www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ไขว่คว้าหาดวงดาว - ตอนจุดเปลี่ยนแปลง  (อ่าน 1218 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: มกราคม 18, 2009, 07:50:54 pm »

ตอน จุดเปลี่ยนแปลง

หลังจากที่กลางโอนสัญชาติแล้ว เขาก็ทำเรื่องกรีนคาร์ดให้พ่อแม่ แต่สำหรับฉันกับน้องเล็ก กลางยื่นเรื่องไปแล้ว แต่เรายังต้องรอโควต้า กลางพยายามจะดึงฉันมาอยู่อเมริกา กลางใช้วิธีบังคับฉันทางอ้อม โดยการเอาลูกของฉันสองคนไปอยู่อเมริกาด้วย เขาหวังว่าฉันจะตามไปอยู่กับลูกโดยเร็ว แต่ฉันก็ยังสองจิตสองใจตัดสินใจแน่นอนไม่ได้ ฉันเองไม่ใช่ว่าจะไม่รักลูก ตั้งแต่ลูกเกิดมาฉันไม่เคยเลี้ยงดูแกทั้งสองคนเลย ยายของเด็กเป็นคนดูแล ป้อนนม ป้อนข้าว อาบน้ำ ความผูกพันกับลูกจึงไม่แน่นแฟ้นเท่าที่ควร เด็กอยู่กับยายจนอายุเกินสิบขวบทั้งคู่ กลางจึงมารับไปอยู่อเมริกาด้วย

ชีวิตครอบครัวของฉันแปลกมาก ฉันและสามีไม่ได้อยู่ด้วยกันเหมือนคู่อื่นๆ ฉันรู้อยู่เต็มอกว่าเขามีคนอื่นอีก แต่ฉันก็ทำอะไรเขาไม่ได้ ถ้าเขานึกจะมาเขาก็มา บางทีก็หายไปหลายเดือน เมื่อกลางรับเอาลูกของเราไปอยู่ด้วย ตอนแรกที่บอกเขาก็กลัวว่าเขาจะเอะอะโวยวาย แต่ผิดคาด
“ดีแล้วละ ต่อไปนี้เราจะได้ไปเยี่ยมลูกที่อเมริกาบ่อยๆ” เขาบอกอย่างอารมณ์ดี
“พ่อกับแม่ได้กรีนคาร์ดแล้วนะ ใช้เวลาแค่หกเดือนเอง” ฉันบอก
“แล้วพ่อกับแม่จะไปอเมริกาเมื่อไหร่ล่ะ” สามีของฉันถามต่อ
“ก็คงจะเดือนหน้า ใหญ่คงต้องไปส่ง เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พ่อกับแม่เดินทางออกนอกประเทศ”
“แล้วพ่อกับแม่จะไปอยู่เลยหรือเปล่า”
“คงไม่หรอก คงจะไปๆมาๆ พ่อกับแม่ยังห่วงบ้านที่นี่อยู่”
“ถ้างั้นผมจะไปด้วย ผมมีวีซ่าแล้ว ว่าแต่คุณขอวีซ่าหรือยัง”
“เรื่องนั้นไม่มีปัญหา เดี๋ยวใหญ่จัดการเองได้”

นี่เป็นการเดินทางไปอเมริกาครั้งที่สองของฉัน ซึ่งมีระยะเวลาห่างจากการเดินทางครั้งแรกถึงสิบสองปี

พ่อกับแม่ไม่ได้ตื่นเต้นที่ได้ไปอเมริกา แต่ไม่อยากขัดศรัทธาลูก การเดินทางไปแต่ละครั้งท่านทั้งสองก็อยู่ไม่เกินหนึ่งเดือน เพราะห่วงบ้านที่เมืองไทย พ่อกับแม่ต้องเดินทางไปอเมริกาทุกปี เพราะคนที่มีกรีนคาร์ดเขาห้ามออกนอกประเทศเกินหนึ่งปี ถ้ามีความจำเป็นต้องออกไปนานเกินหนึ่งปี ก็ต้องขออนุญาตเป็นพิเศษ เขาเรียกว่าขอre-entry เขาจะอนุญาตให้คนต่างด้าวที่มีใบเขียวออกนอกประเทศได้ไม่เกินสองปี

ตั้งแต่ลูกๆไปอยู่อเมริกา ฉันกับคุณชายต้นเดินทางไปเยี่ยมทุกปี การเดินทางไปอเมริกาแต่ละครั้งก็ถือโอกาสพาแม่ไปอเมริกา หรือไปรับแม่กลับเมืองไทย ส่วนพ่อไม่ชอบชีวิตความเป็นอยู่ที่อเมริกาเลย พ่อไปเที่ยวสองครั้งแล้ว แต่ละครั้งก็อยู่ได้ไม่เกินหนึ่งเดือน พออยู่ได้สักสองอาทิตย์พ่อก็เรื่มอึดอัดแล้ว พ่อชอบทำสวน ปลูกต้นไม้และผลไม้หลายชนิด เวลาอยู่ที่อเมริกาาพ่อจะบ่นถึงต้นหมากรากไม้ของพ่อเสมอ พ่อของฉันเป็นความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหัวใจ ฉันไม่แปลกใจหรอก เพราะว่าสมัยที่พ่อยังหนุ่มพ่อดื่มจัด แต่ดีอยู่อย่างหนึ่งที่ว่า พ่อจะชวนเพื่อนมาดื่มที่บ้าน ถ้าแม่ไม่ให้พ่อไปที่อื่น พ่อก็จะไม่ไป

ทำให้ฉันย้อนมาดูตัวเอง ฉันเป็นพี่คนโต มีนิสัยค่อนข้างดุ แต่กับสามีตัวเองฉันบังคับเขาไม่ได้เลย ส่วนกลางโชคดีที่สามีของเขาไม่เคยขัดใจเขาเลย มาดูน้องคนเล็กที่ได้สามีต่ำกว่าในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นวัย หน้าที่การงาน หรือการศึกษา แม้ว่าพ่อแม่จะพยายามขัดขวาง แต่น้องเล็กก็ยังดิ้อดึงแต่งงานกับผู้ชายคนนี้จนได้

สามีของน้องเล็กมีปมด้อยอยู่ลึกๆ เขารู้ว่าญาติทางฝ่ายเมียไม่ชอบเขา เขาก็มาระบายเอากับน้องเล็กด้วยการพูดจาวางอำนาจ เพื่อลบปมด้อยของตัวเอง แล้วก็ชอบทำต่อหน้าคนอื่นเสียด้วย บางครั้งพวกเราทนไม่ได้ต้องขัดคอเอาบ้าง เขาเคยทะเลาะกับฉันและกลางบ่อยมาก แต่เล็กกลับเข้าข้างสามีของเขา เขากลับเห็นเป็นเรื่องธรรมดา เขาบอกว่าผู้ชายต้องมีลักษณะห้าว และเป็นผู้นำ เขาเบื่อพ่อที่อยู่ใต้อำนาจแม่ตลอดเวลา พวกเราก็เลยไม่รู้จะว่าอย่างไรเมื่อน้องเล็กบอกว่า “ผัวใคร ใครก็รัก”
            ****************************
หลังจากที่พ่อกับแม่ได้กรีนคาร์ดสามปี กลางซื้อร้านอาหารไทยที่เจ้าของร้อนเงินได้ในราคาที่ถูกมาก เขาบอกให้น้องเล็กลาออกจากงานและอพยพมาอยู่อเมริกาทั้งครอบครัว จะได้มาช่วยกันดำเนินกิจการของร้าน ดิ๊กไม่ค่อยเต็มใจที่กลางเอาเงินจำนวนมากไปลงทุนกับร้านอาหาร แต่เขาก็ขัดไม่ได้อีกตามเคย

เล็กกับสามีและลูกมาอยู่อเมริกาแบบไม่ค่อยต็มใจนัก เขามีปัญหาเรื่องปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่  แต่จะว่าไปการที่เล็กกับสามีมาอยู่อเมริกา ทำให้สามีของเล็กรับผิดชอบต่อครอบครัวมากขึ้น สามีของเล็กต้องช่วยดูแลลูก และทำงานบ้าน สิ่งเหล่านี้เขาไม่เคยทำเลย ตอนที่อยู่เมืองไทยพอเลิกงานสามีของเล็กก็จะไปสังสรรค์กินเหล้ากับเพื่อนแทบทุกวัน พอถึงวันหยุดก็หาเรื่องออกนอกบ้านอีก

แต่ชีวิตของคนไทยในอเมริกามีลักษณะแบบต่างคนต่างอยู่ ทุกคนมีภาระต้องทำมาหากิน เมื่อกลับถึงบ้านก็เหนื่อยอยากจะพักผ่อน ไม่มีใครออกไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงตอนเย็นๆ ดังนั้นชีวิตครอบครัวของน้องเล็กจึงดีกว่าตอนที่อยู่ที่เมืองไทย แต่นิสัยก้าวร้าวของเขาก็ยังไม่หาย เขาเป็นคนที่ไม่ให้เกียรติผู้หญิง คงจะยกเว้นไว้คนเดียวคือแม่ของเขา เวลาที่ฉันไปพักอยู่กับน้องเล็กที่อเมริกาฉันรู้สึกขวางหูขวางตามาก แต่พยายามทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ คิดเสียว่าเรามาแค่ชั่วครั้งชั่วคราว

น้องสาวทั้งสองคนพยายามหว่านล้อมให้ฉันมาอยู่อเมริกา เพราะเขาอยากให้ฉันเลิกกับคุณชายต้น แต่ฉันยังห่วงพ่อแม่อยู่ ถ้าฉันไปอยู่อเมริกาพ่อแม่ก็จะไม่มีลูกอยู่ที่เมืองไทยเลย ถ้าท่านเจ็บป่วยขึ้นมาก็จะไม่มีใครดูแล

แม่ไปอเมริกาทุกปี มีอยู่ครั้งหนึ่งที่แม่เดินทางคนเดียวโดยไม่มีพ่อ พ่ออยู่บ้านคนเดียว และเกิดหัวใจวายกระทันหัน กว่าจะมีคนรู้ก็ตกเย็น เมื่อเด็กข้างบ้านเอาข้าวไปให้พ่อกิน เขาพบพ่อนอนตายมาหลายชั่วโมงแล้ว เพราะตัวของพ่อแข็ง เมื่อมีคนโทรศัพท์ทางไกลมาบอกแม่เสียใจจนเป็นลม พ่อกับแม่อยู่ด้วยกันมานานมาก ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา แต่เวลาที่พ่อตายแม่ไม่มีโอกาสได้เห็นใจ

แม่กับน้องๆบินด่วนกลับมาทำศพพ่อที่เมืองไทย พอเสร็จงานศพทุกคนก็รีบบินกลับไปอเมริกา แม่มีธุระบางอย่างที่จะต้องจัดการ หลังจากที่แม่และน้องๆกลับไปแล้วฉันรู้สึกว้าเหว่มาก ตอนที่พ่อยังอยู่ฉันไปดูแลพ่อทุกอาทิตย์ เมื่อไม่มีพ่อแล้ว แม่ก็คงจะไปอยู่กับน้องๆที่อเมริกา ทีนี้ฉันก็จะต้องอยู่ตัวคนเดียว จะหวังคุณชายต้นเป็นหลักไม่ได้เลย สภาพของฉันก็ไม่ต่างอะไรกับหนึ่งในบรรดาบ้านเล็กบ้านน้อยของคุณชายต้น

ฉันปรารภให้แป้นฟังว่า เพราะตอนนี้มีแป้นคนเดียวที่ยังไปมาหาสู่สม่ำเสมอ
“แม่คงจะไปอยู่อเมริกากับน้องๆ อาจจะกลับกลับมานานๆครั้ง ถ้าฉันต้องอยู่ทางนี้คนเดียวฉันก็ไม่เอาหรอก น้องเขาชวนอยู่ทุกวันให้ย้ายไปอยู่ที่นั่นกับพวกเขา”
“ก็ดีนะพี่ แล้วพี่จะไปทำอะไรที่นั่นล่ะ”
“เห็นกลางบอกว่าจะซื้อร้านใหม่ แล้วจะให้ฉันไปดูแล”
“พี่ให้หนูไปด้วยคนซิ ให้หนูไปช่วยที่ร้านใหม่ นะพี่นะ”
“ฉันก็อยากเอาเธอไปหรอก แต่เธอต้องขอวีซ่าเองนะ วีซ่าก็ไม่ใช่ขอได้ง่ายๆ เดี๋ยวนี้เขาเข้มงวดจะตายไป”
“หนูก็จะลองขอดูนะ”

“นึกๆแล้วก็เสียดายงานว่ะแป้น ตอนนี้ฉันก็มีตำแหน่งดีในบริษัท เงินเดือนก็ดี สวัสดิการเยี่ยม”
“โธ่เอ๋ย มานั่งเสียดายทำไม พี่ไปอยู่อเมริกา มีร้านเป็นของตัวเอง มีโอกาสหาเงินได้เยอะกว่าอยู่ที่นี่แน่นอนอยู่แล้ว หนูนี่ซิกำลังมีปัญหากับที่ทำงาน อาจจะโดนออก หนูถึงอยากมองหาหนทางใหม่”
“มีเรื่องอะไรล่ะ” ฉันซักด้วยความสงสัย
“เอ้อ....เรื่องมันยาวน่ะพี่ เอาไว้พร้อมเมื่อไหร่จะเล่า”
“ฉันหวังว่าเธอคงไม่ไปทำอะไรผิดกฎหมายนะ”
“โอ๊ย ไม่มี้ ไม่มี รับรองได้” แป้นรีบปฎิเสธเสียงแข็ง

“ฉันบอกตรงๆนะแป้น ฉันไม่รู้ว่าคุณชายเขาจะว่ายังไงเรื่องฉันจะย้ายไปอยู่อเมริกา”
“ยังไงพี่ก็ต้องพูดกับเขา หนูว่าพี่ไปอยู่อเมริกาชีวิตพี่จะดีกว่าอยู่ที่เมืองไทยเยอะ ถ้ายังอยู่ที่นี่ต่อ พี่ก็เหมือนหัวเดียวกระเทียมลีบ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกว่าน้องๆเขาจะมาช่วยก็คงไม่ทันการ”
“อืม เธอพูดถูก ตอนนี้ฉันเหมือนตัวคนเดียวจริงๆ”
“แล้วพี่อย่าลืมหนูล่ะ หนูจะพยายามจะเอาวีซ่าให้ได้”
“เอาให้มันได้ก่อนเถอะ แล้วค่อยมาว่ากันทีหลัง”

หลังจากที่คุยกับแป้นแล้ว ฉันจึงตัดสินใจแน่นอนว่าจะไปอยู่อเมริกากับแม่และน้องๆ ฉันก็ยังคาดไม่ถูกว่าคุณชายต้นจะมีปฏิกิริยาอย่างใด ทั้งๆที่เขาไม่ได้มีเยื่อใยกับฉันแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเขายังไม่ยอมปล่อยฉันไป ที่ไม่ปล่อยเพราะกันท่าไม่อยากให้ฉันไปเจอคนที่ดีกว่า

แต่ก็ผิดคาดอีกที่เขาสนับสนุนให้ไป เขาบอกว่า ดีแล้ว ถ้าเขาว่างเขาจะไปช่วยดูแลร้าน เขาคงคิดว่าเมื่อฉันได้กรีนคาร์ดแล้วเขาจะได้วีซ่าถาวรด้วยในฐานะเป็นสามีของฉัน เขาจะได้บินไปบินมาบ่อยๆได้อย่างสะดวก ไม่มีทางหรอก อย่าหวังเลยว่าฉันจะทำเรื่องให้
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 19, 2009, 01:04:23 am »

มาลงชื่อตามอ่านค่ะคุณเพ็กกี้ อ่านเพลินทีเดียว
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF