www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เจ้าพุ่มผมดอกเบญจมาศ 3  (อ่าน 1169 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
กะปอม
Newbie
*
กระทู้: 29



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2009, 07:10:51 pm »

พ่อดึงนุ่นให้นั่งลงบนตักพลางใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านเสยเส้นผมเขี่ยให้พ้นใบหน้าเบาๆ แล้วรวบเส้นผมเป็นจุกเสยขึ้นไปไว้บนกลางศีรษะรัดด้วยยางหนังกระติกเหมือนพุ่มดอกเบญจมาศหอมหวน พ่อยิ้มในตาก้มมองด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ดุจดั่งดอกไม้กำลังแย้มบานโดยไม่มีวัน...รู้จักโรย
...

จากความร่วงโรยก่อนชีวิตของนุ่นกับน้องชายจะเกิด ณ.ชุนชนริมตลิ่งแควน้ำน่าน จากแดนไกลโพ้นถิ่นฐานบ้านเกิดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุบลราชธานี

ความสูญเสียเลือดเนื้อเชื้อไขเกิดจากโรคระบาดไปทั่วทั้งตำบลเหมือนพายุพัดพา ผ่านท้องไร่ ผ่านทุ่งนา เคลื่อนคลานเหยียบย่างเข้าหาทุกครัวเรือนและคลาดชีวิตผู้คนทั้งหลายไปพร้อมๆกัน

พายุยังโหมกระหน่ำต่อไปจวนจนมาถึงบันไดเรือนของพ่อกับแม่อย่างไม่มีความปราณี ความโหดร้ายยังได้พัดพรากหอบเอาชีวิตพี่ชายพี่สาวไปต่อหน้าต่อตาในครวญเดียวกัน

เสียงร้องไห้ร่ำไรถึงลูกน้อยและไม่ยอมรับคำปลอบประโลม ยังคงหลั่งน้ำตาออกไปทั่วทุกสารทิศอย่างไม่ขาดสาย เหมือนทุกหยาดหยดจากตาของแม่ไม่เคยแห้งเหือดจากหัวใจที่ฟกช้ำเช่นกัน

ณ เมรุวันฌาปนกิจ ความตายมาเป็นเจ้าเรือน เมฆดำยังคงปกคลุม ความมืดมน อนธการมาเยือนแล้วเยือนเล่า พ่อขึ้นไปวางดอกไม้จันทน์ให้พี่ทั้งสอง

ส่วนแม่ไม่สามารถขึ้นไปฌาปนสถานได้เพราะมีนุ่นอยู่ในครรภ์ได้สามเดือน เหตุการณ์ทั้งมวลทำให้กลางวันมืดมิด ดวงจันทร์อับแสง ดวงประจำรุ่งทุกค่ำคืนไม่มีวันที่จะส่องแสงสว่างมาอีกเลย

หลังจากวันนั้นพ่อกับแม่กะเตงพี่ชายที่รอดชีวิตอย่างจวนเจียนอีกคน พากันหนีจากความตายที่ริมฝั่งแม่น้ำมูล แควน้ำแดนไกลโพ้นจากตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งสามชีวิตซัดเซพเนจรจนมาถึงเมืองท่าน้ำแห่งทิศเหนือ ตำบลบางโพธิ์ท่าอิฐ ( ปัจุจบันเป็นตำบลท่าอิฐ)

จากสายน้ำแม่มูลไม่มีวันบรรจบกับสายน้ำน่าน หรือทิศตะวันออกห่างไกลกว่าทิศตะวันตกมากแค่ไหน ความห่างไกลไม่ช่วยคลายความโศกเศร้าอาลัยอาวรณ์จากความร่วงโรยที่ตามมาหลอกหลอนเวียนวนคล้ายห้วงน้ำลึกปั่นป่วนอยู่ในหัวใจของมารดาตลอดทั้งวันคืน

ณ ท่าน้ำแห่งทิศเหนือ คืนดวงเพ็ญเดือนสิบสองกลีบเมฆได้ผลิออก แสงนวลส่องสว่างผ่านความมืดมิดที่ปกคลุมมาเป็นเวลาเนินนาน เด็กหญิงบุญญารักษ์ ได้ถือกำเนิดขึ้น ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจ

ทว่าเสียงร้องของทารกนั้นก่อให้เกิดความปิติยินดีมากนัก เพราะเสียงนั้นเหมือนกำลังทอแสงสว่างขึ้นที่ท่ามกลางดวงใจของพ่อกับแม่ ณ บางโพธิ์ท่าอิฐ และอยากจะตะโกนเปล่งเสียง กู่ก้อง เพื่อชุบชีวิตจากฟากฟ้าทิศเหนือจนถึงฟากฟ้าทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และบอกพ่อกับแม่ว่า! ต่อไปนี้การคร่ำคราญร้องไห้เสียใจจะไม่มีอีกต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 20, 2009, 07:28:54 pm โดย กะปอม » บันทึกการเข้า
กะปอม
Newbie
*
กระทู้: 29



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2009, 07:19:11 pm »

เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ท่านประภัสสร  เสวิกุล และ พี่ชุติมา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 20, 2009, 07:22:45 pm โดย กะปอม » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF