www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นิยายน้ำตาโรบินฮู๊ด ตอนที่สิบสี่ ลุงถิง  (อ่าน 1856 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2010, 06:32:27 pm »

                                 ตอนที่สิบสี่ ลุงถิง
   ผมตื่นเต้นที่ได้กลับมาทำงานอีก หลังจากที่หยุดไปหลายอาทิตย์ คุณชาญชัยบอกผมว่า วันแรกให้ผมช่วยคุณแววหั่นผัก และเตรียมของ และให้จำไว้ว่าแต่ละวันจะต้องหั่นผักปริมาณเท่าไร ส่วนวันถัดไปให้ช่วยโชคเตรียมของ ทำแบบนี้สลับกันไปจนผมรู้งานในครัวแล้ว จึงจะให้ผมผัด อันที่จริงผมเคยเป็นหัวหน้าพ่อครัวมาก่อน งานผัดเป็นเรื่องเล็กสำหรับผม เมื่อมาอยู่ที่ใหม่ผมก็ต้องเรียนรู้ระบบของเขา

   “วันนี้ผมต้องซื้ออะไรเพิ่มบ้าง” คุณชาญชัยถามพ่อครัวใหญ่ นายบุญประกอบเอารายการสั่งซื้อของที่จดไว้มาส่งให้ “คุณแววล่ะ ขาดอะไรไหม”

   “ไม่ ตอนบ่ายผักก็จะมาส่งแล้ว” คุณแววตอบสั้นๆ

   ในแต่ละวันคุณแววต้องหั่นผักมากมาย ภรรยาของคุณชาญชัยจดรายการผักที่ต้องใช้ในแต่ละวัน และเครื่องปรุงอาหารทุกชนิดที่มีอยู่ในเมนู ผมเห็นคุณแววหั่นหัวหอมไปน้ำตาไหลไป ผมมีวิธีหั่นหอมโดยไม่ทำให้ระคายเคืองตา ผมจึงอาสาหั่นหัวหอมเสียเอง ผมพยายามชวนคุณแววคุยบ้าง แต่ถามคำเธอก็ตอบคำ หน้าตาเธอเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ผมพอจะรู้ได้ว่าเธอไม่อยากเสวนากับใคร เมื่อมีผู้ช่วยเธอก็หั่นผักเสร็จไว

   นายบุญประกอบตั้งหม้อน้ำซุปก่อนที่จะผัดไส้ปอเปี๊ยะให้ประสบโชคไว้ห่อ สักพักเขาก็ทำก๋วยเตี๋ยวผัดไทยถาดเบ้อเร่อ “เอ้า มากินกันก่อน” เขาร้องเรียกทุกคนให้มากิน อาหารมื้อนี้คงจะเป็นbrunch คือbreakfastบวกกับ lunch “อีกสักพักร้านก็จะเปิดขาย เดี๋ยวจะไม่มีเวลากิน” เขาหันมาบอกผม สิบนาทีต่อมาพวกพนักงานเสริฟก็ทะยอยกันเข้ามากินอาหาร

   ตอนกลางวันร้านนี้ขายดีมาก แต่ทางร้านจัดเมนูพิเศษ มีให้เลือกไม่เกินสิบรายการ เป็นอาหารแบบจานเดียวง่ายๆ ใช้เวลาทำไม่มาก ลูกค้าเข้ามาไม่ขาดสายเลย ตั้งแต่สิบเอ็ดโมงถึงบ่ายสองโมงพวกเราไม่ได้หยุดเลย

   “ถ้าจะเปิดขายกลางวันด้วยก็น่าจะหาคนมาอีกคนหนึ่ง” นายบุญประกอบพูดขึ้นลอยๆ

   “นั่นซิลุง พอเลิกขายกลางวันก็ต้องเตรียมของขายตอนเย็นอีก” โชคสนับสนุน แล้วก็พูดต่อ “แบบนี้ใช้งานกันหนักเกินไป”

   พอเลิกขายตอนกลางวัน นายบุญประกอบก็เตรียมหั่นเนื้อ ส่วนโชคก็เตรียมห่อปอเปี๊ยะ คุณแววกับผมหั่นผักไว้พอที่จะขายตอนเย็น เรื่องหั่นของผมหั่นเร็ว เพราะช่วยแม่มาตั้งแต่เด็ก คุณแววเดินออกไปหลังร้าน เธอไม่บอกใครว่าจะไปไหน ผมมองตามด้วยความสงสัย

   “เตรียมของเสร็จแล้วนี่ คงไปเบรค มีคนช่วยเลยเสร็จเร็ว แล้วคุณไม่ไปเบรครึ” นายบุญประกอบหันมาถามผม

   “เดี๋ยวก่อนก็ได้ครับ ให้ผมช่วยพี่ไหม” ผมรับอาสาเพราะเห็นเขาเอาเนื้อวัว กับไก่ออกมาอย่างละกล่องใหญ่ เพื่อเตรียมหั่น

   “ก็ดีเหมือนกันนะ ผมเห็นคุณหั่นของเร็วมาก ท่าทางจะชำนาญ”

   “ผมช่วยแม่ขายข้าวแกงมาตั้งแต่เด็ก”

   “ที่นี่งานหนัก เงินเดือนก็น้อย” นายบุญประกอบพูดต่อ ผมเริ่มรู้สึกพิลึกกับคำพูดนี้  วันแรกที่เริ่มงานก็ได้ยินเพื่อนร่วมงานบ่นแล้ว แต่ผมก็ไม่พูดอะไร ผมเรียนรู้จากประสบการณ์ว่า สงบปากสงบคำไว้ดีที่สุด แล้วเราก็จะได้ยินได้ฟังอะไรดีๆ

   “หน้าซีซั่นแบบนี้เสี่ยหว่องรับเละ” โชคพูดขึ้นบ้าง

   “เสี่ยหว่องคือใครหรือ” ผมถามด้วยความสงสัย เสี่ยคนนี้มาเกี่ยวอะไรกับร้านนี้ด้วย

   “ก็เจ้าของร้านไง อาเสี่ยขี่เบ็นซ์ พวกเราทำงานงกๆสร้างความรวยให้เขา” โชคตอบ

   “คุณกอบ ผมเข้ามาเช็คครั้งสุดท้ายก่อนออกไปซื้อของ มีอะไรต้องซื้อเพิ่มอีกไหม” คุณชาญชัยเดินเข้ามาเมื่อไรผมไม่เห็น ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะได้ยินประโยคสุดท้ายที่โชคพูดหรือเปล่า สีหน้าของเขาเป็นปกติ ผมสังเกตเห็นสีหน้าของโชคเปลี่ยนไป

“กลางวันนี้ได้กี่คนครับ” นายบุญประกอบถามคุณชาญชัย

“ร้อยสิบคน”

“โอ้โฮ” นายบุญประกอบอุทาน

“ถึงจะขายดี แต่มันก็มีค่าใช้จ่ายเยอะนะ” คุณชาญชัยพูดทิ้งท้ายก่อนออกไป

พอคุณชาญชัยคล้อยหลังโชคก็ยักไหล่ “เดินเข้ามาเงียบๆ”

   “ไม่รู้เขาได้ยินที่เอ็งพูดหรือเปล่านะ” นายบุญประกอบปรารภ

   “ได้ยินก็ดี จะได้รู้เสียมั่ง”

   ผมเกลียดที่สุดคือการนินทา ผมยังไม่รู้จักแต่ละฝ่ายดีพอ จึงไม่อยากออกความเห็นใดๆ แต่ฟังไว้เป็นข้อมูล สองคนนั่นยังคงนินทาเจ้าของร้านต่อ

   “ใส่น้ำหอมเสียฟุ้ง กูได้กลิ่นแล้วจะอ้วก แต่งตัวกระชากวัย ไม่น่าเชื่อว่าห้าสิบแล้ว” นี่เป็นความรู้ใหม่ที่ได้จากเจ้าโชค ผมนึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่าคุณชาญชัยอายุเท่าไร “เขาแก่กว่าลุงถิงอีกไม่ใช่เรอะ”

   “เออ แก่กว่ากูสามปี แต่กูดูแก่กว่าเขาอีก เหอ เหอ” นายบุญประกอบแค่นหัวเราะ

   ผมมองดูนายบุญประกอบแล้วเปรียบเทียบกับคุณชาญชัย สองคนนี่ผิดกันลิบลับ คุณชาญชัยเป็นผู้ชายที่ช่างแต่งตัว ส่วนนายบุญประกอบไม่เอาใจใส่ตัวเอง แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่าๆ แถมมีผ้าขาวม้าคาดพุงด้วย ลักษณะการแต่งตัวของเขาเหมือนกำนันผู้ใหญ่บ้านตามชนบท สำเนียงการพูดของเขาก็พอจะบอกได้ว่าเขาเป็นคนต่างจังหวัด ถ้าเดาไม่ผิดคงจะมาจากเพชรบุรี

   พอดีมีคนเอาผักมาส่ง นายบุญประกอบบ่นกระปอดกระแปด “โว้ย กำลังหั่นเนื้อ โดนขัดจังหวะ แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่จะเสร็จวะ”

   “ผมช่วยก็ได้พี่” ผมลุกไปเช็คผักว่าส่งครบตามที่เขาเขียนในใบเสร็จหรือเปล่า คนส่งของบอกว่ามีรายการหนึ่งขาดไป เพราะของหมดสต็อค แต่จะเอามาส่งให้พรุ่งนี้

   “เก่งนี่พูดกับฝรั่งรู้เรื่อง” นายบุญประกอบพูด

   “ผมเคยเป็นเชฟที่นิวยอร์ค ต้องรับของเช็คของจากบริษัทส่งของเกือบทุกวัน”

   “ผมนั่งฟังอยู่ คุณพูดภาษาอังกฤษดีนะ ไม่น่าเชื่อว่าเป็นลูกร้านขายข้าวแกง”

   “พี่ครับผมจบปวส.นะครับ เคยทำงานบริษัท ที่พูดภาษาได้ก็เพราะตอนที่อยู่นิวยอร์คมีเพื่อนฝรั่งบ้าง”

   “แล้วทำไมถึงมาอยู่ฟลอริด้า”

   “เจ้าของเขาขายร้านไปแล้วครับ แล้วพี่อยู่นี่นานแล้วหรือครับ” ผมย้อนถามบ้าง ไม่ปล่อยให้แกซักประวัติอยู่ฝ่ายเดียว

   “ผมไปๆมาๆ” เขาตอบสั้นๆ

   “ไปๆมาๆได้ ถ้างั้นพี่ก็มีกรีนคาร์ดแล้วซิครับ”

   “ยังหรอก ก็มาวีซ่าทัวร์นี่แหละ”

   “แสดงว่าแต่ละครั้งพี่อยู่ไม่นาน พอวีซ่าใกล้หมดก็กลับ ใช่ไหมครับ”

   “บางทีก็อยู่จนวีซ่าขาด ขึ้นอยู่ว่าช่วงไหนต้องการเงินมากก็อยู่นานหน่อย”

   “แล้วพี่ทำวีซ่ามาใหม่ยังไงล่ะครับ”

   “ของพรรค์นี้มันเป็นเทคนิคของแต่ละคน เปิดเผยกันไม่ได้” เขาตัดบท ผมก็พอจะรู้ว่าเขาไม่อยากจะพูดถึง

ผมช่วยแกหั่นไก่จนหมดกล่อง นายบุญประกอบบอกว่า “ขอบใจนะที่ช่วยผม คุณไปเบรคเถอะ นี่เกือบสี่โมงแล้ว เดี๋ยวห้าโมงก็เปิดร้านอีก บางวันยังไม่ถึงห้าโมงลูกค้าก็มายืนรอหน้าร้านแล้ว”

   “พี่ยังไม่เสร็จนี่ครับ ผมช่วยต่อก็ได้”

   “ขอบใจนะ คุณมีน้ำใจดีจริงๆ ถ้างั้นช่วยแกะกุ้งอีกสักสามกล่องได้ไหม”

               “ได้ครับ เอ้อ พี่ครับ ขอถามหน่อย ทำไมโชคเรียกพี่ว่าลุงถิง”

   “อ๋อ ถิงเป็นชื่อเล่นของผม ชื่อจริงของผมมันยาวไปหน่อย”

   “เศษเนื้อนี่จะทิ้งหรือครับ” ผมเห็นแกรวบรวมเศษเนื้อที่มีเอ็นและเนื้อติดมันเตรียมใส่ถังขยะ

   “ใช่”

   “ถ้างั้นผมขอนะครับ”

   “ก็เอาซิ ว่าแต่จะเอาไปทำอะไรได้”

   “ผมจะเอาไปทำซุปนะพี่ จะใส่เส้นทำเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อก็ได้ หรือกินกับข้าวก็ได้ แกะกุ้งเสร็จผมจะทำ”

   ซุปเศษเนื้อของผมกลายเป็นอาหารอันโอชะของบรรดาพนักงานของร้าน แม้แต่พวกลูกจ้างฝรั่งก็ชอบ คุณบุษราคัมกับพี่ชาญชัยก็ติดใจซุปฝีมือผม คุณบุษราคัมชอบใจที่ผมรู้จักใช้เศษเนื้อที่เหลือมาพลิกแพลงทำอาหาร ทำให้ผมนึกถึงคุณพาผู้แสนประหยัด คุณบุษท่าทางจะเป็นคนประหยัดด้วยเหมือนกัน

   ตกลงวันแรกที่ทำงานผมไม่ได้หยุดพักเลย มัวแต่ช่วยพี่กอบ แล้วก็ทำอาหารต่อ ตอนเย็นยุ่งมากจริงๆ พวกเรายืนกันขาแข็งไม่ได้พักเลย อันที่จริงตอนที่อยู่นิวยอร์คเราก็ขายได้คืนละร้อยกว่าคนเหมือนกัน แต่เราไม่ได้เปิดขายกลางวัน

   มีออร์เด้อร์สุดท้ายเข้ามาตอนสามทุ่มห้าสิบนาที คนที่รับออร์เดอร์มาเป็นคนหน้าตาเอเซีย ผมนึกว่าเป็นคนไทย “สวัสดีครับ” ผมทักทาย ตอนนั้นงานในครัวเริ่มซาลงแล้ว

   “I am not Thai.” เวทเตอร์(Waiter)คนนั้นตอบด้วยท่าทางปั้นปึ่ง

   “Sorry, where are you from?” ผมพยายามชวนคุย

   “I am American.” นายคนนั้นตอบพร้อมกับเชิดหน้า แล้วก็เดินออกไป

   “ถุย ไอ้อเมริกันหน้าตี๋ แล้วนี่อะไรวะ ครัวปิดแล้วแม่งยังเอาออร์เด้อร์มาเสียบอีก” พี่กอบหัวเสียมาก

   อาหารจานสุดท้ายเป็นปลาเจี๋ยนพี่กอบทำเสร็จเรียบร้อยก็เริ่มเก็บกวาดบริเวณเตา เจ้าอเมริกันหน้าตี๋เดินกลับเข้ามาในครัว พอมันเห็นปลาเท่านั้นมันก็โวยวาย

   “เชฟ ทำไมไม่แยกปลากับน้ำราด ลูกค้ายังกินซุปไม่หมดเลย ราดหน้ามาแบบนี้ปลาก็หายกรอบหมด แล้วลูกค้าก็จะต่อว่า”

   ทุกคนในครัวฟังมันพูดเข้าใจหมด คำพูดของเจ้าตี๋ยั่วโมโหพี่กอบ พี่กอบเถียงเป็นภาษาอังกฤษแบบกระท่อนกระแท่น “ทำไมมึงไม่บอกก่อน ครัวจะปิดแล้ว มึงรู้ไหมว่ากูเหนื่อยมาทั้งวัน”

   “ยูน่าจะใช้คอมม่อนเซ้นท์นะ” คำพูดของเจ้าตี๋ยิ่งยั่วโมโหพี่กอบหนักขึ้น

   “ไอ้ชิบหาย” แกด่าเป็นภาษาไทยพร้อมกับกำหมัดรี่เข้ามาหา เจ้าตี๋อุทานอย่างตกใจ “เชฟ”

   “อะไรกัน คุณกอบ” พี่ชาญชัยโผล่เข้ามาพอดี เขาเห็นเหตุการณ์โดยตลอด แล้วเขาก็แก้สถานการณ์ด้วยการบอกว่า “ลูกค้าโต๊ะนี้เข้าช้า สั่งของไปแล้ว แต่ปลานี่เขาสั่งเพิ่ม คุณกอบช่วยทำให้ใหม่ก็แล้วกัน แยกปลากับน้ำราด ส่วนออร์เด้อร์นี้ผมเอาเอง ผมยังไม่ได้กินอะไรเลย”   แล้วคุณชาญชัยก็หันไปบอกเจ้าตี๋ว่า “คราวหน้ายูก็บอกเขา ถ้าจะให้เขาแยกปลากับซ็อสจะได้ไม่มีปัญหาอีก”

   หลังจากเก็บของหมดแล้ว เมื่อเราลงมาข้างล่างพี่กอบก็ยังบ่นต่อ “ไอ้ห่า คุณชาญชัยทำแบบนี้ให้ท้ายมันนี่หว่า”

   “ผมว่าคุณชาญชัยคงไม่อยากให้ลูกค้าต่อว่ามั้ง”

   “ไอ้พวกเว็ทมันได้ทิป แต่เราไม่ได้ทิป”

   “แต่เขาเป็นคนแรกที่โดนลูกค้าต่อว่า ถ้าลูกค้าไม่พอใจ”

   “นี่คุณเข้าข้างมันหรือไง ทำงานอยู่ในครัวเหมือนกันน่าจะเข้าข้างกัน”

   ผมก็เลยหยุดพูด ตอนนี้พี่กอบมีอารมณ์พาล แกคงไม่ฟังเหตุผลใดๆทั้งนั้น เฮ้อ เพื่อนร่วมงานแต่ละคนท่าทางไม่เบาเลย ผมว่าเรวัติแย่แล้วนะ ยังมาเจอคนที่แย่กว่า รายนี้ท่าทางนักเลงเสียด้วย ผมจะได้รู้ไว้ว่าแต่ละคนเป็นยังไง ถ้าเลี่ยงได้ก็จะพยายามเลี่ยง ทำงานวันแรกก็เจอความไม่ลงรอยเสียแล้ว ทำไมนะร้านไทยจึงมีแต่ปัญหาจุกจิก อยากรู้ว่าร้านอื่นๆเขาจะเป็นแบบนี้ไหม

เป็นไงคะละครวิทยุ เอ๊ย นิยายรายวัน ฮิ ฮิ วันเสาร์ต้องของดหนึ่งวันนะคะ จะไปตจว. (ต่างจังหวัด) ไปไม่ไกลหรอกค่ะ แค่90ไมล์เอง พูดถึงละครวิทยุ ถ้าคุณนิกับคุณประภัสสรจะจัดละก้อเพ็กกี้ขอร่วมด้วยคน เพ็กกี้เสียงดีนะจะบอกให้ คือว่าคิดอาไว้ว่าพอตัวเองเกษียณแล้วก็อยากทำอะไรให้เป็นประโยชน์กับสังคมบ้าง พอเกษียณก็อาจจะมีเวลาไปเมืองไทยบ่อยขึ้นและครั้งละนานๆด้วย ถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะได้มีโอกาสอัดรายการวิทยุร่วมกันนะคะ

เพ็กกี้คิดแม้กระทั่งจะจัดรายการฝรั่งพูดไทย/ไทยพูดฝรั่ง เพื่อแนะนำวิธีการออกเสียงภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง จะเชิญฝรั่งที่พูดไทยได้มาออกรายการด้วย นี่เป็นเพียงความฝันที่อาจจะเป็นจริงขึ้นมาก็ได้ ใครจะไปรู้
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2010, 11:32:51 pm »

โอ... ดีจังเลยค่ะ สงสัยละครวิทยุคณะประภัสสรและมิตรสหายจะได้เกิดก็ตอนนี้แหล่ะค่ะ อีกเดี๋ยวอาจจะได้คุณอภิญญามาร่วมด้วยอีกคนแน่เลย...

เข้าท่าแน่เลยค่ะ คุณพิม คุณหวาน จารย์โจ๊ก คุณสีน้ำฟ้า คุณใบไผ่ ฯลฯ คุณน้อง ๆทั้งหลาย เป็นไงคะ สนใจกันบ้างไหมคะเนี่ย ต้องขออภัยที่ลงชื่อได้ไม่ครบทุกท่าน อย่าเพิ่งน้อยใจนะคะ

ส่วนตอนนี้ ยังไม่ทันไรก็เห็นแววความยุ่งยากแล้ว... ฮือ อยู่ที่ไหนก็ล้วนมีปัญหากันแทบทั้งนั้นเลยนะคะ

ขอให้เดินทางไปต่างจังหวัดโดยปลอดภัยนะคะ จะรออ่านตอนต่อไปค่ะ
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2010, 10:53:26 pm »

ตามมาอ่านจนจบแล้วค่ะ  ดูท่าที่ร้านใหม่จะไม่ค่อยราบรื่นนะคะ...
......คุณนิเดาใจเก่งจังเลย กำลังว่าจะสมัครด้วยคนค่ะ เรื่องอย่างนี้ชอบ....ให้เป็นตัวประกอบหรือนังแจ๋วก็ได้ค่ะ อิ ๆ...ท่าจะสนุกนะคะ ละครตณะประภัสสรและมิตรสหาย แต่ห้ามนับอายุรวมกันนะคะ
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 20, 2010, 10:55:23 pm โดย อภิญญา » บันทึกการเข้า
Khunnaihin
Newbie
*
กระทู้: 5


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2010, 01:47:03 am »

 :yay:I am the one who is reading your novel, 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF