www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เจ้าพุ่มผมดอกเบญจมาศ 8  (อ่าน 1468 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
กะปอม
Newbie
*
กระทู้: 29



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2009, 03:59:16 pm »

ณ บางโพธิ์ท่าอิฐ ตอน 8 (เจ้าพุ่มผมดอกเบญจมาศ)
...ตอน 8

นุ่นหลับไปนานหนึ่งวันเต็มๆ นุ่นค่อย ๆเผยอเปลือกตามองเห็นพ่อถัดจากพ่อนุ่นโปรยตามองพี่ชาย
สวมเสื้อกล้ามสีหมองอุ้มน้องชายกะเตงเข้าสะเอว แล้วหันไปมองแม่ยืนคนละข้างกำลังยืนเกาะราว
ไม้ที่ยกขึ้นสูงตรงขอบเตียง ดวงตาเศร้าหมองบ่งบอกถึงผ่านการร้องไห้มามากสายตาจับจ้องมาที่
นุ่นไม่ยอมคลาดสายตาไปไหน เสียงแม่ถอนลมหายใจเฮือกโล่งอกพลางส่งรอยยิ้มแผ่วบาง

นุ่นรู้สึกตัว มึนศีรษะ ปวดเนื้อปวดตัวแล้วคิดทบทวนไปว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ขณะพ่อนำจี้กรวด
เม็ดสีฟ้าครามมาสวมรับขวัญให้ตามสัญญา นุ่นเลื่อนมือไปจับคลำพลางยิ้มที่มุมปากดวงตาเริ่ม
เปล่งประกายสุกสดใส

“ หมดทุกข์หมดโศกนะลูก ” แม่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าขอบตาเริ่มแดงรื่นอีก พร้อมกับใช้ผ้า
เชิดหน้าสีหมองซับน้ำตาที่ปลายตาพลางเอื้อมมืออีกข้างหนึ่งไปลูบศีรษะนุ่นอย่างปลอบ
ประโลมแม่อยู่ได้ไม่นานก็พาพี่กับน้องกับเพราะเริ่มจะซุกซน ส่วนพ่อยังอยู่เฝ้าดูแลนุ่นต่อไป

นุ่นพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อเฝ้าระวัง ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
ในเวลาต่อมา นุ่นผงกศรีษะขึ้นจากเตียงนิดหนึ่งเมื่อแพทย์และนางพยาบาลชมเชยพ่อที่เอาน้ำ
ออกจากปอดได้ทันท่วงที ทำให้ใช้เวลาฟื้นตัวไม่นานนุ่นก็ปลอดภัยหายเป็นปรกติ คุณหมอให้
ออกจากโรงพยาบาลได้

“ ขอบคุณค่ะ ” นุ่นพูดสั้นๆน้ำเสียงชัดเจน พร้อมกับหันไปสบตาเปล่งประกายกับคุณหมอ

คุณหมอชะงักอึ้งในมือถือปากกากำลังจดประวัติของผู้ป่วยพลางหันมามองเจ้าของเสียงใสๆ
ที่ไม่เคยเอ่ยปากพูดตลอดระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาล

คุณหมอเผยอยิ้มพลางก้าวเท้าย่องเข้าไปนั่งขอบเตียงเพราะอยากคุยกับนุ่นโดยไม่รู้ตัว
นุ่นสบตาคุณหมอใช้มือข้างหนึ่งลูบคลำจี้กรวดเม็ดสีฟ้าครามไว้บนยอดอกตลอดเวลา

“ หนูเข้มแข็งมาก เป็นคนไข้ที่ดี ไม่โยเยโหยกเหยกเลยรู้ไหมจ๊ะ ” หมอชมเสียงแผ่วเบาแล้วคอยเงี่ย
หูฟังใหม่ ทุกอย่างสงบเงียบ

นุ่นยิ้มให้โดยไม่รู้สึกกลัวคนแปลกหน้า ดวงตาเปล่งแสงประกายกำลังกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “ ขอบคุณค่ะ ”

คุณหมอมองอย่างฉงกเพียงชั่วครู่ก่อนก้าวออกจากเตียงพลางหันไปตบไหล่พ่อเบาๆแล้วพูดออกมาว่า

“ ลูกสาวน่ารักมาก คุณเลี้ยงเธอให้ดีนะครับ เป็นเด็กไม่พูดแต่ ฉลาด! ” คุณหมอเน้นน้ำเสียงหนัก
ตรงคำว่าฉลาด! พ่อพยักหน้ายิ้มให้คุณหมอก่อนจะก้าวเดินจากไป

พ่ออุ้มนุ่นเดินออกจากห้องผู้ป่วยเด็กเล็ก ขณะสายตาพ่อแม่ของผู้ป่วยเด็กต่างจับจ้องมาที่นุ่น
พลางโบกมืออำลา บ๊าย บาย

กลิ่นยาโชยออกมาจากห้องเก็บยาซึ่งติดกับห้องนางพยาบาลหลังเคาร์เตอร์ประชาสัมพันธ์
พ่อผ่านออกมาตามทางเดินพื้นคอนกรีตขัดมันวาววับด้วยผงสีแดงจ้ายกพื้นสู่งกว่าถนน
ราวกั้นตกเหล็กกลมทาเคลียบสีดำทั้งสองข้าง


เสียงน้ำไหลเบาๆนุ่นเบือนสายตามองลงไป ทางด้านขวามือถูกจัดให้เป็นสวนหย่อม
พื้นหญ้าเขียวขจีตกแต่งด้วยหินภูเขาก้อนโตว่างเป็นชั้น ๆ โบกยึดด้วยซีเมนต์กลายเป็น
น้ำตกใส ๆ มองเห็นปลาหลากสีแหวกว่ายไปตามขอบสระคอนกรีตที่ทำเป็นทางน้ำไหล
คดเคี้ยวยาวขนาดหย่อมออกมา

สายตานุ่นมองดูรอบบริเวณ ตามพื้นหญ้าโปรยปรายด้วยดอกลั่มทมสีขาวนวลตา
และลูกสาเกร่วงหล่นอยู่ใต้ต้นสูงตระหง่านปกคลุมแสงแดดจ้า

ภายใต้สวนร่มรื่นแห่งนี้ ญาติผู้ป่วยต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยใช้ลมเงาปรับความทุกข์ยาก
จากความเจ็บป่วยปลาบประโลมซึ่งกันและกัน พ่อพานุ่นไปนั่งพักที่สวนหย่อมริมสระ
แรกๆนุ่นรู้สึกกลัวน้ำเดินห่างออกไปตั้งโยชน์ทำสีหน้าเหยเก

ขณะพ่อใช้มือวักน้ำเรียกปลาเสียงดัง จ๋อม ๆ! แล้วโยนเศษขนมปังลงไปในสระเห็นปลา
หลากสีกำลังว่ายเอื่อยๆเปลี่ยนท่าทีปราดเปรียวฉับพลันมุ่งตรงมาเป็นฝูงแย่งกัดกิน
เสียงดังกระฉอกเชิญชวนตา

พ่อยืมมือขวาออกมาค้างอยู่นาน สบตาเจ้าพุ่มผมดอกเบจญมาศ หัวใจดวงน้อยๆเต้น
ตุ๊บ ๆ ตั๊บ ๆ พลางให้นึกถึงบนเรือนแพของป้าลองที่นุ่นเคยชักมือออกแล้วเปลี่ยนมา
กุมมือพ่อเสียเอง และยึดมือข้างขวาของพ่อแทนในยามที่พ่อเหนื่อยล้า

ณ เวลานี้ถึงเวลาที่พ่อจะปกป้องหัวใจให้พ้นจากความกลัวบ้าง ดวงตากลมโตใสดุจดั่ง
หยาดเพชรเม็ดงามค่อยๆกระเถิบเข้าหาแล้วเอื้อมมือข้างขวาให้พ่อบ้าง แล้วเกยขึ้นไปนั่ง
บนตักพ่อพลางใช้มือจับคลำจี้เม็ดสีครามเหมือนเป็นเครื่องเตือนใจ

พ่อพร่ำสอนทำให้รู้สึกยำเกรงเสมอ แต่การเชื่อฟังทำให้รู้สึกอัศจรรย์
เปลี่ยนจากหัวใจที่หวาดสะดุ้งกลัวกลับมาโลดเต้นปลอดภัยได้อีกครั้ง

ต่อไปนี้นุ่นจะไม่ห่างจากการพร่ำสอน การเชื่อฟัง เพราะไม่ว่าสายน้ำจะไหล
เชี่ยวกรากหรือคลื่นจะโหมกระหน่ำซัดเพียงใดก็จะไม่มีวันพลัดพรากนุ่นไปจากอกพ่อได้อีกเลย

หัวใจเจ้าพุ่มผมดอกเบจญมาศเต้นลิ่งโลดพร้อมกับโยนเศษขนมปังลงไปในสระปล่อยให้ความกลัวไหลไป.....
.....ไหลไป

สายลมพัดอ่อนไหวพลิ้ว หอมกลิ่นดอกลั่มทมโชยชวน

เพียงชั่งขณะเสียงหัวเราะเริงร่าดังขึ้นเบาๆ ญาติผู้ป่วยพากันหยุดสนทนาต่างพากันหรรษาจับจ้องมองนุ่น
กำลังได้ใจใช้ปลายนิ้วจุ่มลงไปในน้ำ ให้ปลาตัวเล็กตัวน้อยตอดปลายนิ้วจั๊กกะจี้พลางรีบชักมือกลับกระโดด
โยงโย่เสียงใส ๆ หัวเราะคิก ๆ ดังเบาๆ ออกมาอย่างไม่ขาดสาย

คุณหมอกำลังเดินผ่านมาพลางหยุดชะงันหันไปมองบ้าง

“ เพียงประเดี๋ยวเดียวหัวใจกระโจมลงไปเสียแล้ว เด็กเอ่ยเด็กน้อย ” คุณหมอเปรยขึ้นมาพลางยิ้มนัยน์ตาอย่างเอ็นดู
................................................................................................ตอน 9

เสียงสั่นกระดิ่งดังกรุ๋งกริ๋งจากรถถีบสามล้อหน้าตึกกุมารเวชดังกังวานขึ้น ลุงแก่ๆคนหนึ่งกำลังถอดหมวก
จักสานด้วยไม้ใผ่บาง ๆออก ผมกระเซอะกระเซิงเหมือนถูกลมกระโชกแรง สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาวมอๆ
กางเกงขาสั้นมองเห็นกล้ามขาแข็งแรงเป็นมัดๆซึ่งบ่งบอกถึงการถีบสามล้อมาเป็นเวลานาน
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 16, 2009, 11:01:21 pm »

อ่านแล้วค่ะ แต่คงต้องระวังเรื่องการพิมพ์คำผิดอีกหน่อยนะคะ สงสัยใจร้อนเลยเผลอปล่อยตัวพิมพ์ผิดแล้วไม่ทันได้แก้...

      น่ารักดีค่ะ แต่การแบ่งวรรคตอนยังไม่ชัดเจนนะคะ

      จะคอยติดตามเสียงหัวเราะสดใจของเจ้าพุ่มผมดอกเบญจมาศค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF