www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: รำพึงในป่าช้า  (อ่าน 4004 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2009, 08:58:25 am »


     โอ้สัตว์โลก ทั้งหลาย ตายแล้วเกิด
ถือกำเนิด แล้วใน วัฏสังสาร
ต้องเวียนว่าย เช่นนี้ ตลอดกาล
นานแสนนาน เพราะผลกรรม ที่ทำมา
     มนุษย์เอ๋ย หยุดคิด สักนิดหนึ่ง
มองให้ซึ้ง ซึ่งใน ไตรลักษณ์หนา
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
พระสัมมา ตรัสไว้ ให้เราฟัง
     จะมีใคร หนีพ้น สักคนหรือ
คงเหลือแต่ เพียงชื่อ ไว้เบื้องหลัง
สมบัติมี มากหลาย เมื่อกายยัง
มิอาจยั้ง หยุดให้ ไม่ต้องตาย
     อย่ามัวหลง ติดใจ ในความสุข
กว่าจะรู้ ว่าทุกข์ ก็อาจสาย
จะยื้อยุด เช่นใด ไม่กลับกลาย
เมื่อชีพวาย เขานำเจ้า เข้ากองฟอน
     ที่สมมุติ ว่ากาย มลายสิ้น
สู่ผืนดิน กรวดทราย ดั่งคำสอน
สัจธรรม เที่ยงแท้ และแน่นอน
เกิดขึ้นก่อน ตั้งอยู่ แล้วดับไป
     อันเลือดเนื้อ กระดูกเรา มีเท่านี้
แต่ความดี ที่ทำไว้ ไม่สูญหาย
จะคงอยู่ ให้แซ่ซ้อง ก้องกำจาย
แม้ความตาย มิอาจพราก ไปจากเรา
     มัวเพลิดเพลิน ยศถา บรรดาศักดิ์
ไปหลงรัก รูปกาย ภายนอกเขา
ทั้งถ้อยคำ เยินยอ ว่ารักเรา
ที่สุดเจ้า จะได้เห็น เป็นฉันใด
     ที่เคยบอก ว่ารัก มักไม่แน่
เป็นเพียงแต่ ลมปาก ให้หลงไหล
ที่สุดรัก แสนเศร้า ขมขื่นใจ
ทิ้งเราไว้ ป่าช้า เชิงตะกอน
     อันแก้วแหวน เงินทอง ของมีค่า
เมื่อถึงครา ถูกเขา เข้าถอดถอน
เหลือเพียง เงินในปาก บนกองฟอน
จะเว้าวอน เช่นไร เขาไม่ฟัง
     อนิจจา หนอเรา มีเท่านี้
ครั้นเป็นผี เหลืออะไร ให้เขาฝัง
มัวยึดมั่น ถือไว้ ไม่จีรัง
อนิจจัง ใดเที่ยง เพียงรูปกาย
     น้ำค้างเย็น ยะเยือกใน หัวใจเจ้า
โอ้ใจเรา ให้หวนคิด ยังไม่สาย
ชะรอยบุญ เคยสร้าง มามากมาย
บุญน้อมให้ คิดถึง ซึ่งกรรมดี
     เมื่อเมฆหมอก ลอยผ่าน พระจันทร์ส่อง
แสงนวลผ่อง งามละออ จันทร์ทอสี
ทั้งทานศีล ภาวนา คือกรรมดี
สามสิ่งนี้ เคยทำ ประจำใจ
     เสียงระฆัง กังวาล ผ่านท้องทุ่ง
เมื่อยามรุ่ง อรุณเยี่ยม เหลี่ยมไศล
เสียงสวดมนต์ ดังแว่ว แผ่วมาไกล
น้อมจิตไป ถึงพุทธองค์ ผู้ทรงคุณ
     จิตสงบ ใจสว่าง กลางดวงแก้ว
แสนผ่องแผ้ว เพราะบุญเอื้อ ช่วยเกื้อหนุน
อธิษฐาน แน่วแน่ กระแสบุญ
โปรดการุณย์ นำให้ถึง ซึ่งนิพพาน
[/left]
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2009, 05:30:51 pm »

เก่งจังค่ะคุณอภิญญา

เป็นสัจธรรมน้อมนำให้คิด หวังว่าคงจะสะกิดใจใครต่อใครได้บ้างนะคะ

อย่างที่พระท่านบอก พวกเราเกิดมามีแต่ตัว ล้วนมาแต่กาย ไปก็ไปแต่กายเช่นกัน
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2009, 05:43:06 pm »


...เกิด  แก่  เจ็บ  ตาย..

..คนเราก็เท่านี้..

..ตายคือจบ...
บันทึกการเข้า
pimlapas
Newbie
*
กระทู้: 24



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2009, 04:47:22 am »

อ่านแล้วก็ปลงได้นิดนึงค่ะพี่อภิญญา  luvfl
บันทึกการเข้า
ใบไผ่
Newbie
*
กระทู้: 40



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2010, 06:34:44 pm »

นิพพานคือจบ ต่างหาก
บันทึกการเข้า
chanin17
Newbie
*
กระทู้: 24


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2011, 11:37:33 am »

ปัจจุบันคือสิ่งที่สำคัญครับ
บันทึกการเข้า

อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2011, 12:12:06 am »

สวัสดีค่ะคุณ chain 17

ถูกต้องที่สุดเลยค่ะ ปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ว่า ให้ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เพราะอดีตนั้นผ่านมาแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้ ส่วนอนาคตนั้นยังไม่เกิดค่า.......
บันทึกการเข้า
ริมธาร
Newbie
*
กระทู้: 5


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 09, 2011, 09:37:13 pm »

 luvfl  เข้ามาอ่านงานกลอน ตามเก็บช่วงเวลาที่ห่างหายกันไปค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF