www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอภาคภาษาอังกฤษของดั่งคนอกตัญญู  (อ่าน 2887 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
happyreader
Newbie
*
กระทู้: 2


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2010, 08:59:50 pm »

เรียน คุณประภัสสร


ในปัจจุบันชาวชาติไม่เข้าปัญหาในประเทศไทย และมักจะมองปัญหาในประเทศเราด้วยสายตาและแง่มุมของชาวตะวันตก (ที่จริงแล้วดิฉันไม่ทราบว่า เขาไม่เข้าใจ หรือแกล้งไม่เขาใจ)

ด้วยเหตุการณ์อันเลวร้ายที่เกิดขึ้นด้วยน้ำมือของคนอกตัญญููเช่่นนี้ ดิฉันคิดว่าชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นปัจเจกบุุุคคลหรือองกรณ์ ก็ยิ่งไม่เข้าใจเรามากขึ้น

ดั่งคนอกตัญญูอาจช่วยให้ชาวต่างชาติตาสว่างขึ้นบ้าง ดังนั้นดิฉันใคร่ขอให้คุณประภัสสรในฐานะเจ้าหน้าที่การทูต กระทรวงต่างประเทศ โปรดเขียนเป็นภาษาอังกฤษด้วย จักเป็นพระคุณยิ่งค่ะ.

ขอบพระคุณค่ะ

happyreader
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2010, 12:32:20 am »

สวัสดีค่ะ คุณHappy reader,

นั่นซิคะ ประเด็นที่คุณยกขึ้นมาพวกเราเองก็รู้สึกอยู่เหมือนกัน และก็พยายามที่จะแปลผลงานคุณประภัสสรเป็นภาษาอังกฤษออกไปให้มากขึ้นกว่าเดิม

ก็เลยขออนุญาตเล่าให้ฟังตรงนี้นิดแล้วกันนะคะ อย่าหาว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลย เพราะไหน ๆ คุณก็ได้พูดถึงประเด็นเรื่องที่คนต่างชาติไม่ค่อยรู้เรื่องความเป็นไปต่าง ๆ ของประเทศไทยเราเท่าที่ควรมาแล้ว ซึ่งตรงใจเรามากเช่นกันค่ะ
ดังนั้น ตอนนี้สิ่งที่เราได้เริ่มทำออกไปแล้วก็คือ การแปลผลงานรวมเรื่องสั้นของคุณภัสสร ที่ได้รับรางวัลจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เมื่อปี 49 ชื่อ "จดหมายจากชายชราตาบอด" ซึ่งฉบับภาษาอังกฤษ ชื่อ "Letter from a blind old man", A awards winning's collection of short stories by Prabhassorn Sevikul  คาดว่าจะทำให้คนต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย ได้มีโอกาสได้อ่านเรื่องสั้นไทย เล่มที่ได้รับรางวัล นี้มากขึ้น ทำให้อย่างน้อยเขาก็จะได้เห็นได้สัมผัส ได้อ่านวรรณกรรมไทยที่เขียนโดยนักเขียนไทย ในภาคภาษาอังกฤษ มากขึ้น และยังสามารถซื้อเป็นที่ระลึกติดกลับไปยังประเทศเขาได้ด้วย ซึ่งตอนนี้ก็ยังคงสามารถหาซื้อได้ที่ร้าน ซีเอ็ด ค่ะ

แม้ว่าการทำเช่นนี้จะทำให้ขายไม่ได้มากอย่างฉบับภาษาไทย แต่เราก็ดีใจที่เราสามารถทำตรงนี้ออกไปได้ อย่างน้อย ๆ นอกจากจะเพื่อให้คนต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยได้มีโอกาสหาซื้อหนังสือรวมเรื่องสั้นของไทยเราไปอ่านกันได้มากขึ้นแล้ว ยังมุ่งหวังจะช่วยให้คนไทยที่มีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติ จะได้สามารถหาซื้อรวมเรื่องสั้นที่ได้รางวัลของคุณภัสสรเล่มนี้ เพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับเพื่อน ๆ ชาวต่างชาติได้อ่านกันด้วย... และนี่เป็นความตั้งใจอย่างมากของเราที่ได้ทำออกมาค่ะ

ตอนนี้ก็ยังสามารถถามหาได้ที่ซีเอ็ด SE-ED หรือร้านหนังสือชั้นนำทั้งหลายค่ะ คิดว่า Asia Books ก็น่าจะมี ในชื่อ
 "Letter from a blind old man" A  awards winning's collection of short stories by Prabhassorn Sevikul
กรุณาถามที่ร้าน ซีเอ็ด นะคะ หรือหากท่านใดสนใจและต้องการด่วน แจ้งมาทางเราที่นี่ก็ได้ค่ะยินดีบริการจัดส่งให้ ในราคาพิเศษค่ะ

สำหรับเรื่องบทความ ดั่งคนอกตัญญู ที่คุณขอให้แปลเป็นภาษาอังกฤษนั้น ขอรับที่จะจัดแปลให้ค่ะ คอยตามอ่านนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 23, 2010, 02:21:58 am โดย ชุติมา-ประภัสสร » บันทึกการเข้า
happyreader
Newbie
*
กระทู้: 2


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2010, 05:30:37 pm »

เรียน คุณชุติมา

ดิฉันยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับคำตอบและคำตอบรับในคำขอค่ะ

นอกจากนั้น ยังใคร่ขอขอบพระคุณในคำแนะนำหนังสือ "Letter from a blind old man", A awards winning's collection of short stories by Prabhassorn Sevikul   ซึ่งดิฉันจะได้จัดหาซื้อฝากเพื่อนชาวต่างชาติค่ะ

ขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ค่ะ

Happyreader

บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2010, 01:13:41 pm »

คุณ Happyreader คะ...

      คำแปลภาษาอังกฤษมาแล้วค่ะ

Seems Ungrateful
Prabhassorn Sevikul

    Virtues are precious characteristics that uphold the human spirits, separate humans from beasts by making man “Sud prasert” or an enlighten beast, and one of the most important and esteemed virtue is gratefulness.
    In the olden days the debt for the kind act of even a plate of rice,
or a glass of water would have to be remembered and honoured for a
lifetime, so the debt to the motherland, and the land on which we are currently living and making a living on, is that much greater. Thais should be even more grateful to H.M. King Bhumibol Adulyadej for
His benevolence and royal guidance which have enable Thais from all walks of lives to live in peace and harmony.
        No matter the country or religion, people are taught to be aware of the debt of the land on which they live, to repay that debt, and not cause problems. They are also encouraged to find ways to repay the land to the best of their abilities. But if they are unable to repay the debt as yet, not causing the land more trouble would be good enough.
    The chaotic scenes, the makeshift barricades, the buildings engulfed in flames, the death and injuries to the officials on duties, as well as the innocent victims, which are reported on the news these days, indicate an action by a group of people who are ungrateful to this land
of their birth. They were intent on creating violence and destruction with utter disregard to the properties and lives of their fellow countrymen,
or the effect on the country, for the sole reason of pursuing their desired goals.
    It is not difficult to comprehend that the things which people like Mr. Thaksin Shinawatra want is to unleash the embitterment and resentment that is burning up inside him, as pay back on those he deems
as his enemies, and do unto them what has been done to him. If the yellow-shirted People's Alliance for Democracy, PAD, were able to demonstrate to remove him from power, then the red-shirted National United Front of Democracy Against Dictatorship; UDD, could do the same to Mr. Abhisit. If the Yellow-shirts were able to occupy the Suvarnabhumi Airport, then the red-shirts can also occupy Rajaprasong area. If his assets were affected by the seizure of 46 Million Baht, then the country would loose as much if not more, by the demonstration and chaos. If he was forced to give up his Prime Ministership, then Mr. Abhisit, his political nemesis for a good length of time, would also be forced to give up his Prime Ministership in much less the same manner.
    And more importantly, if he had no country to live in anymore, then he would ensure that some other people would suffer the same fate.
    But what is not easily comprehendible is why such an educated person like Mr. Thaksin doesn’t stop and think for a minute that the land that he is currently hurting is the very land on which he was born, and
a land that had given his ancestors, as well as his family and himself shelter. It is also the land on which Mr. Thaksin had accumulated hi honour, fame and wealth. If there were a mirror close enough to Mr. Thaksin, he would see that all the terrible things which has befallen him, politically and business wise, are all down to his own actions. If Mr. Thaksin had been honest and righteous, and had put the interests of the country and people at the forefront, his future would not be so bleak.
    Mr. Thaksin may be angry and embittered, and may blame that others he deems as his enemy and forcing him to live in exile today.
But if Mr. Thaksin would reexamine closely, he would find that he is his own worse enemy and the worse wounds are the one he inflicts on himself. And he would get nothing by damaging Thailand, except for being branded ungrateful to his motherland and to H.M. the King.
    A person without virtue, without gratefulness, may no longer call himself a human or an enlighten beast.       


                *****
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF