www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข่าว และความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่น่าสนใจ  (อ่าน 3962 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: มกราคม 07, 2010, 07:12:41 pm »

สวัสดีปีใหม่ทุก ๆ ท่าน ค่ะ...

      เปิดกระทู้ใหม่วันนี้เพื่อจะได้นำข่าวคราวความเคลื่อนไหวต่าง ๆ มาเล่าสู่กันฟังค่ะ และหากเพื่อนสมาชิกมีข่าวคราวความเคลื่อนไหวอะไรที่น่าสนใจ อย่าลืมนำมาบอกกล่าวกันนะคะ

     
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 07, 2010, 10:06:25 pm »

ขอเริ่มบอกกล่าวกันด้วย กิจกรรมวันเด็กที่กำลังจะมาถึงในวันเสาร์ที่ 9 มกราคม 53 นี้นะคะ
ในฐานะที่เป็นวันสำคัญสำหรับเด็ก ๆ ที่เราถือว่าเป็น"หัวใจของชาติ" และเป็นอนาคตที่ยิ่งใหญ่ของประเทศชาติ...


อุทยานการเรียนรู้ TK park
          TK park จัดกิจกรรม วันเด็ก ในชื่อ "ผจญภัยตามใจคิด (ส์)" ในวันที่ 9 และ 10 มกราคม พ.ศ.2553 ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป ณ อุทยานการเรียนรู้ TK park ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone
          กิจกรรม : ภายในงานมีกิจกรรมฝึกสมองต่อยอดความคิดจินตนาการผ่านเกมสร้างสรรค์ และกิจกรรมสนุก ๆ แบบไม่มีเว้นวรรค พร้อมเตรียมรางวัลของขวัญสุดพิเศษ สำหรับน้อง ๆ มากมาย และยังมีการแสดงของเยาวชนคนเก่ง พร้อมอิ่มอร่อยกับขนมและเครื่องดื่มเพิ่มพลังจากพี่ ๆ ผู้ใหญ่ใจดี, "คิดส์ เล่น เล่น" ค้นคว้าหาคำตอบประลองฝีมือกับกิจกรรมสนุกพัฒนา IQ & EQ, "คิดส์ ดี" เรียนรู้คุณธรรมจากคนต้นแบบผ่านภาพยนตร์หรรษา ฯลฯ
ไทยทีวีสีช่อง 3
          จัดงานวันเด็กในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2553 ณ อาคารมาลีนนท์ ถนนพระราม 4
          กิจกรรม : ให้เด็ก ๆ ในร่วมเล่นเกมส์ชิงรางวัล, ประกวดร้องเพลงจากรายการ ซิงเกิ้ล คิดส์ล ชมมายากลจากโรบิ้น เมืองมายา, การแสดงจาก Mascot และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย
  มศว ประสานมิตร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
          เปิดพื้นที่ให้เด็กมาสาธิตการประดิษฐ์ของเล่น สอนวาดรูป การแสดงดนตรี นาฏศิลป์ ศิลปะการแสดงจากนักเรียนโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) และโรงเรียนสาธิต มัธยมและโรงเรียนสาธิตปทุมวัน พร้อมทั้งมีการเสวนาในหัวข้อ "ผู้ใหญ่ต้องฟังเด็กคิด เด็กพูด" ใครสนใจก็เข้าร่วมงาน วันเด็ก ได้ในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2553 ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น. ณ ลานอโศกมนตรี (SWUNIPLEX) ริมถนนอโศกมนตรี สุขุมวิท 21          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : โทร 0-2260-9548
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 
          กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับพันธมิตรทางด้านวิทยาศาสตร์บนถนนโยธี และถนนพระรามที่ 6  ได้แก่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและกรมโรงงานอุตสาหกรรม  กระทรวงอุตสาหกรรม, กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กระทรวงศึกษาธิการ จัดงาน "ถนนสายวิทยาศาสตร์ รับวันเด็กแห่งชาติ ปี 2553" ระหว่างวันที่ 6 - 9 มกราคม พ.ศ.2553  ตั้งแต่ 9.00 - 18.00 น. ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ถนนพระรามที่ 6
          กิจกรรม : ภายในงานจะเปิดกิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ให้เด็กไทยได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ เสริมสร้างประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ พัฒนาความคิด และเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ โทรศัพท์ 02577 9999 ต่อ 1829 และ 1830 หรือ Call Center 1313
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
          จัดกิจกรรม วันเด็กแห่งชาติ ในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2553 ระหว่างเวลา 09.00 – 17.00 น. ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา เอกมัย
          กิจกรรม : สสวท.ปีนี้จัดกิจกรรมวันเด็กในหัวข้อ "รักอ่าน รักเรียนรู้ตลอดชีวิต และพัฒนาการเรียนรู้จากชุดกิจกรรมฝึกกระบวนการคิด วิเคราะห์อย่างสร้างสรรค์" ในรูปแบบของกิจกรรมความหลากหลายทางชีวภาพ, การประดิษฐ์คาร์บอน - 60, เกมจับคู่นักวิทยาศาสตร์, เกมแก้ปัญหาคณิตศาสตร์, การพับรูปสัตว์สู่ละครวิทยาศาสตร์ ฯลฯ
          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ที่ฝ่ายนิทรรศการ สสวท. โทร. 0-2392-4021 ต่อ 1111
สวนสัตว์ดุสิต (เขาดิน)          ให้เด็ก ๆ เที่ยวในสวนสัตว์ดุสิตฟรี โดยไม่เสียค่าบัตรผ่านเข้าประตู ตั้งแต่ 2 - 31 มกราคม พ.ศ.2553 พร้อมร่วมกิจกรรมวันเด็ก สนุก ๆ มากมายในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553 เช่น การแสดงกายกรรมเคนย่าบอยโชว์ จากประเทศเคนย่า, การแสดงช้างแสนรู้จากวังช้างอยุธยา, นั่งรถม้าชมสวน, การแสดงมหัศจรรย์สัตว์ป่า, ชมสัตว์เผือกนานาชนิด ที่หาดูได้ยาก ฯลฯ
   Dream World          เด็ก ๆ สูงไม่เกิน 145 เซนติเมตร เสียค่าบัตรผ่านประตูเพียง 60 บาท ในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2553 พร้อมชมขบวนพาเหรดดาราการ์ตูน และตื่นเต้นกับโชว์ฮอลลีวู้ด แอ็คชั่น นอกจากนี้ยังได้ร่วมลุ้นรับของรางวัลมากมาย
  ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา รังสิต          จัดกิจกรรมการเรียนรู้วันเด็กแห่งชาติประจำปี 2553 ในวันที่ 9 มกราคม 2553  ตั้งแต่เวลา 09.00 -15.30 น. ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา รังสิต
          กิจกรรม : ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย ทั้งการแสดงบนเวที, กิจกรรมด้านศิลปะ และให้เด็ก ๆ ได้รับสิทธิพิเศษเข้าชมภาพยนตร์ดาราศาสตร์ภายในท้องฟ้าจำลองรังสิตฟรีทุกรอบ นอกจากนั้นยังมีนิทรรศการวิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ และมีกิจกรรมที่สนุกและสร้างสรรค์พร้อมของรางวัลมากมายที่จัดเตรียมไว้ให้เด็ก ๆ ทุกคนได้เที่ยวอย่างสนุกและมีความรู้
   พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร
          จัดกิจกรรมมากมายต้อนรับวันเด็ก ตั้งแต่วันที่ 5-9 มกราคม พ.ศ.2553 เพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เข้ามาทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ และแสดงศักยภาพของตนเองสู่สาธารณชน รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเด็ก ครอบครัว โดยเป็นการย้อนเวลากับภาพความประทับใจและความสนุกสนาน ตลอดช่วงระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา
          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : โทร. 0 2615 7333
   กองอำนวยการตลาดนัดกรุงเทพมหานคร          จัดกิจกรรมวันเด็กในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2553 เวลา 09.00 - 16.00 น. ณ บริเวณด้านหน้าอาคารกองอำนวยการตลาดนัดกรุงเทพมหานคร (ตลาดนัดจตุจักร)
       สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : โทร 0 2272 4440-1 ต่อ 110 และ 103
  รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT          สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ ลองนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินเที่ยวงานวันเด็กดูบ้าง ทางรถไฟฟ้าใต้ดินก็มอบสิทธิพิเศษให้น้อง ๆ ที่มีความสูงไม่เกิน 140 เซนติเมตร ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินฟรี ในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2553 06.00 - 24.00 น. เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ในการเดินทาง เพียงแสดงตัวต่อพนักงานประจำสถานี ณ ห้องออกบัตรโดยสาร ทั้ง 18 สถานี
          พร้อมกันนี้ รถไฟฟ้าใต้ดินยังเชิญชวนให้ครอบครัว เข้าร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติตามสถานที่ต่าง ๆ ตลอดเส้นทางการให้บริการ เช่น กิจกรรมของพิพิธภัณฑ์เด็ก และสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) โดยลงรถที่สถานีสวนจตุจักร เป็นต้น   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ได้ที่ป้ายประชาสัมพันธ์ภายในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือเว็บไซต์ bangkokmetro.co.th หรือทางโทรศัพท์ 0-2624-5200
   ศูนย์หนังสือจุฬาฯ สยามสแควร์           จัดงานวันเด็ก ในวันที่ 8-10 มกราคม พ.ศ. 2553  ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00 น.  ณ ศูนย์หนังสือจุฬาฯ สยามสแควร์
          กิจกรรม : สนุกสนานกับกิจกรรม "มอบของขวัญแทนใจ ให้น้องในวันเด็ก" พร้อมลุ้นของรางวัล ชมการแสดงจากนักเรียนโรงเรียนเศรษฐเสถียรฯ การแสดงลีลาศจากนักเรียนโรงเรียนวัดคลองเตย
          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : โทร. 0-2218-9893-5, 0-2255-4433
   The Mall
          ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ก็ร่วมต้อนรับวันเด็กแห่งชาติเช่นกัน โดยได้จัดงาน "The Mall Kid's  Funtasia 2010 : ตะลุยเมืองมหัศจรรย์หฤหรรษ์วันเด็ก" ระหว่างวันที่ 9 - 10 มกราคม พ.ศ. 2553 ที่เดอะมอลล์ทุกสาขา
          กิจกรรม : ประกอบไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ทั้งตื่นตาตื่นใจท่องไปในเมืองมหัศจรรย์, เพลิดเพลินไปกับหลากหลายเครื่องเล่นขนาดยักษ์, ตะลุยโลกกว้างในดินแดนฟาร์มจำลอง พบสัตว์น้อยแสนน่ารัก พร้อมลุ้นรับของขวัญของรางวัลจากกิจกรรมต่าง ๆ อีกมากมาย โดยกิจกรรมของแต่ละสาขา ก็จะจัดแตกต่างกันไป
  ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต           กำหนดจัดงานวันที่ 8 - 12 มกราคม พ.ศ. 2553  ตั้งแต่เวลา 10.00 - 17.00 น. ณ ลาน CASCATA ชั้น 1 ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต
          กิจกรรม : ตะลุยหมู่บ้านมหาสนุก เพลิดเพลินกับโชว์ปังปอนด์และผองเพื่อน เวิร์กช็อป Creative block เสริมความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะกระดาษดินน้ำมันอลังการ ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตของน้องดรีม (ดันดารา) ร่วม meet and greet กับนักเขียนเจ้าของผลงาน Super Dunker
   โรงแรมใบหยกสกาย          โรงแรมใบหยกสกาย ชวนมาชมวิวรอบกรุงเทพแบบ 360 องศา ที่ดาดฟ้าพื้นหมุน ชั้น 84 ฟรี พร้อมรับกระปุกออมสินรูปตึกใบหยก รุ่น Limited Edition ที่ไม่มีวางจำหน่ายที่ไหน ให้คุณหนู ๆ มีนิสัยรักการอดออม และเพลิดเพลินไปกับขบวนพาเหรดตัวการ์ตูน Mascot ที่จะมาสร้างรอยยิ้มให้กับเด็ก ๆ ทุกคนที่หอชมวิว ชั้น 77
          พร้อมกันนี้เด็ก ๆ จะได้พบกับเจ้าชายและเจ้าหญิงซินเดอเรลล่า , Beauty & The Beast, สโนไวท์กับแม่มดใจร้าย, ปีเตอร์แพนและทิงเกอร์เบล และอื่น ๆ มีมากมาย พร้อมกับการผสมผสานนิทานพื้นบ้านของไทย อาทิ เงาะป่ากับรจนา, พระอภัยมณีและผีเสื้อสมุทร, แก้วหน้าม้า ที่ยกขบวนพาเหรดมามอบความสุขถึงมือน้อง ๆ หนู ๆ พร้อมร่วมสนุกกับการประกวดแต่งกายแฟนซีเด็ก ผู้ชนะเลิศลุ้นสิทธิ์ "รับประทานอาหารฟรี! ทั้งครอบครัว"
          สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : Baiyoke Call Center 0-2656-3000 กด 4 หรือ baiyokehotel.com
   คณะวนศาสตร์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์          จัดงาน "เปิดบ้านวนศาสตร์ชมพิพิธภัณฑ์ในวันเด็กแห่งชาติ" ในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 08.00 - 14.30 น.
          กิจกรรม : น้อง ๆ จะได้ชมพิพิธภัณฑ์มด และรับความรู้มากมาย เช่น มารู้จัก...วงปีไม้...กันเถอะ พร้อมตื่นตาตื่นใจกับต้นไม้นักบันทึกอายุกว่า 400 ปี, ทายลายนิ้วมือต้นไม้.....ไขปริศนาโลกดึกดำบรรพ์, การประกวด....มดยักษ์แห่งวนศาสตร์....ชิงรางวัลทุนการศึกษา, สุดยอดเกมส์แบบวนศาสตร์...วนศาสตร์ เช่น ทายอายุต้นไม้, แข่งขันไล่จับมดใส่ขวด, walk rally แบบมด  เป็นต้น      สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : โทร. 02-579-0170
เมืองโบราณ สมุทรปราการ           จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2553 ในวันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2553 ตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น. โดยเด็กอายุไม่เกิน 14 ปีเข้าชมงานฟรี
          กิจกรรม : มีการจัดกิจกรรมพิเศษมากมาย อาทิ การแสดงมายากล มีตัวตลกโบโซ่ที่มาคอยสร้างสีสันและความสนุกสนานให้กับเด็ก ๆ การแข่งขันประกวดวาดภาพ เล่นเกมส์ชิงของรางวัล และของที่ระลึกอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้เด็ก ๆ ยังสามารถเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมของชาวสยามได้ ด้วยการนั่งรถรางชมเมืองที่มีมัคคุเทศก์คอยบรรยายให้ความรู้ตลอดทาง
          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : โทร 02 - 7091644 ต่อ 311 , 318


           นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนะคะ   ยังมีอีกหลายแห่งมากมายทีเดียวที่จัดกิจกรรมให้กับเด็ก ๆ ได้เข้าไปร่วมสนุกและหาประสบการณ์กันค่ะ 
         ก็ขอให้เด็ก ๆ ได้สนุกสนาน มีความสุข และปลอดภัยกันทุกคนนะคะ
           
     
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 07, 2010, 10:11:19 pm โดย ชุติมา-ประภัสสร » บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 12, 2010, 01:02:46 am »

อยากลับเป็นเด็กอีกครั้ง จะได้ไปเที่ยวให้สนุกค่ะ....
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 15, 2010, 09:43:46 am »

งาน มกราคม อำลา 'รงค์ วงษ์สวรรค์

    เปิดงานไปแล้วเมื่อวันที่ 9 มกราคม 53 นี้ ที่ หอศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ค่ะ  งานนี้จะมีไปถึงสิ้นเดือนมกราคมในงานนอกจากจะมีภาพถ่ายฝีมือของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ที่หาดูได้ยาก แล้วมีภาพปกหนังสือผลงานน่าจะทั้งหมดรวบรวมไว้ให้ได้ยลโฉมกัน

    ซึ่งในวันที่ 18 มกราคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงพระกรุณาเสด็จฯ พระราชทานเพลิงศพ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ณ สุสานกู่เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แก่ครอบครัววงษ์สวรรค์และเหล่านักเขียนทั้งมวล

    สำหรับบรรยากาศวันเปิดตัวงาน มกราคม อำลา 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ที่ผ่านมาขอยกข้อความที่ได้ลงไว้ในคอลัมน์ วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ ของคุณประภัสสร ใน นสพ. คม ชัด ลึก มาลงไว้ให้อ่านกันนะคะ...


    เมื่อวันที่ 9 มกราคม มีพิธีเปิดงาน “มกราคม อำลา ‘รงค์ วงษ์สวรรค์” โดยผู้มาร่วมงานร่วมกันวางช่อดอกไม้สีขาวที่หน้ารูปของคุณ’รงค์ ต่อจากนั้น อาจารย์พิชัย นิรันดร์ ประธานในพิธี กล่าวเปิดงาน และผมได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ (คำกล่าวดังกล่าวจะได้นำลงในเว๊บไซด์ psevikul.comในสัปดาห์นี้ครับ) แล้วต่อด้วยการสนทนากับคุณองอาจ จิระอร และคุณจตุพล บุญพรัด แห่งแพรวสำนักพิมพ์ ถึงเรื่องการจัดพิมพ์หนังสือ “ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ (หนุ่ม) นิรันดร์กาล” ซึ่งเป็นหนังสือเล่มโต หนากว่า 900 หน้า ที่รวบรวมงานเขียนชิ้นโบแดงของนักเขียน(หนุ่ม) ท่านนี้จำนวน 5 เรื่อง อันได้แก่ สนิมสร้อย เสเพลบอกชาวไร่ ปีนตลิ่ง มาดเกี้ยว และมาเฟียก้นซอย ไว้ในเล่มเดียวกัน

      ท่านที่สนใจ เชิญแวะชมกันได้นะคะ ที่หอศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนกิจกรรมอื่นมีดังนี้ค่ะ...

      สำหรับในวันเสาร์ที่ 16 มกราคม จะเป็นการสนทนาถึง “สำนวนเพรียวนม” โดยคุณอดุลย์ จันทรศักดิ์ และคุณสุมิตรา จันทร์เงา จากนั้นจะเป็นการพูดคุยกันเรื่อง เบื้องหลังการสร้างปกหนังสือพ๊อกเก็ตบุ๊คที่มีรสนิยมวิไลโดย คุณช่วง มูลพินิจ และคุณทองธัช เทพารักษ์

      วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม เป็นการสนทนาระหว่างคุณขุนทอง อสุนี ฯ กับคุณอารี แท่นคำ ถึงเพลงและหนังในช่วงชีวิตของ ‘รงค์ หลังจากนั้น คุณบินหลา สันกาลาคีรี จะพุดคุยกับคุณวรพจน์ พันธุ์พงศ์ ถึงเรื่องการทำหนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพเล่มนี้ ซึ่งคอหนังสือกำลังจ้องกันตาไม่กระพริบเพื่อจะหาไว้ในครอบครอง

      วันเสาร์ที่ 23 มกราคม “เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย” จะตั้งวงคุยกับนักเขียนรุ่นใหม่เรื่อง “การเดินทางเป็นสายตาของนักเขียน” ปิดท้ายรายการในวันเสาร์ที่ 30 มกราคม โดยคุณมานิต ศรีวานิชภูมิ จะบรรยายในหัวข้อ “ประวัติศาสตร์ในเลนส์กล้องของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์” และที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง คือการเสวนาวงใหญ่เกี่ยวกับชีวิต ความรัก และอาหารการกินของพญาอินทรีแห่งวงวรรณกรรม โดย คุณสุมาลี “มาดามวารินชำราบ” วงษ์สวรรค์ คุณประมวล เพ็งจันทร์ และคุณคำ ผกา

      แล้วจะนำข่าวคราวมาฝากกันอีกค่ะ

      ส่วนท่านใดเห็นกิจกรรมหรือข่าวคราวใดน่าสนใจอย่าลืมนำมาบอกกล่าวกันบ้างนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 15, 2010, 09:57:48 am โดย ชุติมา-ประภัสสร » บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 15, 2010, 10:13:55 am »

ขอนำคำกล่าวในวันเปิดงานของคุณประภัสสร มาลงให้อ่านกัน ณ ที่นี่ค่ะ



                                 ปาฐกถาพิเศษ ของประภัสสร เสวิกุล
                        ในโอกาสเปิดงาน “มกราคม อำลา ‘รงค์ วงษ์สวรรค์”
      ณ หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
                                   เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553
       
                                        .............................

    ไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกครับในการที่ปลาซิวปลาสร้อยจะพรรณนาถึงความอลังการของมหาสมุทร หรือนกปรอทจะบรรยายถึงความโอฬารของเวิ้งฟ้า และเป็นเรื่องยากขึ้นไปกว่านั้นเมื่อผมจะต้องพูดถึง รงค์ วงษ์สวรรค์ ซึ่งในความรู้สึกของผมนั้นยิ่งใหญ่มโหฬารเหนือท้องน้ำและน่านฟ้าแห่งบรรณภพไทย

       ผมรู้จัก ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ มาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี เริ่มแรกของการรู้จักมาจากการเป็นแฟนพันธุ์แท้ของนักเขียนที่ใช้นามปากกาแปลกจากนักเขียนคนอื่น ๆ ในยุคนั้น ถ้าถามต่อไปว่าเหตุใดผมจึงชอบงานของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ คงตอบด้วยสำนวนวัยรุ่นสมัยนี้ว่าเพราะ “โดนใจวัยโจ๋”แต่ ใน พ.ศ.นั้น ก็ต้องตอบด้วยสำนวนออเหลนว่า “เข้าไส้”

       อะไรคือ ออเหลน หลายคนอาจจะงง ๆ ออเหลน คือคำแสลงที่ใช้เรียกวัยรุ่นยุค พ.ศ.2500เศษ ๆ จากการที่นิยมแต่งกายด้วยกางเกงขาลีบ เสื้อเชิ้ตแนบตัว เมื่อประกอบกับรูปร่างที่ผอมแห้งแรงน้อยซึ่งเป็นพิมพ์นิยมในสมัยนั้น มองดูแล้วก็ชวนให้นึกถึงจิ้งเหลน จนมีคำเรียกว่าหนุ่มทรงจิ้งเหลน แต่ไป ๆ มา ๆ ทำไมถึงกลายเป็นออเหลนไปได้ ผมก็ยังนึกไม่ออก

       มีคำที่คู่กับออเหลนอยู่คำหนึ่ง คือออหรี่ – ก็กะหรี่นั่นแหละครับ แต่ในสมัยก่อนคำว่ากะหรี่ไม่มีนักเขียนคนไหนใช้ในภาษาเขียน หากเลี่ยงไปใช้คำว่าผู้หญิงหากินบ้าง ผู้หญิงคนชั่วบ้าง หรือไม่ก็ผู้หญิงโสเภณี เป็นต้น ที่โบราณหน่อยก็เรียกช็อกกะรี ซึ่งว่ากันว่ามาจากภาษาแขกกะลิงค์ ซึ่งหมายถึงเด็กสาว จนมีคำล้อกันว่า “เดินดี ๆ เป็นชีกะร๊อก เดินด๊อก ๆ เป็นช็อกกะรี” จากช็อกกะรีก็หดลงมาเหลือแค่กะรี และเป็นกะหรี่ในที่สุด

    นักเขียนที่ใช้คำเรียกผู้หญิงหากินว่ากะหรี่อย่างเต็มปากเต็มคำ และเขียนถึงกะหรี่อย่างเป็นเรื่องเป็นราวและเป็นจริงเป็นจังเป็นครั้งแรกก็คือ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ในนิยายเรื่อง “สนิมสร้อย” –  มหากาพย์แห่งกะหรี่ ซึ่งผู้เขียนซึ่งเคยเป็น “ขาใหญ่” บางลำพู ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เขียนถึงชีวิตของผู้คนในโตรกซอกของบางลำพูซึ่งเป็นย่านเริงรมย์ของกรุงเทพฯ ในเวลานั้นอย่างมีชีวิตอารมณ์ ความรู้สึก และจิตวิญญาณ

     “สนิมสร้อย” เป็นงานระดับ master piece ของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ เพราะไม่เพียงนำเสนอเรื่องราวของคนชั้นล่างสุดของสังคม อย่างโสเภณี แมงดา แม่แล้า และนักเที่ยวนานาพันธุ์ หากแต่ยังเป็นการปฏิรูปนวนิยายไทย ทั้งเนื้อหา รูปแบบ ตัวละคร และแนวคิด นอกเหนือจากการปลดล็อกภาษาไทยจากพจนานุกรม และขนบนิยม อันเป็นอัตตลักษณ์ที่โดดเด่นของ ‘รงค์ ทำให้เขาได้รับทั้งดอกไม้และก้อนอิฐจากผู้อ่าน

      คำนำบางตอนของสำนักพิมพ์ผู้จัดพิมพ์ “สนิมสร้อย” ครั้งแรก ในปี พ.ศ.2505  “ท่านผู้อ่านที่เคยอ่าน “หญิงคนชั่ว” ของ ก.สุรางคนางค์ มาแล้ว และภายหลังจากที่ได้อ่านเรื่อง “สนิมสร้อย” ของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ท่านจะย่อมรู้สึกในทันทีว่า “สนิมสร้อยของ ‘รงค์ ได้เปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างของชีวิตและทรรศนะของโสเภณีสองสมัยอย่างจะแจ้ง โสเภณีในสมัยของ ‘รงค์ หรือของเรานั้น มิได้กลายเป็นโสเภณีเพราะความผิดหวังหรือถูกล่อลวง แต่กลายเป็นโสเภณีด้วยความสมัครใจเพื่อจะเลี่ยงภาระอันหนักในการหาเลี้ยงชีพ...” และอีกย่อหน้าต่อมา “”ได้มีผู้วิพากษ์วิจารณ์อยู่เนือง ๆ งานของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ นั้น เป็นการเชิญชวนให้ผู้อ่านลองลิ้มรสของน้ำตาลที่เคลือบยาพิษ ในฐานะที่เป็นผู้พิมพ์เรื่องของเขา เราจึงขอชี้แจงว่าหนังสือที่ไม่มีลักษณะเป็นเรื่องอ่านเล่นสามัญ แต่มีลักษณะเป็นข้อวิจัยปัญหาสังคมอย่างหนังสือของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ นั้น ย่อมหลีกเลี่ยงความเป็นดาบสองคมได้ยาก และ “สนิมสร้อย” เล่มนี้ก็เช่นเดียวกัน...”  ซึ่ง‘รงค์ วงษ์สวรรค์ เคยเปิดเผยในภายหลังว่าผู้เขียนคำนำของสำนักพิมพ์บทนี้ ก็คือ พล.ต.อ.วศิษฐ์ เดชกุญชร

     ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ นิราศจากเมืองไทยไปอยู่อเมริกาเสียหลายปีและกลับมาสร้างความฮือฮาด้วยคอลัมน์ “รำพึง รำพัน” ในสยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ กับหนังสือชุด “ใต้ถุนป่าคอนกรีต”  ซึ่งบอกเล่าถึงชีวิตของผู้คนในนคร แซน แฟรนซิสโก ยุคฮิปปี้หรือบุปผาชน- อาจินต์ ปัญจพรรค์ แห่งสำนักพิมพ์ “โอเลี้ยงห้าแก้ว” ผู้จัดพิมพ์  “ใต้ถุนป่าคอนกรีต” เคยเล่าว่า

     ‘รงค์ เป็นผู้จัดหน้าและตรวจบรู๊ฟหนังสือชุดนี้ด้วยตนเอง ซึ่งแสดงถึงความรักและเอาใจใส่ในผลงานของตนเองเป็นอย่างยิ่งในทุกขั้นตอน และครั้งหนึ่ง ‘รงค์ ก็เคยทำหน้าที่ตรวจบรู๊ฟให้กับนิตยสารชาวกรุง และนามปากกายุคแรก ๆ นามหนึ่งของเขาคือ “บรูป บางกอก”  ซึ่งคำว่าบรูป ก็มีที่มาจากบรู๊ฟนั่นเอง การเป็นคนตรวจบรู๊ฟโดยเฉพาะค่ายสยามรัฐในยุคนั้น ต้องมีความแม่นยำในภาษาและละเอียดลออเป็นอย่างมาก สละ ลิขิตกุล อดีตบรรณาธิการหนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวันเล่าว่า ครั้งหนึ่ง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ในฐานะผู้อำนวยการ เคยสั่งเผาหนังสือพิมพ์สยามรัฐทิ้ง เพราะใช้ราชาศัพท์ผิด

      “ใต้ถุนป่าคอนกรีต” ขบวนแรก สร้างประวัติการณ์แก่วงการหนังสือไทย ด้วยจำนวนพิมพ์ 10,000 เล่ม ซึ่งหมดลงภายในเวลารวดเร็ว จนต้องพิมพ์ซ้ำอีก 2 ครั้ง ใน 3 เดือน และมีขบวนที่ 2 ตามมาติด ๆ ส่วนขบวนที่ 3 และ 4 เว้นวรรคไปช่วงหนึ่งเพราะเขียนเป็นตอน ๆ ลงในนิตยสารก่อน

     ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ เขียนไว้ในคำนำ “ใต้ถุนป่าคอนกรีต” ขบวนแรกว่า “แซน แฟรนซิสโก การไปถึงที่นั่นใน พ.ศ.2506 นั้น ไม่ใช่เจตนาเพื่อจะเขียนใต้ถุนป่าคอนกรีต แต่หลังจากอยู่ที่นั่นนานจนจำกลิ่นของมันได้แม่นยำ ข้าพเจ้ามีความรู้สึกละอายถ้าจะไม่เขียนหรือ--จะไม่พยายามตอบคำถามมากมายที่เบียดบดอยู่ในหัวใจ และที่หล่นจากริมฝีปากของผู้อื่น...”

       นอกจากการสร้างปรากฏการณ์เรื่องการเขียนแล้ว ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ยังได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ในเรื่องการทำหนังสือ โดยสำนักพิมพ์ตราปลาตะเพียน ของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ กับเพื่อนหนุ่ม ได้สร้างรสนิยมวิไลแก่รูปลักษณ์ของพ๊อกก็ตบุ๊ค และนิตยสารเมืองไทย ทั้งรูปเล่ม การจัดหน้า ภาพปก ภาพประกอบ และที่เป็นที่กล่าวขวัญกันอย่างมากก็คือหนังสือในชุดเฟื่องนคร ที่ตั้งชื่อตามเดือนและห้อยท้ายด้วยวลีเก๋ ๆ เช่น กันยายน นลิน, พฤษภาคม อุไร เป็นต้น

       ผมได้สัมผัสตัวเป็น ๆ ของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ก็ในช่วงนี้แหละครับ หลังจากที่มีข้อเขียนชิ้นเล็ก ๆของผม 3-4 ชิ้นลงในคอลัมน์ “รำพึง รำพัน” และเรื่องสั้นเรื่องแรก “หอมดอกงิ้ว” ลงในหนังสือเฟื่องนครแล้ว ผมก็รวบรวมความกล้าโผล่ไปหา ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ที่บ้าน...

      บ้านเลขที่ 205 ซอยจันทนชาติ ถนนประชาชื่น ในเวลานั้น นอกจากเป็นที่พำนักของนักเขียนใหญ่อย่าง ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ แล้ว ยังเป็นสำนักของนักเขียนหนุ่มวัยละอ่อนกลุ่มหนึ่งและเป็นสถานที่ที่ผมแอบเรียกว่า ‘Rong College’ ศิษยานุศิษย์ของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ เท่าที่ผมคุ้นเคยและพอจะอ้างอิงได้ ก็มีคุณปั๋ง หรือปั๋ง คิกคาปู ซึ่งก็คือคุณเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ แห่งมติชนในปัจจุบัน,คุณศิริพงษ์ จันทน์หอม และคุณอดุลย์พันธุ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นต้น ซึ่งท่านที่เอ่ยนามมานี้เป็นนักเรียนประจำหรือนักเรียนกินนอน ส่วนผมเป็นนักเรียนประเภทเช้าไปเย็นกลับ เว้นแต่บางคืนที่คุยกันดึกไปหน่อยจนรถเมล์หมดหรือเมาจนลุกไม่ขึ้นก็จะนอนค้างเสียที่นั่น

     อาจารย์ใหญ่ ของ ‘Rong College’ ก็คือ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ซึ่งผมเรียกด้วยความเคารพว่า “พี่ปุ๊” มาตั้งแต่นั้น – พี่ปุ๊จะเริ่มเปิดชั้นเรียนก็ใกล้ ๆ เที่ยง หรือบ่ายอ่อน ๆ หลังจากเสร็จภารกิจและพิมพ์ต้นฉบับเรียบร้อยแล้ว ห้องเรียนของเราคือนอกชาน อุปกรณ์การเรียนคือเหล้า น้ำแข็ง โซดา และน้ำเปล่า ที่ลูกศิษย์จัดเตรียมไว้รอท่า

      พอเริ่มดื่ม พี่ปุ๊ก็จะคุยเรื่องต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ ทั้งข่าวคราวประจำวัน หนังสือ นักเขียน ศิลปะ สถานที่ต่าง ๆ ที่พี่ปุ๊เคยเดินทางท่องเที่ยว อาหารการกิน จนกระทั่งถึงการบ้านการเมือง ด้วยลีลาและสำนวนที่สนุกสนาน

       พี่ปุ๊ไม่ได้สอนและไม่เคยสอนวิธีการเขียนหนังสือโดยตรง แต่มักจะเปรียบเทียบหรือยกตัวอย่างให้ฟังมากกว่า เช่นหากจะเขียนถึงความงามของผู้หญิงก็ไม่ได้ชมว่าหล่อนสวยตรงๆ แต่ใช้ว่า “ถ้าดอกไม้พูดได้ ก็คงจะชมว่าหล่อนสวย” ในทางตรงกันข้ามถ้าพูดถึงความน่าเกลียด ก็อาจจะใช้ว่า “หล่อนน่าเกลียดจนผีอยากจะลงหลุม” อะไรทำนองนี้

     แต่สิ่งที่พี่ปุ๊ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากคือองค์ประกอบของเรื่อง อย่างเรื่องที่มีความยาวหรือพื้นที่ขนาดนี้ ควรจะมีคำบรรยายสักเท่าไหร่ และคำพูดในสัดส่วนเท่าไหร่ พี่ปุ๊พูดถึงการเขียนที่มีมิติ คือเรื่องจะต้องมีความลึก ความกว้าง แสง เงา ส่วนประกอบอื่น ๆ ซึ่งผมคิดเอาเองว่าน่าจะเป็นเพราะพี่ปุ๊นำหลักการและกลวิธีของการถ่ายภาพมาใช้ในงานเขียน จนเกิดรูปแบบในแง่มุมที่มีความลงตัวและงดงาม

      ในเรื่องการใช้ภาษานั้น พี่ปุ๊พูดอยู่บ่อย ๆ ให้เขียนอย่างที่พูด ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ภาษาพูดกับภาษาเขียนของพี่ปุ๊จะเป็นภาษาเดียวกัน และก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ภาษาเขียนของพี่ปุ๊จะแตกต่างไปจากนักเขียนคนอื่น ๆ – บางคนอาจคิดว่าภาษาของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นการปั้นแต่งหรือจงใจทำให้เกิดความแหวกแนว แต่สำหรับผมคิดว่าเป็นเรื่องของจริตทางภาษา  และแม้ว่าพี่ปุ๊จะเป็นผู้ชายที่มีจริต แต่จริตของพี่ปุ๊เป็นเรื่องสุจริต และไม่ได้ดัดจริต

      ด้วยความเคารพ ผมขออนุญาตเปรียบเทียบสำนวนภาษาของพี่ปุ๊กับ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่พี่ปุ๊เคารพนับถือ – สำนวนภาษาของอาจารย์หม่อมก็เป็นสำนวนที่มีจริต แต่เป็นจริตชาววังขณะที่สำนวนของพี่ปุ๊เป็นจริตชาวบ้าน หรือถ้าจะพูดให้เห็นภาพที่ชัดขึ้นก็คือ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์เป็นจริตของโขน ทั้งในท่าที่แสดงความโกรธด้วยการกระทืบบาท หรือความรักด้วยการยกมือสองข้างทาบอก แต่พี่ปุ๊แสดงจริตแบบลิเก เช่นการป้องปาก หรือยักคิ้วหลิ่วตากับผู้ชม

       อาจารย์ ม.ล.บุญเหลือ เทพยสุวรรณ เคยกล่าวว่า “ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ใช้ภาษาอย่างนักเลงภาษาจริง ๆ จะใช้คำที่เคยใช้ในสภาพต่ำสุด ในที่ที่สูงสุดก็ได้ จะใช้คำที่เคยใช้แต่โบราณในจังหวะที่เกี่ยวกับสมัยใหม่ที่สุดก็ได้”  ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่พี่ปุ๊มีหน้าที่อ่านวรรณคดีไทยและเรื่องจีนให้ยายฟังในสมัยที่ยังเป็นเด็ก ประกอบกับการใช้ชีวิตในชนบทก่อนที่จะเข้ามาผจญภัยอย่างโชกโชนในกรุงเทพฯ และอาจารย์รัญจวน อินทรกำแหง ฯ ก็เคยกล่าวว่า “ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ เขียนเรื่องให้ทั้งความจริง ความเศร้า และความได้รู้ได้เห็นในมุมชีวิตที่หลายคนมองผ่าน หลายคนอาจเห็นว่าเรื่องของเขามักอยู่ในประเภทคาบเส้นหรือล้ำเส้น อีกทั้งสำนวนก็ค่อนข้างเปลือย แต่อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าเขาเป็นนักเขียนที่มีความเป็นตัวของตัวเอง และมีวิวัฒนาการในตัวเอง”

       แม้ว่าพี่ปุ๊จะเขียนเรื่องโลกีย์ แต่ก็มิใช่เป็นเรื่องประโลมโลกย์ หรือโลกียสุข หากแต่เป็นเรื่องราวของโลกียชน และโลกียธรรม ผมเห็นด้วยกับอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ว่าเรื่องของพี่ปุ๊ไม่ได้ทำให้คนอ่านเกิดความหื่น – ตัวละครของพี่ปุ๊ส่วนใหญ่จะเป็นคนแถวหลัง ๆ ในสังคม ที่มักจะไม่ค่อยมีใครมองเห็น และมีชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง จึงทำให้ดูดิบไปบ้าง แต่งานเขียนของพี่ปุ๊เป็นการฉายไฟฉายเข้าไปในซอกมุมที่มืดมิดและสกปรกหมกเหม็นของสังคมที่มีฉากหน้าสวยงาม

      งานเขียนของพี่ปุ๊ยังเป็นเสมือนเทอร์โมมิเตอร์ที่วัดอุณหภูมิความทุกข์-สุข ของคนในสังคมในระดับหนึ่ง พี่ปุ๊ไม่ใช่คนที่ตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับสังคม หรือบุรุษเจ้าโทษะ (angry young / old man) แต่เป็นนักบันทึกสังคม และคนที่มีวิญญาณขบถอยู่ในตัวมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จนถูกคัดชื่อออกเป็นคนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์ของโรงเรียนนั้น ความเป็นขบถของพี่ปุ๊แฝงอยู่ในงานหลาย ๆ ชิ้น จากคอลัมน์รำพึง รำพัน จนถึงนวนิยายอย่างผู้ดีน้ำครำ และรัฐมนตรีบรรลาย ฯ

       ย้อนกลับมาที่ห้องเรียนของ ‘Rong College’ – นอกจากเรื่องหนังสือแล้ว พี่ปุ๊ยังแนะนำให้พวกเรารู้จักโลก รู้จักชีวิต และรู้จักศิลปะ ไปพร้อม ๆ กัน ผมรู้จักผลงานของนักเขียนและศิลปินแขนงต่าง ๆ ทั้งไทยและต่างประเทศหลายต่อหลายคนก็จากพี่ปุ๊ ซึ่งผมคิดว่าพี่ปุ๊จะชื่นชมและยกย่องคนที่มีฝีไม้ลายมือมือและความคิดสร้างสรรค์ในสาขาของตนเสมอ - แม้ว่าในตอนนั้นจะมีคนค่อนนินทาพี่ปุ๊อยู่ไม่น้อย แต่พี่ปุ๊ก็ไม่เคยที่จะนินทาว่าร้ายใคร และที่สำคัญก็คือ พี่ปุ๊ให้ความเคารพ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช สุดหัวใจ ให้ความนับถือนักเขียนรุ่นพี่ อย่างคุณประมูล อุณหธูป และคุณมนัส จรรยงค์ โดยเสมอต้นเสมอปลาย ให้ความรักนักเขียนรุ่นเดียวกันเยี่ยงชายชาตินักเลง และให้ความเมตตาต่อนักเขียนรุ่นน้องรุ่นหลานมาโดยตลอด

        พี่ปุ๊สอนกระทั่งเรื่องเหล้า เพราะพี่ปุ๊ถือว่าการกินเหล้าเป็นเรื่องรื่นรมย์ และพี่ปุ๊ก็ไม่เคยยอมให้เหล้ากินพี่ปุ๊ - พี่ปุ๊จะมีอารมณ์ดีเสมอเวลากินเหล้ากับพวกเรา และผมไม่เคยเห็นพี่ปุ๊เมาหรือแสดงอาการที่ผิดไปจากเวลาที่ไม่กินเหล้า ถ้าชักจะมึน ๆ หรือง่วงพี่ปุ๊ก็จะลุกไปเข้าห้องนอน ปล่อยพวกเราดื่มกินแลสรวลเสเฮฮากันตามสบาย

        อีกเรื่องหนึ่งซึ่งพี่ปุ๊สอนพวกเราอยู่ในทีด้วยการปฏิบัติตนให้เห็นเป็นตัวอย่างก็คือ การทำงานที่มีแผนงาน และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ต่อให้มีงานมากมายหรือดื่มเหล้าพูดคุยกับพวกเราดึกดื่นเพียงไร พี่ปุ๊ก็จะต้องลุกมาเขียนหนังสือตามที่มีภาระผูกพันและกะการเอาไว้ล่วงหน้า

        พี่ปุ๊เคยพูดว่าพี่ปุ๊เขียนเรื่องโดยไม่เคยมีพล๊อต แต่ผมคิดว่าข้อเขียนทุกชิ้นและเรื่องที่พี่ปุ๊เขียนทุกบททุกตอน นั้น มีความสมบูรณ์และความงดงามอยู่ในตัวของมันเอง เมื่อนำแต่ละชิ้นแต่ละบทมาร้อยเรียง จึงได้งานเขียนในลักษณะของระเบียงภาพอย่างลงตัว

    ผมสามารถพูดได้เต็มปากว่า พี่ปุ๊เป็นศิลปินเอกในระนาบเดียวกับชาร์ลี แชปปลิน ด้วยการเอาตัวเองเป็นเหยื่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้ดูผู้อ่าน ขณะที่ชาร์ลี แชปปลิน มักจะสวมบทของผู้ถูกกระทำ คนซื้อที่เซ่อซ่า และน่าสงสาร  พี่ปุ๊ก็จะทำให้ผู้อ่านเห็นว่า เขาเป็นคนปากร้าย ก้าวร้าว สัปโดกสัปดนและ ชมชอบเรื่องเชิงสังวาส

    แต่สิ่งที่แชปปลินและ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ต้องการนำเสนอก็คือ การเป็นกระจกซึ่งสะท้อนเงาที่น่าสงสาร และน่าชิงชังกว่าของสังคม อย่างเย้ยหยัน แต่นอกเหนือจากนั้น สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความคิดและการแสดงออกของชาร์ลี แชปปลิน และ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ก็คือ ความเป็นปุถุชนและนักมนุษยนิยมที่แท้จริง

               ขอบคุณครับ.


                                      ................................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 15, 2010, 10:54:59 am โดย ชุติมา-ประภัสสร » บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 29, 2010, 09:24:35 pm »

สำหรับคนรักงานเขียน  มีข่าวฝากมาให้ช่วยบอกเรื่องการอบรมกัน ดังนี้ค่ะ

       ณ เพชรเทรนนิ่ง ภาคพิเศษ
อบรมการเขียนอย่างไรให้เป็นมืออาชีพ และ อบรมการเขียนบทโทรทัศน์อย่างมืออาชีพ
ใน ให้หมาย 6 ศรัทธา / FAITH
วัน เสาร์ ที่ 6 มีนาคม 2553 เวลา 9.00 น. -15.00 น.
วัน อาทิตย์ ที่ 7 มีนาคม 2553 เวลา 9.00 – 18.00 น.
ณ ห้องกมลทิพย์บอลรูม โรงแรมสยามซิตี ถนนศรีอยุธยา
รายได้ มอบเพื่อสาธารณะกุศล ในโครงการสถานีมีสุข
 ******************
ณ เพชรเทรนนิ่ง  “ให้หมายเลข 6 ศรัทธา/FAITH ”
ณ โรงแรมสยามซิตี ถนนศรีอยุธยา
จำนวนวัน                        : 2 วัน
วันที่ – เวลา                     วันเสาร์ ที่ 6 มีนาคม 2553
                                    เวลา 9.00 น.- 15.00 น. อบรมการเขียนอย่างไรให้เป็นมืออาชีพ และอบรมการ   เขียนบทโทรทัศน์
                                    วันอาทิตย์ ที่ 7 มีนาคม 2553
                                    เวลา 9.00 น.- 15.00 น. อบรมการเขียนอย่างไรให้เป็นมืออาชีพ และอบรมการเขียนบทโทรทัศน์
                                     เวลา 16.00 น. -18.00 น. Part Theatre Talk
                                     ชมการแสดงโชว์อลังการไปกับเธียเตอร์ทอล์คชุด  “ศรัทธา...FAITH”
                                     นำโดย เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ และสินเจริญ
                                     พบการแสดงชุด “มี” (ME) โดย มานพ มีจำรัส ศิลปินศิลปาธร ศิษย์เอกครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน และทีมงานการแสดงของ ภัทราวดีเธียเตอร์...

สอบถามรายละเอียด          : ณ เพชรสำนักพิมพ์ 66/738 ซ.14 ถ.จรัญสนิทวงศ์ 13 คลองขวาง ภาษีเจริญ     กทม.10160 โทรศัพท์ – โทรสาร : 0  2861  9511-2 มือถือ: 083-846-6343 (เมร์) และ 086-521-8376 (เหมี่ยว)
                                   E-mail : napetch@yahoo.com , mayd_a@yahoo.com
                                   Website: http://www.napetch.com

ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 15 กุมภาพันธ์ 2553
50 ท่านแรกที่สมัครจะได้รับสิทธิ์พิเศษ เป็นสมาชิกนิตยสาร KOKORO Petchi ฟรี 1 ปี มูลค่า 450 บาท

ท่านใดสนใจก็ลองติดต่อสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ กันอีกทีนะคะ

จริง ๆ แล้ว ช่วงนี้ยังมีกิจกรรมทางด้านศิลปะที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง แต่เวลาไม่ค่อยมีเลยละค่ะ
แล้วอากาศเปลี่ยนก็เลยทำให้ไม่ค่อยสบายกัน แถมยังมีโปรแกรมต้องเดินทางอีก แล้วยังมีการอบรม
ที่ต้องไปร่วมอีก พอไม่สบายขึ้นมาก็เลยต้องงดกิจกรรมที่จะต้องไปหลายอย่างเลย

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้ามีจังหวะเมื่อไหร่ก็จะหาทางนำข่าวกิจกรรมที่น่าสนใจต่าง ๆ มาลงให้อ่านกันอีกค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 29, 2010, 09:30:07 pm โดย ชุติมา-ประภัสสร » บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 11, 2010, 06:18:34 pm »

เข้ามาส่งข่าวสำหรับผู้ที่ชมชอบงานศิลปะค่ะ

ที่ ทีเค ปาร์ค ตั้งแต่ 9-19 มีนาคม 53 นี้ มีงานนิทรรศการ "บนถนนหนังสือ สู่เส้นทางศิลปะ" ของ ไมตรี ลิมปิชาติ
แฟน ๆ คุณไมตรีเชิญแวะเวียนไปชมกันได้นะคะ  แต่ช่วงที่มีการชุมนุมนี่งานเสวนา ที่กะไว้ว่าจะมีในวันเสาร์ที่ 13 และ อาทิตย์ที่ 14 ทางคุณไมตรีและทางทีเค ปาร์ค ก็ขอยกเลิก แต่จะมีการฉายภาพยนตร์ ดร.ครก และ ความรักของคุณฉุย แทน ค่ะ...

ซึ่งตามกำหนดเดิม วันอาทิตย์ที่ 14 คุณประภัสสร จะไปพูดคุยเรื่องการเขียนหนังสือให้ฟังนั้น...เมื่อเช้านี้เอง พี่ไมตรีก็โทร.มาบอกขอยกเลิก เพราะทราบว่าหลาย ๆ คนไม่กล้าออกจากบ้าน และเพื่อความปลอดภัยพี่ไมตรีก็เลยขอยกเลิก

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าใครมีจังหวะได้ผ่านไปแถวนั้น อย่าลืมแวะไปชมภาพงาม ๆ ฝีมือนักเขียนเรื่องสั้นอารมณ์ขันนาม ไมตรี ลิมปิชาติ กันได้นะคะ
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2010, 12:10:29 pm »

ความเคลื่นไหวล่าสุด กิจกรรมส่วนใหญ่ที่กะจะจัดกันในช่วงหลัง 12มีนาคม ถึง 19 พฤษภาคม 2553 หรือ 2010 ที่ผ่านมาได้ไม่กี่วัน เป็นอันเจอโรคเลื่อนบางงาน เลื่อนมาแล้วยังพอจัดได้ บางงานเลื่อนไปไม่มีกำหนด... เพราะอะไร ดูนี่ค่ะ

บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2010, 12:17:25 am »

หลังจากหดหู่กับความสูญเสียที่เกิดขึ้นในกท.ได้ไม่กี่วัน

รางวัลปาล์มทองคำ ที่คุณเจ้ย อภิชาติ ได้รับก็เป็นของขวัญปลอบใจให้คนไทยได้หายเศร้าได้บ้าง ช่วงนั้นได้แต่แสดงความยินดีอยู่ในใจ  วันนี้เลยขอนำมาบอกกล่าวกันสั้น ๆ ก่อนค่ะ 

ใครอยากอ่านรายละเอียดในเรื่องนี้ ขวัญเรือนฉบับที่กำลังวางตลาดอยู่ในตอนนี้ ลงบทสัมภาษณ์พร้อมภาพถ่ายฝีมือน้องช่างภาพคนเก่งของเรา (ความจริงเป็นช่างภาพขวัญเรือนน่ะค่ะ แต่ชื่นชมฝีมือกันมากก็เลย ยึดมาเป็นของเราซะเลย อิ อิ)
ถ่ายภาพได้อารมณ์ความรู้สึกมากค่ะ ลองเปิดอ่านกันดูนะคะ


บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF