www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ละครคลับ  (อ่าน 1389 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Thaipumpkin
Newbie
*
กระทู้: 0


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 12:44:48 am »

เรื่องนี้บันทึกจากเรื่องขำๆ ในชีวิตจริงค่ะ ถ้าหากว่าถ่ายทอดความเป็นจริงมากไป แล้วจะไปกระทบกระเทือนกับผู้อื่นก็ต้องขออภัยด้วย หรือผู้ดูแลจะลบทิ้งก็ไม่เป็นไรค่ะ


ละครคลับ

ละครคลับของเราไม่ได้ตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ ไม่สม่ำเสมอ ไม่มีสมาชิกถาวร เนื่องจากเราวิจารณ์กันเฉพาะเรื่องละครไทย แต่พวกเราไม่ได้อยู่เมืองไทย ดังนั้นเราจึงได้ดูรายการทีวีและละครไทยจากแผ่นดีวีดีที่ซื้อจากร้านไทย ก่อนหน้านี้ตัวฉันเองไม่เคยสนใจเรื่องรายการและละครไทยเท่าไหร่นัก เพราะตอนอยู่เมืองไทยก็ไม่ค่อยได้ติดตามอยู่แล้ว ยิ่งมาอยู่ที่นี่ก็ยิ่งไม่สนใจใหญ่ เพราะต้องการจะฝึกฝนภาษาอังกฤษ จึงดูและอ่านแต่ภาษาอังกฤษเท่านั้น และเฝ้าเพียรบอกเพื่อนๆ ว่าเลิกดูรายการไทยได้แล้วถ้าอยากจะพัฒนาภาษาอังกฤษ แล้วเวลาห้าปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ฉันรู้สึกว่าดูรายการภาษาอังกฤษก็ไม่ได้มีปัญหาแล้ว อยากจะกลับมาฟังมาดูรายการไทยบ้าง

เมื่อสองวันก่อนยายท้อให้แผ่นฉันยืมกลับบ้านมาตั้งเบ่อเริ่ม ซึ่งฉันมีเวลาอยู่ประมาณสองอาทิตย์ที่จะดูให้จบ เนื่องจากคุณผู้ชาย (ที่รัก) ของฉันไปฮอลิเดย์อยู่มุมอื่นของโลก อีกครึ่งเดือนกว่าจะกลับ ฉะันั้นทีวีบ้านฉันจะมีโอกาสได้เปล่งเสียงเป็นภาษาไทยก็คราวนี้แหละ ฉันเลือกรายการประเภททอล์คโชว์ที่มีสาระหน่อย อ้อ..แถมละครมาเรื่องนึง ได้ข่าวว่าเรื่องนี้ฮิตนัก “รักเธอ ทุกคืน” ไง กลับถึงบ้านฉันก็ตั้งหน้าตั้งตาจับจ้องที่หน้าจอ รีบทำสถิติให้ดูครบทุกแผ่นก่อนที่คุณผู้ชายจะกลับมา...

*********

สมาชิกร่วมวงข้าวของเราในวันนี้ (และกลายเป็นละครคลับในตอนท้าย) มี พี่น้อย, น้องเปิ้ล, น้องอร และฉันเอง (ผู้เริ่มรายการ)

“เมื่อวานมีเพื่อนให้ยืมแผ่นรายการไทยกลับบ้าน ก็เลยรีบดูให้จบก่อนพี่เบนจะกลับมา ฉันได้ดูเรื่อง “รักเธอ ทุกคืน” ด้วยนะ”

น้องอรต่อ “อู๋ยยย....เรื่องนี้เศร้ามากเลยแหละ ดูแล้วร้องไห้ แหมผู้ชายอะไรจะดีขนาดนี้ก็ไม่รู้นะ”

เดี๋ยวก่อนฉันขอออกไปเรื่องอื่นนิดนึง “เออพี่น้อย..จำได้ไหม นายไซมอนเพื่อนของเอนกน่ะ เอนกบอกว่าเขามาตามดูรายการกับละครไทยด้วย”

น้องอรกับน้องเปิ้ลทึ่ง “แล้วเขาดูรู้เรื่้องหรือพี่”

“เห็นเอนกบอกว่าเขาชอบพวกรายการเกมโชว์กับประกวดร้องเพลง ส่วนละครน่ะ เขาบอกว่า ดูสิแค่เอาไฝไปแปะที่หน้าก็กลายเป็นแม่ไปได้แล้ว ง่ายจังเนาะ...”

พี่น้อยบอก “อ๋อ..เรื่องเรือรักเรือทาสไง”

น้องเปิ้ลสรุป “อายเขาจังนะพี่”....

เอ้า...กลับมาที่ “รักเธอ ทุกคืน” ต่อค่ะ

น้องอรบอกว่า “เรื่องนี้นะ ทำให้คนที่เล่นเป็นพระเอกถูกผู้ชายไทยทั้งประเทศเกลียด”

ทำไมล่ะ??

“ก็เขาเป็นคนสร้างมาตรฐานผู้ชายไทย (แบบพระเอก) ให้สูงขึ้นมากเกินไปน่ะสิ”

จริงหรือน้อง... คือฉันยังดูไม่จบน่ะ ฉันขอดำเนินรายการต่อแล้วกันนะ...

“แต่เรื่องนี้นะฉันชอบตรงที่เขาเน้นรายละเอียดในด้านวิชาชีพของนางเอก นางเอกเป็นช่างเสริมสวย เราก็ได้เห็นว่าอาชีพนี้มีทักษะพิเศษ มีความรู้ทางด้านวิชาการยังไง ฉันรู้สึกว่าละครไทยมันเริ่มพัฒนาขึ้น คนเราอาชีพไหนก็มีความสำคัญเหมือนกันหมดคล้ายๆ กับเวลาดูหนังฝรั่งไง”

น้องเปิ้ลพูดขึ้นว่า “จริงๆ แล้วมันจะมีเรื่องแบบนี้หรือ”

อันนี้มีจริงจ้ะ
ฉันเคยอ่านสัมภาษณ์ผู้หญิงคนนึงในนิตยสารผู้หญิงเล่มนึงเมื่อหลายปีมาแล้ว เธอเป็นช่างเสริมสวยมาจากต่างจังหวัด ไ้ด้มีโอกาสมาทำงานในร้านที่มีลูกค้าไฮโซเหมือนในละครนั่นแหละ วันนึงมีลูกค้าประจำมาทำผม แล้วก็คุยเล่นกันว่ามีแฟนหรือยัง เธอบอกว่ายังไม่มีช่วยหาให้หน่อยสิ แล้วลูกค้าก็แนะนำพี่ชายตัวเองซึ่งหล่อระดับเคยเป็นนายแบบถ่ายโฆษณา จบโทวิศวะ ทำงานบริษัทน้ำมันใหญ่ ..... ยังบรรยายไม่จบ พี่น้อยก็ขัดขึ้น “นั่นน่ะญาติฉันเอง ฟังๆ อยู่ว่าจะเรื่องเดียวกันไหม...” อ้าว..จุดไต้ตำตอ ได้พี่น้อยเป็นพยานยืนยันว่าที่ฉันอ่านมาเป็นเรื่องจริง

เนี่ยนะ... ดูละครเรื่องนี้ฉันก็คิดถึงเรื่องชีวิตจริงของเขาไปด้วย แต่รายละเอียดปลีกย่อยในชีวิตจริงมันไม่ได้อิจฉาริษยาแบบพิสดารเหมือนในละครหรอกนะ

น้องอรถามต่อ “แล้วสรุปตอนจบเขาได้แต่งงานกันไหม” สงสัยน้องกำลังนึกว่าติดตามฟังนิยายอยู่

“อุ๊ย..มีลูกสามคนละมั๊ง แล้วตอนหลังนะ เขาเปิดร้านเป็นของตัวเอง แล้วผู้ชายก็ลาออกจากงานไปเรียนเสริมสวยมาช่วยกันทำร้าน...” พี่น้อยพยักหน้า ยืนยันว่าข้อมูลถูกต้อง ความจำดีมาก

น้องอรกรี๊ดด.... น่ารักจังเลยนะ....

นี่แหละค่ะ ในชีวิตจริงก็มีพระเอกเหมือนกัน ใช่ว่ามีแต่ในละคร.... ละครก็มาจากชีวิตจริง ชีวิตจริงก็เหมือนละคร

น้องอรต่อ “หนูนะ ดู “รักเธอ ทุกคืน” ดูไปก็ร้องไห้ไป มันเศร้า มันซึ้งจริงๆ ผู้ชายอะไร้จะดีขนาดนี้ นั่งร้องไห้อยู่ที่หน้่าทีวีคนเดียว ได้กลิ่นหอมๆ ลอยมา ก็คิดว่าสงสัยข้างบ้านจะทำบาร์บีคิว เอ๊ะ..กลิ่นมันแรงขึ้นเรื่อยๆ อ้าวมาจากครัวเราเอง วิ่งไปดูที่แท้พะโล้หนูไหม้ไปแล้ว...”

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฉันเบรกไม่อยู่ สมาชิกฮาครืน....
นี่แหละค่ะ สรุปคติพจน์ประจำวันนี้ “ดูหนัง ดูละคร แล้วอย่าลืมย้อนดูครัว”


หมายเหตุ เรื่องนี้ base on true story ค่ะ ชื่อละครในเรื่องก็คล้ายๆ กับละครจริง ตัวละครทุกตัวก็มีตัวจริง แต่เปลี่ยนชื่อเล็กน้อยเพื่อป้องกันการโดนต่อว่า (เจ้าประคู้น...ตัวจริงอย่ามาอ่านเจอเล้ย)



โพสได้แก้ไขโดย thaipumpkin เมื่อ Jul 27 2007, 01:29 AM
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 30, 2008, 06:24:11 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
ลั่นทมริมทะเล
Global Moderator
Full Member
*****
กระทู้: 119



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 12:50:17 am »


นิค่ะ     
โพสต์เมื่อ: Jul 27 2007, 01:59 AM
   
ตามอ่านคณะละครนี้ หนุกดีค่ะ น่ารักกันดีจัง... ฮาครืนเหมือนกันค่ะ


--------------------
http://nilubol.spaces.live.com
http://chutimasevikul.spaces.live.com



อภิญญา    
โพสต์เมื่อ: Jul 27 2007, 05:20 AM
   
น้องพัมกิ้น ฮ่า ๆ ๆ ...

อ่านตอนจบแล้วต้องหัวเราะจริง ๆ เห็นด้วยค่ะ ดูหนัง ดูละครแล้วอย่าลืมย้อนดูครัว ด้วยค่ะ ไม่งั้นจะได้กินพะโล้ไหม้ค่ะ 5555


--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com



thaipumpkin    
โพสต์เมื่อ: Jul 27 2007, 11:33 PM
   
ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านกันค่ะ เมื่อคืนนี้ได้ดูละครเรื่องนี้จนถึงตอนจบแล้วค่ะ แล้วก็เข้าใจว่าทำไมน้องเขาร้องไห้จนพะโล้ไหม้ไม่รู้ตัว ก็มันเศร้าจริงๆ ค่ะ และด้วยอุทาหรณ์สอนใจจาก "ละครคลับ" (แน้ ยกยอตัวเองก็ได้ด้วย) หนูก็เลยเดินเข้าครัวทุก 15 นาที (ไปหาขนมกินน่ะค่ะ) กว่าจะดูจนจบครบทุกแผ่นที่ขอยืมเขามาคงอ้วนแน่ๆ ค่ะ



PeggySueGuerra    
โพสต์เมื่อ: Jul 28 2007, 12:22 PM
   
ขอบคุณค่ะที่นำมาเล่าสู่กันฟัง เพ็กกี้อยู่ที่อเมริกาก็หาละครไทยดูได้ง่าย แต่ต้องเลือกดูนะคะ เรื่องประเภทรักริษยา นางร้ายออกมาร้องกรี๊ดๆ ไล่ตบนางเอก ก็ต้องเลี่ยงไม่ดู

ตอนนี้กลับชอบหนังละครบู๊ๆ ที่กำลังดูอยู่ตอนนี้ก็เรื่องชุมแพ จำได้ว่าเคยเป็นภาพยนต์เมื่อนานมาแล้ว เอามาสร้างใหม่เป็นละคร กำกับการแสดงโดย ฉลอง ภักดีวิจิตร ถึงแม้ว่าจะบู๊ดุเดือด และเว่อร์ไปบ้าง แต่ก็ยังไม่ระคายหูเหมือนเวลาดูละครน้ำเน่า



นิค่ะ    
โพสต์เมื่อ: Jul 28 2007, 03:08 PM
   
คุณเพ็กกี้คะ คุณเพ็กกี้ทำให้นินึกย้อนอะไรไปได้หลายอย่างเลยค่ะเป็นต้นว่า...

ชุมแพเคยลงเป็นตอน ๆ ในนิตยสารบางกอกค่ะ อ่านเพลินและสนุกทีเดียว

ตอนนั้นนิก็ชอบอ่านค่ะ เป็นช่วงหนึ่งที่อ่านเรื่องการต่อสู้แบบลูกผู้ชาย ที่หยิ่งในเกียรติในศักดิ์ศรี มีสัจจะ ไม่ทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่า นอกจากจะไม่ทำร้ายไม่รังแกแล้วยังคงปกป้องด้วยซิคะ และเรื่องการต่อสู้กันก็ยังมีการสู้กันแบบลูกผู้ชาย แพ้ก็ยอมรับว่าแพ้ ไม่อาฆาตจองเวร ต่อ หมายถึงโดยรวมของเรื่องในยุคนั้นนะคะ

อีกเรื่องที่ชอบคือสะเดาเดือด เขียนได้สนุกและมันมากค่ะ ถือเป็นยุครุ่งโรจน์ยุคหนึ่งของบางกอกที่ลงเรื่องเด่น ๆ ดัง ๆ มีแฟนคนอ่านเพียบ นักเขียนในบางกอกช่วงนั้นเป็นนักเขียนชื่อกระฉ่อนมาก และดังแทบทุกเรื่อง แต่จำชื่อได้แม่นก็นี่แหล่ะค่ะ

ลองนึกเล่น ๆ ว่าจำชื่ออะไรได้อีก ก็อย่าง ชุมทางเขาชุมทอง... ไว้เรื่องอื่น ๆ ที่นึกได้อีกหรือ ท่านใดพอจะนึกหรือจำอะไรได้อีกช่วยเพิ่มเติมกันไหมคะ...

เสียดายช่วงเวลาที่การแสดงยุคหลัง ๆ ของเราดาราบางคนไม่ได้คำนึงถึงใจคนดูเท่าไหร่ ไม่คิดถึงผลดีผลเสียที่จะตามมา ยิ่งกับเด็กและเยาวชนด้วยแล้ว เราเสียตรงนี้ไปแยะเลยนะคะ แล้วก็เรียกคืนมายากด้วย การอบรมบ่มนิสัยเพื่อให้เด็กมีกริยามารยาทงดงาม เพื่อการเป็นสุภาพบุรุษ สุภาพสตรีที่ดีต่อไปในอนาคต แทบจะหมดไปกับสิ่งที่ถูกป้อนให้สังคมบริโภคโดยมุ่งแต่บอกว่า สร้างความบันเทิงเป็นหลัก

อดแปลกใจ อดน้อยใจไม่ได้ว่า ทำไมเวลามีหนังดี ๆ ของบ้านอื่นเมืองอื่นมาฉายแล้วเด่นดัง คนดูนิยมยกย่อง เราเห็นด้วยว่าเขาทำได้ดี ไม่มีสารพิษมาแอบใส่ไว้ในใจในความรู้สึกของคนดู ทำให้ได้รับความนิยม ยกย่อง

แต่ทำไมพอเป็นของไทยเราเอง กลับไม่มีใครยอมสร้างสิ่งดี ๆ ออกมาบ้าง บอกแต่ว่าหนักเกินไป คนต้องการดูเบา ๆ กลายเป็นว่าถ้าสิ่งดีเพื่อให้ความรู้สึกดี ๆ กับคนของเรา คนเราเองกลับไม่ทำ หรือทำไม่ได้ แล้วอย่างนี้เราจะมอบสิ่งที่มีคุณภาพแค่นี้ให้กับคนของเราไปอีกนานแสนนานหรือคะ ทำไมเราดูหนังดูละครที่มีสาระของประเทศอื่นได้ ทำไมไม่ทำให้คนไทยเราได้ดูหรือภาคภูมิใจกับหนังละครดี ๆ ของไทยเราเองกันบ้าง ส่วนใหญ่บอกเกี่ยวกับโฆษณา ก็ถ้าบริษัทโฆษณามีจิตใจที่มุ่งสร้างสังคมให้ดีงามก็น่าจะมีการช่วยกันเลือกมอบให้กับคนที่ทำสิ่งที่ดีมีสาระมาก ๆ มากกว่า เพียงแต่จะมีใครกล้าที่จะถือธงนำฝ่ากระแสเหล่านี้บ้าง สรุปแล้วก็เห็นใจทุกฝ่าย แล้วก็เศร้าใจแทนมากด้วยค่ะ ในการที่สิ่งที่ทำเสนอเหล่านี้เมื่อถูกนำไปเผยแพร่ให้กับคนดูนอกประเทศ ... แล้วจะไม่ให้เขานึกว่าไทยแลนด์มีแต่แบบนี้เหรอ ได้ยังไง

มันคงเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ไร้ทางแก้หรือเปล่าก็ไม่รู้นะคะ ไปอีกนานแสนนาน ถ้าผู้ที่รับผิดชอบตรงนี้หรือผู้จัดทำทั้งหลายยังคงมีความรู้สึกอย่างที่รู้กัน ว่า แค่นี้ก็ดีถมเถแล้ว คนไทยไม่ชอบเรื่องหนัก ๆ จริง ๆ แล้ว เรื่องที่ดี ๆ ของประเทศอื่นที่เขาสร้างกันโครม ๆ มากมายหลายร้อยหลายพันเรื่อง ก็ไม่เห็นจะได้หนัก หรืออะไรเลยนะคะ แต่เขาทำได้ เรากลับทำไม่ได้ ที่ทำไม่ได้ไม่ใช่เราไม่มีความสามารถตรงนั้นนะคะ เรามีความสามารถสูงมาก ไม่ว่าจะด้านไหน เพียงแต่เราไม่ทำ เพียงแต่คนอยากทำสิ่งดี ๆ ไม่ได้รับโอกาสที่ให้ทำ หรือ ทำแล้วก็ไม่ได้รับการสนับสนุนให้ได้รับการเผยแพร่ หรือหาช่องทางที่จะเผยแพร่ได้ยาก มันก็เลยเป็นอยู่อย่างนี้

ขอเป็นอีกหนึ่งเสียงสำหรับบริษัทโฆษณาทั้งหลายว่า มาถึงยุคนี้แล้วขอความกรุณาสนับสนุนแต่รายการที่ดี ๆ หนังละครที่ดี ๆ ของไทยเราหน่อยได้ไหมคะ ที่ผ่านมาก็แล้วไปค่ะ แต่นี้ไป ขอได้ไหมคะ ให้โอกาสให้คนไทยที่มีความอยากที่จะสร้างสิ่งดี ๆ ทำสิ่งดี ๆ ที่เป็นความรู้สึกดี ๆ มอบเป็นสมบัติให้ยุคสมัยและวาระอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้ได้รับโอกาสทำ ได้รับโอกาสในการผลิต และนำเสนอ เพื่อให้พวกเราได้เกิดความภูมิใจกันทั่วหน้า นะคะ ขอร้องบริษัทโฆษณาละค่ะ


ที่จริงถ้าท่านมองถึงอนาคตบ้าง ท่านจะพบว่า เวลา ณ ขณะนี้น่าจะเป็นเวลาที่ท่านเจ้าของบริษัทเอเจนซีโฆษณาทั้งหลายจะได้ร่วมกันลบภาพที่เคยถูกสังคมมองอย่างไม่ดีให้หมดไปด้วยการทำสิ่งดี ๆ เหล่านี้กับพวกผู้สร้าง ผู้ผลิต ผู้มีความคิด ผู้มีใจรัก และผู้มีความสามารถในด้านต่าง ๆ เพื่อถวายเป็นของขวัญประดับแผ่นดิน ในวาระมหามงคล 80พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พวกเรารักและเทิดทูนนะคะ

บริษัทเอเจนซี่โฆษณาทั้งหลายที่เคยใช้งบอย่างมากมายในแต่ละงวด ขอเพียงแบ่งสักแค่ 20หรือ30 % จากที่ท่านต้องใช้ มาทำโปรเจคดี ๆ ตรงนี้แข่งขันกันน่าจะดีกว่านะคะ และนี่จะเป็นการแข่งที่ได้รับความชื่นชม หลังจากที่ท่านเผลอไผลไม่ได้ใส่ใจตรงนี้มานานหลายสิบปี ขอตรงนี้สักนิดพอจะได้ไหมคะ เริ่มแต่นี้ไปเลยนะคะ แล้วคอยดูผลซิคะ นอกจากจะได้รับการโฆษณาอย่างตรงเป้าแล้ว ท่านยังจะได้รับความภาคภูมิใจ และความรู้สึกดี ๆ จากการทำตรงนี้แน่นอนค่ะ แม้ผลอาจจะยังออกมาไม่เลอเลิศ แต่ก็ถือว่าเป็นความพยายามที่ดี งบแค่ 20หรือ 30% ของท่านจะเป็นจุดเปลี่ยนภาพพจน์ในการทำให้พวกท่านถูกมองว่าเป็นผู้บีบบังคับให้ละครทางโทรทัศน์ที่ผ่าน ๆ ต้องมีกลิ่นน้ำเน่าอย่างที่ใครต่อใครพูดกัน

พวกท่านบริษัทเอเจนซีทั้งหลายจะปล่อยให้เขาเข้าใจกันอย่างนี้ตลอดไปหรือคะ ในเมื่อโอกาสดี ๆ ที่จะมอบภาพพจน์ที่ดี เป็นการทำประโยชน์ให้กับประเทศที่ท่านได้ทำธุรกิจประสบความสำเร็จมานาน อยู่ในมือของท่านแล้วนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ และจะคอยร่วมภาคภูมิใจกับผลงานดี ๆ ที่พวกท่านจะสนับสนุนและแข่งขันกันสร้างเพื่อให้เป็นของขวัญแก่แผ่นดินไทยในครั้งนี้ด้วยค่ะ

โพสได้แก้ไขโดย นิค่ะ เมื่อ Jul 28 2007, 03:27 PM


--------------------
http://nilubol.spaces.live.com
http://chutimasevikul.spaces.live.com



pimlapas    โพสต์เมื่อ: Jul 28 2007, 09:31 PM
   
อ่านแล้วขำเหมือนกันค่ะ อ่านจบเดินเข้าครัว ( หาขนมกิน ) เหมือนกันค่ะ ขอบคุณนะค่ะที่เขียนเรื่องสนุกมาให้อ่านจ้า

อ่านที่พี่นิ เล่าเรื่องหนังชุมแพ เคยเห็นคุณแม่ อ่านบางกอกเหมือนกันค่ะ และแม่พิมนะ เป็นแฟนหนังทุกเรื่องที่มีมาฉายเลยล่ะค่ะ จำได้ว่าแม่ชอบพาพิม ไปดูหนังที่โรงหนังตอนกลางวัน พิมเป็นเด็กเล็กยังไม่เข้าโรงเรียนเลยค่ะ แม่พาไปดูทุกวัน หลังจากที่ส่งพี่ ๆ เข้าโรงเรียนกันหมดแล้ว ยิ่งหนังอินเดียแล้วจำได้ว่าแม่ร้องไห้ตามหนัง ดึงชายกระโปรงเราเช็ดน้ำตาทุกครั้งเลย ฮา ๆๆ


--------------------
ไปเยื่ยม..บ้านใหม่ด้วยนะค่ะ
http://pimlapas.page.tl/
http://pimmy65unitedstates.spaces.live.com



thaipumpkin    โพสต์เมื่อ: Jul 29 2007, 09:59 AM
   
สวัสดีค่ะคุณนิ. คุณเพ็กกี้ และคุณพิม
อ่านความเห็นของคุณเพ็กกี้และคุณนิแล้วนึกถึงที่คุยกับเพื่อนๆ ละครคลับในวันนั้นน่ะค่ะ แต่ไม่ได้เขียนลงไปด้วย คือเพื่อนพูดถึงละครอีกเรื่องนึงซึ่งหนูไม่ได้ดู เพื่อนบอกว่าอย่าเอาเรื่องนี้มาดูนะมีแต่กรี๊ดๆๆๆ ทนดูไม่ได้ (ขอไม่บอกชื่อนะคะ) ซึ่งทำให้หนูงงเหมือนกันเพราะได้ยินมาว่าละครเรื่องนี้นำมาจากนิยายที่ลงพิมพ์ในสกุลไทย และมีเนื้อหาสาระสำคัญเกี่ยวกับศาสนาพุทธ (ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่ดีมีคุณภาพ) ยังพูดกับเพื่อนว่าจริงหรือ เฮ้อ..ละครเกี่ยวกับพุทธศาสนายังอุตสาห์ทำให้เป็นกรี๊ดๆ ไปได้
เมื่อประมาณสัก 7 ปีก่อน (ไม่น่าเชื่อทำไมเวลาผ่านไปเร็วขนาดนี้) หนูเคยทำงานอยู่บริษัทซึ่งได้สัมปทานเวลาช่วงไพรม์ไทม์ของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง บริษัทนี้จะมีชื่อเสียงด้านการผลิตเกมโชว์ และน่าจะเป็นปี 1999 ที่บริษัทจัดทำละครพ่อ เพื่อเทอดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ หลังจากละครออนแอร์ไปแล้ว ทางสถานีได้รับจดหมายจากผู้ชมก็เลยส่งต่อมาให้ที่บริษัท แทบทุกฉบับบอกว่าดูไปก็ร้องไห้ไปด้วยความซาบซึ้ง แต่มีอยู่ฉบับนึงค่ะมาจากฝรั่งเศส เป็นพี่น้องคนลาวที่อยู่ที่นั่นค่ะ เขาบอกมาว่าอยากให้มีเรื่องเกี่ยวกับในหลวงเยอะๆ เพราะคนลาวที่นั่นก็รักในหลวงเหมือนกัน หนูเชื่อว่าคนอยากดูเรื่องดีๆ มีอยู่เยอะค่ะ เพียงแต่ผู้จัดและเอเจนซี่โฆษณาจะช่วยกันทำให้เป็นจริงค่ะ คนดูไม่ได้อยากดูเรื่องกรี๊ดๆ หรอกค่ะ แต่ทางเลือกมันน้อยค่ะ

คุยเรื่องเครียดๆ ไปแล้ว กลับมาเรื่องสนุกดีกว่าค่ะ ตอนเด็กๆ ก็อ่านบางกอกเหมือนกันค่ะ (เอาของแม่มาอ่าน) พยายามนั่งนึกว่าเอ๊..มีเรื่องอะไรอีกนะที่บู๊ๆ ที่นึกได้ก็มี "ร้อยป่า" ของอรชร (พันธุ์บางกอก) แต่มีอยู่เรื่องนึงที่จำได้ไม่ลืม เพราะว่าชื่อเรื่อง "อีกสิบวันโลกจะแตก" ทำให้น้องชายซึ่งตอนนั้นอยู่สัก ป.2-3 เชื่อเป็นจริงเป็นจังว่าโลกจะแตกในอีก 10 วัน หนูก็พยายามบอกว่าไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นแค่ชื่อเรื่อง เข้าใจไหม แต่น้องไม่เข้าใจค่ะ เขาพยายามนับวันว่าอีก 10 วันจะเป็นยังไง

เรื่องอื่นที่นึกขึ้นได้อีกในตอนนี้ก็คือ "ชาติหินดินระเบิด" ที่จำได้เพราะตัวละครในเรื่องคือ ชาติ. ศิลา (หิน). บดินทร์ (ดิน) และหนุ่มลูกครึ่งชื่อเบิร์ต (ระเบิด) ... แล้วจำกันได้ไม๊เอ่ยว่าบางกอกมีน้องสาวชื่อ "ทานตะวัน"



อภิญญา    
โพสต์เมื่อ: Jul 29 2007, 11:45 AM
   
เห็นคุณนิ พูดถึงหนังอืนเดีย ก็อดไม่ได้ต้องโดดลงมาแจม ทั้ง ๆ ที่กำลังทำงานอยู่นะ (ทำที่บ้าน คือตรวจสอบหลักสูตรอยู่ค่ะ) เพราะมาแอบเปิดดูบ่อย ๆ ค่ะ

สมัยเป็นเด็ก ชอบ ๆ ๆ ๆ มาก หนังอินเดีย ประเภทรักเศร้าเคล้าน้ำตา อย่างธรณีกรรณแสงงี้ ร้องไห้ไปเจ็ดวันเลย นางเอกในดวงใจ ก็ นีรูปารอย มุมตัส โอ๊ยทั้งรักทั้งหลงสวยมากค่ะ

ส่วนหนังไทย สมัยนั้นชอบ เรื่อนแพ ขวัญเรียม กัลปังหา ผู้ชนะสิบทิศ เล็บครุฑ อืนทรีแดง ดอกฟ้าในมือโจร พระเอกขอบ ไชยา สุริยัน ลีอชัย นฤนาท (ลักยิ้มพิมพ์ใจ เพราะเราก็มีลักยิ้มด้วยล่ะ) ชนะศรีอุบล รุ่นหลัง ๆ หน่อย ก็ สรพงษ์ชาตรี นก ฉัตรชัย ส่วนนางเอก ก็มี เมตตารุ่งรัตน์ รัตนาพร อินทรกำแห่ง อมรา อัศวนนท์ (นางเอกจำไม่ค่อยได้ เพราะอะไรไม่ทราบ มันจำแม่นเฉพาะ พระเอกนะค่ะ ฮิ ๆ)

เป็นคนชอบดูหนังค่ะ ไม่ค่อยได้ดูละคร เพราะที่บ้านไม่มีทีวี มีญาติเป็นเจ้าของโรงหนัง เลยได้ดูหนังฟรีบ่อย ๆ ตกเย็นก็อุ้มน้องกระเตง ไปดูหนังสบายใจ ช่วงไหนไม่ได้อยู่กับยาย จะได้ดูหนังบ่อย

เห็นด้วยว่า ละครสมัยนี้ออกจะเว่อร์ไปหน่อยค่ะ ชีวิตจริงไม่มีขนาดนี้หรอกค่ะ ผู้สร้างมักจะอ้างชีวิตจริง ๆ อยู่นั่นแหละ เห็นคุณหวานพูดถึง ร้องกรี๊ด ๆ แล้วนึกออก มีอยู่เรื่องหนึ่ง เพิ่งจบไป ไม่อยากบอกชื่อเหมือนกัน ร้องได้ทุกตอน และเกือบตลอด ตั้งแต่ต้นจนจบตอน ไม่ทราบว่าถ่ายจบต้องไปซ่อมกล่องเสียงหรือเปล่า เฮ้อ...ความจริงเนื้อเรื่องดีค่ะ จึงติดตามดู แต่ไม่น่ากรี๊ดมากขนาดนี้

เป็นอีกหนึ่งเสียงที่เรียกร้องหาละครดี ๆ ค่ะ

โพสได้แก้ไขโดย อภิญญา เมื่อ Jul 29 2007, 11:48 AM


--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com



PeggySueGuerra    
โพสต์เมื่อ: Jul 29 2007, 02:17 PM
   
ทุกๆท่านออกความเห็นได้ตรงใจที่เพ็กกี้คิดทุกอย่างเลย ผู้จัดทำละครเขาคำนึงถึงเรตติ้งมากกว่า จึงแทรกบทเว่อร์สุดขีดลงไปในละครด้วย อย่างที่คุณพี่อภิญญาบอกว่า ในชีวิตจริงคนเราคงไม่ร้ายได้เหมือนอย่างในบทละคร

พูดถึงนิตยสารบางกอก และนิยายบู๊ทั้งหลายที่คุณนิกล่าวมา เพ็กกี้ก็ยังจำได้ค่ะ ตอนเด็กๆไม่ค่อยสนใจนิยายพวกนี้ แต่พอแก่ตัวลงกลับชอบนิยายแบบบู๊ๆ ตอนนี้หัดชกมวยด้วยนะคะ แต่เป็นมวยสากลนะคะ เพ็กกี้เตะไม่เป็น ไม่ชอบเตะ

ที่นี่ก็มีค่ายมวยไทยค่ะ เจ้าของค่ายเคยเป็นนักมวยอาชีพ เพ็กกี้เคยไปฝึกกับพี่นักมวยคนนี้ด้วย พี่เจ้าของค่ายเป็นพี่ชายของคุณปทุมวดี โสภาพรรณ พี่เขาอพยพมาอยู่อเมริกานานแล้ว ตอนนี้พี่เขาเป็นเจ้าของร้านอาหารไทยด้วย

ไปฝึกที่ค่ายมวยไทย พี่เขาฝึกโหดมากค่ะ นักมวยของพี่เขาแต่ละคนหุ่นดีๆทั้งนั้น เชื่อไหมคะว่า คนที่มาฝึกกับค่ายมวยนี้ส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง และคนเอเซียชาติอื่น คนไทยด้วยกันกลับมาใช้บริการน้อยมาก

คุยเรื่องละครอยู่ดีๆ เพ็กกี้พาออกนอกเรื่องไปคุยเรื่องชกมวย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 01, 2008, 06:00:09 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF