www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หนุ่มไฮโซผู้มีรสนิยมอิสาน  (อ่าน 1533 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 01:14:52 am »

คำนำจากเพ็กกี้--มีเรื่องของเพื่อนรัก-เพื่อนสนิทอีกคนจะเล่าให้ฟัง ชายหนุ่มคนนี้เพิ่งกลับมาจากเมืองไทยเมื่อวันที่30กรกฎาคม สดๆร้อนๆ

เชิญรับความบันเทิงได้เลยค่ะ

เพ็กกี้โยกย้ายจากชิคาโกไปอยู่รัฐอื่น ย้ายไปหลายแห่ง แต่อยู่รัฐเท็กซัสนานกว่าที่อื่น จึงมีเพื่อนสนิทเป็นฝรั่งหลายคน เพื่อนฝรั่งที่รู้จักกันจนสนิทชิดเชื้อก็เป็นพวกที่เรียนมาด้วยกันบ้าง เพื่อนๆที่เคยทำงานด้วยกันบ้าง แต่เพื่อนที่กลับสนิทมากเป็นพิเศษก็มักจะเป็นพวกที่มาเรียนภาษาไทย เมื่อคบค้ากันถูกอัธยาศัย ก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิท อย่างเช่นคุณขจรศักดิ์

คุณขจรศักดิ์เธอมีชื่อจริงว่าJohn สาเหตุที่ได้ชื่อขจรศักดิ์มาเพราะว่าเธอไปฝึกมวยไทยที่ค่าย ครูมวยซึ่งเป็นนักมวยอาชีพเก่าจึงตั้งชื่อนี้ให้ ซึ่งเจ้าตัวเขาก็พอใจมาก เวลาที่พบคนไทยเขาจะแนะนำตัวเองว่าชื่อขจรศักดิ์ คุณขจรศักดิ์เธอกำพร้าแม่ตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ พออายุสิบสี่คุณพ่อก็เสียชีวิต เธอก็เติบโตมาโดยญาติพี่น้องช่วยดูแล จนอายุได้ยี่สิบเอ็ดปีคุณขจรศักดิ์ได้รู้จักกับคุณJohn (ชื่อเดียวกันเลย) และได้เข้าหุ้นลงทุนด้วยกัน คิดว่าคุณพ่อของคุณขจรศักดิ์คงจะทิ้งเงินมรดกไว้ให้ลูกบ้าง ตอนแรกทั้งสองก็ลงทุนเปิดร้านอาหารอยู่แถวๆรัฐConnecticut ดำเนินกิจการอยู่ประมาณสิบปี จึงเปลี่ยนมาเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ในปี1982คุณขจรศักดิ์ย้ายมาอยู่เท็กซัส เพราะหุ้นส่วนและคุณขจรศักดิ์ซื้ออสังหาริมทรัพย์ไว้ที่เท็กซัส มันเป็นอพาร์ตเม้นท์ที่มี250ยูนิต ในปีดังกล่าวเป็นปีที่เศรษฐกิจในอเมริกาแย่มากๆ แต่เขาซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ในราคาถูกมาก รู้สึกว่าจะเป็นการซื้อมาจากการขายทอดตลาดของรัฐบาล ที่ยึดทรัพย์สินของคนที่ค้างชำระภาษีมาได้ คุณขจรศักดิ์เล่าว่าตอนที่ซื้อใหม่ๆ อพาร์ตเม้นท์โทรมมาก มีคนเช่าอยู่ประมาณหกสิบเปอร์เซ็นต์ แถมผู้เช่าก็ยังเป็นพวกรายได้ต่ำ บางครั้งก็มีคนบ้าๆบอๆมาก่อกวนบ่อยๆ

เธอบอกว่าเวลากลางคืนเธอต้องพกปืนเดินตรวจตราบริเวณ เธอลงเงินไปจำนวนหนึ่งเพื่อปรับปรุงอพาร์ตเม้นท์ให้ดูดีขึ้น งานโยธาทั้งหลายบางครั้งเธอต้องลงมือเอง เพื่อประหยัดเงิน บรรดาพวกผู้เช่าที่รายได้ต่ำที่ชอบค้างค่าเช่าบ่อยๆ เมื่อหมดสัญญาเช่าเธอก็ไม่ต่อให้ เพราะเธอจะปรับปรุงสถานที่ของเธอให้ดีขึ้น เพื่อรับคนที่มีงานทำดีๆและไม่ค่อยจะค้างค่าเช่า กว่าที่เธอจะปรับปรุงสถานที่นี้ได้ก็กินเวลาพอสมควร เมื่อทุกอย่างอยู่ตัวแล้วคุณขจรศักดิ์จึงจ้างผู้จัดการคอยดูแล ตัวเขาเองจะได้ออกไปติดต่อธุระนอกสำนักงาน ไม่ต้องนั่งอยู่ประจำ จนถึงบัดนี้เป็นเวลายี่สิบกว่าปีแล้ว ธุรกิจอยู่ตัว คุณขจรศักดิ์และหุ้นส่วนก็คิดที่จะลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์แห่งใหม่

คุณขจรศักดิ์ไปเมืองไทยครั้งแรกกับแฟนสาวฝรั่ง เธอติดใจเมืองไทยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารการกิน ของอะไรก็ราคาถูกไปหมด ต่อมาอีกหลายปีขจรศักดิ์ก็ไปเมืองไทยอีก คราวนี้ไปคนเดียว ต่อจากนั้นมาเธอก็ไปเมืองไทยทุกปี อย่างน้อยปีละสามครั้ง ทำให้เพื่อนฝูงคนไทยอิจฉามาก เพราะพวกเราต้องรอวันหยุดประจำปี

พวกเราส่วนใหญ่จะได้พักร้อนปีละสองอาทิตย์ ถ้าทำงานกับที่ทำงานนานกว่าสิบปีก็ได้พักร้อนนานหน่อย การไปเมืองไทยของพวกเราคนไทยแต่ละครั้งต้องวางแผนกันนาน นับตั้งแต่จองตั๋วเครื่องบิน ซื้อของฝากคนที่เมืองไทย บางทีคนทางเมืองไทยสั่งของมา ตัวเราก็ต้องไปเสาะหามา นอกจากนี้ยังมีคนไทยด้วยกันฝากของไปเมืองไทย ฝากให้เอาไปให้ญาติบ้าง ฝากไปหาซื้อของให้บ้าง บางทีเขาไม่ได้คิดว่าคนที่รับฝากมีเนื้อที่ในกระเป๋าพอหรือเปล่า หรือว่ามีเวลาอยู่เมืองไทยนานแค่ไหน บางทีของฝากมีมากกว่าสมบัติส่วนตัวของคนที่จะเดินทางเสียอีก

ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณขจรศักดิ์จะต้องเจอกับเรื่องรักๆใคร่ๆกับสาวไทย แต่มันก็เป็นเพียงชั่วคราว เพราะเธอทราบภายหลังว่าหญิงสาวคนนั้นเป็นเมียลับของนักธุรกิจชาวอังกฤษ เธอจึงเลิกติดต่อ เธอบอกว่าประสบการณ์ชีวิตสอนให้รู้ว่าไม่ควรหลงใหลอะไรง่ายๆ เขาเคยเล่าถึงเพื่อนฝรั่งบางคนที่ไปเที่ยวตามบาร์ พอเหล้าเข้าปากก็เห็นผู้หญิงสวยไปหมด บางทีก็หลงรักสาวบริการขนาดขอแต่งงาน บางคู่ก็ไปไม่รอด เพราะพื้นเพต่างกันมาก

เพ็กกี้ถามแกตรงๆว่าที่ไปเมืองไทยบ่อยๆมีเมียอยู่ที่โน่นหรือเปล่า เขาก็บอกว่าไม่มี แต่ก็อาจจะมีเพื่อนที่คุยกันได้ถูกคอ ไปเที่ยวด้วยกัน เขาบอกว่า ความรักแบบระยะทางไกล ไปไม่รอดหรอก เขายังไม่คิดที่จะมีครอบครัว ยังไม่พบคนที่ถูกใจจริงๆ ทั้งๆที่อายุก็มากแล้ว ขจรศักดิ์เป็นคนที่เล่นกีฬาและออกกำลังกายทุกวัน ทำให้เขาดูดีกว่าคนวัยเดียวกัน ถึงอย่างไรเธอก็ชอบสาวไทย เวลานี้สาวฝรั่งไม่อยู่ในสายตาเธอเลย เธอบอกว่าชอบความอ่อนโยนของสาวไทย

คุณขจรศักดิ์เป็นคนชอบเล่นกีฬา มีกีฬาสองชนิดที่เขาโปรดปรานมากคือสควอชและกอล์ฟ เธอเคยเป็นนักสควอชมืออาชีพ ถึงขนาดว่ามหาวิทยาลัยฮาร์วาดที่แมสซาชูเส็ท จ้างให้เป็นโค้ชในภาคฤดูร้อนเป็นเวลาหนึ่งเดือน ส่วนกีฬากอล์ฟเธอชอบไปเล่นที่เมืองไทย เมื่อก่อนไปพัทยาบ่อย ก็เลยไปเล่นที่สนามกอล์ฟบางพระ เธอเล่าให้ฟังว่าในขณะที่เธอและเพื่อนกำลังเล่นกอล์ฟอยู่ที่สนามกอล์ฟบางพระ ใครคนหนึ่งในกลุ่มได้ตีลูกกอล์ฟพลาดไปโดนต้นมะพร้าวในบริเวณนั้น บนต้นมะพร้าวมีลิงอยู่ ลิงมันตกใจแล้วก็เปลี่ยนเป็นความโกรธ มันก็ปลิดลูกมะพร้าวขว้างลงมาที่กลุ่มนักกอล์ฟเหล่านั้น แต่โชคดีที่ลูกมะพร้าวไม่โดนหัวใคร

พักหลังคุณขจรศักดิ์ไม่ค่อยได้ไปพัทยา เธอไปเชียงใหม่ และเชียงราย เพียงครั้งแรกก็ติดใจความงามแบบธรรมชาติของสองจังหวัดนี้ ไหนยังจะเจอความอ่อนหวานของสาวเหนือ คุณเธอก็เลยลงทุนทำสัญญาเช่าคอนโดไว้ตลอดปี เธอซื้อเฟอร์นิเจอร์ครบครัน และยังหอบเอาคอมพิวเตอร์จากอเมริกาครบเครื่องไปไว้ที่คอนโดที่เชียงใหม่ เธอบอกว่าจะซื้อคอนโดดีกว่าเสียเงินเช่าแบบนี้ แต่ก็ยังหาทำเลได้ไม่ถูกใจ เพ็กกี้เคยถามว่าบินไปบินมาแบบนี้ไม่รู้สึกสับสนกับเวลาบ้างหรือไง เธอตอบว่าชินแล้ว เธอจะมีปัญหาเฉพาะเวลาขาไปเมืองไทย จะสลึมสลืออยู่สองสามวัน เพราะเวลาที่เมืองไทยเร็วกว่าสิบสองชั่วโมง แต่พอมีคนชวนไปเล่นกอล์ฟเธอจะตาสว่างทันที

ผิดกับเพ็กกี้ที่มีปัญหาทั้งขาไปขากลับ ครั้งหลังสุดที่กลับไปเมืองไทย เพ็กกี้รู้สึกง่วงตอนสองทุ่มก็เข้านอน แต่จะตื่นมาตอนตีหนึ่ง แล้วก็จะนอนไม่หลับอีกเลยจนเช้า พอเช้าขึ้นก็ต้องแต่งตัวเตรียมออกไปธุระ เรามีเวลาอยู่เมืองไทยจำกัด ง่วงนอนเวลากลางวันแค่ไหนเราก็ต้องฝืน มันเป็นอย่างนี้ตลอดเวลาที่อยู่ที่เมืองไทย พูดถึงเรื่องผิดเวลามันมียาตัวหนึ่งชื่อว่าMelatonin ยาชนิดนี้ช่วยให้ร่างกายคนปรับเวลาได้ ช่วยให้นอนหลับตามปรกติเมื่อต้องไปต่างประเทศที่เวลาต่างกับที่บ้านของตัวเอง เพ็กกี้ลองใช้ดูแล้วได้ผลดี ไม่อย่างนั้นตอนที่กลับจากเมืองไทยใหม่ๆเพ็กกี้คงตื่นไปทำงานไม่ไหว

พูดถึงยาMelatonin ที่อเมริกามีขายทั่วไปไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ และไม่เคยได้ยินว่ามีผลข้างเคียงอย่างใดกับผู้ใช้ ประกอบทั้งได้อ่านบทความของคุณหมอพักตร์พิไล ทวีสินในสกุลไทยฉบับที่2567 ขออนุญาตนำมาเล่า ณ ที่นี้ คุณหมอเขียนไว้ว่า “เมลาโทนินเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่หลั่งออกมาจากต่อมใต้สมองโดยธรรมชาติ จะหลั่งออกมาเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน แล้วก็จะหยุดหลั่งเมื่อแสงแดดส่องฟ้า ในวัยเด็กวัยรุ่น เมลาโทนินช่วยให้เด็กหลับง่าย หลับสนิท หลับนาน แต่ในวัยผู้ใหญ่เมลาโทนินจะหลั่งน้อยลง จึงหลับไม่ค่อยสนิท” นี่ไงคะบทบาทของยาMelatonin มันเป็นกลอุบายอย่างหนึ่ง คือร่างกายของคนเราเมื่อได้รับยาหรือฮอร์โมนชนิดนี้เข้าไป body mechanismหรือกลไกของร่างกายจะบอกสมองว่า นี่เป็นเวลากลางคืน ควรจะหลับได้แล้ว คุณหมอยังบรรยายสรรพคุณของฮอร์โมนชนิดนี้อีกว่า ”เมลาโทนินยังมีบทบาทอื่นๆอีก ที่สำคัญคือเป็นแอนตี้อ็อกซิแด๊นท์อย่างแรง ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน ต่อต้านการแบ่งตัวของเซลมะเร็ง ช่วยให้หัวใจทำงานเป็นปรกติ และเชื่อว่าน่าจะช่วยควบคุมโรคเบาหวานได้ด้วย”

คุณขจรศักดิ์โปรดปรานอาหารไทยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารอิสาน เวลาที่ไปพักที่พัทยาหรือเชียงใหม่ เธอจะเดินไปตลาดหาอาหารรับประทานทั้งสามมื้อ อาหารในตลาดให้รสชาติความเป็นไทยแท้ แล้วยังราคาถูกอีกด้วย เมื่อเวลาที่เธออยู่ที่อเมริกาเธอก็รับประทานอาหารไทยทุกมื้อ อ้อ ยกเว้นมื้อเช้า เพราะดื่มแต่กาแฟ จนเพื่อนฝูงแซวว่าเคยกินอาหารอเมริกันบ้างหรือเปล่า เธอเล่าว่าครั้งหนึ่งทำงานจนดึก เมื่อเสร็จแล้วจึงรู้สึกหิว แต่บรรดาร้านไทยปิดหมดแล้ว เธอจำเป็นต้องไปซื้อของกินที่Burger King เธอบอกว่ารู้สึกพิลึกๆเมื่อเดินเข้าไปในร้านBurger King คุณขจรศักดิ์ทานอาหารนอกบ้านทุกวัน เพ็กกี้ถามว่าทำไมไม่ทำอาหารเอง เธอบอกว่าเคยมีร้านอาหารเป็นของตัวเองคุมอยู่ในครัวเป็นเวลาสิบปี บอกตรงๆว่า เห็นหม้อเห็นกระทะแล้วเบื่อมาก

เธอชอบอาหารอิสานอย่างลาบและส้มตำ รวมทั้งไส้กรอกอิสาน ส่วนอาหารเหนือก็ชอบน้ำพริกอ่องและน้ำพริกหนุ่ม ถ้าเธอไม่ไปเมืองไทยเธอจะพาเพ็กกี้ไปทานอาหารไทยเกือบทุกอาทิตย์ ส่วนเพ็กกี้เวลาที่ทำอาหารไทยแปลกๆเสร็จแล้วก็จะโทรศัพท์หาคุณขจรศักดิ์ บอกว่ามารับปิ่นโตได้แล้ว แกก็เข้าใจค่ะ น้ำพริกหนุ่มสไตล์คุณขจรศักดิ์ก็คือ เผาพริกชี้ฟ้า (ส่วนใหญ่เราจะใช้พริกเม็กซิกัน)กับหอมแดงและกระเทียม นำมาตำรวมกัน แล้วจึงใส่มะเขือเทศสับพร้อมกับปลาป่น ใส่ซีอิ๊วขาว (เพราะเพ็กกี้ไม่ชอบน้ำปลา) มะนาว ถ้าน้ำพริกข้นเกินไปก็เติมน้ำสุกนิดหน่อย กินกับสารพัดผัก เห็นไหมคะทำง่ายออก แล้วก็อร่อยรสจัด แต่เพ็กกี้ทานไม่ได้หรอกค่ะ ตัวเองทำเองก็ได้แค่ชิมว่ารสกลมกล่อมแล้วหรือยัง ถ้าเป็นของที่คุณขจรศักดิ์ทานจะมีรสเผ็ดมาก คนไทยอย่างเพ็กกี้ยังกลัวเลย

เรื่องเพ็กกี้ไม่กินน้ำปลานี่เป็นที่แปลกใจของคนไทยที่รู้จัก เขาบอกว่ากะเหรี่ยงไทยร้อยทั้งร้อยติดน้ำปลา เพิ่งมาเห็นกะเหรี่ยงที่ไม่ชอบน้ำปลาคราวนี้เอง สาเหตุที่ไม่ชอบ เพราะเคยอยู่เมืองหนาวจัดอย่างชิคาโก เวลาหน้าหนาวเราปิดประตูหน้าต่าง แล้วเวลาทำกับข้าวโดยเฉพาะอาหารไทย กลิ่นมันอบอวลอยู่ในบ้านนานมาก

คุณขจรศักดิ์เธอจะพยายามไปเมืองไทยในช่วงวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) แล้วอยู่ไปจนถึงหลังปีใหม่ จึงจะกลับมาอเมริกา เพ็กกี้เข้าใจความรู้สึกของเธอดีว่า คนที่ไม่มีครอบครัว พ่อแม่ก็ไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ในวันสำคัญอย่างวันThanksgivingหรือChristmas มันทำให้รู้สึกว้าเหว่ บางคนกดดันมากถึงขนาดฆ่าตัวตายก็มี

เพ็กกี้เองตอนมาอยู่อเมริกาใหม่ๆ อยู่ตัวคนเดียว ไม่ค่อยรู้สึกตื่นเต้นกับวันดังกล่าว เพราะคิดว่าตัวเองไม่ใช่คริสตศาสนิกชน ต่อมามีเพื่อนฝูงมากขึ้น เพื่อนฝรั่งเขาก็ฉลองกับครอบครัวเขา วันThanksgivingเขายังมีการเชิญคนนอกมาร่วมรับประทานไก่งวง แต่พอถึงChristmasมันเป็นเรื่องภายในครอบครัวจริงๆ ถึงแม้ว่าวันดังกล่าวจะมีเพื่อนคนไทยชวนกันฉลองวันหยุดแบบไทยๆ แต่มันก็ไม่มีบรรยากาศที่แท้จริงของChristmas เมื่อเวลาเราอยู่คนเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบกริบ ร้านค้าต่างๆปิดหมด เพ็กกี้จึงเห็นใจคุณขจรศักดิ์ เมื่อเธอไปเมืองไทยในช่วงเทศกาลแบบนี้ เธอได้ร่วมฉลองกับเพื่อนฝรั่งด้วยกันที่เมืองไทย มันก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นไปอีกแบบหนึ่งของฝรั่งที่ไกลบ้านด้วยกัน

เพ็กกี้คบหากับคุณขจรศักดิ์มาหลายปี เธอช่วยเหลือเมื่อเพ็กกี้เจ็บป่วย หรือต้องการให้เธออำนวยความสะดวกให้ เดี๋ยวนี้คุณขจรศักดิ์พูดไทยเก่งขึ้นมาก อย่าได้เผลอนินทา เพราะเขาฟังเข้าใจ เธอจะชอบไปวัดไทยเวลาที่วัดมีงาน บรรดาร้านไทยในเมืองที่เราอยู่รู้จักคุณขจรศักดิ์เป็นอย่างดี มิตรภาพของเราก็คงจะยาวนานต่อไป จนกว่าจะตายจากกันไปข้างหนึ่ง





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 18, 2008, 01:18:33 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
ลั่นทมริมทะเล
Global Moderator
Full Member
*****
กระทู้: 119



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 01:18:01 am »


นิค่ะ     
โพสต์เมื่อ: Aug 3 2007, 02:34 AM
   
คุณเพ็กกี้มีเพื่อนน่ารักเยอะแยะเลยนะคะ หนุ่มขจรศักดิ์นี่ก็ท่าทางน่ารักดี
หวังว่าคงจะได้พบคนดี และมีความจริงใจต่อกัน เอาใจช่วยอีกแล้วค่ะ

หมู่นี้ถ้าเห็นหายไปขอให้ทราบไว้ก่อนว่า เพราะเจออินเตอร์เนตรวนค่ะ

เมื่อกลางวันก็เข้าไม่ได้อีก โอ๊ย...ช่วงนี้รู้สึกอะไรก็ไม่รู้ นะคะ

นี่เลยเข้ามาตามอ่าน ห้องนี้คึกคักกันมากเลย ยังตามอ่านกันไม่ครบหมดเลยค่ะ เดี๋ยวขอตามไปอ่านของน้องนุชก่อนนะคะ รายนี้ลุ่มรวยอารมณ์ขัน...


--------------------
http://nilubol.spaces.live.com
http://chutimasevikul.spaces.live.com



obb    
โพสต์เมื่อ: Aug 3 2007, 03:10 AM
   
จาม...แต่เมื่อวาน..มีคนพูดถึง.....โห..ในที่สุด...ก็เจอ ผู้มีบุญญาธิการมาเกิดแล้ว...ตรงสเปก ทุกอย่างเลยล่ะค่ะ...คุณขจรศักดิ์มหาชน...เสียแต่ แกคงยังไม่เจ็ดสิบห้าอัพ...เฮ่อ...ไม่เป็นไร..ถือป็นกรณีพิเศษ...อันนี้ ส่งประวัติแก และประกาศหาคู่ให้แก พ้อมกันเลยไหมค่ะ...เหอเหอ

ขอเตือน...ใครเข้าไปอ่านกระทู้นุชจะเจอภาษาวิบัติอย่างแรง...เป็นที่กลัดกลุ้มของคนในวงการเป็นอย่างมาก....อาจารย์แม่ หนูขอโทษ TT



อภิญญา    
โพสต์เมื่อ: Aug 3 2007, 03:20 PM
   
อ่านโพสของน้องนุชแล้ว ต้องหัวเราะ มีขำ ๆ ทุกที คลายเครียดดีค่ะ เอาขนาดนี้กำลังดีค่ะ ไม่ถึงกับทำให้ภาษาวิบัติ เพราะเนื่อหาทำให้ขำจริง ๆ ... จากผู้ช่วยอาจารย์แม่ค่ะ

--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com



อภิญญา    
โพสต์เมื่อ: Aug 3 2007, 03:23 PM
   
น้องเพ็กกี้
มัวแต่ขำน้องนุช เลยลืมทักทายน้องเพ็กกี้และคุณนิ ...

คนเพื่อนเยอะนี่ก็ดีนะคะ มีเรื่องมาเขียนได้หลากหลาย แต่ของพี่ขอเขียนเรื่องยายก่อน เดี๋ยวคงมีเรื่องเพื่อน ๆ มาเขียนบ้างเหมือนกัน (เพื่อนเด็ก ๆ นะ ไม่แก่เหมือนคนเขียน)

--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com



pimlapas    โพสต์เมื่อ: Aug 4 2007, 07:00 PM
   
ตามมาอ่านเรื่องเพื่อน ๆ ของพี่เพ็กกี้ น่ารักมากเลยล่ะค่ะ

--------------------
ไปเยื่ยม..บ้านใหม่ด้วยนะค่ะ
http://pimlapas.page.tl/
http://pimmy65unitedstates.spaces.live.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 01, 2008, 03:07:30 pm โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF