www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ยายจ๋า...หลานมาเยี่ยม (ตอน ๒)  (อ่าน 1643 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 01:42:49 am »

ประตูชุมพล

เด็กกับผีเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออก ขึ้นชื่อว่าผีก็กลัวกันทุกคน เพราะผู้ใหญ่ชอบเอาเรื่องผีมาเล่าหลอกเด็ก ป๋าก็เป็นอีกคนที่มีนิทาน “ผีก็องกอย” ที่เล่าได้ตื่นเต้นมาก แม้จะกลัวแต่พวกเราก็ชอบฟัง

เนื่องจากบ้านยายอยู่ใกล้ประตูชุมพล ซึ่งเป็นประตูเมืองเก่าแก่ของจังหวัดนครราชสีมา ใครมาเมืองโคราชต้องมาแวะกราบคุณย่าโม และเที่ยวชมประตูชุมพล โบราณวัตถุเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุสถานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๐

พวกเราสามพี่น้องเป็นพวกที่อยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกอย่าง ประตูชุมพลเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ชอบฟัง อาศัยที่มีความจำเป็นเลิศอยู่แล้ว เรื่องต่าง ๆ ในประวัติศาสตร์จึงไม่ยากเกินไป จะให้ยายเล่าเรื่องเก่า ๆ ให้เราฟังเสมอ เพราะผู้ใหญ่มักจะห้ามไม่ให้เด็ก ๆ ขึ้นไปวิ่งเล่นบนประตูชุมพลบอกว่าผีดุ แต่เพราะความอยากรู้ อยากจะพิสูจน์ว่ามีผีจริงหรือไม่ ก็เลยขอให้ยายเล่าประวัติของประตูชุมพลให้พวกเราฟัง

ยายเล่าว่าประตูชุมพลสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อ พ.ศ. ๒๑๙๙ เพราะเมื่อครั้งที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองนครราชสีมาเป็นเมืองหน้าด่าน ได้สร้างกำแพงประตูเมืองที่แข็งแรงมากไว้ด้วย โดยให้ช่างชาวฝรั่งเศส เป็นผู้ออกแบบผังเมือง เดิมมีประตู ๔ ประตู โบราณเขามีวิธีจดจำด้วยการพูดให้มันคล้องจองกันเป็นเรื่องเป็นราว ยายบอกจำได้เพราะวิธีนี้ แล้วยายก็ท่องให้ฟังเป็นทำนองว่า

ประตูชื่อ พลแสน อยู่ทิศเหนือ ช่างงามเหลือ สุดที่ จะสรรหา
ประตูชื่อ พลล้าน อยู่ด้านหน้า งามสง่า ตะวันออก บอกทิศตาม
ประตูชื่อ ไชยณรงค์ อยู่ด้านใต้ ข้าศึกไซร้ น้อยใหญ่ ล้วนเกรงขาม
ประตูชื่อ ชุมพล แสนเรืองนาม อยู่ตรงข้าม พลล้าน แต่นั้นมา

ยายบอกชาวบ้านเรียกประตูพลแสนว่าประตูน้ำ เรียกประตูพลล้านว่าประตูตะวันออก และเรียกประตูชุมพลว่าประตูตะวันตก ส่วนประตูชัยณรงค์เขาเรียกกันว่าประตูผี เพราะเวลาคนตายเขาจะหามออกทางประตูนี้ ถึงตรงนี้พวกเราก็หูผึ่งกันทันที รีบถามยายว่าสงสัยยายคงจะจำผิด มันน่าจะเป็นประตูชุมพลมากกว่า ที่เรียกประตูผี ยายคงสับสนแน่ ๆ

ยายหัวเราะน้ำหมากกระเด็นเพราะรู้ทันว่าพวกเราถามอย่างนั้นหมายถึงอะไร แต่คำตอบยายก็มีผลให้เรายังกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่เหมือนเดิม ยายบอกว่า จำไม่ผิดแน่ ก็ตอนนี้มันเหลือเพียงประตูชุมพลที่เก่าแก่ที่สุด ผีมันก็เลยย้ายมาอยู่ที่ประตูชุมพลน่ะซิ

ในที่สุดพวกเราก็ลงความเห็นว่าอย่าเสี่ยงดีกว่า แผนนี้เลยถูกยกเลิกไปจนทุกวันนี้เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ถึงได้รู้ว่าที่เขาหลอกเด็กให้กลัวผีเพราะไม่ต้องการให้เด็กขึ้นไปวิ่งเล่นบนนั้น ซึ่งอาจพลัดตกลงมาเป็นอันตรายได้ มีความเชื่อเรื่องประตูชุมพลอย่างหนึ่งคือทุกวันนี้ถ้าใครได้มีโอกาสเดินลอดประตูชุมพลแล้วจะได้กลับไปเยี่ยมเมืองโคราชอีก

แขกดำ

แต่ละวันที่บ้านสวน พวกเราจะมีกิจกรรมไม่หยุดหย่อน เมื่อได้มีโอกาสมาเที่ยวบ้านสวนอีก พวกเราก็สร้างวีรกรรมให้ยายปวดหัวอีกตามเคย แม้ยายจะเหนื่อยกับความซนของหลานทั้งสามแต่ยายก็ดูจะรักพวกเรามาก เพราะถ้าแม่ไม่พาพวกเราไปทิ้งไว้ที่บ้านยาย ยายจะส่งข่าวให้แม่พาหลาน ๆ ไปเยี่ยมบ้าง

ที่ท้ายสวนมีมะละกอที่ยายปลูกไว้หลายต้น แต่ละต้นมีลำต้นสูงใหญ่เทียมเมฆ ต้องแหงนคอตั้งบ่าถึงจะมองเห็นลูกที่ดกมาก ลูกมันใหญ่ สีเหลืองน่ากิน มะละกอบ้านยายเป็นพันธุ์แขกดำลูกยาวแต่เนื้อแน่นและหนา เม็ดน้อย เนื้อละเอียดและมีรสหวานฉ่ำอย่าบอกใครเชียว

เนื่องจากยายเป็นเบาหวาน จึงปลูกมะละกอแขกดำไว้กิน เพราะคนเป็นเบาหวานกินได้ไม่เป็นอันตราย บางครั้งก็เป็นเรื่องแปลกที่คนโบราณมีความรู้เรื่องการรักษาโรคภัยได้โดยอาศัยสมุนไพร และพืชผลในบ้านเรานี่เอง ภายหลังฉันจึงรู้ว่า มะละกอแขกดำ เป็นผลไม้ที่ไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ น้ำตาลในผลมะละกอแขกดำมีเพียงฟรุกโทส และกลูโคส แต่ไม่มีซูโครส ซึ่งโดยปกติผลไม้ทั่วไปหลายอย่างมักจะมีน้ำตาลทั้งสามชนิดนี้ ที่สำคัญคือ ฟลุกโทส และกลูโคสในมะละกอแขกดำนั้นสามารถซึมเข้าสู่เซลล์ได้โดยไม่ต้องพึ่งอินสุลิน ดังนั้น มะละกอแขกดำจึงเป็นมิตรที่ดีสำหรับคนเป็นเบาหวาน

ลิงทะโมนสามตัวอย่างพวกเรา ก็อดไม่ได้ที่จะเสี่ยงภัยเพื่อปีนป่ายไปบนต้นมะละกอที่สูงเสียดฟ้านั้น พี่ ๆ ออกความคิดเอาเชือกมาทำเป็นห่วงคล้องที่เท้าทั้งสองข้างแล้วค่อย ๆ ปีนกระเถิบขึ้นไปเหมือนปีนต้นตาล อย่างที่เห็นเขาทำกัน

แล้วจากนั้นพวกเราก็ค่อย ๆ โหนตัวคืบไปที่ละนิดทีละนิดด้วยความพยายาม ทั้งสามคนไต่เรียงกันเป็นแถวในต้นเดียวกัน น้ำหนักพวกเรารวมกันก็มากโขอยู่บวกกับน้ำหนักของผลมะละกอที่รวมกันเกือบสิบลูก ก็ทำให้ต้นมะละกอเอนและหักโค่นลงมา ทีนี้ก็เป็นเรื่องน่ะสิ จะทำอย่างไรถ้ายายรู้

เมื่อยายรู้เรื่องความซนของพวกเรา ก็ไม้เรียวนั่นไง ยายถือไม้เรียวมาแต่ไกล พี่ปิ๋วก็นำพวกเราวิ่งหนีรอบบ้าน ยายวิ่งตามด้วยความโมโห ต่างคนต่างโกยอ้าว เพราะบ้านหลังใหญ่ ยายเลยวิ่งตามจนเหนื่อย พวกเราเห็นยายเหนื่อยหยุดยืนหอบ ก็เลยหยุดรอยายก่อน พอเห็นยายเริ่มวิ่ง พวกเราก็วิ่งต่อ จนในที่สุดยายก็เลิกตามเพราะคิดว่าชาตินี้คงตามเจ้าหลานทะโมนทั้งสามคนไม่ทันแน่ จึงเปลี่ยนใจกลับไปนั่งเคี้ยวหมากดับโมโหแทน

เป็นที่รู้กันว่า ถ้ายายได้กินหมากเมื่อใดเป็นอารมณ์ดีแน่ พวกเราจึงยืนเมียงมองอยู่หน้าบ้านรอโอกาสเหมาะ พอเห็นยายกินหมากเรียบร้อยแล้ว ก็แอบย่องเข้าไปบีบนวดประจบยายเพื่อให้ยายหายโกรธ พี่ปิ๋วคอยนวด พี่แป๋วจะคอยถือกระโถนให้ยายบ้วนน้ำหมาก ส่วนฉันนั้นช่วยส่งผ้าเช็ดปากให้ยายเช็ดปาก สามแรงเข็งขัน ในที่สุดวันนั้นนอกจากจะไม่โดนไม้เรียวแล้ว ยังได้เงินกินขนมคนละสองสตางค์

นิทานก่อนนอน

นิทานกับเด็ก ๆ นั้นเป็นของคู่กันมาแต่โบร่ำโบราณ ไม่เฉพาะแต่เมืองไทยเท่านั้น ทุกประเทศก็จะมีนิทานประจำชาติ และนิทานก่อนนอนจะเป็นที่ชื่นชอบของเด็กทุกคนเสมอ เนื่องจากป๋าเป็นนักเล่านิทานตัวยง อย่างที่เคยเล่าไว้ตอนแรก มีทั้งเรื่องผีก็องกอย เสือโคร่งเสือเหลือง อาตี๋ขายไอติม ฯลฯ

เรื่องผีก็องกอย ดูจะเป็นเรื่องที่พวกเรากลัวกันสุด ๆ เพราะป๋าชอบเล่าตอนกลางคืน สมัยนั้นพื้นเป็นไม้กระดานจะมีร่องระหว่างไม้กระดานแต่ละแผ่น พวกเราต้องนั่งเรียงแถวตามความยาวของไม้กระดาน เพราะกลัวผีจะแหย่ก้น ผีก็องกอยของป๋าจะมีขนดกเต็มตัว มีตาเดียว และขาเดียว เล็บยาวแหลมคม เวลาจะเดินไปไหนก็จะกระโดด ไปพร้อมกับส่งเสียงร้อง เสียงป๋าร้อง ก๊องกอยก็อก...ก๊องกอยก็อก มันเย็นและลากยาวจนพวกเราแทบจะไม่หายใจ

แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือเรื่องเสือโคร่งเสือเหลือง เรื่องนี้เป็นการผจญภัยตื่นเต้นจะมีแม่เป็นนางเอกซึ่งต้องเผชิญหน้ากับเสือที่ดุร้าย แม่ต้องวิ่งหนีเสือกันป่าราบ แล้วพวกเราทั้งหมดก็จะส่งเสียงเชียร์แม่กันสุดฤทธิ์ วันหนึ่งแม่ได้ยินเข้าก็เลยวงแตก วิ่งหนีแม่กันสุดฤทธิ์แทน เรื่องนี้ต้องแล้วแต่โอกาส เล่าบ่อยไม่ได้เพราะถ้าแม่ได้ยินจะเป็นเรื่องทีเดียว ป๋าต้องดูสถานการณ์เสียก่อนว่าปลอดภัยแน่จึงจะเล่า พวกเราเคยถามว่าทำไมเรื่องนี้ต้องให้แม่เป็นนางเอกให้คนอื่นเป็นแทนไม่ได้หรือ ป๋าบอกว่ามันสนุกตรงที่แม่เป็นนางเอกของเรื่องนี่แหละ ถ้าให้คนอื่นเป็นมันก็ไม่สนุกสิ

ส่วนเรื่องอาตี๋ขายไอติม ของป๋านั้นเป็นอมตะนิทานทีเดียว เพราะป๋าเล่าบ่อย จนฉันจำได้ทุกคำ เมื่อฉันมีลูก ตัวฉันซึ่งชอบฟังนิทานเมื่อเป็นเด็กจึงติดนิสัยชอบเล่านิทานให้ลูกชายคนเดียวของฉันฟังก่อนนอนแทบทุกคืน ฉันไม่รู้ว่าลูกชอบฟังหรือเปล่าแต่เล่าทีไรลูกหลับปุ๋ยทุกครั้ง อาตี๋ของป๋าแบกถังไอติมสี่ห้าถังขึ้นเครื่องบินไปขายต่างประเทศ เครื่องบินของป๋าจะวิ่งนานมาก..ก..ก จนบางทีพวกเราก็หลับกันไปก่อนเพราะรอไม่ไหว แต่เรื่องนี้จบลงที่ อาตี๋ขายไอติมหมดเกลี้ยงขนเงินกลับมาสร้างบ้านให้เตี่ยกับแม่อยู่อย่างสบาย สมัยนั้นฉันสงสัยไม่หายว่า ทำไมไอติมสี่ห้าถัง ของป๋าถึงสามารถสร้างบ้านได้หลังใหญ่และกลายเป็นเศรษฐีไปได้ แต่ก็สนุกดี ไม่เคยเบื่อ ทุกวันนี้ก็ได้คำตอบว่า มันคือนิทานนั่นเอง

นอกจากนิทานทั่ว ๆ ไปแล้ว ป๋ายังเก่งในเรื่องการเล่านิทานเป็นทำนองร้อยกรอง ชื่อเรื่องอะไรฉันก็จำไม่ได้ แต่จำท่อนที่ป๋าร้องให้ฟังบ่อย ๆ ได้ คือ .....อันตัวแม่นี้เล่านายสำเภาเขาจับได้...อุ้มแม่ไปลงนาวาพาแม่หนี...ลอยทะเลเตร่เตร็ดได้เจ็ดปี...จนวันนี้จึงได้พบประสบกัน จากท่วงทำนองอันเศร้าสร้อยทำให้พวกเราน้ำตาไหลทุกครั้งด้วยความสงสาร

นิทานเป็นเรื่องของจินตนาการ ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นด้วยคำพูด หรือตัวหนังสือและรูปภาพ แต่ต่างกันที่ ใครจะสามารถสร้างจินตนาการนั้นได้โดนใจผู้ฟังมากที่สุด สำหรับฉัน มันมากกว่าความสนุก แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือความรักความผูกพันระหว่างครอบครัว ความอบอุ่นในวัยเยาว์ที่ได้รับทุกวันก่อนนอน มันมีค่ามากยิ่งกว่าอะไรที่สุดในโลก

โพสได้แก้ไขโดย อภิญญา เมื่อ Jul 13 2007, 04:15 PM
--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 18, 2008, 01:50:22 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
ลั่นทมริมทะเล
Global Moderator
Full Member
*****
กระทู้: 119



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 01:48:40 am »


ชุติมา     
โพสต์เมื่อ: Jul 13 2007, 05:33 PM
   
มาตามอ่านค่ะ และดีใจที่คุณอภิญญากลับมาถึงแล้วด้วยความปลอดภัย คุณอภิญญาเล่าได้สนุกดีค่ะ อ่านเพลินเลยเป็นการฟื้นความหลังที่ดีมาก ๆ เลยค่ะ สังเกตให้ดีจะพบว่าในเรื่องเล่า จะมีเกร็ดต่าง ๆ ผสมผสานอยู่ด้วยเสมอ และนี่เป็นประวัติศาตร์พื้นบ้านอย่างหนึ่งนะคะ

ทีนี้ใครได้อ่านแล้วนึกถึงความหลังครั้งตัวเองยังเด็กอยู่ ก็อย่าลืมเขียนเล่าสู่กันฟังนะคะ แต่ละท่านน่าจะมีความหลังที่หลากหลายกัน และสิ่งที่อยู่ในเรื่องเล่าก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ



อภิญญา    
โพสต์เมื่อ: Jul 15 2007, 02:52 PM
   
ขอบคุณค่ะคุณชุติมา

มีความสุขค่ะที่ได้รื้อฟื้นเรื่องเก่า ๆ เมื่อวัยเยาว์ นึกุถึงตัวเองตอนนั้นแล้ว ต้องนั่งยิ้มทุกทีค่ะ คิดถึงยาย คิดถึงแม่ แลคิดถึงพ่อมากค่ะ ทุกท่านไปสวรรค์หมดแล้วค่ะ มีแต่พี่ ๆ ที่พอเจอกันทีก็เมาท์กระจาย ...ทุกทีด้วยความสนุกสนาน

--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com



thaipumpkin    
โพสต์เมื่อ: Jul 17 2007, 06:50 AM
   
เริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆ อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นค่ะ รอคอยตอนต่อไปด้วยใจจดจ่อค่ะคุณอภิญญา ขอบคุณค่ะ



อภิญญา    
โพสต์เมื่อ: Jul 17 2007, 02:31 PM
   
ขอบคุณค่ะ คุณ Thailpumpkin ตอนต่อไปจะตามมาในไม่ช้าค่ะ เพราะไฟกำลังติดแล้วค่ะ ว่าแต่ว่ามีชื่อเล่นที่เรียกง่าย ๆ บ้างหรือเปล่าค่ะ อย่างคุณหวาน คุณโจ๊ก คุณแจม น้องตั๊ด คุณนิ ไงคะ ชื่อยาว ๆ คนแก่เรียกยากค่ะ ...

--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com



thaipumpkin    
โพสต์เมื่อ: Jul 22 2007, 11:29 AM
   
เพิ่งแวะไปในครัวคุณนิมาค่ะ เห็นคุณอภิญญาพูดถึงยายจ๋า..หลานมาเยี่ยม หนูก็รีบวิ่งออกจากครัวมาที่ห้องสมุดเลยค่ะ แล้วก็รู้ว่าโดนหลอก แหม..คิดว่ามีตอนใหม่มาเพิ่มเสียอีก ไม่เป็นไรค่ะ หนูอ่านตอนนี้อีกรอบก็ได้ค่ะ (รอบ 3) ถ้าออกข้อสอบด้วยรับรองว่าหนูผ่านแน่ๆ ค่ะ (ผ่านการสอบ ) จากหนูพัมกิ้น



อภิญญา    
   
น้องพัมกิ้น

ขอบคุณนะคะที่อ่านตั้ง ๓ รอบ ติชมได้นะคะ เป็นเรื่องสมัยโบราณ กลัวว่าจะเบื่อกันเสียก่อน ก็เลย รอ ๆ อยู่ เรตติ้งยังไม่ค่อยดี เพราะ เพื่อนเก่า หายไปไหนหนอ ไม่ค่อยส่งเสียงมาเลย แง แง...

สำหรับน้องพัมกิ้นเดี๋ยวพี่จะให้รางวัลนะคะถ้าอ่านครบ ๔ รอบค่ะ ฮิ ๆ

--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com



PeggySueGuerra    
โพสต์เมื่อ: Jul 22 2007, 06:06 PM
   
เขียนได้น่ารักดีค่ะคุณพี่อภิญญา เพ็กกี้เป็นเด็กกรุงเทพ ไม่เคยได้สัมผัสชีวิตของคนต่างจังหวัด โคราชเป็นจังหวัดหนึ่งที่ติดใจมาก แม้จะเคยได้ไปเพียงครั้งเดียว แต่ก็ยังจำได้ไม่ลืมค่ะ



pimlapas    
โพสต์เมื่อ: Jul 22 2007, 07:51 PM
   
เข้ามาอ่านต่อ สนุกดีค่ะ พิมชอบมากเลยนะค่ะเนี่ย เหมือนว่าพิมได้เข้าไปฟังนิทานในวัยเด็กของพี่ด้วยน่ะสิ ชอบฟังนิทานเหมือนกันค่ะ พี่อภิญญา ให้ความรู้ควบคู่ไปกับการเขียนเรื่องเล่าด้วยค่ะ สิ่งที่ไม่เคยรู้ก็เพื่งได้สัมผัสก็ตอนอ่านภาค ๒ นี่แหละค่ะ
จะติดตามตอนต่อไปน่ะค ขอบคุณค่ะ

--------------------
ไปเยื่ยม..บ้านใหม่ด้วยนะค่ะ
http://pimlapas.page.tl/
http://pimmy65unitedstates.spaces.live.com



อภิญญา    
โพสต์เมื่อ: Jul 23 2007, 03:42 AM
   
น้องพิม และน้องเพ็กกี้

ดีใจค่ะที่เรื้องสั้นของคนแก่มีสาว ๆ เข้ามาอ่าน ยิ้มไป ก็เช็ดน้ำหมากไป แล้วก็เผลอเอาผ้าเช็ดน้ำหมาก ซับน้ำตา ก็เลยเลอะเทอะไปหมด ...เอิ๊ก ...ไปกันใหญ่แล้ว เดี๋ยวอ่านตอนต่อไปดีกว่าค่ะ

--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com


กะปอม    
โพสต์เมื่อ: Oct 8 2007, 08:24 AM
   
จากฉวีวรรณ
หนูชอบตอนที่ เมื่อยายรู้เรื่องความซนของพวกเรา ก็ไม้เรียวนั่นไง ยายถือไม้เรียวมาแต่ไกล พี่ปิ๋วก็นำพวกเราวิ่งหนีรอบบ้าน ยายวิ่งตามด้วยความโมโห ต่างคนต่างโกยอ้าว เพราะบ้านหลังใหญ่ ยายเลยวิ่งตามจนเหนื่อย พวกเราเห็นยายเหนื่อยหยุดยืนหอบ ก็เลยหยุดรอยายก่อน พอเห็นยายเริ่มวิ่ง พวกเราก็วิ่งต่อ จนในที่สุดยายก็เลิกตามเพราะคิดว่าชาตินี้คงตามเจ้าหลานทะโมนทั้งสามคนไม่ทันแน่ จึงเปลี่ยนใจกลับไปนั่งเคี้ยวหมากดับโมโหแทน ชอบตอนนี้มากค่ะได้เห็นภาพความทะโมนของเด็กๆที่แผงฤทธิ์ใส่ยาย ขอให้พี่ทะโมนเขียนต่อไปค่ะอย่าหยุด ไม่นั้นเสียดายแย่เหมือนมะละกอที่หักโค่นและไม่มีคุณยายถือไม้เรียวคอยไล่กวดอีกต่อไป พี่ต้องสู้ๆนะค่ะแล้วหนูจะเป็นกำลังใจให้คะ



อภิญญา    
โพสต์เมื่อ: Oct 8 2007, 03:10 PM
   
ขอบคุณค่ะสำหรับกำลังใจที่ให้กับพี่ มานึก ๆ ดูตอนนี้ ก็รู้สึกสงสารยายเหมือนกันว่าทำไปได้ยังไง

--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 01, 2008, 03:38:01 pm โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF