www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มะพร้าวกะทิชาวเกาะ  (อ่าน 2493 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ปลิวลม
Newbie
*
กระทู้: 0



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 05:29:32 pm »

[ 22 ม.ค. 2550 01:30:59 ]




เฮ้อๆ.......อีแอบ

กะทิกับมะพร้าวติดหนังการ์ตูนและชอบไปดูหนังโรงเป็นชีวิตจิตใจ บนเกาะยามนี้ แหล่งบันเทิงสำหรับ เด็ก ที่ทันสมัยสุด น่าจะเป็น โลตัส เพราะ มีพร้อมทุก อย่างอยู่ข้างใน ทั้ง ฟาสต์ฟูด ทั้งโรงหนัง และห้างสรรพสินค้า

“แม่ครับ ผมได้บัตรส่วนลด มาจาก น้ายอด เราไปดูหนังกันไหม”

“เพิ่งไปเมื่อวันนั้นนี้นา ลูกคงไม่คิดดูทุกโปรแกรมนะ”

“ไม่หรอกครับ แต่ชะนีกับอีแอบ ก็น่าสนุก นะครับ”

“นะคะ แม่ ลูกก็อยากไป”

“เอา ไปก็ไป”

ว่าแล้วเย็นวันนั้น 3 คนแม่ลูก ก็ยืนอยู่หน้าโรงภาพยนตร์ ที่โลตัส ซื้อขนมนมเนย ตามประสา นั่งดูหนังไปไม่ทันถึงครึ่งเรื่อง กะทิหลับ มะพร้าวออกอาการเบื่อ ลุกไปห้องน้ำ แต่แม่นะชอบมากๆเลย


ดูจนจบ ปลุกกะทิออกมา จากโรงหนัง มานั่งทานไอศกรีมที่ SWENSEN


“หนังไม่เห็นสนุกเลยนะ” มะพร้าวเอ่ยขึ้น

“เหรอ แม่ว่าก็ดีนะ” แม่บอกกับมะพร้าว

“ลูกไม่ชอบเลย ไม่เห็นมีลิง หรือ อะไรสักตัว” กะทิกล่าวขึ้น

“นั้นนะซิลูกนึกว่า ชะนี กับอีแอบ จะเป็นเรื่อง เกี่ยวกับสัตว์” มะพร้าวเสริม

“อ้าวเหรอ แม่นึกว่ารู้จักคำแล้วซะอีก นะ” แม่ถาม

“ตอนนี้นะรู้แล้วละ แต่ก็ยังไม่ชอบอยู่ดี” มะพร้าวบอก

“งั้นเหรอ แม่ว่า พี่กาละแมก็เล่นดีนะ” แม่บอกมะพร้าว

“แต่ลูกว่า พี่กาละแมไม่เล่นเรื่องนี้จะดีกว่ามันเหมือนยุ่งเรื่องของคนอื่ นนะครับ”มะพร้าวพึมพำ


“ลูกว่า เสียเงินเปล่า ลิงสักตัวก็ไม่ได้เห็น” กะทิเสริม

“ไปกันเถอะลูกยังไง โรงหนังเขาก็ไม่คืนเงินเราหรอก” แม่รีบตัดบท เพราะกลัวว่าลูกจะไปเอาเงินคืน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 19, 2008, 10:38:29 pm โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
ลั่นทมริมทะเล
Global Moderator
Full Member
*****
กระทู้: 119



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 05:35:44 pm »


ปลิวลม
22 ม.ค. 2550 01:40:11


ขุดหอยเสียบ

 
เรื่องมีอยู่ว่าช่วงที่ แม่ไปอยู่กรุงเทพนะ เด็กๆค่อนข้างเกเร ไม่ค่อยอยากไปโรงเรียนนะคะ แม่ก็เลยประกาศกร้าวว่า ยังไง ก็ต้องเรียนจนกว่าจะหาหนทางทำมาหากินได้ ตามประสาคนคิดว่า วิชาคือ อาวุธนะคะ ปรากฎว่าอีกไม่กี่วันต่อมามะพร้าวโทรกลับไปเลยคะ ว่า

        "แม่ครับ ผมค้นพบตัวเองแล้ว"

        "ในเงาน้ำหรือลูก"

        "ผมอยากเป็นนักขุดหอยเสียบ"

        "อือ"

        "แต่ลูกไม่ยอม นะ แม่" เสียงกะทิแว่วมาตามสาย

        "ทำไมละ"

        "พี่ให้น้องน้อยมาก ลูกจะเอา 20 นะ พีไม่ให้"

        "เหรอ คะ"

       "20 บาทนะครึ่งหนึ่งโน้น แค่เก็บหอยไม่ได้ออกแรง"

      "แต่ถ้าน้องไม่เก็บ พี่ก็ทำไม่ได้ มันช้านะ

      "ก็ได้ เอาให้ 15 บาท ก็ได้" มะพร้าวบอก

     " โอเคเป็นอันว่าตกลงกันแล้วนะ"

     "ถ้าไม่เอา 15 บาท ทีหลังก็ไม่ต้องไป แล้ว เลนะ อยู่กับย่าแล้วกัน"

     "ก็ได้ ไม่อยาก อยู่บ้าน



ปลิวลม
22 ม.ค. 2550 01:46:02


มะพร้าวเลี้ยงปลา

 

วันนี้ผมกับกะทิทุบกระปุก ได้เงินมา 1020 บาท แม่อนุญาตให้เอาไปซื้อปลาได้ 500 บาท ผม กะทิ แม่ พ่อ ไปที่ร้านปลา

 

โอ้โฮ มีปลาสวยๆทั้งนั้นเลย ทีแรก แม่บอกให้เอาปลานกแก้วครับ เพราะมันหลากสีสวยดี แต่ปรากฏว่า เจ้าปลาตัวเล็ก มันจะกัดปลาทองครับ ถ้าจะเลี้ยงต้องแยกออกจากกัน เลยต้องเอารักเล่ห์ มาแทน ซื้ออาหาร ปลาอ๊อกซเย่น แหละอื่นๆ หมดไป เกือบ 500 ครับ ผมกับกะทิช่วยกันขัดตู้ปลาหาหินมาใส่ แล้วก็ลูกแก้ว และดอกไม้ เสร็จแล้ว โอ้โฮสวยจังเลย อยากเลี้ยงปลาอื่นๆ อีกจังแต่ตู้มันเล็กครับ สงสัยต้องเปลี่ยนตู้ใหญ่



ปลิวลม
22 ม.ค. 2550 01:50:38




วันนี้ ผมทำอะไรสนุกๆหลายอย่าง ตอนเย็นผม พ่อ แม่ และน้องไป นวดและกินอาหารเวียดนาม แหนมเนือง เมี้ยงสด แล้วไปงานชักพระ เป็นประเพณีของเกาะสมุย คือการทำบุญ หลังวันส่งตายาย ที่งานชักพระ จะมี การตกแต่งเรือจากวัดต่างๆบนเกาะอย่างสวยงามมาให้ชม มีเป็น 10 วัดเลยครับ เรือจะตั้งบนรถและจอดที่ท่าเรือหน้าทอน แล้วก้มีพระนั่งอยู่บนเรือ เพื่อ พรมน้ำมนต์

เมื่อก่อนย่าบอกว่า เค้าลากเรือไปตามน้ำ และมีพระพุทธอยู่ข้างใน คนก็มายืนริมเล เพื่อคอยโยนเงินใส่ ครับ เดี๋ยวนี้จะเอาเรือใส่รถแห่ไปตามถนนแทน ในงานมีของเอร็ดอร่อย เช่น ปลาหมึก แห้ง-สด ย่าง อาหารตามสั่ง และริมฟุตปาต จะมี ร้านอาหารตั้งเรียงรายจนสุดถนน ยาวประมาณ 1 กม.ผม กับ น้องกะทิ ซื้อสร้อยเส้นละ 59 บาทมาคนละเส้นเพื่อแขวนพระ ก่อนกลับบ้าน ผมแอบไปฉี่ ที่หลังกำแพงเล็ก ผมปวดมากทนไม่ไหว และ ไม่มีห้องน้ำ แม่ผมซื้อ ช้อน ที่เช็ดหู และจุกหม้อหุงข้าว พ่อซื้อน้ำอัดลมให้คนละแก้ว กะทิร้องจะเอาปืน แต่พ่อไม่ซื้อให้เพราะว่ากะทิมีปืนเยอะแล้ว อ้อ!ผมมีอีกเรื่อง คือ หน่อมแหน๊ม ปลาทองตัวโปรดของผม ตายเสียแล้ว เลยถูก ตาโต กิน ผมรู้ เพราะ พุงตาโตป่องมาก และตอนนี้ยุบแล้วเพราะย่อยปลาทองของผม สงสารจังเลย



ปลิวลม
22 ม.ค. 2550 01:56:01


เมื่อกะทิสงสารรถน้ำ

 
วันนี้ วันอาทิตย์อากาศสดชื่น กะทิยืนบิดขี้เกียจอยู่หน้าบ้าน กี่โมงแล้วหว่า สงสัยน่าจะ สัก 7 โมงได้แล้ว  ปกติ กะทิไม่ตื่นเช้าแบบนี้เห็นแม่นอนไม่ยอมลุกนะ ก็เลยลุกมาเดินเล่น เสียหน่อย พี่มะพร้าวก็ปิดห้องเงียบเลยนะ เคาะก็ไม่ยอมเปิด พ่อก็ออกไปทำงานแต่เช้า รถน้ำไม่มีแล้ว............อ้าว!!!!!!นั้นรถน้ำยังอยู่ แล้วพ่อไปไหนนี้  สงสัยยังไม่ตื่นกะทิเดินตรงไปที่รถน้ำ โอโฮ้มันน่าสงสารมากเลย นะเจ้ารถคันนี้นะ ถลอกปอกเปิก หมดเลย  สกปรกด้วยพอไม่สนใจเลย ว่าแล้วกะทิไม่รอช้าฉวยผ้าชุบน้ำเช็ดรถ อย่างอาทร

"ว้า ทำไม่ยิ่งเช็ดยิ่งเลอะ เป็นคราบโคลนทั้งรถเลย"

"เอ พ่อมีสีพ่นสีแดง เอามาพ่นใส่รอยถลอกดีกว่า จะได้สีสวย"

"ใครมาทำอะไรรถนี้ เฮ้ย แดงทั้งคันเลย" เสียงพ่อตะโกนลั่น

มะพร้าวกับแม่รีบวิ่งออกไปดู ส่วนกะทินอนสบายใจเฉิบ รู้ดีว่าผลงานใคร

"กะทิลูกไปทำอะไร กับรถพ่อ ฮึ" พ่อตรงรี่ไปถามลูกสาว

"ลูกเช็ดรถ แล้วก็เอาสีพ่นให้มัน แล้วก็จะเรียกว่า เจ้าแก้มแดง มันน่าสงสารออกนะ ทำงานทั้งวัน ไม่ได้พัก ไม่มีใครสนใจเลย ลูกจะเป็นคนดูแลมันเอง" กะทิเงยหน้ามองพ่อ

พ่อทรุดตัวลงนั่งข้างกะทิ เข้าใจกับจินตนาการของลูกสาว แต่สีทีพ่นด่างทั้งคันเนี่ยไม่รู้จะแก้ยังไง คงต้องปล่อยไปตามเรื่อง

"น้องเดี๋ยวพี่เอารถคันใหม่ไปล้างนะ" พ่อรีบบอกแม่

สงสัยคงกลัวว่ากะทิจะสงสารรถคันใหม่อีกคัน

 
ปลิวลม
22 ม.ค. 2550 19:12:55
 

พระนเรศวรไม่มา

เรื่องนี้มะพร้าวกับกะทิไม่ได้เป็นตัวเอกแต่เป็นญาติผู้น้องที่ชื่อโฟกัส

"เสร็จกันหรือยัง"เสียงโฟกัสดังอยู่หน้าบ้าน

"เสร็จล้วไปไป"กะทิตอบ

อีก 20นาที ต่อมาทั้งหมดก็มายืนพร้อมหน้าพร้อมตาที่หน้าโรงหนัง เสียงคนข้างหลังบอกว่ามากันทั้งบ้าน แต่อีกไม่ถึง20นาที เสียงโฟกัสก็ร้องจ้าขึ้นมา

"ไม่เอาไม่ไปไม่กลับ"

"ทำไมล่ะหนังมาไม่ทัน"ลุงถามหลาน

"ไม่ยอม ไม่ยอม ทำไมเขาไม่ขึ้นเครื่องมา คนอุตส่าห์รอ นัดแล้วไม่มา"

นั้นซินะทำไมพระเณรศวรไม่ขึ้นเครื่องมา คนมารอกันเยอะแยะ 5555555555555555555555555



ปลิวลม
23 ม.ค. 2550 12:46:45

แม่ต้องทำตามที่ลูกสั่ง



"แม่จ๋ามาเล่นหมากฮอร์สกัน"กะทิบอก

"ไม่เอาแม่จะเขียนนิยายเรื่องใหม่"แม่บอก

"แม่ตอบคำถามลูกมาก่อน แล้วลูกจะปล่อยให้เขียนนิยาย"กะทิเอื้อมมือมาทำท่าจะปิดเครื่องคอม

"อะอะ....อ้า อย่านะลูกรัก อย่าทำแบบนั้น"แม่จับมือกะทิไว้

"แม่รักลูกมั้ย"กะทิถาม

"รักซิลูก"แม่ดึงลูกสาวตัวน้อยเข้ามา

กอด

"เวลาลูกรักแม่ ลูกทำตามที่แม่สั่งใช่มั้ย" กะทิถาม

"ค่ะ"แม่ตอบรับ

"งั้นเวลา แม่รักลูก แม่ก็ต้องทำตามที่ลูกสั่งถูกต้องมั้ย"กะทิยิงคำถาม

แม่พยักหน้ารับ ดูเป็นตรรกะดี แม่นึกในใจ

"งั้นลูกขอสั่งให้แม่เล่นหมากฮอร์สกับลูกเดี๋ยวนี้"กะทิทำเสียง แข็งพร้อมทำท่าจะปิดเครื่องคอม



ปลิวลม
23 ม.ค. 2550 19:07:20


ตุ๊กแกเมากาแฟ

"พ่อจ๋ามานี้หน่อย" กะทิเรียกพ่อเสียงดัง

พ่อรีบวิ่งมาเพราะเกรงลูกสาวจะเป็นอันตรายแล้วพ่อก็เห็นลูกสาวกำลังยืนมองตุ๊กแกตัวเขื่อง กำลังคลานวนไปมาอยู่บนพื้น แปลกจริงพ่อไม่เคยเห็นตุ๊กแกบนพื้นปรกติจะอยู่บนเพดานสูงนึกยังไงวันนี้ลงมาข้างล่าง มันวิ่งวนไปมา แม่มาสมทบอีกคน

"มันเป็นอะไรนะพี่"แม่ถามพ่อ

"ไม่รู้ซิ"พ่อตอบ

พ่อเดินไปรอบๆมัน

"ทำไมปากดำปี้เลย"พ่อรำพึง

"ดูนั้นซิพ่อ"กะทิชี้ไปที่สิ่งหนึ่งกองบนพื้น

พ่อเก็บขึ้นมาดูเป็นสองกาแฟรสเข้มชนิด ทรีอินวัน

พ่อกับแม่มองหน้ากันแล้วหันไปมองตุ๊กแกที่หล่นลงมาอยู่ที่พื้น แล้วก็หัวเราะพร้อมกัน

"สงสัยคงเมากาแฟ"พ่อหัวเราะเสียงดัง


ธรรมชาติมีปรัชญา อยู่ในตัวของมันเองแล้ว อยู่ที่ เราจะรู้เท่าทันมันหรือไม่เท่านั้น



ปลิวลม
24 ม.ค. 2550 00:46:55
 
แก้คำผิด

มานี้=มานี่

สอง=ซอง

ธรรมชาติมีปรัชญา อยู่ในตัวของมันเองแล้ว อยู่ที่ เราจะรู้เท่าทันมันหรือไม่เท่านั้น



ปลิวลม
25 ม.ค. 2550 01:38:59

วันนี้แม่ปลิว ไปส่งน้องกะทิที่โรงเรียนตามประสาแม่ลูกรักกัน มีเรื่องขำขัน จะเล่าให้ป้าๆๆน้าฟัง แม่ปลิวใส่ชุดสีส้ม มีเสื้อทับข้างนอก เป็นที่สะดุดตาของทุกคน เด็กๆ หันมามอง เป็นแถว บางคน ก็ยกมือไหว้นะ เพราะเคยสอน มีสองคน ตัวเล็ก นั่งอยู่ที่ม้าหินอ่อนใต้ร่มชายหาด พอแม่ปลิวเดินผ่าน

"ทำไมครูพุงใหญ่จังอะ" คนหนึ่งกล่าวขึ้น

"สงสัยแกท้องมัง" อีกคนตอบ

"หือ ลูกแกใหญ่แล้ว"

"งั้นสงสัย แกกิน ลูกบอลเข้าไปหลายลูกนะ"

"อย่างนี้ สงสัย ต้องเป็นลูกบาส มากกว่าลูกบอล"

แม่ปลิว คิดไม่ออกว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี จินตนาการบรรเจิดจริงนะหนูน้อย ฮึมๆๆๆๆๆๆๆ
ธรรมชาติมีปรัชญา อยู่ในตัวของมันเองแล้ว อยู่ที่ เราจะรู้เท่าทันมันหรือไม่เท่านั้น



ชุติมา
25 ม.ค. 2550 09:29:27
 
มาตามอ่านค่ะ น่ารักดี



ปลิวลม
27 ม.ค. 2550 21:31:46

ทำยังไงให้เท่าชาย

"แม่จ๋า ทำไมผู้หญิงทำอะไรไม่ได้เท่าผู้ชาย" กะทิถามแม่

"ทำไมล่ะ เราก็ทำได้เท่าเขาทุกเรื่องแหละบางเรื่องก็ทำได้ดีกว่า" แม่ตอบลูกสาวจริงจัง

"มีที่ทำไม่ได้"กะทิไม่ลดละ

"อะไรว่ามา"แม่ว่า

"ก็ ฉี่ให้พุ่งไปไกลไง ลูกแพ้ทุกทีเลย" กะทิทำเสียงเสียงเศร้า


อ้าวไงงั้นล่ะ กะทิ แม่รำพึง
ธรรมชาติมีปรัชญา อยู่ในตัวของมันเองแล้ว อยู่ที่ เราจะรู้เท่าทันมันหรือไม่เท่านั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 19, 2008, 11:07:08 pm โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF