www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ...ย้อน, (มือใหม่หัดเขียน)  (อ่าน 1406 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
นนทนดา
Newbie
*
กระทู้: 0


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 01:37:17 am »

…ย้อน
ช่วงชีวิตของคนคนหนึ่งนั้น ได้ผ่านอะไรมาแล้วบ้าง ถ้าเขาไม่เอ่ยปากเล่า ก็ คงจะไม่มีใครรู้เลย

“ปาป๊า ถ่ายรูปหน้าตรง มา จะเอาไปทำอะไรเหรอครับ” หม่องโยห์ เด็กชายวัยมัธยมต้นเรียกชื่อผู้เป็นพ่อ และถามด้วยความใคร่รู้
“อ่อ! รูปเล็กหน้าสองเนี่ย จะเอาไปทำพาสปอร์ต ส่วนรูปที่อัดมาใบใหญ่ ก็ ว่าจะเอามาใส่กรอบติดฝาบ้าน” ผู้เป็นพ่อบอกเช่นนั้น

พ่อหม่องโยห์ เป็นชาวพม่า เขามาจาก เมืองมันฑะเลย์ ชื่อ หม่องทุนไหล่ เข้ามาทำงานที่จังหวัดลำพูน ตั้งแต่สมัยที่คนในประเทศไทยยังไม่มีนามสกุลใช้กัน เขาทำงานเป็นเสมียนป่าไม้ ให้กับบริษัทฝรั่งชาวอังกฤษ นอกจากหน้าที่เสมียนแล้ว เขาเสมือนเป็นล่ามภาษาอังกฤษ ให้กับนายฝรั่งเหล่านั้นด้วย ดังนั้นไม่แปลกเลยที่เขาจะให้ลูกเรียกตัวเองว่า “ปาป๊า” แทนคำว่าพ่อ

หม่องทุนไหล่ แต่งงาน สร้างครอบครัวอยู่กินกับแม่บัวเหยหญิงสาวชาวบ้านแล้วมีลูกด้วยกันถึง 7 คน หม่องโยห์ นั่นเป็นลูกคนที่ 5 ในพี่น้องทั้งหมด เขาจะเป็นลูกคนที่ 4 ถ้าไม่นับรวมหม่องมิค ที่เสียชีวิตไปแล้วในวัยเด็ก

“พาสปอร์ต!!” หม่องโยห์เอ่ย คำนี้มา อย่างไม่หายสงสัย ใคร่รู้
“ใช่ พาสปอร์ต รูปพวกนี้ ก็ จะเอาไปติดในพาสปอร์ต ซึ่งเป็นเอกสารประกอบการเดินทางออกนอกประเทศไงลูก”
“แล้ว จะออกนอกประเทศหรือครับ”
“อืม ปาป๊า จะไป เกาะบอร์เนียว ประเทศอินโนนีเซียจะไปช่วยงานป่าไม้ที่นั่น สักสองปี แล้วค่อยกลับมา เราจะได้มีเงิน ฐานะก็ จะดีขึ้นกว่านี้ไงลูก” หม่องทุนไหล่อธิบายให้ลูกรับรู้

จริงๆแล้วครอบครัวของหม่องทุนไหล่ ก็ ไม่ได้ยากจนอะไรเลยถือได้ว่ามีอันจะกินด้วยซ้ำ เพราะว่าหัวหน้าครอบครัวมีเงินเดือน มาจุนเจือ ครอบครัวทุกเดือน อย่างไม่ขัดตกบกพร่องเลย แล้วหม่องยอนห์ ลูกชายคนโต กับ องขิ่น พี่สาวคนรองของหม่องโยห์ ก็ใกล้จะสำเร็จการศึกษา มาประกอบอาชีพครูกันแล้ว แต่แม้กระนั้น ก็ ยังมีลูก อีก 4 คนที่ ที่ผู้เป็นพ่อ ยังไม่หมดภาระ ที่จะต้องเลี้ยงดู หม่องทุนไหล่ จึงตัดสินใจที่จะหาลู่ทางที่ดีกว่า เขาจึงเลือก เงินเดือน 4500 เหรียญ ที่เกาะบอร์เนียว เพื่อที่เขากลับมา ครอบครัวจะไม่ลำบาก และมันก็ เป็นความฝันของผู้เป็นพ่อ ที่อยากให้ครอบครัวมีสุข

และแล้ว หนึ่งอาทิตย์ ก่อนวันที่ หม่องทุนไหล่ จะเดินทางไปบอร์เนียว ก็เกิดเหตุการณ์ กบฎแมนฮัตตัน ในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม รัฐบาลสั่งห้ามให้คนในแผ่นดินไทย ออกนอกประเทศ หม่องทุนไหล่ ทราบข่าวนี้ เขาได้แต่นึกในใจว่าเขาจะดีใจหรือเสียดาย ที่ไม่ได้ไปทำงานที่บอร์เนียว เพราะเหตุการณ์นี้

หนึ่งปีผ่านไป หลังเหตุการณ์ กบฎแมนฮัตตัน หม่องทุนไหล่ต้องย้ายที่ทำงานไปประจำสำนักงานที่เชียงใหม่ เขาต้องเดินทางไปกลับ เชียงใหม่-ลำพูน เป็นระยะทางกว่า50 กิโลเมตร ทุกวัน เขาทำงานหนักขึ้น จนไม่มีเวลาพักผ่อน
“ปาป๊า เป็นอะไรไป ทำไมหน้าซีดเหมือนไก่ต้มเลยครับ ไม่สบายหรือป่าว” หมองโยห์ ถามผู้เป็นพ่อด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรมากหรอก แค่ปวดท้องนิดหน่อย นอนสักพัก ก็คงหายแล้วลูก”
“เบบี้ เบบี้!! อยู่ที่ไหน มาหาพี่ หน่อยสิ” หมองทุนไหล่เรียกหาแม่บัวเหยภรรยาสุดที่รัก
“มีอะไรเหรอพี่หม่อง แล้วนี่เป็นอะไรไป ไม่สบายใช่ไหม ไปหาหมอกันไหม” แม่บัวเหยถามด้วยความตกใจเมื่อเห็น สามีนอนขด อยู่ในที่นอน
“พี่ไปหาหมอมาแล้ว เขาบอกว่าเป็นลำไส้อักเสบ แต่ไม่อะไรน่าเป็นห่วงหรอก กินยา แล้วก็ หาย”
จาก หนึ่งสัปดาห์ สองสัปดาห์ ก็ แล้ว อาการ ของหม่องทุนไหล่ ก็ ยังไม่ทุเลาเลย สร้างความหวั่นวิตก ให้ครอบครัวเป็นอย่างมาก แล้วเขาก็ ถูกพาไปรักษาตัวในโรงพยาบาลที่เชียงใหม่ เสียเงิน เสียทองมากมายในการรักษา แต่ก็ ไม่สามารถช่วย ให้อะไรดีขึ้นเลย พ่อหม่องบอกกับ ภรรยาว่า “อยากกลับมาตายที่บ้าน ของเรา”
“เสียใจด้วยนะแม่บัวเหย”เจ้านายของหมองทุนไหล่ กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการจากไป ของพ่อหม่องทุนไหล่ อย่างไม่มีวันกลับ

วันเวลาผ่านไป เพียงไม่กี่วัน แม่บัวเหย ต้องทำหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัว ซึ่งมันก็ หนักหน่วงเอาการ สำหรับผู้หญิงคนเดียว
“โยห์ จะไปสอบแล้วเหรอลูก ทำข้อสอบให้ได้นะ จะได้ทุนมาเรียนต่อให้สูงๆ”แม่บัวเหยฝากความหวังไว้ที่โยห์ เพราะตอนนี้ฐานะทางบ้านเริ่มแย่ลงๆ หลังจากพ่อหม่องตายไป แม่ก็ มีรายได้ มาจากการเย็บผ้า ทำสวนครั่ง แต่มันก็ เป็นรายได้เพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับรายจ่ายที่มากโข

ณ. สนามสอบชิงทุน
“โยห์ ข้อดูหน่อยดิ ตอบว่าอะไร ข้อเดียวเอง นะ”นายบรรเลง เพื่อนร่วมชั้น ข้อดูข้อสอบ ของเขา แต่ด้วยความสงสาร เขาจึงให้เพื่อนหลอกข้อสอบ เพราะคิดว่าไม่เป็นไรหรอก ข้อเดียวเอง
“ขอบใจมาก” บรรเลงกล่าวขอบใจเพื่อน หลังจากสอบเสร็จ

และแล้ววันประกาศผลสอบชิงทุนการศึกษา ก็ มาถึง หม่องโยห์ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพราะเขาตั้งความหวังไว้ ว่าเขาจะได้ทุนนั้นมาเรียนต่อ ถ้าไม่ได้ทุน โอกาส ในการเรียนต่อก็ เท่ากับศูนย์
“ผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาประจำปีนี้ คือ นายบรรเลง แสนคำ ขอแสดงความยินดีด้วย”คุณครูประกาศผลการสอบ
เสียงปรบมือแสดงความดีใจดังขึ้น ในขนาดที่หม่องโยห์ ยังคงทำหน้าเศร้า น้ำตาคลอ เมื่อเขามอง นายบรรเลง ขนาดขึ้นไปรับใบประกาศนียบัตร เขาคิดใจในว่ามันไม่จริง

หลังจาก จบมัธยม 3 หม่องโยห์ ต้องออกมาช่วยแม่ ทำสวนครั่ง รับจ้างทั่วไป เขายังคงคิดถึงพ่อ ถ้าพ่อยังมีชีวิตอยู่ คงเขาได้เรียนสูงๆ แน่ๆ มีอาชีพที่ดี และเขาก็ จะตั้งใจเรียน

จากวันนั้นถึงวันนี้ ผ่านมาแล้ว 55 ปี และในวันนี้ วันที่หม่องโยห์ เหน็ดเหนื่อย กลับมาจากการทำสวนลำไย เค้าได้กลับไปย้อนมองดูที่รูปถ่ายใบใหญ่ของพ่อ ที่ผนังบ้าน ซึ่งเป็นรูปใบเดียวที่ยังคง หลงเหลืออยู่ รูปที่พ่อจะใช้ไปทำพาสปอร์ต เขาคิดถึงพ่อเหลือเกิน แม้จะไม่ได้เห็นหน้ากันมาหลายสิบปีแล้วก็ตาม การที่เขาคิดถึงพ่อ ทำให้เขาคิดเรื่องเรียนหนังสือ แต่มันก็ เป็นแค่ความฝันอยู่ดี ถึงยังไง เขาก็ พอใจแล้ว ที่ได้มีอาชีพชาวสวน

โพสได้แก้ไขโดย "นนทนดา" เมื่อ Sep 6 2007, 07:03 AM
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 01, 2008, 03:29:28 pm โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
ลั่นทมริมทะเล
Global Moderator
Full Member
*****
กระทู้: 119



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 01:40:47 am »


"นนทนดา"     
โพสต์เมื่อ: Sep 5 2007, 12:11 PM
   
ฝากช่วยคอมเม้นท์ หน่อยนะค่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกในชีวิตที่ เขียนเลยค่ะ

โพสได้แก้ไขโดย "นนทนดา" เมื่อ Sep 5 2007, 12:11 PM



^KiTTy Pinku^    
โพสต์เมื่อ: Sep 5 2007, 12:55 PM
   
หุหุ เมนท์จ้า

คนแต่งเรื่องแรกเหรอคะ ฝีมือใช้ได้ค่า เราไม่ใช่คอนิยายอ่าค่ะ เลยไม่รู้จะแนะนำอะไรดี

ชีวิตของหม่องโยห์จะเป็นยังไงต่อไปหนอ ยังไม่จบใช่มั้ยคะ

คนแต่งสู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆน้า ^^ รออ่านตอนต่อไปค่า



^PookPui^    
โพสต์เมื่อ: Sep 5 2007, 01:11 PM
   
อืมมม แต่งเรื่องแรกเหรอคะ เก่งจังค่ะ อยากแต่งได้แบบนี้มั่งจัง

อ่านแล้วสงสารหม่องโยห์จัง ที่ไม่ได้รับทุนเรียนต่อ

แต่เค้าก็เลือกทางเดินชีวิตได้แล้ว เรียกว่าชีวิตพอเพียงได้ใช่มั้ยคะ

ตั้งใจแต่งต่อไปนะคะ เป็นกำลังให้ค่ะ



ประภัสสร    
โพสต์เมื่อ: Sep 6 2007, 02:53 AM
   
คุณนนทนดาครับ

อ่านเรื่อง"ย้อน"แล้ว ดีทีเดียวครับ ขอเป็นกำลังใจ มีที่อยากให้แก้เพียง
นิดเดียว คือคำว่า "เค้า" ที่ถูกควรใช้ว่า "เขา" ครับ

ประภัสสร เสวิกุล

โพสได้แก้ไขโดย ประภัสสร เมื่อ Sep 6 2007, 02:55 AM

--------------------
http://psevikul.spaces.live.com



"นนทนดา"    
โพสต์เมื่อ: Sep 6 2007, 04:11 AM
   
ขอบคุณ คุณประภัสสร มากเลยค่ะ ที่ช่วยแนะนำ หนูจะเอาไปแก้ไขค่ะ แล้วคิดว่าคงต้องใส่ใจรายละเอียด มากกว่านี้ค่ะ

ดีใจมากเลยค่ะ ที่บอกว่าดี แต่หนูก็ยัง แต่งโดยใช้ โครงเรื่อง จากเรื่องจริง

แท้จริงแล้วหนูก็อยากลองแต่งเรื่องที่มา จาก จินตนาการที่คาดไม่ถึง หรือประสบการณ์ ของตัวเอง บ้าง แต่ก็ ยังคิดไม่ออกเลย

เรื่องนี้เลยเป็นเรื่องแรก ที่ อยากให้ใครหลายๆ คนอ่านค่ะ

ขอบคุณจริงๆ ที่เป็นกำลังใจให้ค่ะ หนูคงรักการอ่าน และงานเขียนเพิ่มขึ้น

โพสได้แก้ไขโดย "นนทนดา" เมื่อ Sep 6 2007, 06:04 PM



Guest    
โพสต์เมื่อ: Sep 6 2007, 06:08 AM
   
สวัสดีค่ะ...ได้อ่านเรื่องราวของคุณแล้วรู้สึกขนลุกค่ะ

เรื่องแรกแต่งได้ขนาดนี้ ถือว่าเก่งมากแล้วนะค่ะ

ยังไงก็พยายามเข้านะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ



สีน้ำฟ้า    
โพสต์เมื่อ: Sep 27 2007, 08:44 AM
   
มาลงชื่ออ่านนะคะ

คนเขียนจะได้มีกำัลังใจ.. เขียนเรื่องชวนอ่านมากเลยนะคะนี่่




----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 01, 2008, 03:32:40 pm โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF