www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: น้ำตาโรบินฮู๊ด ตอนที่สิบแปด ใบเขียวล็อตโต้  (อ่าน 5399 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: มีนาคม 03, 2010, 04:43:18 pm »

เห็นด้วยกับมุมมองของคุณนินะคะ ถึงแม้เพ็กกี้จะไม่เคยเป็นเจ้าของร้านอาหารไทย แต่ก็คลุกคลีกับร้านอาหารไทยในต่างประเทศมามากพอสมควร เคยช่วยเขามาหลายร้านถึงแม้จะไม่ใช่ลูกจ้างประจำ อย่าว่าเพ็กกี้มองโลกในแง่ร้ายเลย ขนาดเพื่อนสนิทกันเวลาที่ไปช่วยเขาที่ร้านเราก็ยังไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติต่อลูกจ้างของเขา

ลูกสาวของเพ็กกี้เรียนอยู่ที่แคนาดา เคยไปทำงานร้านอาหารไทยอยู่พักหนึ่ง เจ้าของร้านเป็นฝรั่งเชื้อชาติFrench-Canadian เดาว่าคงจะมีเมียไทยนั่นแหละ แต่ร้านนี้ผิดกับร้านไทยทั่วๆไป เขาให้ลูกจ้างทำงานวันละแปดชั่วโมง ถ้าทำเกินแปดก็ต้องจ่ายค่าล่วงเวลา เขาใช้กฎเกณฑ์ในการทำงานแบบฝรั่ง ไม่เหมือนร้านไทยที่จ้างเหมาทั้งวัน ถึงแม้ร้านไทยบางร้านจะให้เบรคหลังมื้อกลางวัน แต่ถ้านับชั่วโมงทำงานแล้วก็เกินแปดชั่วโมง

จุดมุ่งหมายของนิยายเรื่องนี้ก็คือนำเสนอสิ่งที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน จะได้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจถ้าอยากจะไปทำงานในร้านอาหารที่ต่างประเทศ คนไทยหลายคนเรียนจบปริญญาตรีมาจากเมืองไทย แต่ปริญญาจากเมืองไทยเอามาใช้ทำมาหากินที่อเมริกาไม่ได้ คนที่มีทุนรอนก็เปิดร้านอาหารไทย เพราะอาหารไทยเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่เกิด เจ้าของร้านไทยบางคนตอนอยู่เมืองไทยไม่เคยทำกับข้าวเลย มาหัดทำอาหารที่อเมริกานี่แหละ

การทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำก็ยังมีข้อดีนะคะ คือไม่มีเวลาไปใช้เงิน เก็บเงินได้เยอะ บางคนก็สามารถปลดหนี้สินที่เมืองไทยได้

มาอ่านนิยายกันต่อดีกว่านะคะ

                                               ตอนที่สิบแปด ใบเขียวล็อตโต้

ในที่สุดพี่ชาญชัยก็หาคนมาใหม่ได้ สมาชิกใหม่เป็นชายสูงอายุ เขามาจากวอชิงตัน ดีซี พี่ชาญชัยบอกว่าพยายามติดต่อพี่ใหญ่ที่นิวยอร์ค แต่พี่ใหญ่กลับไปเมืองไทยแล้ว พอดีญาติห่างๆของพี่บุษที่อยู่ที่ดีซีแนะนำลุงคนนี้ บอกตรงๆว่าผมไม่แน่ใจว่าลุงคนนี้แกจะสู้งานหนักไหวหรือเปล่า แต่ผมคิดในแง่ดีไว้ก่อนว่ามีคนเพิ่มดีกว่าไม่มีคน

   อย่างไรก็ดีพนักงานคนใหม่ก็ขยันขันแข็ง และไม่พูดมากเหมือนลุงถิง ผมสังเกตว่าลุงคนนี้สุขภาพไม่สู้ดี แต่แกก็พยายามจะฝืนใจทำงาน ผมก็เป็นห่วงเกรงว่าแกจะเป็นลมเป็นแล้งไป ผมก็พยายามที่จะเอางานหนักมาทำเสียเองเพื่อให้โกหล่ายทำงานเบา โกหล่ายเป็นลูกจีนไหหลำเกิดที่เมืองไทย เขามีชื่อไทยว่าทวีพงษ์

   โกหล่ายมาอยู่อเมริกานานแล้ว ตอนแรกก็มากับเมียโดยวีซ่าทัวร์ โกกับเมียทำงานสารพัดอย่าง หนักเอาเบาสู้ เพื่อส่งเงินให้ลูกที่อยู่ในความดูแลของญาติที่เมืองไทย อยู่อเมริกานานๆความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาก็เริ่มจืดจาง ประกอบกับภรรยาของโกอยากจะแต่งงานใหม่กับคนที่มีกรีนคาร์ด โกก็หย่าให้แต่โดยดี ถึงจะแยกทางกันแต่สองคนนี่ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่

   ต่อมารัฐบาลสหรัฐออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้พวกโรบินฮู๊ดที่อยู่อย่างผิดกฎหมายก่อนปี1982 โกก็เลยได้กรีนคาร์ดเพราะกฎหมายใหม่ พี่ชาญชัยยังพูดว่านี่เป็นครั้งแรกที่พี่เขามีลูกจ้างที่มีกรีนคาร์ด พี่ชาญชัยขอหักภาษีจากเงินเดือนของโก โกหล่ายก็ยินดี แกบอกว่าตั้งแต่อยู่อเมริกามาแกไม่เคยเสียภาษีเลย แม้กระทั่งเมื่อมีกรีนคาร์ดแล้ว โกก็ทำธุรกิจส่วนตัว แกขับรถขายไอศกรีม แต่ก็ขายได้เฉพาะหน้าร้อน พอเข้าหน้าหนาวไอศกรีมขายไม่ไก้ แกก็ไปรับจ้างทั่วไป โกเสียแต่ภาษีการค้ารายเดือน แต่ไม่เคยเสียภาษีเงินได้ โกบอกว่าเรื่องพวกนี้แกไม่รู้ และทำไม่เป็น เพราะความไม่รู้ของโกหล่ายนี่แหละที่ทำให้แกลำบากใจ ผมจะเล่าให้ฟังทีหลังนะครับ ตอนนี้ผมมีเรื่องตื่นเต้นที่น่าสนใจกว่า

          ผมได้รับจดหมายจากอ้อยส่งมาจากเท็กซัส จดหมายไปตกค้างอยู่ที่วัดไทย ท่านมหาเกษมส่งต่อมาให้ที่ฟลอริด้า อ้อยยังไม่รู้ว่าผมย้ายรัฐแล้ว ก่อนที่อ้อยจะไปเท็กซัสผมบอกเธอว่า ถ้าเธอจะส่งจดหมายถึงผมให้ใช้ที่อยู่ของวัดไทยก่อน เพราะตอนนั้นผมยังไม่มีที่อยู่ใหม่ ใจความในจดหมายทำให้ผมตื่นเต้นมาก อ้อยเขียนมาว่า

พี่โจ ที่คิดถึง
          อ้อยหวังว่าพี่คงได้พบทนาย และยื่นเรื่องขอกรีนคาร์ดเรียบร้อยแล้ว อ้อยมีข่าวดีจะบอก อ้อยเป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ได้ใบเขียวล็อตโต้ คือว่าอ้อยยื่นเรื่องสมัครไปตั้งแต่สองปีก่อน เขาจับฉลากได้ชื่อของอ้อยและแจ้งมาให้ทราบ อ้อยจะต้องนำหลักฐานสำคัญเพิ่มเติมไปยื่นก่อนที่เขาจะออกใบเขียวตัวจริงให้

         อ้อยดีใจที่สุดเลยพี่ ต่อไปนี้อ้อยจะได้ทำอะไรอย่างที่ตั้งใจไว้ ที่สำคัญคือเรียนต่อโทให้จบ หลังจากที่หยุดชะงักตอนที่พ่อตาย เมื่อมีใบเขียวอ้อยจะได้ไปหางานบริษัททำ บางบริษัทให้พนักงานเบิกค่าเล่าเรียนได้ด้วย หรือมีหนทางอื่นก็คือขอกู้เงินเรียน แล้วผ่อนชำระตอนเรียนจบ อันที่จริงการเป็นพนักงานเสริฟก็เป็นอาชีพที่มีรายได้ไม่เลว ถ้าไปทำร้านฝรั่งนะ ส่วนร้านไทยก็รู้ๆกันอยู่ อ้อยคงจะไม่มีวันกลับไปทำงานกับคนไทยอีก

          หวังว่าพี่คงสบายดี อ้อยอยู่ทางนี้สบายดี อากาศที่นี่ไม่หนาวทารุณเหมือนที่นิวยอร์ค แต่เวลาฤดูร้อนก็ร้อนเอาเรื่องเหมือนกัน ถ้าพี่มีโอกาสอยากให้มาเที่ยวเท็กซัสบ้าง ส่วนอ้อยคงไม่คิดจะกลับไปนิวยอร์คแล้วละ

                                                           คิดถึงพี่เสมอ
                                                               อ้อย

          ผมก็พลอยยินดีไปกับอ้อยด้วย เธอเป็นคนดี ที่สำคัญเธอจะได้ใช้ความรู้ที่เธอเรียนมาหางานดีๆทำ ตอนที่ไม่มีใบเขียวโอกาสของอ้อยถูกจำกัดไปหมด ไม่ว่าเรื่องงานหรือเรื่องเรียน ผมตอบอ้อยไปว่า

ถึงอ้อย น้องสาวที่แสนดี

          พี่ดีใจกับอ้อยจริงๆ และหวังว่าอ้อยคงจะได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ ก่อนอื่นพี่ต้องบอกให้อ้อยรู้ว่า พี่ย้ายมาอยู่ฟลอริด้าแล้ว เรื่องมันยาวพี่จะขอเล่าสั้นๆให้ได้ใจความนะ 

         โรจน์ขายร้านอาหารไปแล้ว อินสเป็คไม่ผ่าน ทางHealth Departmentเจอสิ่งที่ไม่ได้มาตราฐานหลายอย่าง พี่ก็ยังสงสัยว่าตอนก่อนเปิดร้านผ่านการตรวจมาได้อย่างไร เมื่อไม่มีร้านก็ไม่มีนายจ้างสปอนเซ่อร์กรีนคาร์ดให้พี่ พอดีพี่ใหญ่ที่เป็นมรรคทายกที่วัดไทย เขารู้จักเจ้าของร้านไทยที่ฟลอริด้าซึ่งกำลังต้องการคนอยู่พอดี พี่ไม่มีทางเลือกนะอ้อย พี่ไม่อยากอยู่นิวยอร์คอีกต่อไป ที่นั่นมีอะไรหลายอย่างที่ทำให้พี่ผิดหวังและเสียใจ

          อ้อยอาจจะมีคำถามว่า พี่ไม่คิดจะกลับเมืองไทยหรือ พี่คิดถึงเมืองไทยใจจะขาด แต่พี่ยังไม่พร้อมที่จะกลับเมืองไทยตอนนี้ ถึงแม้ว่าพี่จะกลายเป็นโรบินฮู๊ดไปแล้ว แต่พี่จะลองหาช่องทางอื่นๆดู

          พี่ยังไม่อยากกลับไปในขณะที่มีความทุกข์ ไม่อยากให้ทางบ้านมากังวลกับพี่ ตลอดเวลาที่พี่อยู่อเมริกา พี่เจออะไรหลายอย่าง พี่ก็อดทนเก็บไว้คนเดียวไม่เล่าให้ทางบ้านฟัง ด้วยเกรงว่าจะทำให้คนทางเมืองไทยเป็นห่วง ญาติพี่น้องที่เมืองไทยไม่เข้าใจสภาพสิ่งแวดล้อมที่นี่ บางครั้งเล่าอะไรให้ฟังเขาอาจจะไม่เข้าใจ ทางบ้านมักจะพูดว่า ถ้าลำบากนักก็กลับมาอยู่บ้านเราดีกว่า สำหรับพี่อายุมากเกินกว่าจะไปเริ่มต้นใหม่ อยู่ที่ฟลอริด้าพี่แทบจะไม่ได้ใช้เงินเลย เรียกว่าเก็บได้เต็มที่ บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ ที่พักอาจจะไม่สบายนัก เมื่อไม่ต้องเสียเงินพี่ก็ไม่อยากคอมเพลน (Complain) เดี๋ยวนี้พี่ชักจะพูดอังกฤษปนไทย เคยได้ยินมาจากรุ่งโรจน์ แล้วตอนนี้ยังมาเจอนายจ้างคนใหม่ที่พูดไทยปนอังกฤษอีก พี่ก็เลยติด

          ถ้าอ้อยจะกรุณา ช่วยเล่าถึงวิธีการสมัครใบเขียวล็อตโต้อย่างละเอียดเลยนะ พี่สนใจมากๆเลย ถึงแม้ว่ามันอาจจะมีเปอร์เซ็นต์ที่จะได้เพียงน้อยนิด แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

          สุดท้ายนี้ขอให้อ้อยประสบความสำเร็จในชีวิต และโชคดีตลอดไป

                                                               ด้วยความปรารถนาดี
                                                                       พี่โจ
อ้อยตอบมาได้เร็วทันใจดี สิ่งที่อ้อยเล่ามาผมไม่เคยคิดมาก่อน และไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีโอกาสแบบนี้อยู่ด้วย

ถึงพี่โจ ที่แสนดี

          ในเดือนตุลาคมของทุกปี ทางรัฐบาลอเมริกันจะเปิดโอกาสให้คนต่างชาติสมัครขอใบเขียวล็อตโต้ เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Diversity Visa Lottery โดยดาวน์โหลดใบสมัครได้จากอินเทอร์เน็ท พี่ลองเข้าไปดูในเว็บไซด์นี้นะ www.dvlottery.state.gov ในใบสมัครเขาถามข้อมูลเกี่ยวกับตัวพี่ และพื้นฐานการศึกษา อย่างน้อยผู้สมัครต้องจบชั้นมัธยมปลาย หรือ ไฮสคูล ในระเวลาห้าปีที่ผ่านมาจะต้องเคยทำงานไม่น้อยกว่าสองปี พี่ต้องส่งรูปถ่ายไปด้วย ส่วนค่าสมัครพี่ดูเอาเอง เพราะมีการเปลี่ยนแปลงทุกปี ตอนอ้อยสมัครอ้อยเสียไปเก้าสิบดอลล่าร์ เงินค่าสมัครไม่มีการคืน ก็เหมือนซื้อหวยนั่นแหละพี่ แทงผิดก็เสียเงินฟรี ถ้าถูกก็โชคดีไป

          อ้อยว่าพี่มีคุณสมบัติที่จะสมัครได้ พี่เรียนสูงกว่ามอหก แล้วพี่ก็ทำงานมาตลอด ตอนนี้รัฐบาลเขาพยายามคัดเลือกคนที่มีคุณภาพ มีความรู้พอควร อ้อยเห็นพวกน้องนางบ้านนาทั้งหลายที่ได้ผัวฝรั่ง พวกนี้บางทียังเรียนไม่จบประถมสี่เลย พูดภาษาอังกฤษแบบงูๆปลาๆ มาอยู่อเมริกาได้อย่างง่ายดาย เพราะผัวแอพพลายให้ แต่น้อยคนที่คิดจะพัฒนาตัวเอง อ้อยยังสงสัยว่า เมื่อมีอุปสรรคทางภาษาแล้วผัวฝรั่งเมียไทยเขาอยู่กันได้ยังไง อ้อยไม่เชื่อหรอกว่าคนเราถ้าสื่อสารกันไม่เข้าใจจะมีความรักที่แท้จริง มันขาดพื้นฐานความเข้าใจซึ่งกันและกัน อ้อยว่าเป็นเพราะผู้หญิงต้องการหนีความยากจน ส่วนผู้ชายที่ได้เมียที่ต้องพึ่งพาผัวอยู่เสมอก็เกิดความรู้สึกภูมิใจ เท่าที่อ้อยเห็นนะ ผู้หญิงฝรั่งมีความเชื่อมั่น และเป็นตัวของตัวเอง ส่วนใหญ่จะไม่ง้อผู้ชาย บางคนก็ทำตัวเป็นบอสด้วยซ้ำ การได้เมียที่ด้อยกว่าเป็นการลบปมด้อยของผู้ชายฝรั่งบางคน

         เพื่อนของอ้อยบางคนบอกว่าอ้อยโชคดีที่ได้มาทำงานเมืองนอก แต่คนที่เมืองไทยไม่รู้หรอกว่าพวกเราต้องผ่านอะไรมาบ้าง เราไม่ต้องพูดถึงคนที่ทำงานกับคนชาติเดียวกัน และถูกเอารัดเอาเปรียบ แม้แต่คนที่มีกรีนคาร์ดก็ยังต้องแข่งขันเพื่อจะให้ได้งานดีๆ

          อ้อยไปสมัครงานกับบริษัทคอมพิวเตอร์แห่งหนึ่ง เพราะอ้อยเรียนมาทางนี้ คู่แข่งเยอะมาก มีทั้งอเมริกันขาวและดำ อีกทั้งยังมีต่างชาติอย่างแขก และจีนมาสมัครด้วย อ้อยเรียนรู้อย่างหนึ่งว่า การที่เราจะให้สังคมที่นี่ยอมรับ เราต้องไม่ทำตัวแปลกแยก หน้าตาเราก็ไม่เหมือนคนอื่นอยู่แล้ว ยิ่งพูดภาษาอังกฤษไม่เอาไหน โอกาสที่จะได้งานดีๆก็ยากมาก คนต่างชาติหลายๆคนไม่เห็นความสำคัญของการออกเสียงภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง พูดตามใจปาก เมื่อฝรั่งเขาฟังไม่เข้าใจก็เป็นการตัดโอกาสตัวเอง เมื่อก่อนอ้อยยังคิดว่ายายนาง(พี่คงจำนางได้)ทะเยอทะยานเกินตัว อยากจะเป็นโปรเพสเซ่อร์ในอเมริกันยูนิเวอร์ซิตี้ เขาถึงขนาดไปเข้าคอร์สที่จะพูดภาษาอังกฤษโดยไม่มีสำเนียงต่างชาติ แต่เสียดายที่นางต้องกลับไปใช้ทุนถึงสี่ปี ตอนนี้อ้อยเข้าใจนางแล้ว เพราะอ้อยเองก็ยังต้องฝึกฝนสำเนียงภาษาอังกฤษของอ้อยอีกมาก แต่อ้อยไม่ท้อหรอกนะ มันท้าทายดี

          พี่อยู่ที่ฟลอริด้าเป็นอย่างไรบ้าง ที่นั่นอากาศอบอุ่นตลอดปี พี่จะได้ไม่ต้องทนหนาวเหมือนที่นิวยอร์คผู้คนที่นั่นเป็นอย่างไรบ้าง พี่ต้องส่งข่าวให้อ้อยรู้อย่างสม่ำเสมอนะ ขอให้พี่โชคดี

                                                                          รักและคิดถึง
                                                                              อ้อย

          อ้อยบอกว่าต้องเข้าไปดูรายละเอียดในอินเทอร์เน็ท ผมเคยใช้คอมตอนที่ทำงานบริษัท แต่ผมไม่เคยสนใจเรื่องอินเทอร์เน็ทเลย ทั้งๆที่น้องชายของผมมีเครื่องคอมอยู่ที่บ้าน เขาใช้คอมค้นคว้าทำรายงานส่งอาจารย์ เจ้าน้องชายอยู่ติดบ้านก็เพราะมันติดแชทกับสาวทางคอมพิวเตอร์เป็นประจำ

          ผมเลียบเคียงถามพี่ชาญชัยว่าจะหาคอมใช้ได้ที่ไหน “พี่ครับ บนเกาะนี้มีเน็ทคาเฟ่ไหม”

          “เน็ทคาเฟ่ไม่มีหรอก แต่ตามรีสอร์ทต่างๆเขามีอินเทอร์เน็ทให้ลูกค้าใช้ โจต้องการใช้คอมพิวเตอร์หรือ มาใช้ที่บ้านผมก็ได้” พี่ชาญชัยดูเหมือนจะรู้ใจผม

          “จริงหรือครับพี่ ถ้าพี่อนุญาตก็ขอบคุณมากเลย แต่ว่า...........”

          “อะไรหรือโจ”

          “ผมใช้คอมเป็น แต่เข้าอินเทอร์เน็ทไม่เป็น ผมอยากหาข้อมูลในเน็ท เอ้อ... พี่ครับ บ้านผมที่เมืองไทยก็มีคอม แต่ผมไม่เคยสนใจเลย เจ้าน้องชายเขาเล่นเน็ทอยู่คนเดียว”

          “ผมแนะให้ก็ได้ อย่าหาว่าผมละลาบละล้วงเลยนะ โจจะหาข้อมูลอะไร”

          “ผมอยากจะดูเรื่องขอใบเขียวล็อตโต้น่ะครับ”

          “ตอนนี้เขายังไม่เปิดรับสมัคร ที่ผมรู้มาเขาเปิดโอกาสให้สมัครได้ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาจนถึงปลายเดือนพฤศิกา”

          “ครับ พอดีมีน้องที่เคยอยู่ด้วยกันที่นิวยอร์คเขาได้ใบเขียวล็อตโต้ ผมก็เลยสนใจอยากรู้กฏเกณฑ์”

          “ได้ซิ เอาไว้วันไหนคุณหยุดผมจะมารับไปใช้คอมที่บ้าน”

          “ขอบคุณครับ”

          อยู่มาวันหนึ่งพี่ชาญชัยก็นำข่าวมาบอกผม “โจรู้ไหม ตั้งแต่หลังเดือนเมษายนปีนี้ ใครที่วีซ่าขาดไปแล้ว ถ้าจะขอทำกรีนคาร์ดต้องออกไปอยู่นอกประเทศสามปีก่อนที่จะแอพพลายมาใหม่ เมื่อก่อนเขาแค่ให้ออกไปสัมภาษณ์ที่ประเทศเดิมของตัวเอง”

          “ผมว่าโรบินฮู๊ดทุกคนไม่มายด์ (mind)ที่จะออกไปสัมภาษณ์ใบเขียวที่เมืองไทย เพราะอยากกลับบ้านกันอยู่แล้ว แต่ให้ออกนอกประเทศถึงสามปีผมว่านานเกินไปครับ นานจนอาจจะสูญเสียโอกาสก็ได้”

         “แล้วโจคิดว่ายังไงล่ะ จะรอสมัครใบเขียวล็อตโต้ หรือจะยื่นเรื่องก่อนหมดเขตสิ้นเดือนเมษา”

         “อ้า...ผมก็อยากยื่นเรื่องเร็วๆครับ แต่ใครจะเป็นสปอนเซ่อร์ให้ผม”

        “เรามาคุยกันตรงๆเลยนะ ผมเคยบอกลูกน้องทุกคนว่า ผมยินดีแอพพลายใบเขียวให้  ขอให้เขาทำงานให้ผมด้วยความขยัน และอยู่กับผมนานๆ คุณก็รู้ว่าผมมีปัญหาเรื่องคนงาน ที่ผ่านมาก็ไม่มีใครอยู่กับผมถึงปีสักคน ถ้าโจคิดว่าจะซื่อสัตย์และทำงานกับผมได้นาน ผมก็ยินดีช่วย”

        “เป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ  พี่ครับ แล้วผมจะเริ่มแอพพลายได้เมื่อไหร่”

        “ผมรู้จักทนายที่ไมแอมี่ เขาเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายอิมมิเกรชั่นโดยตรง ต้องนัดวันก่อน เลือกไปวันหยุดของโจ เพราะเราต้องใช้เวลากันทั้งวัน”

      ไมแอมี่ เมืองนี้ผมได้ยินชื่อบ่อยๆอยู่ห่างจากเกาะนี้ประมาณ150ไมล์ ใช้เวลาขับรถเกือบสามชั่วโมง ผมนึกไม่ถึงว่าพี่ชาญชัยจะกรุณาผม พี่เขาคงเห็นแล้วว่าผมตั้งใจทำงานให้เขาจริงๆ แม้ว่าการทำงานบนเกาะจะเหนื่อกาย แต่ก็ยังดีกว่าเหนื่อยใจ

   พี่ชาญชัยเล่าระหว่างทางที่ขับรถไปไมแอมี่ว่า “ผมเคยพยายามจะเอาคนมาจากเมืองไทย โดยหาใบI-20จากโรงเรียนสอนภาษา เพื่อให้คนคนนี้ใช้ไปขอวีซ่านักเรียนมาอเมริกา ถ้าเขาได้วีซ่านักเรียนเขาจะอยู่ได้นานกว่ามาแบบท่องเที่ยว แต่เรื่องวีซ่าไม่ผ่าน....”

   “ทำไมพี่ไม่ทำเรื่องขอใบเขียวให้เขาเลยล่ะครับ”

   “ถ้าเดินเรื่องขอใบเขียวมันใช้เวลานานเป็นปี ผมก็พยายามหาทางอื่นให้เขาได้มาก่อน แล้วมาแอพพลายกรีนคาร์ดทีหลัง”

   “ขอวีซ่านักเรียนไม่น่ามีปัญหานะครับ เพราะทางโรงเรียนออก I-20ให้แล้ว”

   “แต่มันไม่ง่ายอย่างที่เราคิดน่ะซิ ทางสถานกงสุลเขาขอดูหลักฐานการเงิน อันที่จริงคนนี้เขาเป็นญาติผม แต่ฐานะเขาไม่ค่อยดี ตัวเขาเองไม่มีหลักทรัพย์จะไปแสดง ผมเป็นคนรับรองว่าจะส่งเสียเขาตลอดเวลาที่เขาเรียนอยู่ที่อเมริกา”

   “มีสปอนเซ่อร์แล้วก็น่าจะเป็นหลักประกันอย่างดีนะครับ”

   “แต่สถานกงสุลเขาไม่คิดอย่างนั้น เขาตรวจสอบว่าสปอนเซ่อร์ทำอาชีพอะไร พอรู้ว่าผมมีร้านอาหารเขาเพ่งเล็งมากเลย เขาปฏิเสธวีซ่าโดยให้เหตุผลว่า บุคคลผู้นี้ไม่มีหลักฐานของตัวเองมาแสดง ซึ่งก็หมายความว่าฐานะไม่ดี สปอนเซ่อร์เป็นเจ้าของร้านอาหาร ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเอาบุคคลนี้มาทำงานที่ร้าน”

   “ว้า น่าเสียดายนะครับ”

   ทนายความที่ไมแอมี่บอกว่าผมต้องเตรียมหลักฐานอะไรบ้าง ก็มีใบเกิดที่ผมต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ การขอใบเขียวครั้งนี้เป็นการขอโดยนายจ้างเป็นคนรับรอง ดังนั้นพี่ชาญชัยจะต้องยื่นเรื่องขอจ้างผมซึ่งเป็นคนต่างชาติต่อกรมแรงงานก่อน โดยให้เหตุผลว่า ร้านนี้เป็นร้านอาหารไทย จำเป็นที่จะต้องจ้างพ่อครัวคนไทย เมื่อกรมแรงงานอนุมัติคำร้องของพี่ชาญชัยแล้ว ทนายจึงจะแนบคำอนุมัติไปกับใบสมัครขอกรีนคาร์ด

   เมื่อเราเสร็จธุระจากสำนักงานทนายความแล้ว พี่ชาญชัยขับรถเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก  นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นมหาสมุทร น้ำในมหาสมุทรเป็นสีน้ำเงินเข้ม ผิดกับอ่าวไทย คลื่นก็ลูกใหญ่กว่า ผมขออธิบายให้ฟังนะครับ ทางตอนล่างของรัฐฟลอริด้าด้านตะวันตกอยู่ติดกับอ่าวเม็กซิโก เกาะที่ผมอยู่ก็อยู่ด้านอ่าว ส่วนไมแอมี่อยู่อีกด้านหนึ่งติดกับมหาสมุทรแอตแลนติค   

ไมแอมี่เป็นเมืองท่องเที่ยว แต่ผิดกับที่เกาะเพราะมีนักท่องเที่ยวมาตลอดปี ที่นี่มีคนอพยพมาจากประเทศคิวบาเยอะมาก ไมแอมี่อยู่ไม่ไกลจากประเทศคิวบา เมื่อสี่สิบปีก่อนฟิเดร คาสโตรขึ้นเป็นผู้นำ เขานิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยจึงอพยพมาอยู่อเมริกา ผมได้ยินว่าคนคิวบันก่อปัญหาสังคมให้ที่ไมแอมี่มาก มีอาชญากรรมทุกรูปแบบ ตามเมืองใหญ่ๆก็เป็นแบบนี้แหละครับ มีคนร้อยพ่อพันแม่ บางพวกก็ไม่ยอมเคารพกฎเกณฑ์ของสังคม ทำความลำบากใจให้รัฐบาล

   ระหว่างทางที่นั่งรถกลับพี่ชาญชัยพูดขึ้นว่า “เมื่อวานมีคนที่ผมรู้จักเล่าให้ฟังว่า คุณกอบกับโชคทำงานอยู่ที่ร้านไทยทิพรสที่แทมป้า ร้านนี้เป็นร้านเปิดใหม่ เจ้าของก็เคยเป็นพ่อครัวที่ร้านผม เขาชื่อทรงศักดิ์ มีชื่อเล่นว่าซ้ง”

   “ผมเกือบลืมสองคนนี่ไปแล้ว”

   “ผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรหรอกนะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว คุณเห็นผมไม่พูด แต่ผมรู้อะไรเป็นอะไร ตอนที่พวกเขาอยู่ เขาพูดอะไร ทำอะไรผมรู้หมด บางทีผมเข้ามาทางด้านหน้า เขาอยู่ข้างหลัง แต่ผมได้ยินที่เขาพูดทุกอย่าง เขาไม่รู้ตัวหรอกว่าผมฟังอยู่ ถ้าพวกเขายังทำงานให้ผมได้โดยไม่ก่อความเสียหาย ผมก็ทำเป็นไม่ได้ยิน การนินทากาเลมันไม่ได้ทำให้เราเจ็บแสบ ถ้าเราไม่เก็บมาคิดให้รกสมอง สองคนมีนิสัยแบบนี้คงอยู่กับใครไม่ได้นาน ครั้งนี้ไปไม่ไปคนเดียว ชวนโชคให้หนีตามกันไปด้วย”

   “ได้ยินว่าพี่กอบแกเคยไปโดยไม่บอกกล่าวมาครั้งหนึ่งแล้ว คราวนี้ถ้าเผื่อแกกลับมาอีกล่ะครับ”

   “ถึงกลับมาผมก็ไม่รับแล้ว ครั้งหลังนี่รับเข้ามาเพราะคุณบุษไม่สบาย ผมไม่อยากให้บุษมาทำงานผัดอาหารที่เกินกำลังของเขา เผอิญกอบกลับมาในช่วงที่เราต้องการคน แต่ผมจะไม่ให้โอกาสเขาอีกแล้ว กอบก็เหมือนกบเลือกนาย โจเคยฟังนิทานอิสปเรื่องนี้ไหม ผมรู้มาว่าซ้งกับเมียเค็มมาก ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาจะอยู่กับซ้งได้นานแค่ไหน”

   “ผมสัญญาครับว่าจะไม่ทิ้งพี่ครับ จะอยู่รับใช้จนกว่าพี่จะไม่ต้องการผม”

   “ขอบใจนะโจ สถานการณ์ข้างหน้าเรามองไม่เห็น โจอย่าพูดอะไรที่ผูกมัดตัวเองเลย แต่ผมก็ยืนยันว่าจะช่วยโจเรื่องกรีนคาร์ดให้ตลอด ไม่ลอยแพโจเหมือนนายจ้างคนเก่า”

   “ขอบพระคุณครับพี่ พี่ดีกับผมมาก”

   พี่ชาญชัยเป็นคนเตรียมเอกสารยื่นคำร้องทั้งหมด รวมถึงการแปลใบเกิดของผมเป็นภาษาอังกฤษด้วย ผมซาบซึ้งใจจริงๆครับ อดนึกถึงรุ่งโรจน์ไม่ได้ ผมกับโรจน์รู้จักกันมานาน ผมเป็นฝ่ายช่วยเขาเรื่องการเงินสมัยที่อยู่เมืองไทย พอมาอยู่อเมริกาด้วยกันผมถึงรู้ว่าผมไม่ได้รู้จักเขาเลย เขากลายเป็นคนแปลกหน้า เมื่อผมไม่มีประโยชน์กับเขาแล้วเขาก็ปฏิเสธอย่างไม่ใยดี

ชีวิตของนายโจทำท่าว่าจะดีขึ้น แต่เขาก็มีเรื่องที่ต้องเสียน้ำตาอีกครั้งหนึ่งค่ะ จะด้วยสาเหตุอะไรต้องติดตามกันต่อไปค่ะ[/size]
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 03, 2010, 10:39:33 pm »

แหม กำลังอ่านเพลินเชียวค่ะ จบซะแล้ว มีให้ลุ้นระทึกอีกแล้วว่าจะเกิดเรี่องร้ายๆ อะไรกับคุณโจจนต้องเสียน้ำตา..... :

สำหรับเรื่องใบเขียวล็อตโต้นั้นปิ๋มเองก็เคยสุ่มสมัครไปเหมือนกันค่ะ เมื่อสัก 5-6 ปีมานี่ คือนึกครึ้ม ๆ อยากลองสมัครดู แต่พอถึงตอนเสียเงินเราให้เบอร์เครดิตคาร์ดไป เขาบอกว่าเขาไม่ได้ติดต่อกับธนาคารนี้ (Citiybank) ก็เลยไม่ได้ตอบไปอีก เขาก็เมลล์มาหลายครั้งเราก็ไม่ได้ตอบไปเรื่องก็เลยเงียบไปค่ะ อีกอย่างที่สมัครไปก็ไม่ใช่ของรัฐโดยตรงเป็นเอเย่นต์นะค่ะ คือปิ๋มมีครอบครัวพี่สาวเปิดร้านอาหารไทยที่อเมริกามายี่สิบกว่าปีแล้ว เดิมเปิดที่นิวยอร์ค ต่อมาย้ายมาเปิดที่ จอร์เจีย แอตแลนต้าค่ะ เป็นร้านอาหารไทยระดับสี่ดาว แต่จนบัดนี้ก็ไม่เคยไปอเมริกาเลย เพราะเมื่อก่อนได้ข่าวว่าขอวีซ่าอยากมาก เลยงอนไม่อยากไปเที่ยว ก็เลยไม่สนใจที่จะขอวีซ่่าค่ะ

แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็มีอีเมลล์แจ้งเรื่องที่ได้วีซ่าร์ล็อตโต้มาจากอเมริกาเหมือนกัน และมีเสียค่าธรรมเนียม หลายตังค์ ก็กลัวว่าเป็นอีเมลล์ขยะ ไม่่กล้าตอบไปค่ะ ไม่รู้จริงหรือปลอม ถามใครๆ เขาก็บอกลบทิ้งไปเลยทุกที....เรื่องก็เอวังด้วยประการฉะนี้ค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 03, 2010, 10:44:36 pm โดย อภิญญา » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF