หัวใจโลดแล่นคลี่เอกสารกำกับออกมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อความมั่นใจ “นี่ฉันท้องจริงๆหรือ” แม่ดีใจมากแล้วแม่ก็บอกผู้ชายคนนั้นว่าเรากำลังจะมีลูก ทันทีที่เขาได้ยินเขาดึงแม่เข้าไปกอดนานมาก...นานเหลือเกิน
“ผมดีใจที่เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน”
เป็นประโยคที่แม่รู้สึกดีมากๆลูกคือสิ่งที่แม่รอคอย แม่จะดูแลลูกอย่างดีแม่สัญญา

วันที่ 9 มีนาคม 07(2550) เราบินลัดฟ้าด้วยกัน ลูกรักของแม่อยู่ในท้องลูกเพิ่งมีอายุได้เดือนกว่าๆ คุณพ่อของลูกดูแลแม่เป็นอย่างดีเช่นเคย นี่เป็นการเดินทางที่ไกลแสนไกลครั้งแรกในชีวิตของแม่คุณตาคุณยาย คุณลุงคุณน้า พี่มีนพี่มายมาส่งพวกเราที่สนามบิน ทุกคนน้ำตาเอ่อคลอยิ่งคุณยายของลูกอาการหนักกว่าเพื่อน แต่ไม่มีหยดน้ำตาจากผู้หญิงคนนี้ให้ใครเห็นแม้แต่หยดเดียว แม่ยังยิ้มแฉ่งสดใสร่าเริงเช่นเคย แม่เข้าไปกอดทุกๆคนและบอกทุกๆคนว่าอีกไม่นานจะกลับมา แม่เดินหันหลังให้กลับทุกคนด้วยหัวใจที่เจ็บปวดไม่น้อยเพียงแต่ไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอ จากนั้นน้ำตาแม่ก็ไหลเป็นทาง...มันเหมือนใจจะขาด ตลอดเวลาที่อยู่บนเครื่องน้ำตาไม่ได้เหือดแห้งไปจากใบหน้าของแม่เลย คิดถึงทุกคนคิดถึงแผ่นดินเกิดคิดตลอดว่าในเมื่อเกิดที่เมืองไทยกระดูกก็คงต้องกลับไปฝังที่เมืองไทย แต่ตอนนี้เวลานี้ขอมาดูอีกมุมหนึ่งของโลกว่าเขาอยู่เขากินกันยังไง พออิ่มแล้วจะกลับไปแน่นอน ชีวิตหนอชีวิต เกิดมาพบมาเจอหมดทุกอย่าง ท่องคำว่า อดทน อดทน และอดทน...ได้จนขึ้นใจ

วันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นไม่มีใครรู้แม่บอกตัวเองทุกครั้งว่าตราบใดที่ชีวิตไม่ได้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด สมบัติที่เราพกติดตัวมามีสองอย่างคือแรงบุญกับแรงกรรม นอกนั้นเรามาหาเอาข้างหน้าตามแต่ปัญญาเรามี ถ้าหากว่าผู้หญิงคนนี้จะต้องตกระกรรมลำบากแม่ก็ดีใจที่ได้ใช้กรรม ใช้ไปแล้วก็หมดไป ถ้าเราไม่ใช้มันก็จะตามเราอยู่นั่น เข้าใจไหมลูก มันเป็นสัจจะธรรมที่เข้าใจง่ายมาก แต่ลมหายใจที่เหลืออยู่ขอให้ได้เก็บคะแนนความดีให้ได้มากที่สุด จำคำนี้ไว้นะลูก เพราะนี่จะเป็นสมบัติที่จะติดตัวลูกไปทุกภพทุกชาติ ขอให้มีลมหายใจอยู่เพื่อได้เก็บคะแนนความดี ทำ ทำ และทำดีให้ได้มากที่สุดเวลาของคนเรามีน้อย แม่หวังว่าลูกแม่จะเข้าใจ

เมื่อมาถึงจุดหมายปลายทางคุณปู่ของลูกมารับเราทั้งสาม คุณปู่เข้ามาโอบแม่เบาๆท่านน่ารักมาก ท่านดีต่อแม่มาก ทุกคนในบ้านคุณป้าคุณลุงต้อนรับเราเป็นอย่างดี ท่านอยากเจอแม่มานานมากลูกชายเขาเล่าให้แม่ฟัง ขอบคุณที่ท่านเมตตา จากนั้นคุณพ่อของลูกก็ทำเรื่องขอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับแม่ มาถึงตอนนี้แม่วางแล้วล่ะไม่มีความดีใจใดๆ บนใบหน้าที่เรียบเฉยของแม่แสดงให้เขาเห็นว่า “มันแล้วแต่เขา” จริงๆแล้วเราสองคนเตรียมเอกสารมาจากเมืองไทย ส่วนใหญ่จะเป็นเขาที่วิ่งในเรื่องเอกสารต่างๆ นั่นเป็นสิ่งบ่งบอกว่าเขาอยากแต่งงานกับแม่ไม่ใช่แม่วิ่งเพื่ออยากแต่งกับเขาแม่คิด นี่แม่กำลังจะชนะผู้ชายเจ้าระเบียบอย่างเขาใช่ไหม... ในที่สุดเราสองคนก็ได้ฤกษ์แต่งงาน และก็มีเรื่องที่แม่ต้องเจออีกจนได้ ซึ่งตอนอยู่เมืองไทยเขาไม่ได้บอกรายละเอียดเกี่ยวกับครอบครัวเขาสักเท่าไหร่ เขาบอกแต่ว่าเขาไม่ได้รวยอะไร ตรงนั้นมันไม่ใช่ปัญหาสำหรับแม่เพราะมุมมองในชีวิตของแม่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น บอกแล้วไงเราพกมาแค่บุญและกรรม นอกนั้นเรามาหาเอาข้างหน้า ที่แม่ตัดสินใจเลือกพ่อของลูกแม่มีเหตุผลที่ยิ่งใหญ่นั่นคือ ผู้ชายคนนี้เป็นผู้ที่ใจบุญ มีมุมมองในชีวิตที่เหมือนแม่ เขาบอกเสมอว่าชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อได้มีส่วนช่วยสังคม เขาไม่ใช่คนที่พูดก่อนทำ เขาจะทำให้เห็นทันที เขาเหมือนฮีโร่นะแม่ว่า เขาเป็นคนที่จิตใจดีมาก มีหลายอย่างในคุณงามความดีของเขาเดี๋ยวลูกคงได้เห็นเอง นั่นเป็นสาเหตุที่แม่เลือกเขา

เขาให้ทนายประจำตัวมาทำเอกสารเป็นรายลักษณ์อักษรขึ้นเกี่ยวกับสมบัติหลังการแต่งงาน นั่นคือเอกสารต้องระบุว่าถ้าหลังจากแต่งงานจดทะเบียนกันแล้วถ้าเกิดปัญหาขึ้นระหว่างเราภายในห้าปีแม่จะได้สมบัติจากเขาแค่ 20% แต่ถ้าอยู่ด้วยกันมากกว่าสิบปีจนตลอดชีวิตแม่จะได้ครึ่งหนึ่งหรือทั้งหมดในสมบัติของเขา แม่ขอหัวเราะดังๆฟันแทบหักแหนะลูก ดูสิดูในความละเอียดถี่ถ้วนของเขาดูในความเป็นกังวลในหญิงไทยอย่างแม่ อีกมุมหนึ่งแม่ก็คิดซะว่าเป็นสัญญาที่ดูดีนะ ดีที่ตัวแปรมันเป็นแม่ คือเขากลัวว่าหลังแต่งงานแล้วแม่จะหลอกเอาที่ดินหลายๆไร่ที่เขามีอีกทั้งเงินทองมากมายที่เขามีแล้วขอเขาหย่าไปหาคนใหม่ เหตุผลที่เขาไม่อยากลงทุนในเมืองไทยอีกอย่างก็คือว่าเขาไม่มีสิทธิ์ครอบครองที่ดินในเมืองไทยถ้าเขาซื้อที่ดินที่เมืองไทยที่มันจะต้องเป็นชื่อแม่เท่านั้น ดูเขาสิ แล้วไอ้ที่เขาบอกแม่ตลอดว่าเขาไม่ใช่คนรวยตลอดระยะเวลาที่อยู่ร่วมกันนั่นคือเขาต้องการพิสูจน์ว่าแม่จะยังทนและรักเขาได้อีกไหม อย่างนั้นสินะ

เมื่อเราสองคนนั่งตรงหน้าทนายของเขา ทนายเขาถามแม่ว่า “คุณไม่มีปัญหาใช่ไหมหากผมจะทำสัญญานั้นขึ้นมาระหว่างคุณสองคน” เขามองหน้าแม่เหมือนต้องการเห็นความรู้สึกที่แม่จะแสดงออกมา แม่ได้แต่ยิ้มบางๆมองหน้าทนาย และก็หันมามองหน้าเขา “ไม่เป็นปัญหาสำหรับฉัน ถ้า เขาต้องการให้ระบุว่าฉันไม่มีสิทธิ์ได้ในสมบัติของเขาทุกอย่างเลยยังได้ แต่ในสัญญาขอให้ระบุด้วยว่าเขาต้องมีส่วนในการรับผิดชอบและดูแลชีวิตของลูก เพราะฉันเลือกแล้วคงไม่เปลี่ยน เผื่อบางทีวันข้างหน้าคนที่เปลี่ยนไปเป็นเขา ฉันห่วงก็แต่ลูกเท่านั้น ไม่ต้องมาห่วงฉัน”
พูดจบแล้วแม่ก็ยิ้มให้แก่ชายทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าอย่างอาจหาญ ทนายรูปหล่อหันไปคุยกับคุณพ่อของลูกว่า “ผมไม่แปลกใจที่ทำไมคุณถึงได้เลือกเธอมาเป็นภรรยา”
แม่ทำเป็นไม่ได้ยิน แต่ใบหน้าของแม่ยังคงด้วยรอยยิ้ม แม่เข้มแข็งไหมลูก...
“ผมขอคิดดูก่อนเกี่ยวกับสัญญา บางทีผมคงไม่ต้องการมันก็ได้”
พ่อของลูกพูดประโยคนี้ขึ้นกับคุณทนาย เมื่อเราขับรถกลับบ้านพ่อพูดกับแม่ว่า
“คุณไม่โกรธผมนะ”เขาหันมามองหน้าแม่ด้วยแววตาที่รู้สึกทำเกินไปกับผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยา
“บอกแล้วไงว่าฉันยินดี เพราะฉันชินกับการเกิดมาเป็นคนจนและมันไม่ได้ทำให้ฉันอยากมีมากไปกว่านี้แล้วล่ะ และฉันแยกแยะออกว่าชีวิตที่อยู่ได้อย่างสง่างามเป็นอย่างไร มันไม่ใช่เงินทอง”
แม่ยังคงมองไปข้างหน้าแต่ รู้ว่าตัวเองมองไปแบบไม่มีจุดมุ่งหมายในหัวของแม่นึกขึ้นมาได้ว่าคุณยายพูดกับเขาเป็นภาษาไทยหากแต่เขาไม่เข้าใจได้แต่ยิ้มหวานให้คุณยายของลูก ประโยคนั้นคุณยายพูดกับเขาว่า
“หากไม่รักลูกสาวฉันแล้วให้เอามาคืน อย่าทำร้ายเธอ”
แค่นั้นแหละน้ำตาแม่เริ่มคลอเบ้าอีกแล้วแม่พยายามกระพริบตาถี่ๆกลั้นความรู้สึกนั้นเอาไว้ แล้วค่อยๆเอ่ยขึ้นกับเขาว่า
“แม่ฉันบอกคุณก่อนที่เราจะขึ้นเครื่องว่าถ้าคุณไม่รักฉันแล้วให้ส่งฉันคืนให้พวกเขา ฉันว่าการที่ฉันอุ้มท้องที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณไม่ใช่เรื่องสนุก และการที่พ่อแม่ฉันมาส่งฉันที่สนามบินด้วยรอยน้ำตานั่นก็ไม่ใช่เรื่องสนุกเช่นกัน พ่อแม่ฉันเจ็บปวดแค่ไหนฉันไม่รู้ฉันรู้แต่ว่าฉันเจ็บปวดแค่ไหนที่จากท่านมาเพื่อมาอยู่กับคนที่ฉันคิดว่าฉันรัก”
แม่เชือดพ่อของลูกนิ่มๆด้วยประโยคที่อ่อนหวานแต่แฝงไว้ซึ่งคมมีด แม่ว่ามันคงเชือดผู้ชายที่ตระหนี่ไปซะทุกเรื่องอย่างเขาได้อย่างดีเยียม และได้ผลน้ำเสียงของเขาอ่อนโยนและรู้สึกผิดไม่น้อย เขาพูดกับแม่ขึ้นเท่ามกลางความเงียบงัน
“ผมโง่จริงๆเลย ผมลืมไปได้ยังไงว่าเรารู้จักกันยังไง ผมคงเป็นกังวลมากไป ก็ผมได้ยินเขาพูดกันมาหลายเรื่องหลายราวที่แย่ทั้งนั้น แต่ช่างมันเถอะที่ผมทำทุกอย่างเป็นเพราะว่าผมรักคุณมาก ผมไม่อยากถูกหลอกจากผู้หญิงที่ผมรัก”
จริงๆแล้วแม่เข้าใจความรู้สึกเข้าใจในสิ่งที่เขาทำทั้งหมด แต่เมื่อมันมากเกินไปครั้นแม่จะมะเหงกเขกกระบานเขาก็ใช่เรื่องโตๆกันแล้วไม่ใช่เด็กๆ แม่รู้ว่ามารยาร้อยเล่มเกวียนไม่สามารถชนะผู้ชายคนนี้ได้ เขามองออกทุกอย่างเขาเป็นคนฉลาดเพราะฉะนั้นเขาจะต้องเรียนและรู้สิ่งๆนั้นด้วยปัญญาของเขาเอง เวลาก็พิสูจน์กันมาพอสมควรแล้วมาวันนี้จะเอาอะไรอีก ผู้หญิงคนนี้ไม่มีอะไรจะให้แล้วเพราะให้ไปหมดแล้ว เขาคงรู้ลูก คุณพ่อเขารักลูกนะรักมากด้วยก็คงรักพอๆกับที่รักแม่...แต่แม่เจอเรื่องทดสอบหนักหน่อย เพราะว่าแม่เป็นคนที่เขาเลือกมาเป็นภรรยาและเป็นแม่ของลูกไง เลยต้องเจอแต่ข้อสอบหนักๆ สุดท้ายแล้วคุณพ่อของลูกก็ไม่ต้องการให้มีหนังสือเกี่ยวกับการมีสิทธิ์ครอบครองสมบัติระหว่างแม่กับสมบัติของเขาใดๆ ทั้งสิ้น

และแล้วเราก็แต่งงานกัน จดทะเบียนสมรสกันอย่างเป็นทางการวันนั้นแม่ร้องให้เพราะไม่เคยคิดว่าชีวิตจะมีวันนี้ อีกทั้งคิดถึงคุณตาคุณยายของลูกมากอยากให้ท่านทั้งสองมาเห็นวันสำคัญแต่แม่ก็ไม่ได้ร้องขออะไร แม่ได้แต่น้ำตาไหลคิดถึงบุพการี คุณพ่อของลูกบอกกับแม่ว่า
"คุณเข้มแข็งมากกว่าที่ผมคิดไว้ ผมรักคุณ เมื่อใหร่ที่เรากลับไปเมืองไทยผมจะไปกราบขอบคุณ คุณพ่อคุณแม่ของคุณที่ท่านให้กำเนิดคุณ เพื่อมาเป็นภรรยาของผม" แม่ภูมิใจที่ได้ยิน และก็มีอีกคนที่น้ำตาไหลคือคุณปู่ของลูกไง ท่านคงดีใจไม่น้อยเช่นกัน คุณพ่อบีบมือแม่เบาๆเราสองคนแต่งงานกันแบบเรียบง่ายไม่ได้เข้าโบสถ์เพราะแม่ไม่ยอมเปลี่ยนศาสนาเด็ดขาดเลือดทุกหยดลมหายใจเข้าออกของแม่คือพุทธ แม่ไม่สนใจหรอกถึงแม้ว่าจะมีเรื่องราวไม่ดีเกี่ยวกับพระบางรูปทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงพุทธศาสนา เพราะแม่นับถือมหาบุรุษเจ้าชายสิทธัตถะต่างหากเล่า แม่เชื่อว่ามีคนบุญหนักหลายท่านลงมาเกิดเพื่อปฏิบัติดี มาทำความดี มาสืบทอดต่อยอดพระพุทธศาสนา แต่ก็มีหลายคนที่มาเพื่อสร้างภาพที่ไม่ดีเกี่ยวกับพุทธศาสนา นั่นก็เป็นเรื่องของเขาเป็นสมบัติที่ติดตัวเขาไปเราอย่าไปยุ่งอย่าไปว่าใคร เราก็ทำหน้าที่ของเราไปแม่เชื่อว่าลูกจะเข้าใจ เกิดมาเป็นลูกแม่ต้องเรียนรู้และเข้าใจทุกเรื่อง แม่เชื่อว่าการถ่ายทอดสิ่งดีๆ นั่นเป็นอาหารสมองดีๆ เข้าใจไหมลูก

ลูกของแม่เข้าใจอะไรง่าย แม่รู้ แม่จำได้ตอนที่แม่รู้แม่ตั้งท้องก็ไม่ได้แพ้เลย มีแต่อยากกิน กิน กินยิ่งผลไม้ยิ่งชอบกิน แต่พอมาอยู่ต่างแดนอาหารการกินเปลี่ยนอะไรๆก็เปลี่ยนจนทำให้แม่เป็นโรคซึมเศร้าทำให้แม่เครียดและนั่นเป็นสาเหตุทำให้แม่แพ้ท้องไม่อยากทานอะไรเอาซะเลย แม่เป็นกังวลกลัวลูกไม่แข็งแรงแม่คุยกับลูกทุกวันว่า “อย่าทำให้แม่ลำบากนะลูก อย่าทำให้แม่เหนื่อย อย่าให้แม่เจ็บปวด แม่รักลูกมาก” จากนั้นแม่ก็ไม่แพ้เลยสรุปแม่มีอาการแพ้แค่อาทิตย์เดียวแล้วแม่ก็กลับมาเป็นปกติ ของโปรดของลูกตอนอยู่ในท้องคือกล้วยหอม แม่ทานได้วันละหลายลูก ทุกครั้งที่แม่ทานกล้วยหอมลูกจะส่งสัญญาณดิ้นขลุกขลักเหมือนชอบใจแม่เองก็ดีใจ คุณพ่อไปซื้อของทีไรก็ไม่เคยลืมซื้อกล้วยหอมติดไม้ติดมือมาฝาก แต่ลูกของแม่ชอบทานผลไม้ทุกชนิดนะ ไอศกรีมลูกแม่ก็ชอบ แต่ก่อนแม่ไม่เคยชอบทานของหวาน ไอศกรีมนี่ยิ่งแล้วใหญ่ไม่เคยชอบเลย ตรงกันข้ามคุณพ่อของหนูชอบทานไอศกรีมมาก แต่พอแม่มีหนูแม่ต้องทานไอศกรีมถ้วยโตๆทุกวัน แล้วยังลุกขึ้นมาเปิดเว็บหาวิธีทำเค้กหัดทำขนมเค้กและขนมหวานทุกอย่างอีกด้วย เพราะว่าแม่ทนต่อความอยากทานที่ลูกถ่ายทอดออกมาให้แม่รับรู้ไม่ได้ เห็นไหมว่าเรารักกันแค่ไหนลูกอยากทานอะไรแม่ก็อยากทานด้วย แม่รักลูกเสมอ ขอบคุณลูกรักที่มาทำให้ผู้หญิงคนนี้รู้จักความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่มหาศาล มิใช่แค่การให้ชีวิตคนๆหนึ่งเกิดมาเท่านั้นแต่มันคือความรับผิดชอบทั้งหมดที่แม่จะต้องรู้ว่าควรจะสอนลูกยังไงให้เป็นคนที่มีคุณภาพ แต่สำคัญยิ่งกว่านั้นลูกต้องให้ความร่วมมือกับแม่ ลูกจะต้องรู้ว่าตัวเองมาเพื่ออะไร เข้าใจไหมลูก

แม่เล่าเรื่องราวของพ่อกับแม่เพื่อให้เป็นความทรงจำก่อนจะมามีวันนี้ เราผ่านความรู้สึกอย่างไรมาบ้าง แต่นั่นมันไม่สำคัญเท่ากับเราสองคนมีจุดเป้าหมายเดียวกันคือต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิต เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ตัวเอง ถ้าแม่ไม่ได้เป็นผู้หญิงในแบบฉบับที่แม่เป็น ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแม่จะถูกเลือกให้มาเป็นแม่ของลูกไหม เช่นกัน...หากพ่อของลูกไม่ใช่ผู้ชายที่ดีเลิศแม่คงไม่เลือกเขา ปัญหาที่แม่เจอมันเท่าเม็ดงาปลายเข็มไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับแม่ เพียงแค่ผู้ชายคนหนึ่งต้องการสิ่งที่ดีสำหรับเขา แม่ขอบคุณในความดีของแม่ สิ่งที่ยิ่งใหญ่ของเราสองคนคือการที่ได้ให้ชีวิตลูกได้เกิดมา เราสองคนจะสอนลูกให้เป็นคนดี สิ่งใดที่ว่าใหญ่ก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่าความดี จำไว้นะลูก

...สิ่งใดที่ว่าอรรศจรรย์...ก็ไม่เท่าความรู้สึกของแม่เมื่อลูกน้อยในครรภ์ดิ้น ช่างเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นทางใจ มันคือความสุขทางใจ สำหรับคนที่ได้รับบทบาทการเป็นแม่เท่านั้นที่จะรู้...


โพสได้แก้ไขโดย อรไพลิน เมื่อ Sep 27 2007, 09:32 AM
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 30, 2008, 06:20:49 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
ลั่นทมริมทะเล
Global Moderator
Full Member
*****
กระทู้: 119



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 12:41:59 am »


นิค่ะ     
โพสต์เมื่อ: Jul 21 2007, 05:58 PM
   
โอว... อ่านแล้วน้ำตาซึมเลยค่ะ เขียนได้ดีจริง ๆ ขอบคุณนะคะที่นำเรื่องราวดี ๆ มาฝากกัน ให้ข้อคิดอะไรได้หลายอย่างเลย

อ้อ ขอต้อนรับคุณอรไพลิน สู่บ้านของเรานะคะ และหวังว่าคงจะมีโอกาสได้พูดคุยกันมากขึ้นนะคะ อยากเรียนว่าเพื่อน ๆ พี่ ๆ สมาชิกในบ้านนี้น่ารักทุกคนเลยค่ะ และคิดว่าทุกคนต้องอยากพูดคุยกับคุณอรไพลินอีกค่ะ

ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ลูกคุณอรไพลินคงจะเป็นปลื้มในความรักที่คุณมอบให้มาก ๆ เลย

--------------------
http://nilubol.spaces.live.com
http://chutimasevikul.spaces.live.com



อรไพลิน    
โพสต์เมื่อ: Jul 21 2007, 06:13 PM
   
ฟังดูเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆใช่ไหมค่ะแต่ดูหนักเอาการ นึกขึ้นมาได้ว่าทำไมตัวเองไม่ลองเขียนอะไรขึ้นมาบ้าง เขียนทีไรไม่เคยมีจุดจบเลย ส่วนเรื่องเล่าของแม่นี้เพิ่งเขียนขึ้นมาเมื่อวาน เอาประสบการณ์ส่วนตัวจริงๆมาเขียน อีกอย่างอยากให้ลูกได้อ่านได้มีมุมมองหลายๆด้าน เมื่อวันหนึ่งเขาโต แล้วถ้าเขาเป็นเด็กมีปัญหามากๆ จะเอาที่เขียนขึ้นมานี่แหละค่ะให้เขาอ่าน ตอนนี้เขายังอยู่ในท้องได้หกเดือนอีกไม่กี่เดือนเขาก็ได้ออกมาลืมตาดูโลกแล้วค่ะ
ขอบคุณคุณนิที่ติชม



นิค่ะ    
โพสต์เมื่อ: Jul 21 2007, 06:26 PM
   
ผู้หญิงหรือผู้ชายคะ ทราบหรือยัง ขอแสดงความยินดีด้วย และขอให้สุขภาพแข็งแรงทั้งคุณแม่คุณลูกเลยนะคะ

โพสได้แก้ไขโดย นิค่ะ เมื่อ Jul 21 2007, 06:28 PM

--------------------
http://nilubol.spaces.live.com
http://chutimasevikul.spaces.live.com



อรไพลิน    
โพสต์เมื่อ: Jul 21 2007, 07:54 PM
   
ยังไม่ทราบว่าหญิงหรือชายค่ะคุณนิ แต่เหมี่ยวรู้สึกว่าจะเป็นหญิงค่ะ
ไม่ทราบว่าคุณนิจะจำเหมี่ยวได้รึป่าว พอมีแรงบันดาลใจอยากลองเขียนอีกครั้ง
เลยหยิบเอาเรื่อง ตัวเองคุยกับลูกมาบรรเลง
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรค่ะ

โพสได้แก้ไขโดย อรไพลิน เมื่อ Jul 21 2007, 08:03 PM



อภิญญา    
โพสต์เมื่อ: Jul 22 2007, 02:26 AM
   
ยินดีต้อนรับค่ะ คุณ อรไพลิน

ตอนนี้พี่ก็ยังคิดถึงแม่อยู่เลย คิดถึงมากด้วยค่ะ ขอให้มีลูกน่ารัก เป็นเด็กดีนะคะ

--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ



pimlapas    

โพสต์เมื่อ: Jul 22 2007, 08:09 PM
   
อ่านแล้วซึ้งจริง ๆ ดีใจที่คุณผ่านเรื่องในวันก่อนมาได้ ขอให้วันข้างหน้ามีแต่ความสดใส ไม่มีเศร้านะค่ะ และขอให้เจ้าตัวน้อยแข็งแรง ๆ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

--------------------
ไปเยื่ยม..บ้านใหม่ด้วยนะค่ะ
http://pimlapas.page.tl/
http://pimmy65unitedstates.spaces.live.com



อรไพลิน    
โพสต์เมื่อ: Jul 22 2007, 09:04 PM
   
คุณอภิญญา ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะคะ

คุณพี่พิม มะเหมี่ยวเองค่ะจากครัวไกลบ้าน จำได้ไหมที่พี่พิมเข้าไปโพสในฟอรัม"เคยคิดอยากเป็นนักเขียนกันบ้างไหม" พี่พิมยังบอกว่าจะเป็นแฟนคลับเหมี่ยวอยู่เลย อย่าลืมล่ะ เป็นจริงๆนะ

จริงๆเรื่องที่เหมี่ยวละเลงไว้ข้างบนเป็นเรื่องที่เล็กนิ๊ดเดียวแต่เหมี่ยวเอามาบรรยายให้มองเห็นภาพของสภาวะทางด้านจิตใจของเหมี่ยวตอนนั้น คือมันก็ดูกดดันดีนะเหมี่ยวว่า และเหมี่ยวอยากเก็บรายละเอียดบางความรู้สึกที่เกิดขึ้นในบางสถานะการณ์ อีกอย่างเหมี่ยวเขียนเป็นบันทึกเอาไว้ให้ลูกอ่าน เลยยกเอาความโง่ความประมาทของตัวเองขึ้นมาเล่าสอดแทรกไปกับคำสอนด้วย เหมี่ยวเป็นแค่มือใหม่หัดเขียน คงต้องพัฒนาอีกเยอะ ก็ขอขอบคุณทุกๆท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่าน เรื่องเล่า เรื่องราวของเหมี่ยว
ขอบคุณมากค่ะ

โพสได้แก้ไขโดย อรไพลิน เมื่อ Jul 22 2007, 09:05 PM



pimlapas
โพสต์เมื่อ: Jul 22 2007, 10:34 PM
   
ดีจ้าน้องเหมี่ยวคนสวย แห๊ม พี่พิมหน้าแตกเลยนะเนี้ย เหมี่ยวเขียนเรื่องได้ดีมากเลยค่ะ พี่พิมอ่านไป น้ำตาซึมเลยนะ แต่ก็ดีใจที่น้องผ่านเรื่องต่าง ๆมาได้ ต่อไปเมื่อเจ้าตัวเล็กคลอดแล้ว อย่าลืมเอารูปมาอวดป้าพิมบ้างนะจ๊ะ

--------------------
ไปเยื่ยม..บ้านใหม่ด้วยนะค่ะ
http://pimlapas.page.tl/
http://pimmy65unitedstates.spaces.live.com



นิค่ะ    
โพสต์เมื่อ: Jul 23 2007, 03:21 AM
   
จำได้ซิคะ เราคุยกันตั้งเยอะแยะ ด้วยความเข้าใจในความรู้สึกที่น้องเหมี่ยวประสบมาไงคะ ดีใจที่ได้แรงบันดาลใจในการอยากเขียนกลับคืนมานะคะ

โพสได้แก้ไขโดย นิค่ะ เมื่อ Jul 23 2007, 03:21 AM

--------------------
http://nilubol.spaces.live.com
http://chutimasevikul.spaces.live.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 30, 2008, 06:22:32 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF