www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ตัวอย่างต้นฉบับ เรื่องสั้น ของประภัสสร เสวิกุล  (อ่าน 11627 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ชุติมา
Global Moderator
Newbie
*****
กระทู้: 10



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2008, 02:25:34 am »

[ 5 ก.พ. 2550 01:38:12 ]

นำตัวอย่างการพิมพ์ต้นฉบับ จากบางตอนของเรื่องสั้นของคุณประภัสสรมาลงให้ดูกันแล้วนะคะ
หวังว่าคงจะทำให้การพิมพ์ต้นฉบับเรื่องสั้น เรื่องต่อ ๆ ไปของท่านที่สนใจเขียนเรื่องสั้นชัดเจนขึ้นนะคะ

.....................

ลูกชายที่จากไป
ประภัสสร เสวิกุล

ปีนี้ชายชราอายุ 76 ปี และร่างกายทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งใบหน้าที่ส่อความอิดโรยไม่ผ่องใสเหมือนแต่ก่อน ดวงตาที่ฝ้าฟาง ร่างกายที่กระปลกกระเปลี้ยไร้กำลังวังชา อาการเหนื่อยอ่อนที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ และอย่างง่ายดายจนแทบไม่เป็นอันหยิบจับหรือทำงานการอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแม้แต่การตัดแต่งไม้ที่ปลูกไว้ในบ้าน หรือกวาดเศษกระดาษกับใบไม้แห้งซึ่งลมพัดมาเกลื่อนที่ถนนหน้าบ้านเสมอ
บ้านของชายชราเป็นบ้านหลังแรกในซอยที่เป็นทางเข้าสู่หมู่บ้านจัดสรร หอพัก และอพาร์ตเม้นท์ ที่มีรถราและผู้คนผ่านเข้าออกตลอดวัน โดยเฉพาะในช่วงเช้าและตอนเย็น ถัดจากบานไปไม่ถึง 150 เมตร เป็นถนนใหญ่ซึ่งเนืองแน่นไปด้วยยานพาหนะนานาชนิดและการจราจรติดขัดตลอดทั้งวัน ตรงปากซอยมีป้ายรถประจำทาง ซึ่งเป็นเสมือนที่ชุมนุมของคนในซอยและวิน
มอเตอร์ไซลค์ กระแสลมจะพัดจากช่องระหว่างตึกแถวอีกฝากของถนน พรูผ่านป้ายรถประจำทาง พร้อมกับหอบกากตั๋วรถเมล์ เศษกระดาษ ถุงพลาสติก กระดาษเช็ดปาก ที่คนซึ่งขึ้นลงรถเมล์ทิ้งไว้ รวมทั้งใบไม้แห้งเข้ามาตกที่หน้าบ้านชายชรา ...สมัยที่แถบนี้ยังเป็นทุ่งนา ชายชราชอบเอาเก้าอี้ผ้าใบมาตั้งที่ระเบียงหน้าบ้านเพื่อรับลม แต่เมื่อความเจริญไล่ตามมา แกกลับต้องปิดหน้าต่างเพื่อกันฝุ่นและควันจากท่อไอเสียรถยนต์ และมีภาระในการปัดกวาดถนนหน้าบ้านเพิ่มขึ้น
เมื่อลูกชายยังเล็ก เขาชอบที่จะอยู่ใกล้ ๆ และฟังพ่ออ่านหนังสือหรือเล่านิทานให้ฟัง บางทีก็จะนอนขดตัวซุกอกพ่อหลับอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบเหมือนลูกแมวขี้เซา แต่บางวันก็เอาแต่วิ่งไล่จับแมงปอเข็มสีแดงตัวบาง ๆ ที่บินวนเวียนอยู่ตามดอกอัญชันริมรั้วระแนง
ชายชราชำเลืองดูนาฬิกาที่ข้อมือ เข็มสั้นกับเข็มยาวยังคงหยุดอยู่ที่เดิม เหมือนเมื่อก่อนหน้านี้ แกเขย่าข้อมือแรง ๆ แต่ไม่มีอะไรเคลื่อนไหว
"นาฬิกาโปเก" แกค่อนว่ามัน ขณะลดข้อมือลง
"แต่ก็ดีเหมือนกัน" ชายชรารำพึง "อย่างน้อยเราก็จะได้ไม่แก่ไปกว่านี้"
ชายชราอดนึกเล่น ๆ ไม่ได้ว่า หากสามารถหยุดเวลาได้จริง ๆ แกก็คงจะหยุดความเจริญของซอยนี้ไว้ตั้งแต่ยังมีสภาพเป็นทุ่งนา และถนนใหญ่ซึ่งนูนเป็นหลังเต่า เรียงรายด้วยต้นจามจุรี ต่อนาน ๆ จึงมีรถเมล์โกโรโกโสแล่นผ่านมาสักคัน คืนวันที่มีเพียงแสงตะเกียงรั้วในยามค่ำคืน และน้ำฝนในตุ่มดินเผาแทนน้ำประปาหรือน้ำดื่มบรรจุขวด จะยิ่งดีใหญ่ถ้าลูกชายจะเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ อย่างเดิม
ซึ่งบางทีมันอาจจะดีกว่าการที่จะปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมาถึงวันนี้ก็ได้...
ลมจากปากซอยพัดมาวูบหนึ่ง หอบเอาความร้อนและกระไออ้าวเข้ามาต้องกาย
"แต่ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยแปลง" แกถอนใจ เมื่อนึกถึงสายลมเย็น และกลิ่นชื่นของผืนนาชื้นฝนเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว

.........................



"บ้านเมืองพักนี้มันวุ่น ๆ อยู่..."
ชายชรานึกถึงคำพูดของตัวเองเมื่อ 30 ปีก่อน ในวันที่
อุณหภูมิทางการเมืองร้อนระอุจนใกล้จะถึงจุดเดือด
"เอ็งไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยหรือเปล่า"
"พ่อถามทำไม" ลูกชายซึ่งกำลังผูกเชือกรองเท้ากีฬาสีขาวสะอาดเงยหน้าขึ้นมอง
"ที่ถามก็เพราะเป็นห่วงเอ็ง" แกนึกน้อยใจ
"พ่อน่าจะห่วงบ้านเมืองมากกว่า" ลูกชายยัดชายเสื้อแขนสั้นลงในขอบกางเกงบูลจีนส์ที่คาดด้วยเข็มขัดหนังสีดำ หัวเข็มขัดมีตราสถาบันการศึกษา อย่างลวก ๆ
"บ้านเมืองมีคนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องดูแลอยู่แล้ว" แกมองลูกด้วยสายตาที่ห่วงใย "แต่เราทีกันแค่สองคนพ่อลูกเท่านั้น"
"บ้านเมืองเป็นของเราทุกคน ไม่ใช่สมบัติของใครคนใดคนหนึ่ง" ลูกชายประสานสายตา"เพราะคนส่วนใหญ่เอาแต่คิดกันแบบพ่อ ถึงได้มีบางคนเสวยสุขด้วยการกอบโกยผลประโยชน์จากบ้านเมืองได้ตามใจชอบ"
"เอ็งจะพูดจะจาอะไรก็ระวังปากระวังคำบ้าง"แกเตือน
"ผมพูดตามความจริง"ลูกชายไม่พรั่นพรึง "ถ้าคนเราไม่กล้าพูดความจริง เราก็ต้องอยู่ในโลกแห่งความหลอกลวงไปตลอดกาล"
"ถ้าเอ็งคิดว่ากาที่พ่อหวังดีต่อเอ็ง เป็นห่วงเป็นความเห็นแก่ตัว พ่อก็จะไมพูดอะไรอีกต่อไปแล้ว" ลมชื่นโชยกลิ่นฝนปลายฤดูมาจากที่ไกล ๆ แต่ชายชรารู้สึกแห้งผากในอก
"คนเราต่างก็มีหน้าที่ไปคนละอย่าง"ลูกชายพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นคง "พ่อก็เคยสอนให้ผมทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และหน้าที่ของผมในตอนนี้ก็คือการทำงานเพื่อบ้านเมือง ทุกอย่างที่ผมทำลงไปในวันนี้ก็เพื่อพ่อและคนอื่น ๆ วันนี้พ่ออาจจะไม่เข้าใจผม แต่ผมก็หวังว่าสักวันหนึ่งข้างหน้าพ่อคงจะเข้าใจและเห็นด้วยกับสิ่งที่ผมทำลงไป"
"พ่อเข้าใจเอ็งเสมอ" แกพึมพำ "แม้ว่าถึงจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เอ็งทำเลยก็ตาม"
"ทุกสิ่งที่ผมทำลงไปก็เพื่อบ้านเมืองและความถูกต้อง" ดวงตาของลูกชายทอประกายเข้มขึ้น เหมือนแสงของดาวฤกษ์
ในคืนแรม

..........................



เหตุการณ์รุนแรงในวันนั้น เป็นเสมือนความฝันอันเลวร้ายที่สุดของบ้านเมือง ที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความสงบร่มเย็นและเป็นบาดแผลฉกรรจ์ในจิตใจของหลาย ๆ คนอย่างยากที่จะเยียวยาให้ทุเลาลงได้โดยง่าย...ชายชราไม่เคยลืมวันที่แกวิ่งพล่านเหมือนคนบ้าไปทั่วท้องสนามหญ้าอันกว้างใหญ่ และสถาบันการศึกษาเก่าแก่ เพื่อค้นหาลูกชายจากซากปรักหักพังของวัตถุและจิตวิญญาณ และถามหาลูกชายจากทุกคนที่พบพาน ท่ามกลางเสียงเย้ยหยันเหยียดหยาม เสียงด่าทอด้วยความชิงชังของคนฝ่ายหนึ่ง กับเสียงร่ำไห้ และพร่ำเพ้ออย่างเสียขวัญของคนอีกฝ่ายหนึ่ ในสถานการณ์ที่ผู้คนถูกแบ่งแยกออกจากกัน เป็นฝักฝ่ายและทำร้าย ทำลายกันอย่างโหดราย เพียงเพราะความรู้สึกนึกคิดที่แตกต่างกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 28, 2008, 02:32:17 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
มนตราแห่งทะเล
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 463



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2008, 02:31:50 am »

อินทีวร
6 ก.พ. 2550 00:54:42

สวัสดีคะพี่ชุติมา คุณอาประภัสสร .

.... อ่านแล้วสะเทือนคะ... ทั้งใจทั้งอารมณ์ .... สงสัยว่า ตั๊ดเป็นคนอ่านนี่ ... น่าจะเหมาะ....แต่.....ไม่มีอะไรเกินความพยายามใช่ไหมคะ ... ตั๊ดสู้ๆคะ ... แนวทางดีๆอย่างนี้ช่วยเยียวยาอาการที่วินิจฉัยแล้วไม่น้อยคะ

...ขอบคุณพี่ชุติมามากคะ
ไม่ว่าจะด้วยอะไร .... แต่ด้วยใจ....ดีที่สุด.....



อภิญญา
6 ก.พ. 2550 07:01:26

สวัสดีค่ะ

ดีจริงๆค่ะ ที่ได้เห็นตัวอย่างชัดๆ อย่างนี้ เป็นประโยชน์ต่อนักเขียนมือใหม่อย่างมากเลยค่ะ เวบนี้น่ารักอย่างนี้แหละถึงไปไหนไม่รอดไงคะ ยังไง ๆ ก็ต้องเข้ามาเยี่ยมตลอดแม้จะอยู่ที่เมลเบิร์น

โดยเฉพาะ เครื่องหมาย ไม้ยมก (ๆ) นี่สงสัยมานานแล้ว วันนี้ได้คำตอบแล้ว เย้..ดีใจจริง นอกจากนั้นยังเห็นตัวอย่างการวางรูปประโยคที่หลากหลายอีกด้วย เย้..ดีใจจริง (เอ..ออกนอกหน้าเกินไปหรือเปล่านี่)

ได้นำความรู้นี้ไปเพิ่มเติมแก้ไขใน "อ้อมกอดทะเล" เป็นรอบที่ ๕๐ ...แหะ ๆ แต่ระหว่างเส้นประ ซึ่งเป็นการเริ่มเหตุการณ์ใหม่นั้น นอกจากใช้เส้นประ และเว้น ๑ บรรทัดแล้ว ได้ใช้ตัวหนาขนาด ๒๐ นำประโยค จะดีไหมคะ ตัวอย่างเช่น

สมองของเขาคิดถึงแม่ อยากจะตะโกนเรียกแม่สุดเสียง แต่ให้ไม่สามารถเปล่งเสียงได้เพราะน้ำทะเลเต็มปาก

............................................



ในภวังค์อันเงียบสงบนั้นเอง “ลำดวน ไปช่วยลูกของเราด้วย” เธอได้ยินเสียงประณตร้องเรียกอยู่ใกล้ ๆ หู ลำดวนสะดุ้งตื่น สิ่งแรกคือมองหาลูก หาดทรายที่มีปราสาทล้อมรอบด้วยกำแพงหายไปเกือบครี่ง

...ขอบพระคุณสำหรับสิ่งดี ๆ ที่คุณประภัสสร คุณชุติมา และทีมงานทำให้เรา แต่...กระซิบนะคะ เรื่องสั้นตัวอย่างของคุณประภัสสรที่พิมพ์ให้พวกเราดูนี้มีพิมพ์ผิดเยอะค่ะ แหะ ๆ แต่ไม่เป็นไรค่ะ เราได้ประโยชน์มากกว่า...



อภิญญา
6 ก.พ. 2550 07:04:38

แก้คำผิด
"แต่ให้ไม่สามารถ" ที่ถูกคือ "แต่ไม่สามารถ"



ชุติมา
6 ก.พ. 2550 08:46:07

แหะ แหะ... ยอมรับว่าพิมพ์แบบใจร้อนน่ะค่ะ เพราะอยากให้ได้เห็นวิธีพิมพ์ต้นฉบับ เวลาพิมพ์ ก็ว่าพิมพ์ครบ เวลากดแป้นตัวสระต่าง ๆ ก็ว่าครบ แต่บางทีตัวสระหรืออักษรก็ไม่ติด ช่วยอ่านไปเดาไปด้วยแล้วกันนะคะ ฝึกปฏิภาณไปในตัวค่ะ หรือจะถือว่าเป็นการฝึกตรวจปรู๊ฟก็ได้นะคะ (ไหน ๆ ผิดแล้วก็ใช้ประโยชน์ได้ด้วย)

ช่วงเคาะเว้น ช่วงนั้น ที่จริงจังหวะที่พิมพ์ไว้ทีแรกถูกแล้ว แต่ตอนมาตรวจอีกที ไม่แน่ใจก็เลยเคาะเพิ่มไป ทีนี้เลยกลายเป็นว่ามันกระโดดไปเลย ...ก็เอาเป็นว่าตามแบบข้างล่างนี้นะคะ

.........................................

ขึ้นต้นใหม่ใช้ตัวใหญ่นำได้ค่ะ จะใช้แค่ ตัวนำ หรือทั้งบรรทัดก็ได้ค่ะ



ชุติมา
6 ก.พ. 2550 09:17:59

น้องตั๊ดคะ ถ้าอยากอ่านเรื่องเต็ม ๆ หาอ่านได้จาก"ขวัญเรือน" ปักษ์แรก เดือนกุมภาพันธ์ นี้ค่ะ น่าจะยังมีวางจำหน่ายอยู่นะคะ พี่เองก็ไม่ได้เห็นหรอกนะคะ แต่น้องทีมงานขวัญเรือนแจ้งมาให้ทราบน่ะค่ะ

ไม่มีอะไรเกินความพยายามแน่นอนค่ะ ไม่ว่า น้องตั๊ด คุณอภิญญา คุณปลิวลม คุณสีน้ำฟ้า หรืออีกหลาย ๆ ท่านที่ส่งงานเข้ามาให้คุณประภัสสรช่วยดู ช่วยวิจารณ์ ช่วยแนะเพื่อการแก้ไข ก็ล้วนแล้วแต่มีจิตวิญญาณแห่งการเป็นนักเขียนอยู่ในตัวแล้วด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่อาจจะยังหาจุดลงตัวไม่พอดีเท่าที่ควร แต่ขอเพียงมีใจสู้ อย่าท้อนะคะ และสร้างสรรงานดี ๆ มีคุณค่าให้ยืนยาวอยู่ยงเป็นประโยชน์ต่อนักอ่านตลอดไป

แน่นอนที่ความสำเร็จของน้อง และของทุกๆ คนที่ร่วมเป็นร่วมตายกันที่เว็บนี้ย่อมเป็นสิ่งที่คุณประภัสสร พี่ และพวกเราทุกคนภูมิใจ แต่คนที่จะภาคภูมิใจมากที่สุดไม่ใช่คุณประภัสสร ไม่ใช่พี่ชุติมา แต่เป็นตัวของน้องเอง ดังนั้น สิ่งที่อยู่ในความคิดของน้อง สิ่งที่กำลังจะออกมาจากสองมือของน้อง ขอให้น้องเขียนให้ดีที่สุดเลยนะคะ งานเขียนที่บริสุทธิ ย่อมทรงพลังเสมอ ขอให้น้องตั๊ด คุณอภิญญา คุณปลิวลม คุณสีน้ำฟ้า คุณฯลฯ ...ทุกๆท่านโชคดีค่ะ



อภิญญา
7 ก.พ. 2550 08:38:21

เย้..ข่าวดีของคุณครูของพวกเรา!!!

ดีใจด้วยจริง ๆ กับคุณประภัสสรที่เรื่องสั้น "หัวกะโหลก 2 ใบ"ของคุณได้รับรางวัลที่ 2 ประเภทเรื่องสั้น ประจำปี 2549 จาก สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

เขามีกฏเกณฑ์การคัดเลือกอย่างไรค่ะเล่าสู่กันฟังหน่อยค่ะ และจะหาตัวอย่างอ่านได้ที่ไหนคะ หรือถ้าเป็นไปได้อยากให้นำลงในกระทู้นี้ค่ะ อิ ๆ อยากอ่านน่ะ



ผู้หญิงสีน้ำทะเล
7 ก.พ. 2550 12:46:04

โห ต้องขอบคุณ
กับกระทู้นี้มากค่ะ
ปกติเวลาเขียนเรื่องสั้น
จะมั่วไปหมด ไม่เข้าใจว่าเรื่องสั้นกับเรียงความต่างกันตรงไหน
เรื่องยาวเป็นยังไง

พอได้มาอ่านตัวอย่าง เริ่มจะมองเห็นแนวทางแล้วค่ะ



อินทีวร
7 ก.พ. 2550 18:06:08

เย้ๆๆ ยินดีด้วยคะ .....คุณอาประภัสสร ......

สวัสดีคะพี่อภิญญา ..... ข่าวดีส่งตรงจากแดนไกลเลยนะคะนี่ .... อืม เห็นด้วยกับคำถามที่พี่อภิญญาถามคะ คุณอา .....

สวัสดีคะพี่ชุติมา .. ขอบคุณคะสำหรับกำลังใจ... ตั๊ดสู้ๆคะ แหะๆ ขวัญเรือนหรือคะ? .. จะลองหามาอ่านฉบับเต็มๆคะ

สวัสดีคุณผู้หญิงสีน้ำทะเลด้วยคะ ...
ไม่ว่าจะด้วยอะไร .... แต่ด้วยใจ....ดีที่สุด.....



ปลิวลม
7 ก.พ. 2550 19:50:58

ยินดีจากใจค่ะ



หยาดฝน อันดา
9 ก.พ. 2550 11:58:18

สวัสดีครับขอแนะนำตัวนะครับเพิ่งรู้เพิ่งเห็นเวปนะครับเลยอยากจะเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย

ผมตอนนี้ทำงานอยู่บริเวณเทือกเขาบรรทัด จ.ตรังครับ เลยอยากจะขอเข้ามาโพสเร่องราวไว้บ้างเผื่อจะได้มุมมองไหม่ ๆ ครับ



อภิญญา
9 ก.พ. 2550 12:48:07
 
สวัสดีค่ะ คุณหยาดฝน อันดา

ยินดีต้อนรับค่ะเวปนี้อบอุ่นดีค่ะ ถ้ามีเรื่องสั้นส่งทางเมล์ไปทางคลีนิคเรื่องสั้นเลยค่ะ พวกเราจะได้อ่านพร้อมคำแนะนำของคุณครูประภัสสรพร้อมกันค่ะ ได้เพื่อนชาวใต้อีกคนแล้วน้องแจม คุณปลิวลมด้วย จากตรังค่ะ มาต้อนรับกันหน่อยค่ะ



ปลิวลม
9 ก.พ. 2550 19:38:34

หยาดฝน อันดา คิดได้ไงนะ โรแมนติคสุดๆเลย ยินดีต้อนรับค่ะ



อินทีวร
10 ก.พ. 2550 19:20:05

สวัสดีคะพี่อภิญญา พี่ปลิว

..........ขออนุญาติมาต้อนรับคุณ หยาดฝน อันดา ด้วยคนนะคะ.....


ไม่ว่าจะด้วยอะไร .... แต่ด้วยใจ....ดีที่สุด.....



จุรีแสด
10 ก.พ. 2550 22:01:57

เทือกเขาบรรทัดอยู่ตรังหรือคะ นึกว่าอยู่ด้านจันทบุรี สงสัยจะจำผิด เรา



ประภัสสร
11 ก.พ. 2550 00:26:44

เข้ามาทักทาย และขอบคุณทุกท่านครับ

เรื่อง หัวกะโหลกสองใบ ลงพิมพ์ใน มติชนสุดสัปดาห์ ปีที่แล้ว

ในการพิจารณารางวัลเรื่องสั้นดีเด่นของสมาคมภาษาและหนังสือฯ เป็นการพิจารณาจากเรื่องสั้นที่ลงพิมพ์ในนิตยสารต่าง ๆ ที่ปรากฏภายในปีนั้น ๆ ของคณะกรรมการที่รับผิดชอบในการพิจารณารางวัลนี้ ของสมาคมภาษา ฯ เอง ไม่ใช่การส่งเรื่องเข้าประกวดครับ ผมเองก็มาทราบเอาทางหน้าหนังสือพิมพ์จากทางเว็บไซต์เหมือนกัน คุณชุติมาคงจะหาตัวอย่างมาให้อ่านกันตามเคยครับ

ยินต้อนรับสมาชิกใหม่คุณหยาดฝน อันดา ครับ เชิญเข้ามาร่วมคุยกันได้ตลอดเวลาครับ



อภิญญา
11 ก.พ. 2550 09:47:23

สวัสดีค่ะคุณประภัสสร

ดีใจที่เห็นคุณประภัสสรเข้ามาทักทายทุกคนด้วยตัวหนังสือค่ะ ขอบคุณมากค่ะ จะรออ่านนะคะ เพื่อเป็นการศึกษาน่ะค่ะ



เศรษฐา โสทิบุตร
14 ก.พ. 2550 00:01:18

หายากจัง สงสัยคงต้องไปรื้อที่ห้งอสมุดมหาลัยซะแล้วมั้ง
เข้าไปทักทายผมได้ที่นี่ครับ http://my.dek-d.com/kennyhass


--------------------
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF