www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แด่...พวกแลตโต (๒), มาปั้นกระทู้ตัวเองโดยเฉพาะ...หุหุหุหุ  (อ่าน 1364 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
obb
Newbie
*
กระทู้: 0


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 01:11:43 am »

เสียงโทรศัทพ์...จังหวะชะช่าของฉัน ยังคงดังต่อเนื่อง...ถึงสามครั้งติดกัน....ใกล้แล้ว...ใกล้แล้ว....ใกล้โยนทิ้ง....นึกโมโหคนโทร นึกโมโหโทรศัพท์....ใครกันที่โทรมาในเวลานี้
การได้เอนหลังนอน….ตอนบ่ายมันเป็นความสุข สุดๆของฉัน...มันจะรู้ไหม

“ ผมเอง...ผมจะแต่งงาน”.....เสียงนี้มัน...มัน..มัน... คุ้นหูชอบกล...ยกโทรศัทพ์จากหูตัวเอง..กลับมามองหาเบอร์...หรือชื่อที่หน้าจะปรากฎ.......แต่โทรศัทพ์ฉัน มันแค่เจ็ดร้อยสามสิบบาท.... หน้าจอลบเลื่อน...ยี่ห้อ..โนเกีย..โนเมีย นี้ล่ะ...เห็นแต่แสงออกมาจากจอภาพ....แต่ไม่ปรากฏข้อความใดๆ....ยังเคยคุยกันเล่นๆ ว่ามันคงเป็นญาติกันกับ คอมเจ็ดสี ของนางแตกันตึมลูกพี่ลูกน้องฉัน.....ที่ชอบโทรมาบ่นในเรื่องสมรรถนะของเทคโนโลยีที่มันมีใช้.....เก่าทั้งคน เก่าทั้งของ...เฮ่อ

“ ผม...ใครค่ะ”...หาชื่อไม่เจอ...ไม่แน่ใจในการทักทายชื่อออกไป
“ โตโว้ย.....อยู่นคร”....เริ่มโว้ยๆว่ะๆ..ต้องสนิทกับตูแน่นอน
“นครราชสีมา หรือนครพนม”...มีกวนกลับ...ฉันรู้แล้ว...มันเป็นใคร
“ นครศรีธรรมราช....โต”....มันยังคงย้ำชื่อตัว
“ฮ่า ฮ่า ว่างัย....สบายดีล่ะซิ โทรมาหาฉัน....จะขอฉันแต่งงาน.......ก็ยกขันหมากมาเลย...ขันหมากหรือญาติ ไม่พร้อม ไม่ว่าง เดี๋ยวเจ๊จัดให้ได้”....ฉันยังคงหยอกเย้ามันต่อ
“ ฮ่า ฮ่า ช้าไปแล้วว่ะ...ผมจะแต่งกับสาวสงขลา....ผมโทรมาชวน ให้มางานแต่งผมด้วย”....น้ำเสียง มันช่างอิ่มเอม
“ โห....อกหัก อกหัก....หล่อนมีดี มากกว่าฉันตรงไหน”...ยังคงหยอกเย้า มันต่อไป
“ก็แค่ สาวกว่า สวยกว่านิดหน่อย ผอมกว่านิดหน่อย ขาวกว่านิดหน่อย พูดดี นิสัยดี น่ารักมากกว่านิดหน่อย”....หมดความอดทน
“เฮ้ย......โตพอเถอะ....รู้แล้วว่าดีกว่าตูทุกอย่าง เอ็งก็พูดมาเลย”...เซ็งเพื่อน....ฉันไม่เคยเป็นหญิงสาวและสวยในสายตาพวกมัน
“ แต่งวันไหน เมื่อไหร่ ฉันจะได้ตัดชุดไหม ใส่ไปงานแก”...ฉันถามกลับ
“ ไม่รู้ว่ะ...อย่างพึ่งตัดเลย เดียวชุดจะคับเสียก่อน.....ผมคิดว่าจะแต่ง...คิดว่าปีหน้า....ผมดีใจ...เลยโทรมาบอกก่อน...แต่ยังไม่ได้หาฤกษ์ ไม่ได้คุยกับเขาจริงๆจังๆเลย”...
“ แกโทรมาบอกฉัน ให้ไปงานแต่ง...แต่แกยังไม่ได้คุยกับเขา ไม่รู้ฤกษ์ว่าจะแต่งเมื่อไร....ไอ้นี้”....แค่ตัดสินใจได้ว่าจะแต่งงาน... ..หัวใจมันพองโตขนาดนี้เลยนะ......แต่ก็ดี ที่มันไม่ถึงกับชวน ไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวรวมอีกคน

***********************

ฉันนึกอยากดูหนังเรื่องหนึ่ง....ซ้ำขึ้นมาอีกครั้ง...อดัม แซมเลอร์.....เป็นพระเอก...สิ่ง ที่ฉันจำได้ในหนังเรื่องนี้.... คือชายผู้เบิ่น เชย จากชนบทของแคนนาดา....พูดหรือทำอะไร ก็ให้คิดถึง คำขวัญหลังรถสิบล้อ.....ยิ้มก่อนอ่าน ตาหวานก่อนเปิด รักคนอ่าน รักเธอเท่าช้าง รักเธอเท่าฟ้า หัวใจมีดวงเดียว แต่โลเนียวไว้หลายชุด
อกหัก รักคุดมสม่ำเสมอ....เชยจนไม่หน้าให้อภัย
ความฝันของผู้ชาย คนนี้ ไม่ได้มากมายอะไร...เขาชอบแต่งบทกลอน อยากให้มันได้พิมพ์ลงในการ์ด ซักใบ ในโอกาสพิเศษ ซักโอกาสหนึ่ง....บทกลอนที่เขาแต่ง.....ทุกคนลงความเห็นว่าหน้าเวทนา......สมควรที่จะเปิดร้านอาหาร และส่งพิซซ่าอย่างเดิมก็พอแล้ว...ความสามารถไม่ค่อยมี...แต่ความพยายามเป็นเริ่ด
ฉัน ยังคง ชอบบทกลอนที่เขาเขียน ......มันยังคงเชยและเบิ่น....บทกลอนที่ไม่สัมผัส....
เขาเปรียบความรัก เหมือนการถูกทุบหัว....แต่ไม่เจ็บ....ร่างกายกับล่องลอยขึ้นไป ขึ้นไป..ดูเหมือนจะมีความสุข ในการถูกทุบหัว ในครั้งนี้มาก
คงเหมือนไอ้โต....กับความรักของมันตอนนี้....ฉันว่าคงต้องเพิ่มคำว่ามึนงง.... ลงไปในความรักของมันด้วย....ท่าจะดี
**********************

หลังการใช้ชีวิตในรั่วเทคนิคภูธรจบลง....ใช้เวลาทั้งหมดห้าปี....ฉัน กับหญิงไหม คุยกันว่า จะออกไปสู่บึงใหญ่ที่กว้างขึ้น.....เมืองหลวง...กรุงเทพ.... ส่วนเชื่อแลคโตตัวอื่นในภาคแรก....มันก็ไปตามฝันของมัน...ส่วนใหญ่เลือก เส้นทางการทำงาน...เพราะมีปัจจัยหลายด้านที่ไม่อำนวยจะจ่ายค่าเล่าเรียนในรั่วมหาวิทยาลัย

ฉันกับหญิงไหมนัดแนะกันอย่างดีว่าจะไปสมัครเรียน และลงทะเบียนด้วยกัน...แต่สิ่งที่ลืมพูดกัน คือจะเรียนคณะอะไร เจอกันเวลาไหน....ฉันเลือกเรียนในรั่วมหาลัยเปิด...เพราะชั่งน้ำหน้าตาเองดูแล้ว คงเอ็นสะท้านกับเขาไม่ผ่าน...ฉันลงปริญญาตรีสองปีต่อเนื่อง....เพราะไม่ต้องการเรียนให้เนิ่นนานเกินจำเป็น....ฉันเพียงต้องการปริญญบัตรซักใบ กับสถาบันที่มีชื่อเสียงสักทีเท่านั้น

ฉันนั่งเลือกคณะ และนั่งนับเงินในกระเป๋าอยู่นานพอควร...ไม่เห็นหญิงไหมมาซักที...ฉันตกลงว่าจะเลือกคณะที่ค่าลงทะเบียนน้อยที่สุด...ฉันเดินไปคณะบริหาร...ในที่สุดฉันได้เข้าเป็นนักศึกษาคณะบริหาร.......แต่หญิงไหมกับออกมาจากคณะวิศวกรรม
“เอ้า...ฉันรอแกตั้งนาน...ทำไม ไปลงบริหารว่ะ”....ประโยคแรก ที่หญิงไหมทักฉัน....มองดูใบลงทะเบียนในมือ
“ค่าลงทะเบียนถูกกว่าวิศวะ....ฉันว่า ฉันเรียนวิศวะ คงไม่จบ”....ฉันตอบหญิงไหม....และไม่แปลกใจเมื่อเห็นหญิงไหมออกมาจากคณะวิศวะ
“ฉันคิดว่าแกจะลง วิศวะ....ฉันก็นั่งรอแก อยู่นาน ไม่เห็นมา เลยนึกว่าแกลง ทะเบียนไปก่อนหน้าฉันแล้ว ในคณะเดียวกัน ฉันไม่คิดว่าแกจะลงคณะอื่น...เราเรียนก่อสร้าง...จะต่อทั้งที ทำไมไม่ต่อวิศวะ”...ไหมมันหัวเสียขนาดหนัก
“ ค่าหน่วยกิจมันแพงเกินไป....และใบปริญญา มันเป็นเพียงทางผ่านไปสมัคครงานเท่านั้น”...ฉันคิดแบบนั้นจริงจริง

********************

เสียงโทรศัพท์....จังหวะชะช่า ดังขึ้นอีกครั้งในสามวันต่อมา เวลาเดิม...ช่วงเวลาที่เป็นสุข ที่สุดของฉัน....ถ้าไม่ใช้เรื่องคอขาดบาดตาย.....ไอ้คนที่โทรมาต้องตายแน่นอน....ฮืม
“ค่ะ”......ไม่อยากจะตื่นมารับเลย
“ผม โต”......น้ำเสียงที่แจ่มใส เบิกบาน...ถ้าโทรศัพท์ฉัน มันไฮเทคโนโลยีหน่อย.....ฉันคงเห็นความหน้าบานมันด้วย
“ทำไม...หาฤกษ์ ได้หรือไง”....ฉันคงหยอกเย้า มันในเรื่องเดิมเดิม อยู่
“ผม คิดได้ใหม่แล้วว่ะ”
“อะไร”...ยังคงเซื่องซึม.....ไม่ใช้น้อย
“ผมคิดว่า จะจัดเลี้ยงอำลาโสด...จะดีไหม”.....ร่าเริง ร่าเริง
“ดี เมื่อไหร่ที่ไหนล่ะ”...เซื่องซึม...ตอบมันไปอย่างนั้นเอง
“ไม่รู้...แต่คิดว่าจะแจกซองให้พวกแกก่อน...... เอาตังค์มาทำปาร์ตี้ เลี้ยงสละโสด...ฤกษ์แต่งยังไม่มี....เหอเหอ ”....พร้อมทั้งย้ำว่า...ห้ามใส่ซองต่ำกว่าพันห้า...ใครให้น้อยกว่านี้มา.....ถือว่าติดหนี้มัน....ถึงขั้นจะส่งสัญญาทาสมาให้เซ็นทีเดียว.....นอนอยู่ดีๆก็ต้องมาเสียเงิน...เซ็ง เซ็ง เซ็ง

********************

วันแรกที่เปิดเรียน ฉันนั่งรถเมล์ผิดสาย....เลยเข้าเรียนสายในที่สุด...เพื่อนรวมเรียน ในห้องเป็นผู้ชายเสียส่วนใหญ่...ส่วนใหญ่จริงๆ...เพราะสาขาการจัดการอุตสาหกรรม...นักศึกษาส่วนใหญ่...ล้วนเรียนจบช่างมาทั้งนั้น...เป็นสาขา ที่รวบรวมช่างจริงๆ...ฉันพยายาม มองหาเพื่อนผู้หญิงอีกซักคน เพื่อที่เราจะได้เป็นสองผู้หญิงในห้องเรียน ที่มีห้าสิบผู้ชาย

เปิดเทอมแรก....คงไม่พ้นการรับน้อง.....อาจจะเป็นรุ่นพี่ปีสอง ปีสาม หรือปีสี่ ปีห้า ปีหก ที่เรียนไม่จบมารับน้อง
ฉันคิดไว้แล้ว ว่าจะไม่รวมกิจกรรมใดๆเด็ดขาด....ถึงฉันเข้ามาเรียนใหม่ก็เถอะ....ก็รุ่นฉันมันหน้าจะเป็นพี่ปีสาม ปีสี่ได้แล้ว...และศักดิ์ศรีการเป็นนักเรียนช่าง(ไม่รู้บ่มเพาะ สันดานนี้มาจากไหน) ที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับใคร.....ถึงแม้ฉันจะยึดคติ เสียเลือด เสียเนื้อมิใช่เราก็เถอะ

สุดท้ายก็หนีไม่พ้นกิจกรรม....เมื่อไปเจอเพื่อนรุ่นพี่ที่รู้จักกันมาก่อน.....ที่ฉันจะเข้ามาเรียนที่นี้....มันทั้งบังคับ....ทั้งยังรบเร้า....ให้มารวมกิจกรรม....ใจฉันยังค้าน...ก็ไอ้รุ่นพี่ ที่ยืนอยู่ตรงหน้า มันก็รุ่นเดียวกันกับฉันทั้งนั้น...
ด้วยไม่อยากขัดเพื่อน...เลยไปนั่งทำนั้นนิดนี้หน่อยจะเป็นไรไป ดีกว่า กลับห้องเช่า เปิดพัดลม เปิดวิทยุ เปลืองฟืนเปลืองไฟ

ที่ตรงนั้น ฉันได้เจอเพื่อนรวมคณะ.... ที่นั่งเรียนรวมห้องเดียวกันมาเกือบอาทิตย์..แต่ฉันไม่เคยพูดจากับใคร...เอยเพียงการขานชื่อในแต่ล่ะวิชาเท่านั้น....ฉันยอมที่จะนั่งลงไปบนพื้นซีเมนต์ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นดิน ฝุ่นซีเมนต์....
เพราะน้าปืนยังยอมนั่งลงไป...ทั้งๆที่คุณวุฒิ และวัยวุฒิ...น้าปืนเป็นพ่อเป็นแม่พวกเราได้เลย...
รุ่นพี่ที่ยืนอยู่ถึงขั้นเกรงใจน้าปืน.....เลยเชิญแกขึ้นมานั่งข้างบน.....น้าปืนปฏิเสธ....โดยให้เหตุผลว่า....แกให้เกียรติในความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง...แกมาหลัง....นับตัวเป็นน้อง...อีโก้ฉันถึงลดลง

คิดถึงตรงนี้ ฉันยังขำตัวเอง...เจ้าโจ้....ฉันรู้จักมันที่หลังเพื่อนๆทุกคน..... ทั้งๆที่มันนั่งหน้าฉันตลอดเวลา.... ยื่นน้ำยื่นขนมมาให้ตลอด.... ฉันก็ยังคงปฏิเสธขนมมันทุกครั้ง....มันชอบเล่าให้ฉันฟังทุกครั้งที่คิดขึ้นได้....ว่ามันทำใจอยู่นาน.....กว่าจะยื่นอะไรมาให้ฉันสักอย่าง.....ฉันดูดุมากมากในสายตามัน....ทั้งยังกลัวว่า...ถ้ามันส่งขนมหวานมามากๆ ฉันจะกระโดดกัดหัวมันไหม....อีโก้ฉันลดลงอีกแล้วล่ะ

การรับน้องในคณะเรา ดูเหมือนจะไม่เต็มอิ่ม......และยังไม่สะใจรุ่นพี่.......เพราะแต่ล่ะคนดูหัวแข็ง อีกทั้งแข็งกร้าว รวมทั้งฉัน.....อาจเป็นเพราะที่ที่เรามา..... อาจเป็นเพราะเพื่อนฝูงนำพา...อาจเป็นเพราะนิสัยที่บ่มเพาะตัวเรา.....อาจเป็นเพราะครอบครัวที่เลี้ยงดู.....หรืออาจเป็นเพราะเราหวาดกลัว...เรากลัว....จึงสร้างเกาะขึ้นมา คือความแข็งกร้าว.....หัวแข็ง ไม่ลงให้กับใคร....เราป้องกันตัว.....เพราะ....เรากลัว

รุ่นพี่ในตอนนั้น จึงลงมติว่า....จะพาเราไปรับน้องนอกสถานที่...ทั้งๆที่ทางมหาวิทยาลัยไม่มีนโยบายให้รับน้อง.....จังหวัดประจวบคือที่หมาย.....ที่นั้นทำให้ฉันพบเพื่อน อย่าง....โต.....โจ้.....ดา....ตู๋....เหมียว....นก....ติ๊ก....ยุทธ.... เอ....และ.อีกหลายๆคน ที่หน้ากระดาษนี้ทั้งหน้าคงเขียนไม่พอ......กิจกรรมรอบกองไฟ.....และรักแรกพบของฉัน(ฝ่ายเดียว)ที่นั้น...


โพสได้แก้ไขโดย obb เมื่อ Aug 4 2007, 03:06 PM

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 01, 2008, 03:04:31 pm โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
ลั่นทมริมทะเล
Global Moderator
Full Member
*****
กระทู้: 119



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 01:13:03 am »


obb     
โพสต์เมื่อ: Aug 3 2007, 12:34 PM
   
เดี๋ยวต่อภาคสาม...หุหุ...หาเสื่อหมอน มาปูนอนอ่านเลยค่ะทุกๆท่าน



อภิญญา    
โพสต์เมื่อ: Aug 3 2007, 03:34 PM
   
อย่าช้านะน้องนุช จะกินส้มตำรอ แซ่บหลายเด๊อ....

--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 01, 2008, 03:05:24 pm โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF