www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: น้ำตาโรบิฮู๊ด ตอนที่หกจับฉ่ายฟีเว่อร์  (อ่าน 2340 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: มกราคม 05, 2010, 04:41:52 pm »

                                    ตอนที่หก จับฉ่ายฟีเว่อร์

หลังจากวันที่กินข้าวต้มรอบดึกกันแล้ว ผมก็พยายามทำอาหารรอบดึกแบบจานเดียว ทั้งนี้เพราะเห็นใจพนักงานชาติอื่น พวกเราคนไทยยังเอ็นจอยข้าวต้มรอบดึกได้ แต่คนเชื้อสายสแปนิชไม่ชินกับข้าวต้ม ผมจะทำข้าวผัด และพวกก๋วยเตี๋ยวผัดต่างๆสลับกันไปสี่วัน อีกสามวันก็กินข้าวต้มกัน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นข้าวต้มเครื่อง ไก่หรือหมู อย่าได้นึกฝันว่าจะได้กินข้าวต้มกุ้ง ปลา หรือข้าวต้มโป๊ะแตก ถ้าคุณพาเห็นเธอคงร้องกรี๊ดเป็นแน่

เวลาผ่านไปจนกระทั่งไข่เค็มของคุณพาที่ดองไว้ได้ที่ เธอต้มก่อนแล้วผ่าออกดู ผมเห็นไข่แดงเป็นมันเยิ้มเหมือนอย่างที่เธอบอกไว้จริงๆ คืนนั้นเราก็เลยกินข้าวต้มรอบดึกกับไข่เค็ม รู้สึกว่ามันค่อนข้างจะฝืดคอไปหน่อย แต่ไม่มีใครกล้าบ่น ผมเลยได้ความคิดว่าน่าจะทำอาหารอีกอย่างกินกับไข่เค็ม
 
จนกระทั่งผมไปเดินเล่นที่ไชน่าทาวน์ในวันหยุด ผมเห็นหัวไช้เท้าอ่อนสดน่ากิน หัวไช้เท้านี่มีความยาวขนาดเกือบเท่าแขนของผม ขอบอก ทั้งใหญ่ทั้งยาว ผมเห็นแล้วชอบใจซื้อมาทันที นอกจากนี้ยังมีผักกวางตุ้งสดน่ากิน ผมก็ซื้อมา ผักชนิดนี้เราไม่ใช้ที่ร้าน นอกจากนี้ผมยังซื้อเป็ดพะโล้มาด้วย 

วันรุ่งขึ้นผมทำอาหารสองอย่างตอนสี่โมงเย็น ผมเอาเป็ดพะโล้ที่ซื้อมาให้พวกพนักงานกิน ทุกคนชอบมาก ผมแบ่งไว้ให้โรจน์กับคุณพาด้วย     พอปิดร้านแล้วผมก็ยกหม้อข้าวต้ม ไข่เค็ม และจับฉ่ายออกมา ผมรีบบอกคุณพาก่อนที่เธอจะพูดอะไรในทางลบ
 
  “คุณพาครับเห็นเป็ดพะโล้หรือยัง เมื่อวานผมไปไชน่าทาวน์เลยซื้อมาฝาก ผมแบ่งไว้ให้นะครับ”
     
  “เหรอ ขอบใจนะ แล้วนี่อะไรล่ะ” คุณพามองดูชามจับฉ่ายด้วยความสงสัย

  “อ๋อ ผมเจอหัวไช้เท้าขนาดเกือบเท่าแขนผม ผมเลยซื้อมาทำจับฉ่ายกินกับข้าวต้ม”

  “อืม ไม่ได้กินจับฉ่ายมานานแล้ว” ว่าแล้วคุณพาก็ยกเป็ดพะโล้มากินกับข้าวต้มด้วย
 
คุณพาชมไม่ขาดปาก“อร่อยทุกอย่างเลยโจ โดยเฉพาะจับฉ่าย ปกติจับฉ่ายที่ขายที่เมืองไทยมันเยิ้มเลยนะ”

“ครับ ผมว่าเขาไม่เคยล้างหม้อด้วยซ้ำ พอจับฉ่ายในหม้องวดคนขายก็เติมน้ำเติมผักลงไป เขาใส่หมูสามชั้นมันถึงมันไงครับ แต่จับฉ่ายที่ผมทำเป็นสูตรที่แม่ผมดัดแปลง ออกมาเป็นรสไทยๆ”

 “มิน่าถึงอร่อย เห็นคุณโรจน์บอกว่าคุณแม่ของโจมีร้านข้าวแกงเหรอ”

“ครับ ผมช่วยแม่ทำกับข้าวขายมาตั้งแต่เด็ก จับฉ่ายนี่แม่ใช้กระเทียม พริกไท และรากผักชีโขลกรวมกัน แล้วผัดให้หอมก่อนที่จะผัดกับเนื้อสัตว์และผัก สูตรของแม่ออกรสหวานนิดๆ บางครั้งแม่ก็ใส่วุ้นเส้นลงไปด้วยถ้าทานเดี๋ยวนั้นนะครับ แต่ผมไม่ใส่เพราะถ้าเก็บไว้นานกลัววุ้นเส้นอืด”

 “อันที่จริงจับฉ่ายนี่ไม่ต้องใส่เนื้อสัตว์ก็ได้ ใช้น้ำ ต้มกระดูกหมู หรือไก่ แล้วใส่เต้าหู้แทนเนื้อสัตว์” คุณพาแนะนำตามประสาคนประหยัด

“จับฉ่ายนี่ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไรนะ เมื่อกี้อแมนด้าถาม อ้อยไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร” อ้อยถามขึ้น พวกลูกจ้างเชื้อสายสแปนิชทั้งสี่คนชอบจับฉ่ายเหมือนกัน

 “Vegetables stew” คุณพาตอบ “ก็เอาผักต่างๆมาเคี่ยวจนเปื่อย เหมือนเวลาที่ทำสตูว์นั่นแหละ”

วันรุ่งขึ้นคุณพามาที่ร้านตั้งแต่ห้าโมงเย็น เธอเข้ามาสั่งอาหารสามอย่างสำหรับเลี้ยงแขก มีแกงเขียวหวานไก่ หมี่กรอบ และบร็อคโคลี่ผัดน้ำมันหอย ผมเตรียมอาหารให้คุณพาอย่างรวดเร็ว สักพักเห็นโรจน์เดินเข้ามาในครัวถามหาจับฉ่าย ผมทำจับฉ่ายไว้หม้อใหญ่มาก กินไปได้ถึงสามมื้อ โรจน์ตักข้าวราดแกงจับฉ่ายแล้วก็ออกไปนั่งกินหน้าร้าน

 สักพักโรจน์ก็เดินเข้ามาในครัวอีก เขาบอกว่า “พี่โจ ผมจะตักจับฉ่ายไปอีกถ้วยนึงนะ”

 “ครับ” ผมรับคำ นึกในใจว่า โรจน์ท่าจะชอบจับฉ่ายนี้มาก เอาเถอะพ่อคุณอยากจะกินเท่าไหร่กินให้เต็มที่เลย

โรจน์กลับมาอีก คราวนี้บอกว่า “พี่โจ ออกไปหน้าร้านหน่อย แขกของคุณพาเขาติดใจจับฉ่าย อยากรู้จักคนทำ”

 “อะไรกันวะ” ใครเอาจับฉ่ายให้แขกกิน ผมนึกในใจ นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกค้าอยากดูตัวเชฟ เอาวะไปก็ไป แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะ”สปี๊ก” ภาษาอังกฤษกับแขกของคุณพารู้เรื่องหรือเปล่า

 ผมออกมาหน้าร้าน ตอนนั้นมีแขกอื่นอยู่สองสามโต๊ะ คุณพานั่งอยู่กับผู้หญิงผมสีน้ำตาลเข้ม ทั้งสองคนกำลังคุยกันอย่างออกรส พอเห็นผมเธอก็เรียก “โจ มารู้จักเพื่อนพี่กลอเรีย กลอเรียติดใจจับฉ่ายที่โจทำมาก บอกว่าไม่เคยกินอะไรอร่อยแบบนี้มาก่อน”

  “แท้งกิ้ว” ผมหันไปพูดกับกลอเรีย พูดได้แค่นี้ก็พูดอะไรต่อไม่ได้แล้ว

“This is wonderful!” เธอบอกกับผม แล้วหันไปพูดกับคุณพาและโรจน์ “ยูสองคนโชคดีนะที่ได้เชฟเก่งๆแบบนี้ เขาทำอาหารอร่อยทุกอย่างเลย”  แล้วเธอก็หันมาถามผมว่า “How long have you been here?”

 “เอ้อ...อ้า..” ผมรู้ครับว่าเขาถามว่าอะไร แต่ความที่ไม่ค่อยได้พูดภาษาอังกฤษเลยทำให้คิดคำตอบได้ช้า โรจน์ก็เลยตอบแทนว่าผมอยู่มาเกือบเก้าเดือนแล้ว

“ซอรี่ ไอสปี๊กโนอิงลิช” ผมพยายามเค้นภาษาอังกฤษออกมาพูดกับกลอเรีย

“That’s okay. Don’t worry.” กลอเรียยิ้ม เธอหันไปบอกคุณพาว่า “He is cute.” ผมไม่รู้หรอกครับว่าไอ้คิ้วนี่มันแปลว่าอะไร

ผมได้ยินคุณพาหัวเราะ ฮ่า ฮ่า แล้วเธอก็หันมาแปลเป็นภาษาไทยให้ผมฟัง “กลอเรียเขาบอกว่าโจน่ารัก” ทำเอาผมอาย หน้าผมคงจะแดงมากทีเดียว ตลกดีบอกว่าผู้ชายอายุสี่สิบน่ารัก

พอดีอแมนด้ารับออร์เด้อร์มาจากลูกค้า เขาทำสัญญานชูกระดาษออร์เด้อร์ให้ผมดู ผมก็เลยได้โอกาสขอตัว ผมก็พูดกับกลอเรียตามประสาผมว่า “แท้งกิ้ว ไอมีออร์เด้อร์ ไอโกคิชเช่นนาว”

"บาย” กลอเรียบอกลาพร้อมกับโบกมือให้ เออ เขาก็ฟังผมเข้าใจเหมือนกันนะ

เมื่อโรจน์เข้ามาในครัวอีกครั้งผมจึงถามข้อข้องใจ “โรจน์ ทำไมกลอเรียถึงได้กินแกงจับฉ่าย”

            “ผมหิวมากเลยตักแกงจับฉ่ายราดข้าว ผมนั่งแอบกินแล้วนะ คุณพาเห็นเข้าก็เรียกผมไปนั่งกินกับเพื่อนเธอด้วย กลอเรียเห็นจับฉ่ายก็เลยขอลอง พอลองแล้วก็ติดใจ พี่โจ ผมว่ากลอเรียไม่เเค่ติดใจแกงจับฉ่าย ผมว่าเขาติดใจคนทำด้วยนะ” นี่เป็นครั้งแรกที่โรจน์พูดล้อผมเล่น ปกติเขาจะเงียบขรึมไม่พูดเล่น

             ผมไม่คิดหรอกว่ากลอเรียจะมาติดใจคนอย่างผม พูดภาษากับเขายังไม่รู้เรื่องเลย แต่ผมก็ดีใจที่มีคนชอบจับฉ่าย ไม่เฉพาะพวกเราคนไทยเท่านั้น ฝรั่งยังชอบเลย

             จะว่าไปชีวิตผมที่ร้านใหม่ของโรจน์ก็ราบรื่นดี แม้ว่าความรับผิดชอบจะมากขึ้นเพราะผมเป็นเชฟ แต่ผมก็สบายใจ สำหรับคุณพานั้นนอกจากความประหยัดเกินเหตุแล้ว เธอก็ไม่ค่อยวุ่นวายกับผมเรื่องอื่น ผมทนไม่ได้ที่เห็นพนักงานกินข้าวต้มกับไข่เค็มบ่อยๆ ผมทำอาหารอย่างอื่นด้วย แต่ผมก็ควักเงินส่วนตัวซื้อผักบุ้ง หรือผักคะน้ามาผัดไฟแดงบ้าง ซื้อผักมาทำเกี้ยมฉ่ายดองเองบ้าง คุณพากับโรจน์เห็นว่าผมซื้ออาหารพิเศษพวกนี้ด้วยเงินของผมเอง เขาก็ไม่ว่าอะไร

อยู่มาวันหนึ่งคุณพามาบอกผมว่า กลอเรียอยากให้ผมไปสอนทำอาหารไทยให้ที่บ้าน “โอ้ แม่เจ้า” ผมตกใจมาก “ผมคงไม่มีปัญญาสอนเขาหรอกครับคุณพา ผมยังพูดภาษาอังกฤษกระท่อนกระแท่นอยู่เลย”

“กลอเรียเขารู้ว่าโจมีข้อจำกัดเรื่องภาษา แต่การสอนทำอาหารใช้ภาษาใบ้ก็ได้ ให้คนเรียนสังเกตวิธีทำเอง อีกอย่างหนึ่งโจจะได้หัดพูดภาษาอังกฤษกับกลอเรียด้วย”

“ผมกลัวว่าจะสอนเขาไม่ได้ดีเท่าที่ควร”

“เอาน่า ไม่ลองก็ไม่รู้ สอนวันละชั่วโมงเดียว วันหยุดของโจนี่แหละ ไปถึงบ้านกลอเรียตอนเย็นๆประมาณห้าโมงเย็น เขาให้ค่าจ้างชั่วโมงละสามสิบดอลล่าร์เชียวนะ”

โอ้โฮ ค่าจ้างสอนแค่ชั่วโมงเดียว แต่มากเกือบเท่าที่ผมทำงานที่ร้านทั้งวันเสียอีก ตอนนี้ผมได้เงินเดือนหนึ่งพันสองร้อยดอลล่าร์ต่อเดือน เดือนหนึ่งผมทำงานยี่สิบหกวัน เอายี่สิบหกหารหนึ่งพันสองร้อยได้ค่าแรงต่อวันเป็นเงินสี่สิบหกดอลล่าร์เศษๆ ได้เงินค่าสอนแบบนี้ผมปฏิเสธไม่ลง

พอถึงวันหยุดของผม ผมก็ไปไชน่าทาวน์ในตอนเช้าเตรียมซื้อของสดไปสอนกลอเรีย เธอแจ้งผ่านคุณพามาว่า อยากให้ผมสอนวิธีทำจับฉ่าย โอ้ นี่เธอชอบจับฉ่ายมากจริงๆ เรียกว่าเป็นโรคจับฉ่ายฟีเว่อร์เลยทีเดียว

 ไปถึงบ้านของกลอเรียประมาณห้าโมงครึ่งบ้านของเธอมีลักษณะเหมือนบ้านแฝดติดกันสองหลัง เป็นตึกก่ออิฐถือปูน ดูจากภายนอกพอจะบอกได้ว่าบ้านนี้สร้างมานานมาก แต่เจ้าของบ้านบำรุงรักษาอย่างดีทาสีใหม่ เมื่อเข้าไปข้างในก็เห้นการตบแต่งที่มีรสนิยม เครื่องเรือนเป็นของใหม่ บ้านนี้ปูพรมสีน้ำตาลอ่อน กลอเรียมีครัวที่ทันสมัยและกว้างขวาง เธอมีอุปกรณ์ที่ใช้ทำครัวครบครัน ขาดอยู่อย่างเดียวคือหม้อหุงข้าว ซึ่งผมก็พอจะเข้าใจว่าเธอไม่ได้กินข้าวแบบพวกเรา

ผมพยายามพูดให้น้อยที่สุด แต่ผมแสดงวิธีทำจับฉ่ายตามขั้นตอน เริ่มจากตั้งน้ำให้เดือด พอน้ำเดือดก็ใส่กระดูกไก่ลงไปเคี่ยว ระหว่างที่เคี่ยวกระดูกไก่ผมก็หั่นเนื้อ และหั่นผัก รอจนน้ำต้มกระดูกไก่เดือดได้ที่ผมก็เริ่มผัดรากผักชีกระเทียมและพริกไทที่ผมโขลกเตรียมมาจากร้าน ผมรู้ว่ากลอเรียไม่มีครก แล้วผมก็เอาผักต่างๆและเนื้อสัตว์ลงไปผัด แล้วก็เติมน้ำซุป ปรุงรส ผมหรี่ไฟให้อ่อนลง และเคี่ยวแกงไปเรื่อยๆ ใช้เวลาเคี่ยวสักสี่สิบห้านาทีผมก็ปิดไฟ และตักให้กลอเรียชิม

“อร่อยมาก” กลอเรียชม

“ขอบคุณ ทำไมคุณอยากเรียนวิธีทำจับฉ่าย”

“วันนั้นฉันชิมจับฉ่ายที่คุณทำ ชอบมากเลย พาบอกว่าเราสามารถเอาผักที่เหลือมาทำอาหารได้ ฉันก็อยากลองดู ฉันว่าคนไทยนี่เก่งนะ คิดทำอาหารได้สารพัดอย่าง” กลอเรียพูดต่อ

“จับฉ่ายต้องกินกับข้าวสวย แต่คุณไม่มีหม้อหุงข้าวไฟฟ้า แต่ไม่เป็นไรผมจะใช้หม้อนึ่งเอา”

“แล้วซื้อหม้อหุงข้าวได้ที่ไหน”

“ผมเห็นเขาขายที่ไชน่าทาวน์”

ผมใช้หม้อนึ่งข้าวไปก่อน พอข้าวสุกผมก็บอกกลอเรียว่าจะทำไข่เจียวกินกับข้าวอีกอย่างหนึ่ง กลอเรียชมว่าผมทำอาหารง่ายๆ แต่รสชาติอร่อย ไม่นึกเลยว่าออมเล็ตแบบไทยสไตล์จะอร่อยมาก

“คุณชอบกินอาหารเผ็ดไหม อาหารไทยส่วนใหญ่จะเผ็ด” ผมถาม

“ฉันชอบอาหารรสจัด ชอบมากกว่าอาหารอเมริกันเสียอีก อันที่จริงฉันมีเชื้อสายพอโตริกัน แต่ฉันเกิดที่นิวยอร์คนี่ พ่อแม่ของฉันย้ายมาจากพอโตริโก”

 "พวกคุณก็พูดภาษาสแปนิชใช่ไหม”

“ชาวพอโตริกันเรียนทั้งภาษาสแปนิชและภาษาอังกฤษ เมื่อก่อนพอโตริโกเคยเป็นเมืองขึ้นของสเปญ ต่อมาอเมริกาทำสงครามกับสเปญ อเมริกาชนะก็เลยได้พอร์โต ริโกเป็นอาณานิคม”

“ผมได้ยินคนไทยเรียกประเทศเปอร์โต ริโก”

“ไม่ใช่ ถ้าจะเรียกให้ถูกก็ต้องเรียกประเทศ พอร์โต  ริโก ส่วนคนก็เรียกว่าพอโตริกัน แม้แต่พาเองก็ยังเรียกปอร์โต ริโก อันนี้เป็นความเคยชินของเขาที่แก้ยาก”

“แล้วคนพอร์โต ริโกถือสัญชาติอะไร”

 “ถือสัญชาติอเมริกัน แต่ประเทศพอโต ริโกเป็นอาณานิคมของอเมริกา ดังนั้นจึงถูกจำกัดสิทธิหลายอย่าง อย่างเช่นไม่มีสิทธิเลือกประธานาธิบดีสหรัฐ แต่เขาก็มีผู้ว่าการรัฐของเขา ประเทศพอโตริโกก็เหมือนรัฐหนึ่งของอเมริกา เขามีตัวแทนเข้ามานั่งในรัฐสภาของสหรัฐได้เพียงคนเดียว”

“น่าสนใจครับ ผมอยากพูดภาษาอังกฤษเก่งๆ ทุกวันนี้ทำงานในครัวแทบจะไม่มีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษเลย”

“ก็ไปเรียนที่วิทยาลัยชุมชนซิ เขามีสอนให้ฟรีด้วย”

“จริงหรือครับ แต่คงจะยาก เพราะผมทำงานกลางคืน นอนดึกตื่นสาย หาเวลาไปเรียนยาก”

กลอเรียชวนผมกินข้าวด้วย เธอเล่าให้ฟังว่าทำงานโรงพยาบาลเดียวกับคุณพันทิพา แต่เธอเป็นนักกายภาพบำบัด ไม่ใช่พยาบาลอย่างคุณพา แต่เธอสองคนต้องประสานงานกันบ่อยๆ

ก่อนผมจะลากลับกลอเรียให้เงินผมมาห้าสิบดอลล่าร์ ผมบอกว่ามากเกินไป กลอเรียบอกว่า ค้าจ้างสามสิบดอลล่าร์ที่เหลือเป็นค่าอาหารสดและค่าเสียเวลาของผม เธอพูดก่อนจากกันคืนนั้นว่า “หวังว่าฉันคงจะมีโอกาสเรียนทำอาหารไทยกับยูอีกนะ ถ้าฉันว่างเมื่อไหร่จะโทรไปบอกพา”

ผมดีใจที่ได้ยินแบบนี้ ค่าจ้างสอนก็น่าสนใจ แต่ผมเห็นประโยชน์ในการฝึกภาษากับกลอเรีย เธอไม่คยหัวเราะเยาะเวลาที่ผมพูดผิด เธอเข้าใจที่ผมพูด และพยายามสอนวิธีพูดที่ถูกต้องให้ โอกาสดีๆแบบนี้ผมไม่ปฏิเสธหรอกครับ
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 06, 2010, 02:18:27 am »

ตอนนี้ชักเริ่มน่ารักค่ะ...สงสัยจะเป็นฤทธิ์ของจับจ่าย
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 12, 2010, 01:00:08 am »

ค่ะเห็นจะเป็นเพราะจับฉ่าย จริง ๆ อยากรู้ต่อไปจะเป็นอย่างไร.....
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF