www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ยายจ๋า...หลานมาเยี่ยม (ตอน ๑ ปฐมบท )  (อ่าน 1468 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 02:21:27 am »

บทนำเรื่อง
ฉันเคยฝันอยากเป็นนักเขียน อยากเขียนทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันได้พบได้เห็นซึ่งผ่านเข้ามาในชีวิตของฉัน มีความทรงจำดี ๆ ในวัยเด็กที่เป็นพลังให้ฉันสู้กับชีวิต ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากยาย ทำให้ติดนิสัยอยากรู้อยากเห็น และค้นคว้าเพื่อหาคำตอบให้ตนเอง "ยายจ๋า..หลานมาเยี่ยม" เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งในวัยเด็ก แต่เป็นภาพแห่งความทรงจำที่บอกถึงความอบอุ่นความผูกพัน และความทะโมนของเราสามพี่น้อง แม้วันเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ไม่อาจลบความทรงจำที่มีค่านี้ไปจากใจของพวกเราได้ ฉันขออุทิศความดีในครั้งนี้ให้แก่บรรพบุรุษทุกท่านโดยเฉพาะยาย ที่เมตตาให้ทั้ง “ความรัก” และ”ความรู้” กับฉันและพี่ ๆ อย่างมาก

๑. ปฐมบท

ฉันเป็นหลานเพียงคนเดียว ที่ได้จดบันทึกเรื่องราวของบรรพบุรุษที่ฉันภูมิใจจากคำบอกเล่าของป้าเพื่อให้บอกต่อ ๆ ไปยังลูกหลานเหลนทุกคน ฉันเป็นลูกหลานย่าโมซี่งเป็นที่เคารพบูชาของชาวเมืองโคราชมาก เพราะวีรกรรมอันกล้าหาญของท่าน เมื่อคราวที่คนไทยถูกกวาดต้อนโดยกองทัพของเจ้าอนุวงศ์แห่งเมืองเวียงจันทร์

ป้าบอกว่า ต้นตระกูลของฉันชื่อ “สัมริด” เพราะท่านเกิดที่ทุ่งสัมฤทธิ์ ซึ่งปัจจุบันนี้อยู่ในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา

ในวันที่ ๖ มีนาคม ๒๓๖๙ ตรงกับวันอังคาร เดือน ๔ ขึ้น ๙ ค่ำ ปีจอ เมื่อคุณหญิงโมท่านได้วางแผนเพื่อต่อสู้กับกองทัพลาวนั้น หญิงท้องแก่ผู้กล้าหาญท่านหนึ่งซี่งมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยเช่นกันได้คลอดบุตรสาวที่ทุ่งสัมฤทธิ์แห่งนี้ และตั้งชื่อบุตรสาวว่า “สัมริด” แต่นั้นมา

ต่อมาท่านได้แต่งงานกับเจ้าสัวที่มีฐานะร่ำรวยมากตระกูลหนึ่งในเมืองโคราช มีลูกหลานสืบทอดกันมาจนถึงรุ่นยายชื่อ “ทองมี” ฉันได้รับรู้เรื่องราวของยายด้วยความภาคภูมิใจยิ่ง อย่างน้อยฉันก็เป็นลูกหลานของท่านผู้มีส่วนในการกอบกู้เมืองโคราชซึ่งเป็นบ้านเกิดของฉัน ส่วนก๋งนั้นท่านมาจากเมืองจีนเรียกว่า “จีนโพ้นทะเล” ในยุคนั้นคนจีนนิยมมาเสี่ยงโชคที่เมืองไทยกันมาก ก๋งก็เป็นคนหนึ่งที่หวังมาตายเอาดาบหน้าด้วยเสื่อผืนหมอนใบ ก๋งมีชื่อไทยในภายหลังว่า “วิสัย”

โชคดีที่เพื่อนก๋งฝากงานให้กับเถ้าแก่ร้านขายข้าวสาร ได้เป็นหลงจู๊ดูแลร้านและบัญชีรับจ่ายทุกอย่างเพราะก๋งมีความรู้มีการศึกษาดี และที่สำคัญมีความซื่อสัตย์ ก๋งพูดภาษาจีนได้หลายภาษา ดีดลูกคิดได้เร็วมาก ก๋งจะมีลูกคิดรางเงินอยู่รางหนึ่งสำหรับใช้ส่วนตัว ก๋งเรียนรู้ภาษาไทยได้รวดเร็ว เลยได้ใช้ภาษาไทยนี่แหละจีบยายจนได้แต่งงานกัน เพราะสมัยนั้นยายเป็นลูกสาวคหบดีที่มีชื่อเสียงในเมืองโคราช

อย่างไรก็ดี ก๋งต้องการสร้างครอบครัวด้วยน้ำพักน้ำแรงของท่าน ดั้งนั้นจึงขอแยกตัวมาสร้างฐานะจนกระทั่งมีโรงสีเป็นของตัวเอง มีลูกจ้างมากมาย ส่วนยายมีหน้าที่นั่งนับเงินให้ก๋ง

สมัยนั้นใครเขาเรียกก๋งว่า “เจ้าสัว” ฉันก็เลยมีวาสนาเป็นหลานเจ้าสัวไปด้วย เมื่อถึงวันตรุษจีน ที่บ้านก๋งจะมีซองแดงที่เขาเรียกกันว่า “อั่งเปา” แจกลูกหลานและลูกจ้างทุกคนรวมไปถึงลูกหลานของคนงานด้วย วันนั้นที่บ้านจึงคึกคักอุดมสมบูรณ์ ไปด้วยหมูเห็ดเป็ดไก่ของกินสารพัด พวกเราอยากให้ถึงวันนี้เร็ว ๆ เพื่อรอรับซองอั่งเปาจากก๋ง

แม่เป็นลูกคนที่สามในจำนวนห้าคน แม่เป็นผู้หญิงที่สวยมากเพราะได้ความสวยมาจากยาย แม่เป็นคนรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว จมูกโด่ง ผมหยิกหยักศกนิด ๆ ความสวยของแม่ร่ำลือไปไกล ครั้งหนึ่งเคยมีคนมาชวนให้แม่ไปประกวดนางงามโคราชแต่ยายปฏิเสธ แม่จึงเป็นเพียงนางงามของป๋าเท่านั้น เสียดายจริง ๆ ไม่อย่างนั้นฉันคงได้เป็นลูกสาวนางงามไปแล้ว

แม่ได้เรียนหนังสือจนจบโรงเรียนสตรีการเรือน ชื่อโรงเรียนลิฟวิ่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนการเรือนที่โด่งดังมากในยุคนั้น ในสมัยนั้นถ้าลูกสาวบ้านไหนเรียนจบโรงเรียนสตรีการเรือนแห่งนี้ถือว่ามีฐานะดี และลูกสาวบ้านนั้นก็จะเป็นที่สนใจของหนุ่ม ๆ ทั้งหลาย

ด้วยเหตุนี้ เรื่องการบ้านการเรือนแม่จึงไม่เป็นรองใคร แม่ทำได้ดีทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเย็บปักถักร้อย ดัดผม ตัดเย็บเสื้อผ้า แม่ทำอาหาร และขนมอร่อยมาก แต่ลูก ๆ โดยเฉพาะฉันไม่ได้มรดกของแม่มาเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ว่าจะเป็นความสวยหรือเรื่องการบ้านการเรือน แต่ยังไงฉันก็ได้พรสวรรค์ในทางขีด ๆ เขียน ๆ มาจากป๋าแทบทุกอย่าง

เป็นลูกหลานคนจีนเหมือนก๋ง ป๋ามาค้าขายที่โคราชจึงพบแม่โดยบังเอิญ ด้วยเหตุนี้จึงสามารถฝ่าด่านอรหันต์จีบแม่ได้สำเร็จ สมัยนั้นป๋าเป็นหนุ่มรูปหล่อ ฐานะดี มีการศึกษา เขียนหนังสือสวย ก๋งจึงชอบป๋ามาก ดังนั้นพ่อตากับลูกเขยก็เลยถูกคอกันดี

ป๋ามีพรสวรรค์ในเรื่องการเขียน ทั้งร้อยแก้ว ร้อยกรอง เล่านิทานก็เก่ง ฉันได้อาศัยจำนิทานของป๋ามาเล่าให้ลูกฟัง นิทานของป๋าจะมีแม่เป็นตัวประกอบให้ลูก ๆ ได้หัวเราะเสมอ ๆ บางครั้งแม่แอบได้ยิน ก็เลยวงแตก ตัวใครตัวมัน

แม่เคยเล่าว่า สมัยที่ป๋ายังหนุ่ม ๆ เมื่อแอบมาจีบแม่ใหม่ ๆ ป๋าจะแต่งตัวเท่ห์(ในความคิดของป๋า)สวมกางเกงขาสั้นและถุงเท้ายาวถึงใต้เข่า มีหมวกและไม้เท้าเข้าชุดพอดี และที่สำคัญเวลาป๋าเดินไปไหนมาไหนจะมีเสียงกรุ๋งกริ๋งของกุญแจพวงใหญ่ แม่บอกว่าไม่รู้ว่าที่บ้านของป๋ามีห้องกี่ห้องถึงได้มีลูกกุญแจมากมายขนาดนั้น ป๋าจะห้อยพวงกุญแจไว้กับปลายข้างหนึ่งของโซ่เส้นเล็ก ๆ แล้วเกี่ยวปลายโซ่ทั้งสองข้างไว้กับหูกางเกงห่างกันหนึ่งหู ให้โซ่ห้อยย้อยลงมาประมาณปลายมือ มองดูโก้มากในยุคนั้น ความเท่ห์อยู่ที่สายโซ่และพวงกุญแจ แม่บอกว่าเห็นแล้วแอบหัวเราะป๋าบ่อย ๆ

บ้านสวน กับ สามทะโมน

ปิ๋ว แป๋ว และปิ๋ม เป็นชื่อที่ป๋ากับแม่ตั้งให้ลูกสาวทะโมนทั้งสามคน พวกเราอายุไล่เลี่ยกันคือ ๙ ขวบ ๖ ขวบ และ ๔ ขวบ ฉันเป็นลูกคนที่สาม พวกเราสามคนเกิดที่โคราชนี่เอง ในอำเภอเมืองใกล้ ๆ กับประตูชุมพล ตอนนั้นฉันมีน้องสาวคนหนึ่งอายุ ๑ ขวบ ชื่อ เป้าเกิดที่บ้านแม่ เพราะยังเล็กมากจึงต้องอยู่กับแม่ไม่ได้มาเที่ยวบ้านยายเหมือนพวกเรา

บ้านยายอยู่ในตรอกไก่แจ้ เพราะแถวนั้นมีตึกสูงหลายชั้นอยู่ติดถนนใหญ่ เป็นตึกสมัยใหม่ เขาเรียกกันว่าตึกไก่แจ้เพราะมีตึกใหญ่แบบฝรั่งมีรูปไก่แจ้อยู่บนยอดตึก มีไว้ทำไมก็ไม่มีใครตอบได้ ฉันเองก็ไม่ได้สนใจนักเพราะข้างล่างในสวนของยายมีอะไรที่น่าสนใจกว่าเยอะ แถวนี้จะเป็นร้านขายผ้าของชาวอินเดีย ที่ยายเรียกว่า “แขกขายผ้า”

พี่ปิ๋วเป็นเด็กที่แคล่วคล่องว่องไว ไม่กลัวอะไร เป็นหัวโจกนำน้องๆ สร้างวีรกรรมเสมอ ๆ เป็นเจ้าความคิดแผลงๆ ที่ทำให้ถูกยายดุบ่อย ๆ

พี่แป๋วเป็นเด็กเรียบร้อย ขี้โรค เมื่ออายุได้ ๔-๕ ขวบไม่สบายบ่อย ยายเลยแก้เคล็ดโดยให้ตัดผมนุ่งกางเกงเป็นเด็กผู้ชายเสียเลย ค่อนข้างต้วมเตี้ยมเป็นจุดอ่อนของทีมเรา แต่ก็สามารถปรับตัวตามพวกเราได้ทุกที่ทุกสถานการณ์

ส่วนฉัน (ปิ๋ม) แม้จะเป็นน้องเล็กอายุแค่ ๔ ขวบ แต่ก็สู้ไม่ถอยถึงไหนถึงกัน ฉันจึงได้รับการยอมรับเป็นหนึ่งในทีมสามทะโมน เราไปเที่ยวบ้านยายกันบ่อย ๆ จนกระทั่งยายจากพวกเราไป ตั้งแต่นั้นบ้านสวนก็ไม่สนุกสนานเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

ก๋งมีร้านค้าอยู่ในย่านใจกลางเมือง กลางคืนจะมีลูกจ้างนอนเฝ้า ด้านหลังของร้านค้าจะเป็นคลอง พวกลูกจ้างที่นอนเฝ้าร้านมักจะมาฟ้องก๋งเป็นประจำว่าเสื้อผ้าที่ตากไว้หลังบ้านหายบ่อย ๆ เพราะพวกโขมยมันพายเรือมาสอยไปใช้ ภายหลังก๋งเลยต้องทำรั้วใหม่ให้มิดชิด ไม่เช่นนั้นวันหนึ่งมันคงมาสอยเอาคนนอนเฝ้าร้านและข้าวของในบ้านไปหมด

แต่บ้านสวนเป็นบ้านที่ก๋งกับยายอาศัยอยู่กับลูก ๆ ก๋งจะปลูกเรือนแถวให้ลูกจ้างกับครอบครัวอยู่ด้านหลังนอกรั้วบ้าน บ้านสวนอยู่หลังตึกไก่แจ้นี่เองแต่อยู่ในซอย บ้านยายเป็นบ้านไม้หลังใหญ่สองชั้น มันใหญ่มากสำหรับฉันในขณะนั้น จนบางครั้งฉันแทบเดินหลงทาง แต่ที่ฉันเรียกบ้านสวนเพราะด้านข้างและด้านหลังของตัวบ้าน จะเป็นสวนที่มีบริเวณกว้างใหญ่ให้ฉันได้อาศัยวิ่งเล่นสนุกสนานในวัยเด็ก

สวนของยายมีผลไม้หลายชนิด ทั้งมะละกอ น้อยหน่า ทับทิม และมะพร้าว จึงเป็นสวนที่ฉันและพี่ ๆ ชอบไปเล่นซนกันเสมอ เราจะมาเยี่ยมก๋งกับยายตอนโรงเรียนปิดเทอมเท่านั้น เพราะพอฉันเกิดได้ไม่นาน ป๋ากับแม่ก็ย้ายไปอยู่ที่บ้านใหม่ของป๋าซึ่งอยู่คนละจังหวัด ฉันยังไม่ถึงเกณฑ์เข้าโรงเรียน บางครั้งจึงได้มาอยู่กับยายบ่อยกว่าคนอื่นบ้านสวนของยายจึงเป็นมหกรรมวันหยุดอันแสนสนุกของพวกเราทุกคน เป็นทีมสามทะโมนจอมซนที่ยายจะต้องปวดเศียรเวียนเกล้ากับความซนของพวกเราเสมอ

สวนของยายมีประตูรั้วด้านหลังที่สามารถเปิดทะลุไปยังบ้านของยายแช่ม เพื่อนบ้านที่สนิทสนมกับยายมากที่สุด บ้านนี้มีหมาดุมาก ๆ สีดำตัวโต เวลายายใช้ให้เอาขนมไปฝากยายแช่ม ฉันและพี่ ๆ จะแอบเดินย่องอย่างเงียบกริบเกาะกันเป็นพรวนเพราะกลัวเจ้าดำที่แสนโหด แต่ความจริงเจ้าดำจะถูกขังไว้ก่อนเสมอ ก่อนจะใช้ให้พวกเราส่งของ ถึงอย่างไรก็ยังไม่ค่อยน่าไว้ใจอยู่ดี ยายแช่มและตายังนั้น ท่านเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทนสนมกับยายมาก สองบ้านนี้เขาจะส่งขนมและอาหารให้กันเสมอ เพราะฝีมือนั้นไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันเลย ต่างก็อร่อยทั้งคู่ ฉันกับพี่ ๆ ยังเคยได้ส่วนแบ่งจากของฝากเสมอ ๆ

วันหนึ่ง พวกเรานึกสนุกชวนกันแอบเข้าไปในบ้านยายแช่ม บรรยากาศเงียบเชียบจริง ๆ ยายแช่มคงนอนหลับ เจ้าดำก็คงหลับด้วยเช่นกัน คิดเข้าข้างตัวเองเสร็จสรรพ แล้วย่องตามกันเป็นแถวจะไปหาตายัง เพราะตายังนั้น ท่านมักจะมีขนมอร่อย ๆ แจกเด็ก ๆ เป็นประจำ แถมยังชวนเด็ก ๆ ให้ไปเที่ยวที่บ้านบ่อย ๆ

ขณะที่กำลังย่องด้วยฝีเท้าที่เบาสุดขีดนั้น มีเสียงหายใจฟืด ๆดังอยู่ข้างหลังไม่ไกลนัก ฉันรู้สึกมีลมหายใจอุ่น ๆ รดต้นคอ ใจฉันเต้นเหมือนกลองสะบัดชัย หยุดเดินแล้วค่อย ๆ สะกิดพี่สาวและกระซิบเบา ๆ ที่หูให้ช่วยมองหน่อยว่าข้างหลังฉันมีอะไรหรือเปล่า เพราะดูจะไม่ปกติสำหรับฉัน

และแล้วพวกเราก็ต้องกรี๊ดกันลั่นบ้าน เพราะเจ้าดำมายืนทะมึนอยู่ข้างหลังใกล้จนกระทั่งรู้สึกถึงลมหายใจของเจ้าดำทีเดียว มันแยกเขี้ยวขาววับน่ากลัว ก่อนที่โศกนาฏกรรมจะเกิดขึ้น ตายังก็โผล่มาทันเวลา เอ็ดตะโรเจ้าดำให้มันหยุดและกลับไปหลังบ้าน พวกเราจึงรอดตายกันวันนั้น แต่มาเกือบตายเพราะยายโกรธเมื่อรู้ว่าเราแอบเข้าไปเล่นที่บ้านยายแช่ม

ตั้งแต่วันนั้นพวกเราเข็ดจนตายไม่กล้าแอบเข้าไปโดยไม่ได้รับคำสั่ง แต่ทุกวันนี้ฉันยังสงสัยไม่หายว่าทำไมเจ้าดำไม่งับที่ต้นคอฉันให้รู้แล้วรู้รอดไปในตอนนั้น เพราะมันคงเดินตามพวกเรามาเป็นนาน แล้วมันรออะไรอยู่ถึงมัวเดินตามฉันจนชิดขนาดนั้น มาคิดอีกทีฉันว่าเพราะมันคงขำท่าทางของพวกเราที่มองแต่ข้างหน้า ส่วนข้างหลังไม่ยักมีใครมองนั่นเอง...เออ ฝากไว้ก่อนเถอะ...เจ้าดำ

โพสได้แก้ไขโดย อภิญญา เมื่อ Jul 10 2007, 04:51 AM

--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 01, 2008, 03:56:02 pm โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
ลั่นทมริมทะเล
Global Moderator
Full Member
*****
กระทู้: 119



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 02:26:46 am »


นิค่ะ     
โพสต์เมื่อ: Jul 10 2007, 05:31 AM
   
เข้ามาอ่านเป็นคนแรกแล้วค่ะ เย้ ...
คุณอภิญญาเขียนได้รื่นดีแล้วนะคะ อ่านเพลินเลยละค่ะ

โพสได้แก้ไขโดย นิค่ะ เมื่อ Jul 10 2007, 05:31 AM

--------------------
http://nilubol.spaces.live.com
http://chutimasevikul.spaces.live.com



thaipumpkin    
โพสต์เมื่อ: Jul 10 2007, 05:58 AM
   
ชอบจังค่ะคุณอภิญญา ชอบเรื่องราวเก่าๆ แบบนี้ อ่านเพลินค่ะ



อภิญญา    
โพสต์เมื่อ: Jul 10 2007, 09:49 AM
   
ขอบคุณค่ะคุณนิ และคุณ Thaipumpkin

คอยติดตามตอนต่อไปของสามทะโมนนะคะ รับรองว่าสนุกค่ะ

--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com



pimlapas    
โพสต์เมื่อ: Jul 10 2007, 12:25 PM
   
น่ารักมากเลยค่ะ ชอบค่ะ คุณอภิญญา แวะอ่านนิยายรัก ฉบับป้าหมู ของพิมหรือยัง เข้าไปอ่าน และวิจารณ์ให้ด้วยค่ะ ด้วยความเคารพ

--------------------
ไปเยื่ยม..บ้านใหม่ด้วยนะค่ะ
http://pimlapas.page.tl/
http://pimmy65unitedstates.spaces.live.com



อภิญญา    
โพสต์เมื่อ: Jul 14 2007, 08:39 AM
   
อ่านแล้วค่ะคุณพิมพ์

ทำให้เห็นชีวิตที่น่ารักน่าอิจฉาของหญิงไทยผู้โชคดีคนหนึ่ง เนื้องเรื่องลื่นไหลดีค่ะ อ่านแล้วอิจฉาความโรแมนติกจริงจริ๊ง......

โพสได้แก้ไขโดย อภิญญา เมื่อ Jul 14 2007, 08:39 AM

--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com



pimlapas    
โพสต์เมื่อ: Jul 22 2007, 07:48 PM
   
เข้ามาบอกว่ากำลังจะไปอ่านภาค ๒ ค่ะ กิ๊ก ๆๆ

--------------------
ไปเยื่ยม..บ้านใหม่ด้วยนะค่ะ
http://pimlapas.page.tl/
http://pimmy65unitedstates.spaces.live.com



lantom    
โพสต์เมื่อ: Sep 5 2007, 08:08 PM
   
- ลงชื่ออ่านจบตอน ๑ จบแล้วครับ
- มีความรู้สึกเหมือนตอนอ่านความสุขของกะทิเลยครับ
รู้สึกเหมือนกำลังเดินตามหลังพี่อภิญญากลับไปในอดีตเลย
แต่ขออนุญาตเดินแซงนิดนึงก่อนจบนะครับ
...ไม่อยากได้ยินเสียงฟืดฟาดรดต้นคออ่ะ !! มันเสี๊ยว !
- มีความสุขมากครับ

--------------------
หอมเอย หอมกลิ่น อบอวล ... หอมชวน ชิดใกล้ ให้หา... ขาวนวล ชวนชม ลมพา... พริ้วมา ลั่นทม ชมเชย



อภิญญา    
โพสต์เมื่อ: Sep 8 2007, 07:01 AM
   
ขอบคุณค่ะน้องลั่นทม

ดีใจที่เข้ามาอ่านเรื่องสั้นของพี่ ติดตามตอนต่อไปเรื่อย ๆ รับรองมีอะไรดี ๆ อีก มาก จากสามทะโมนค่ะ

--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com



กะปอม    
โพสต์เมื่อ: Oct 8 2007, 07:54 AM
   

จากฉวีวรรณ หนูชอบตอนนิทานของป๋าจะมีแม่เป็นตัวประกอบให้ลูก ๆ ได้หัวเราะเสมอ ๆ บางครั้งแม่แอบได้ยิน ก็เลยวงแตก ตัวใครตัวมัน อ่านแล้วหนูยังแอบอิๆๆเลยค่ะ และสามสาวทะโมนโดยเฉพาะคนสุดท้อง น่าจะสุดแสบกว่าใครทำให้น่าติดตามตอนต่อไปที่ลงท้ายด้วย.......ฝากไว้ก่อนเถอะ...เจ้าดำ
หนูชอบคะพี่

โพสได้แก้ไขโดย กะปอม เมื่อ Oct 8 2007, 07:58 AM



อภิญญา    
โพสต์เมื่อ: Oct 8 2007, 03:07 PM
   
น้องกะปอม

คนสุดท้องก็คือพี่เองแหละค่ะ ฮิ ๆ เป็นเรื่องจริงไม่อิงนิยายตอนเด็ก ๆ ค่ะ

--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com



กะปอม    
โพสต์เมื่อ: Oct 9 2007, 03:11 AM
   
จากฉวีวรรณ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 01, 2008, 04:00:11 pm โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF