www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Subsidy Publisher - จุดเขียน/จุดขาย  (อ่าน 2409 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: เมษายน 13, 2009, 07:58:18 pm »

คนที่อยากเป็นนักเขียนก็มักจะเจออุปสรรคกันทุกคน ต้องใช้ความอดทนในการรอที่จะให้สนพ.พิจารณา สำนักพิมพ์มีต้นฉบับที่จะต้องอ่านเป็นร้อยเป็นพัน กว่าจะถึงตาเราก็ใช้เวลาพอสมควร บอกอของนิตยสารแห่งหนึ่งเขียนไว้ในเว็บไซด์ของสำนักพิมพ์ว่า เป็นนักเขียนก็ต้องอดทน เธอผู้นี้ไม่พอใจที่นัก(หัด)เขียนส่งต้นฉบับไปให้สนพ.หลายแห่งพิจารณาในเวลาเดียวกัน อันนี้เพ็กกี้ไม่เห็นด้วย เพ็กกี้ว่าเป็นสิทธิของผู้เขียนที่จะส่งต้นฉบับให้สนพ.หลายๆแห่งพิจารณา จะให้รอคำตอบจากสนพ.เดียวก็ไม่ยุติธรรมนัก บางสำนักพิมพ์ไม่เสียเวลาที่จะตอบปฏิเสธด้วยซ้ำ ทำให้นัก(อยาก)เขียน รอ ร้อ รอ อย่างไม่มีกำหนด

ที่อเมริกาสนพ.ทุกแห่งจะตอบจดหมายแนะนำงานเขียน (Query Letter) ไม่ว่าจะตอบรับหรือตอบปฏิเสธ ไม่อยากจะตำหนิสนพ.บางแห่ง แต่การที่ละเลยไม่ตอบถือว่าเสียมารยาท ถึงแม้จะเป็นคำปฏิเสธแต่เพ็กกี้เชื่อว่านักเขียนทุกคนก็อยากจะได้ยินคำตอบ เพื่อที่เขาจะได้ปรับปรุงงานเขียนของตัวเอง
เมื่อเร็วๆนี้ได้รับจดหมายจากสนพ.แห่งหนึ่งในรัฐเพนซิลเวเนีย เขาแนะนำตัวเองว่าเป็นSubsidy Publisher อือ เรียกเป็นภาษาไทยว่าอยางไรดีล่ะ เรียกว่ามือปืนรับจ้างไปพลางๆก่อน เอาเป็นว่าเขารับจ้างพิมพ์งานเขียนทั่วไป เพ็กกี้เคยได้ยินว่าในเมืองไทยก็มีสำนักพิมพ์แบบนี้เหมือนกัน แต่Subsidy Publisherในอเมริกาเขามีขั้นตอนมากมายก่อนที่จะรับพิมพ์งานเขียน ถึงแม้ว่าสนพ.จะรับทรัพย์ในการจ้างพิมพ์ แต่เขาก็ต้องแน่ใจว่างานที่เขาพิมพ์จะต้องเข้าขั้น ไม่อย่างนี้พิมพ์ออกมาแล้วก็ไม่มีคนซื้อ

ขั้นตอนแรกก็คือ เขาคิดค่าอ่านต้นฉบับ พร้อมกับแนะนำด้วยว่าควรจะแก้ไขและปรับปรุงอย่างไร เมื่อการแก้ไขเป็นที่น่าพอใจก็ถึงขึ้นต่อไปคือการพิมพ์ เรื่องราคาขึ้นอยู่กับการตกลงกันแต่ละราย  สนพ.ที่เขาติดต่อเพ็กกี้มาเขาคิดค่าพิมพ์ $980 เขาจะออกแบบปกทั้งปกหน้าและปกหลัง เมื่องานเขียนได้ตีพิมพ์ออกมาแล้ว ทางสนพ.จะเป็นผู้จัดจำหน่าย เขาจะเอาหนังสือออกใหม่แนะนำไว้ในเว็บไซด์ของสนพ.ด้วย ถ้าต้องการให้สนพ.โปรโมทหนังสือให้ด้วยเขาคิดค่าพิมพ์และค่าโปรโมทรวมทั้งสิ้น $1980 โปรโมทในที่นี้นอกจากจะโฆษณาให้แล้ว เขายังมีbook reviewลงตามหนังสือพิมพ์ระดับดังๆอีกด้วย
เมื่อหนังสือขายได้นักเขียนก็จะได้ส่วนแบ่งจากการขาย สมมุติว่าราคาหนังสือที่ขายในท้องตลาดเล่มละ$10 นักเขียนก็จะได้ส่วนแบ่งเล่มละ$3 ถ้าเป็นการขายส่งนักเขียนจะได้เล่มละ$1.20  ที่ได้ส่วนแบ่งน้อยเพราะราคาขายส่งไม่ถึงเล่มละสิบดอลล่าร์ ถ้านักเขียนจะซื้อหนังสือของตัวเองก็จะได้ส่วนลดสี่สิบเปอร์เซ็นต์ เป็นอย่างไรคะ สำนักพิมพ์แบบนี้เขามีแต่ได้กับได้

พูดถึงข้อดีและข้อเสียของการจ้างสนพ.ประเภทนี้ ข้อดีก็คือ
1.   เรามีคนช่วยตรวจทานและแก้ไขต้นฉบับให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
2.   ได้รับการตีพิมพ์เร็ว ไม่ต้องรอนานเหมือนสนพ.ทั่วไป

ข้อเสียก็คือราคาแพง ถ้าเป็นสนพ.ธรรมดาเราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย นอกจากนี้ก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายปลีกย่อยที่สนพ.เรียกเก็บจากเราอีก ถ้าตัดสินใจจะใช้บริการแบบนี้ก็ต้องดูสัญญาให้ดี ตกลงกันให้ชัดเจนว่าจะไม่มีhidden costsอีก

ในความเห็นของเพ็กกี้สนพ.เล็กๆน่าจะพิจารณารับพิมพ์งานของนักเขียนหน้าใหม่ นอกจากจะได้ค่าตีพิมพ์แล้ว ยังมีรายได้จากการตรวจทานแก้ไข (Edit)งานของนักเขียน ถ้าสนพ.มีบุคคลากรพอที่จะทำหน้าที่นี้ได้นะคะ นักเขียนหน้าใหม่ก็จะได้แจ้งเกิดในวงการเสียที Subsidy Publisher ก็ทำหน้าที่เป็น “ป๋าดัน” หรือ “เจ๊ดัน” ส่งเสริมให้มีนักเขียนหน้าใหม่เกิดขึ้น แต่เพ็กกี้ไม่มีปัญญาจ้างมือปืนหรอกค่ะ ยินดีที่จะส่งต้นฉบับแล้วก็ รอ ร้อ รอต่อไป สักวันมันก็จะถึงตาเราบ้าง ต้องมีสักวัน ต้องมีสักวัน เหมือนบทเพลง จุดขายก็คือตั้งชื่อเรื่องให้มันสะดุดตาสำนักพิมพ์

มีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะแบ่งปันความรู้ อาจจะนอกประเด็นหัวข้อนี้ แต่เพ็กกี้คิดว่าหลายคนอาจจะไม่ทราบ ในฐานะที่ตัวเองเป็นล่ามนะคะ ได้ยินคนไทยออกเสียงคำต่อไปนี้ผิดบ่อยมา ดังนั้นเวลาที่เขาเรียกล่ามเพ็กกี้สังเกตว่าหลายครั้งคนไทยพูดภาษาอังกฤษได้ แต่สื่อสารกับเจ้าของภาษาไม่เข้าใจเพราะการออกเสียงไม่ถูกต้อง ที่เห็นชัดเจนสองคำก็คือคำว่า error ที่ถูกอ่านว่า แอร์เร่อร์ ไม่ใช่ เออเร่อ และคำว่า edit ที่ถูกต้องอ่านว่า เอ็ดดิท ไม่ใช่ อีดิทค่ะ การท้วงติงการออกเสียงภาษาอังกฤษบางคนอาจจะไม่ชอบ แถมบางคนยังต่อต้านอีกด้วย ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะอายหรือเขิน หรือรู้สึกว่าเสียหน้า แต่ถ้าไม่บอกพวกเราบางคนก็ยังคงพูดผิดๆโดยไม่รู้ตัว

เวลานี้โลกเราแคบลง มีการทำธุรกิจระหว่างประเทศมากขึ้น หลายครั้งที่บริษัทAT&Tที่อเมริกาโทรศัพท์มาหา technicianที่เมืองไทย เพราะมีปัญหา เขาได้ error messageก็อยากจะรู้ว่าเป็นเพราะอะไร ฝรั่งพูดว่าแอร์เร่อร์คนไทยฟังไม่เข้าใจ พอคนไทยพูดว่าเออเร่อฝรั่งก็งงเหมือนกัน ความจริงคนไทยหลายคนพูดภาษาอังกฤษคล่อง แต่ติดขัดตรงที่การออกเสียง

เพ็กกี้คุยกับเพื่อนฝรั่งว่าเราน่าจะเปิดธุรกิจlanguage training เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีความเชื่อมั่นในการใช้ภาษาอังกฤษ รวมทั้งการออกเสียงให้ถูกต้องด้วย เราจะไม่สอนแกรมม่า แต่เราจะสอนให้คนรู้จักใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกต้องในสาขาอาชีพของตัวเอง เพ็กกี้มีเพื่อนฝรั่งที่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษหลายคน มีทั้งอังกฤษ อเมริกัน และออสเตรเลี่ยน แต่ละชาติก็พูดสำเนียงอังกฤษต่างกัน แต่การออกเสียงคำจะออกเสียงเหมือนกับหมดทุกชาติ การออกเสียงหมายถึง pronunciation ส่วนสำเนียงก็คือaccent สำเนียงการพูดภาษาอังกฤษยังประกอบไปด้วย melody(ความพลิ้วของภาษาซึ่งมีเสียงสูงๆต่ำๆ) intonation (การเน้นพยางค์)  rhythm (จังหวะในการพูด)

เล่าเรื่องสำนักพิมพ์มือปืนรับจ้าง แต่เรื่อยเปื่อยไปเรื่องอื่น หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านนะคะ

บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2009, 10:51:37 pm »

คุณเพ็กกี้คะ...เรื่องเล่าดี ๆเหล่านี้เป็นประโยชน์แน่ค่ะ นี่นิเผลอไม่ได้เข้าเวบมานานเป็นเกือบเดือนอย่างนี้ทีเดียวเชียวหรือคะ...

ตอนนี้อยากได้ที่อยู่คุณเพ็กกี้นะคะ ถ้ายังไงรบกวนส่งให้นิทางอีเมล์ได้ไหมคะ...

ช่วงนี้มีงานมากมายและหลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นงานเพื่อสังคมค่ะ ยิ่งเห็นเด็กใหม่ไฟแรงเขียนหนังสือกันได้เล่มหนา ๆ แต่การเขียนยังไม่ค่อยให้อะไรคนอ่านนัก ก็เสียดายแทนนะคะ คุณภัสสร นิ และเพื่อน ๆ เลยกำลังอยากจะทำอะไรสักอย่าง ก็เลยมองว่า เราน่าจะตั้ง กองทุนรักการอ่าน-เขียน กับประภัสสร เสวิกุล ขึ้นมา ประจวบกับ หนังสือ เวลาในขวดแก้ว ก็จะอายุครบ 25 ปีในการเกิดขึ้นมาในบรรณภิภพนี้โดยคุณประภัสสร เสวิกุล... ทีมงานก็เลยกำลังสนุกกับการชักชวนคนอ่าน คนที่รัก เวลาในขวดแก้ว คนที่ประทับใจ และอะไรต่อมิอะไร เกี่ยวกับ เวลาในขวดแก้ว ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ภาพยนต์ ดนตรี และ อื่น ๆ อีกหลายอย่าง

ยังคิดกันอยู่ค่ะ แตกยอด แตกแขนงออกไปมากมาย เพราะแฟน ๆ คนอ่านเวลาในขวดแก้วมีมากมายเหลือเกิน ตั้งแต่เด็กเล็ก ๆ จนถึงรุ่นเดอะ... นอกจากหนังสือจะพิมพ์ถึง 33 ครั้งมาแล้ว หนังก็สร้างมาแล้ว ละครก็สร้างมาแล้วถึงสองครั้ง บทเพลงเพราะ ๆ มีมากมาย หลายเวอร์ชั่น เรียกว่า ถ้ารวมพลคนรักเวลาในขวดแก้วได้จริง ๆ คงจะสนุกกันไม่น้อยทีเดียวนะคะ

ไหน ๆ เคยเกริ่นมาแล้ว ก็ขอเกริ่นต่อนะคะ จนกว่าจะถึงเวลาที่จัดงาน ที่เรากะว่าจะมีทั้งการ ฉายหนัง ฟังเพลงจากมินิคอนเสิร์ต ดูนิทรรศการ และ เสวนาหลากรสหลายรุ่น... ใครที่สนใจก็ขอเชิญมาร่วมเป็นแนวร่วม แนวคิด แนวกำลังใจให้พวกเราได้เลยนะคะ งานนี้คนรัก เวลาในขวดแก้ว และเป็นแฟนนักอ่านของคุณประภัสสร เสวิกุล พลาดไม่ได้เลยละค่ะ...

กำหนดระยะเวลาการจัดงานจะเข้ามารายงานให้ทราบต่อไปนะคะ
 
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 19, 2009, 08:52:17 am »

เข้ามาอ่านอีกครั้งด้วยความคิดถึงคนเขียน ก็ไป ๆ มา ๆ เวลาผ่านไปอีกหลายเดือนเช่นเคย แต่ดีใจที่มีคนเข้ามาอ่านกันแยะนะคะ ถือเป็นเรื่องน่ารู้สำหรับคนที่สนใจอยากเป็นนักเขียนจริง ๆ ค่ะ เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับคนที่ไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน แต่อยากมีหนังสือของตนเอง

ดูไปดูมา เราพูดถึงโครงงาน 25ปี เวลาในขวดแก้ว ไว้ตั้งแต่เมษา เอาเข้าจริงงานมาจัดเอาเดือนกันยา และที่กะเตรียมการกัน ไป ๆ มา ๆ สุดท้ายก็ต้องใช้คำว่า ฉุกละหุกอยู่ดี เพราะช่วงเดือน กรกฎาคม ต่อ สิงหาคม นอกจากเราทั้งคู่ต้องไปเก็บข้อมูลงานเขียนให้สมาคมอาเซียน-ประเทศไทย ที่ประเทศฟิลิปปินส์ กับ อินโดนีเซีย แล้ว น้อง ๆ ที่เป็นแรงสำคัญก็ต้องไปต่างประเทศเหมือนกัน... กลับมาช่วงปลายเดือนสิงหาต่อต้นกันยาถึงได้เริ่มนั่งคุยกันใหม่ ก็เลยฉุกละหุกอย่างที่บอกไงคะ สรุปการ์ดเชิญไม่มี แต่ใช้การส่งข่าวเพื่อเป็นการเชิญชวนโดยทางอีเมล์แทน เพราะเจ้าภาพคือกลุ่มคนรักและประทับใจในหนังสือ เวลาในขวดแก้ว ที่มารวมตัวกันนำทีม โดยคุณพันชนะ วัฒนเสถียร ผู้อำนวยการมูลนิธิอมตะ และน้อง ๆ ที่ขยันขันแข็งและทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่องานนี้อย่างมากมาเป็นทีมหลัก ร่วมกับทาง TK park และชมรมรักการอ่านเขียนกับประภัสสร เสวิกุล ค่ะ การกระจายข่าวก็เริ่ม ณ บัดนั้น ใครถนัดทางไหนก็กระจายกันต่อ ๆ ไป... ผลคือบางท่านทราบข่าวแต่รู้สึกว่าไม่ได้เชิญท่านโดยตรง หลาย ๆ ท่านได้รับข่าวและการเชิญทางอีเมล์ แต่ก็ไม่ทั่วถึงอยู่ดี เพราะระยะเวลากว่าทุกอย่างจะลงตัว จนถึงวันงานมีเวลาเหลือแค่ประมาณ 10 วันเองค่ะ ซึ่งต้องเตรียมการต่าง ๆ เพื่อให้งานนี้เดินหน้าต่อไปได้จริง ๆ จากการที่กะว่าจะมีงานมาตั้งแต่เดือน กค. แล้วก็เลื่อนมาเรื่อย ๆ จนลงตัวเมื่อ TK park มีพื้นที่ให้ระหว่างช่วงวันที่ 15-20 กันยายน...

ค่ะ เมื่อวันที่ 15 กย.52 พิธีเปิดผ่านพ้นไปแล้วด้วยความอบอุ่นในมิตรภาพจากมิตรรักนักอ่าน สื่อมวลชนที่มารอทำข่าว ท่ามกลางความทึ่ง ว่าเพิ่งเคยได้ยินว่ามีคนจัดงานวันเกิดให้กับหนังสือ... ที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่แค่คนสองคนนะคะ มีคนพูดทำนองนี้ตรงกัน ว่าเกิดมาก็เพิ่งจะเคยได้ยินจัดงานให้หนังสือ ซึ่งก็คือ "เวลาในขวดแก้ว" 25 ปี นี่แหล่ะค่ะ...นิฟังแล้วก็ยังอดยิ้มไม่ได้ นั่นซินะคะ ดูเหมือนจะไม่ค่อยหรือไม่เห็นใครเคยจัดงานวันเกิดให้หนังสือ เหมือนกัน... นิก็เลยจะขอเล่าเกี่ยวกับบรรยากาศของงานในวันนั้นให้ฟังโดยคร่าว ๆ แล้วกันนะคะ

ในวันนั้นเปิดงานโดย ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี และ ดร.ทัศนัย วงษ์พิเศษกุล ผู้อำนวยการอุทยานการเรียนรู้ TK park กล่าวรายงาน เมื่อประธานเปิดงานแล้วคุณประภัสสร เสวิกุล กล่าวถึงเรื่องความเป็นมาของ เวลาในขวดแก้ว และขอบคุณผู้อ่านที่ทำให้ เวลาในขวดแก้ว ยืนยงมาได้ถึง 25 ปี ผ่านการพิมพ์ซ้ำมาถึง 33 ครั้ง และในปีนี้ เป็นครั้งที่34 โดยแพรวสำนักพิมพ์เป็นผู้จัดพิมพ์ และร่วมจัดงานครั้งนี้ พิธีกรในรายการนี้เป็นสองสาวสวย คือ คุณพันชนะ วัฒนเสถียร และ คุณปรารถนา รัตนะ


อีกหนึ่งกรณีที่น่าสนใจ นั่นคือการอ่าน"เวลาในขวดแก้ว"ของคนดังทั้งหลายเพื่อบันทึกเป็นหนังสือเสียง เพื่อมอบแก่ผู้พิการทางสายตาและผู้สูงอายุ การอ่านครั้งนี้เปิดตัวด้วย คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานมูลนิธิอมตะ เป็นผู้นำในการอ่าน ตามด้วยคุณกาญจนี หรือ ติ้งต่าง ถัดมาเป็นนักร้องชื่อดังเสียงดีที่กำลังจะมีคอนเสิร์ตในวันที่ 3 ตุลาคมนี้ คือคุณสุชาติ ชวางกูร ต่อด้วยพระเอกรูปหล่อคนแรกของเวลาในขวดแก้ว ในภาพยนตร์ คือคุณนฤเบศร์ จินปิ่นเพชร  คุณวรสิทธิ์ ชีพสาทิศ ที่แสดงในภาพยนตร์เช่นกัน ปิดท้ายด้วยสาวน้อยนาม สิริยากร พุกกะเวส ที่จริง คุณเพชรี พรหมช่วย ก็ตั้งใจจะมาร่วมอ่านด้วย แต่ติดงานกระทันหันมาไม่ได้ และ อาจารย์จิรพรรณ อังศวานนท์ ที่มีชื่ออยู่ในรายการอ่าน ก็เจอฤทธิ์การจราจร ทำให้มาถึงงานหลังจากที่เขาอ่านกันไปแล้ว

 แต่อาจารย์จะมาร่วมเสวนาในวันนี้ค่ะ เสาร์ที่ 19 กย. เวลา 14 น. ในหัวข้อ หลากหลายความทรงจำกับ เวลาในขวดแก้ว จากหนังสือ สู่หนัง ละคร และเพลง ดำเนินรายการโดย คุณปรารถนา รัตนะ และ ผู้เสวนา ประกอบด้วย คุณยุพดี กุลเรืองทรัพย์ บก.คนแรก...ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 แห่งสนพ.ดอกหญ้า ตามด้วยคุณนภาพร พิทยวราภรณ์ แห่งแพรวสำนักพิมพ์ ซึ่งเป็นบก.คนล่าสุด  ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 34  คุณประยูร วงศ์ชื่น ผู้กำกับและผู้สร้างภาพยนตร์ เวลาในขวดแก้ว คุณอมรศรี เย็นสำราญ ผู้เขียนบท กำกับการแสดง เวลาในขวดแก้ว ภาคละคร และคุณจิรพรรณ อังศวานนท์ แห่งวงบัตเตอร์ฟลาย ผู้สร้างเสียงเพลง จากบทเพลงเวลาในขวดแก้ว ของคุณประภัสสร เสวิกุล ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง Time in a Bottle ของ Jim Croce ค่ะ

ในงานวันที่ 15 นอกจากผู้ร่วมงานจะได้ย้อนรำลึกบรรยากาศกับเพิงหมาแหงนแล้ว ยังมีถั่วตัดกับกาแฟเย็นให้ลิ้มลองด้วย แต่ที่พิเศษสุดอีกอย่างคือถั่วทอง ที่มาไกลจากภูเกต ผู้ชิมต่างเอ่ยปากชมว่าอร่อยกันไม่ขาดสาย ถั่วทองที่ว่านี้ได้รับอภินันทนาการจากคุณรัฐพล หนุ่มรูปหล่อมากความสามารถในทีมของคุณพันชนะ นั่นเอง และสำหรับถั่วตัดนั้น  ดร.สุนันทา ก้อนทองคำ เป็นผู้อภินันทนาการมาให้ค่ะ 

สำหรับวันเสาร์นี้ นอกจากความอร่อยของ ถั่วทอง และถั่วตัด แล้ว เรายังมีถั่วตัด กับขนมตุ้บตั๊บ จากบ้านไผ่ มาเสริมทีมด้วย

ใครมีเวลาวันนี้ยังมาร่วมงานกันได้ทันนะคะ ที่ TK park เซนทรัลเวิล์ด ชั้น 8 ค่ะ จาก14.00-18.30น.ค่ะ
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 19, 2009, 09:05:31 am โดย นิค่ะ » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF