www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คนเจ้าชู้  (อ่าน 2113 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2010, 08:07:10 pm »

..คนเจ้าชู้..

ราสส์ กิโลหก

“ชู้” ตามความหมาย พจนานุกรมฉับราชบัณฑิตยสถาน  คือ  . (วรรณ) คู่รัก, บุคคลที่เป็นที่รัก, เช่น มาย่อมหลายชู้เหล้นเพื่อนตน. (กำสรวล); ผู้ล่วงประเวณี; การล่วงประเวณี; ชายที่ร่วมประเวณีด้วยเมียเขา เรียกว่า เป็นชู้, หญิงที่ยังมีสามีอยู่แล้วร่วมประเวณีกับชายอื่น เรียกว่า มีชู้,เรียกชายหรือหญิงที่ใฝ่ในทางชู้สาวว่า เจ้าชู้.

มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์  เป็นชู้  และมีชู้  ได้ทั้งนั้นทั้งสาวทั้งหนุ่ม หรือแก่จวนจะเข้าโลงก็มีข่าวให้เห็น  เรื่องของกิเลสตัณหามีอยู่ทุกตัวตน   มันอยู่ที่จังหวะและเวลาที่เหมาะสม     

สำหรับสังคมไทยถ้าผู้ชายเป็นชู้ดูเป็นเรื่องธรรมดาทั่วๆไป  ซ้ำพรรคพวกยกยอปอปั้นเป็นคนเก่งเสียอีก  แต่ถ้าผู้หญิงมีชู้นี่หากข่าวรั่วไหลออกมา  เป็นเรื่อง !  มันเหมือนเกิดแผ่นดินไหว เสียงนกเสียงกากู่ร้องกันระงม  เป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต พูดกันไปสามบ้านแปดบ้าน  จากคนธรรมดากลายเป็นหญิงมากรัก ร่านผู้ชาย เป็นคนเลว มันแปลกดีนะ !

กมล เป็นข้าราชการหนุ่มใหญ่ รูปร่างหน้าตาไปเล่นหนังไทยได้สบายๆ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วร่วม  40 ปี  ส่วน บังอรผู้เป็นเมียอายุอ่อนกว่าเกือบ 10 ปี เป็นคนเฉยๆไม่ค่อยมีปากมีเสียง  เหมือนมีปากเอาไว้กินอย่างเดียว  รูปร่างหน้าตาพาไปวัดตอนเช้าๆได้ไม่น้อยหน้าใคร   จนใครๆมักจะพูดว่าเหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก เพราะหน้าตาดีด้วยกันทั้งคู่    ครอบครัวนี้มีลูกสาววัย 7 ขวบเพียงคนเดียว..

“มีลูกหลายๆคน เดี๋ยวเมียข้าเครื่องพัง เหมือนรถควันดำ” เขามักพูดประโยคนี้บ่อยๆหากมีใครถามถึงเรื่องการมีลูก

ไพโรจน์ เพื่อนร่วมรุ่นเรียนจบสถาบันเดียวกัน  ถือเป็นเพื่อนสนิทเพราะสอบเข้ารับราชการกรมเดียวกัน พูดถึงประวัติ กมลให้พรรคพวกฟังตามประสาคนรักเพื่อน

“สมัยหนุ่มๆเรียนหนังสือมหา,ลัยเดียวกัน  มันเป็นคนรูปหล่อ หุ่นดี ปากหวานอีกต่างหาก แต่สันดานไม่ดี” ท่อนท้ายรู้สึกแปลกๆ

ไม่ต้องรอให้คนฟัง  ถาม

“ ลูกเขาเมียใครมันฟัดไม่เลือก เด็กสาวๆเสียอนาคตก็หลายคน ใครเข้ามาในเส้นทางของมันเสร็จทุกราย จนถึงเดี๋ยวนี้ขนาดมีลูกมีเมียก็ยังไม่วายหาเศษหาเลย สันดานแบบนี้คงแก้ไม่หาย”  เพื่อนโรจน์ พูดถึงเพื่อนด้วยความเอ็นดู 

                                            ************************************

จิรา สาวสวยวัย 30 ปี  ได้รับคำสั่งย้ายมาปฏิบัติหน้าที่  ณ สำนักงานแห่งนี้   ทางต้นสังกัดจึงส่งตัวมาปฏิบัติงานตามระเบียบ วันแรกที่เดินทางมารายงานตัวต่อผู้บังคับบัญชา พวกผู้ชายในที่ทำงานมองกันตาไม่กะพริบบรรยากาศในที่ทำงานสดใสขึ้นมาทันที  ตรงกันข้ามกับพวกคานทองหนังเหี่ยวหน้าย่นหลายคนมองดูด้วยความอิจฉา

“ สวยไม่เบา ท่าทางเรียบร้อย คงเป็นโสดไม่เห็นมีใครมาด้วย ”  พี่จิต  ป้าจิต  หรือยัยจิต  วัตถุโบราณประจำสำนักงาน หันไปจีบปากพูดเบาๆกับ นังหน่องเพื่อนต่างวัยที่นั่งอยู่ที่โต๊ะติดกัน   


                                                **************************************

พวกจิ้งจอกที่นั่งกันหน้าสลอนเป็นฝูง  ทั้งหนุ่มทั้งแก่ในสำนักงานเดียวกัน ต่างมองด้วยสายตาเป็นมันตามสันดอนของพวกผู้ชาย(นักวิชาการทางด้านเด็กและสตรีเคยกล่าวไว้อย่างนั้น)    ทุกตัว..เอ๊ย ! ทุกคนหันไปมองคนสวยผู้มาใหม่ จนลืมการปฏิบัติภารกิจที่ทำอยู่เป็นการชั่วคราว  เพราะความตกตะลึง 

“โอ ! นางฟ้ามาจากสรวงสวรรค์” เสียงทุ้มๆในกลุ่มจิ้งจอกหางด้วน

 “ข้านึกถึงม้าที่วิ่งแข่งในสนาม”เสียงแหบๆของอ้ายแหบสอดแทรกเข้ามา อ้ายนี่มันชอบดูหางม้า..

หลังจากจบขั้นตอนการรายงานตัวต่อหัวหน้าหน่วยงานเรียบร้อยแล้ว  ท่านจึงมีคำสั่งให้ป้าจิตจัดหาโต๊ะทำงานให้กับน้องใหม่เพื่อใช้นั่งทำงาน 

ป้าจิตจูงมือจิราไปยังโต๊ะไม้ตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่ข้างๆโต๊ะนังหน่อง  เป็นโต๊ะว่างและไม่มีใครใช้งาน 

“เธอ นั่งที่โต๊ะตัวนี้นะ”

“ขอบคุณ ค่ะ” จิรายกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม

สังเวช หนุ่มโสดอายุอานามได้ 30 ปีเศษๆชิงความได้เปรียบรีบแถเข้าประกบตีสนิท   แสดงถึงความมีน้ำใจให้กับน้องใหม่คนสวย  เขาเข้าไปช่วยขยับโต๊ะทำงานให้เข้าที่เข้าทาง รื้อลิ้นชักเอาขยะเก่าออกมาทิ้ง เอาผ้าชุบน้ำมาขัดถูทำความสะอาดโต๊ะจนสะอาดทันตาเห็น  เขามีความสุขที่ได้ใกล้ชิดกับสิ่งสวยงาม หัวใจของเขาพองโตขึ้นมาอีกครั้ง  หลังจากที่เคยพองมาแล้วหลายครั้ง  แต่ครั้งนี้ดูจะมีความมั่นใจมากขึ้น  เพราะเมื่ออาทิตย์ก่อนหมอดูทำนายว่าจะเจอเนื้อคู่ เป็นสัตว์สองเท้า

“อ้ายเตี้ย สังเวช เป็นอย่างนี้ทุกที ถ้ามีผู้หญิงสวยๆย้ายมาใหม่” กมลพูดถึงเพื่อนร่วมงานร่างเตี้ยเจ้าของส่วนสูง 145 เซนติเมตร

จิรา เป็นคนสวยรูปร่างสมส่วน ผิวขาวเหมือนแตงร่มใบ ปากนิดจมูกหน่อย เวลาพูดจะพูดค่อยๆ ช้าๆ เหมือนมาจากครอบครัวผู้ดี ดูท่าทางเป็นคนใจดีเพราะพูดจาดีแสดงความเป็นมิตรกับทุกคนไม่ว่าผู้หญิงผู้ชาย ไม่เคยแสดงความโกธรเกลียดให้เห็น มองภาพรวมๆเหมือนเด็กที่ยังไร้เดียงสา ปานนกน้อยที่เพิ่งหัดบินจากรัง เธอเช่าห้องพักอยู่คนเดียวไม่มีทีท่าว่าจะมีแฟน หรือ สามี  หรือ ผอ-สะ-ระ-อัว  คำหลังนี้ ไม่รู้ใครพูด จำไม่ได้

พวกผู้ชายในที่ทำงาน ทั้งโสดทั้งไม่โสดเริ่มปรับปรุงการแต่งกายให้แก่ตัวเอง บางคนก็เกินพิกัดจนมองเหมือนตัวตลก แทนที่จะเสริมสร้างบุคลิก กลายเป็นน่าสมเพช

อ้ายสอน ภารโรงหน้าทะเล้นมองไปที่ ลุงไฝผู้มีอายุได้ 55 ขวบ ก่อนหันไปพูดกับป้าจิตเบาๆ

“ ป้า ! ที่ทำงานเรา มี อ้ายคล้าวแห่งมนต์รักลูกทุ่งมาทำงานด้วย เห็นมั๊ย ”

“ข้าไม่อยากพูดอะไรมากอ้ายสอน  นอกจากสงสารเมียที่บ้านตาไฝ จริงๆ” ป้าจิตพูดด้วยความเหนื่อยหน่าย

เวลาใกล้เที่ยง กมล เดินเตร่มาที่โต๊ะทำงานของจิรา  มองซ้ายมองขวา แล้วก้มลงพูดเบาๆ 

“ตอนเที่ยงไปกินข้าวกับพี่ มั๊ย  ก๊วยเตี๋ยวเป็ดโกฮวด ร้านอยู่กลางตลาด  เป็นของดีจังหวัดนี้ อร่อยนะ”

นังหน่องเฝ้าจับตาดูพฤติกรรมของพวกขี้หลีอยู่แล้ว ..รีบเอียงหูฟัง  พอจับใจความได้ แหกปากตะโกนเสียงลั่น

“ เย้ๆๆๆ ! พวกเราวันนี้มีเจ้ามือเลี้ยงก๊วยเตี๋ยว ไปกันเร็วอย่าให้คนเลี้ยงต้องเสียน้ำใจ”  เป็นเสียงแหลมๆของนังหน่อง  ไม่พูดเปล่าจัดการเก็บเข้าของบนโต๊ะทำงาน ทำท่าลิงโลด วันนี้ลาภวิ่งเข้าปากได้กินฟรีๆโดยไม่นึกฝัน

“ป้าจิตเร็วเข้า ชักช้าอยู่นั่น แหละ ”  หันไปเร่งคู่หูต่างวัย พร้อมกับเดินไปดึงมือ จิรา ให้ลุกขึ้นเดิน

พรรคพวกจิ้งจอกได้โอกาส เฮตามไปล้มทับเพื่อนอีก 4-5 คน

“ นางกระหร่อง หน่อง ! นางตัวแสบ เดี๋ยวต้องเอาคืน” กมลบ่นเบาๆ หลังจากพรรคพวกอิ่มหมีพีมัน กันถ้วนหน้า เพราะหมดค่าอาหารไปหลายบาท

                                     **************************

หลายวันต่อมา..

เวลาเกือบเที่ยงได้เวลาหยุดงานเพื่อรับประทานอาหาร

“ หน่อง ๆ   หน่องๆๆ” กมลนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวเอง ส่งเสียงเรียก

เงียบ..

คราวนี้แหกปากดังลั่น.

“นังหน่อง !”

ได้ผลทันตา  เสียงขานรับกลับมา

“ จ้า !  มีอะไรคะพี่”

“มานี่หน่อย  ช่วงเที่ยงเธอไปกินข้าวที่ตลาด พี่จะฝากซื้อยา  เขียนใส่กระดาษให้แล้ว เอาไปให้หมอตี๋ดู  เดี๋ยวเขาจะจัดมาให้เอง”

“เป็นอะไร ? ปวดตับหรือพี่” ยังกวน

“อย่ายอกย้อนรีบไปเร็วเข้า” ยื่นเศษกระดาษและเงินแบงก์ 100 ใส่มือหญิงหน่อง.

พรรคพวกที่ทำงานพากันหันหน้ามามอง เพราะไม่เคยเห็นกมลใช้ใครไปซื้อยา

“พี่ หนูขอ 20 นะจะซื้อกล้วยทอด” หน่องไม่รอคำตอบ แล้วเดินหันกลับไป

ประมาณ บ่ายโมง ..

สาวหน่องกลับเข้ามาที่ทำงาน มือข้างหนึ่งหิ้วถุงกล้วยทอดมาด้วย

เธอยื่นเงิน 80 บาทและกระดาษจดชื่อยาคืนมาให้กมล  พลางบ่น..

“ยาอะไรก็ไม่รู้ หมอตี๋ บอกไม่มี เขามองหน้า หน่องแปลกๆ ยาแก้อะไรหรือ พี่ ?”

ยังไม่ทันที่ กมลจะรับของคืน พรรคพวกสงสัยอยู่แล้วรีบแถเข้ามา

“ไหนเอากระดาษจดชื่อยามาดู ซิ ยาอะไรวะ !” ไพโรจน์ หยิบกระดาษที่เขียนสั่งยาเอามาอ่าน ดูสักครู่เขาอดหัวเราะไม่ได้  เสียงหัวเราะของไพโรจน์ ดังไม่น้อย 

เรียกความสนใจให้กับคนอื่นๆเริ่มเดินมาที่ไพโรจน์   ไม่ว่าจะเป็น สังเวช, สมชาย, สมนึก , ศักดิ์ชัย ทุกคนที่อ่านข้อความในกระดาษปริศนาต่างหัวเราะกัน ก๊ากๆๆเหมือนกันหมด

ป้าจิต ผู้อาวุโสทนไม่ไหวเดินเข้ามา  ขอเอาไปอ่านบ้าง พออ่านจบ  แก ถอนหายใจดัง เฮิอกๆ.สั่นหน้าด้วยความสงสาร

“มีอะไรหรือป้า เขาหัวเราะอะไรกัน” หน่องเดินเข้ามาหา  ในมือยังไม่วางถุงกล้วยแขก

“แกลองอ่านดังๆซิ ชื่อยาอะไร ?” พลางยื่นกระดาษให้

หน่องรับกระดาษมาอ่านข้อความ..

“ เอนท์ธ่อนคาร์ลูหรับ  1 อัน”

อ่านจบยังทำหน้า งงๆ จนหญิงสูงอายุต้องจูงมือไปกระซิบที่ข้าง หู  เล่นเอาหญิงโสดหน้าแดงเป็นตำลึงสุก

กมล นั่งหัวเราะจนตัวงอไปมา  “แก้แค้นได้แล้วโว๊ย ! สะใจ”

                                            **********************************     

บ้านไม้ทรงโบราณหลังใหญ่ตั้งอยู่ริมถนนบนเนื้อที่ดินประมาณ 1 ไร่  ใกล้ๆกันมีเรือนครัวหลังเล็กชั้นเดียวตั้งอยู่มุมหนึ่งของพื้นที่  ระยะห่างจากบ้านหลังใหญ่พอตะโกนได้ยิน   ต้นไม้ใหญ่เล็กใหญ่หลายต้นแผ่กิ่งก้านครอบคลุมพื้นที่  ทำให้บรรยากาศร่มรื่นร่มเย็นสภาพเหมือนผืนป่าน้อยๆ  เจ้าของบ้านเป็นอดีตข้าราชการเก่า ปัจจุบันนั่งกินเงินบำนาญอยู่บ้านไม่ได้ทำงานอะไร แกชื่อลุงเขียว อายุเกือบ 70 ปี อาศัยอยู่กับเมียแค่สองคนเพราะสองคนตายายไม่มีลูกสืบสกุล ไม่ได้ตั้งใจคุมกำเนิดคงเป็นเพราะใครคนใดคนหนึ่งต้องเป็นหมัน เด็กจึงมาเกิดไม่ได้   

อ้ายสอนภารโรงหน้าทะเล้นประจำสำนักงาน  มันมีความสนิทสนมกับลุงเขียวจนเข้านอกออกในบ้านหลังนี้ได้   เมื่อหลายวันก่อนจิราเคยมาบ่นๆเกี่ยวกับห้องพักที่เช่าอยู่   ว่าไกลจากที่ทำงานและพวกข้างห้องชอบกินเหล้าเมาส่งเสียงดัง  จึงอยากจะหาเช่าที่อยู่ใหม่และขอร้องให้หาบ้านที่บรรยากาศดีๆให้ด้วย   มันจึงนึกถึงบ้านลุงเขียวเพราะเห็นว่าครอบครัวนี้อยู่กันแค่สองคน และรู้ว่าบ้านหลังเล็กนั้นไม่มีคนอยู่   จึงมาติดต่อขอเช่าบ้านให้กับจิรา 

ปั่นจักรยานคู่ชีพไปหาลุงเขียว ไปถึงหน้าบ้านจอดรถเสร็จเดินไปที่รั้วหน้าบ้าน ยื่นหน้ามองเข้าไป เห็นแต่เสาบ้านมองไม่เห็นสองตายาย

“หายหัวไปไหนกันหมด วะ ” มันบ่น 

เอามือป้องที่ปาก ยื่นหน้าจนชิดรั้ว ใส่เสียงเต็มสตีม..

“ลุง  เ-ขี-ย-ว !” มันยังทำทะลึ่ง  ทำเป็นเสียงก้อง เ---ขี----ย------ว------เหวียวๆๆๆๆๆๆ

ไม่ทันขาดคำ  มีเสียงดังเหมือนมีของหนักๆหล่นอยู่ตรงโคนต้นกล้วยใกล้ๆกับประตูบ้าน  ตรงที่มันยืนแหกปากตะโกน ระยะไม่เกิน 3 เมตร   เพียงแต่มีต้นกล้วยใบกล้วยบังอยู่

“เสียง ห่าไรวะ” อ้ายสอนมองไปยังต้นเสียง

สักพักมีคนสูงอายุหัวขาวๆโผล่มาจากกอกล้วย  มือสองข้างกำลังขมวดผ้าขาวม้าที่หลุดออกจากเอวให้เข้าที่เข้าทาง..แกเดินตรงรี่มาหาเจ้าคนต้นเหตุ

“โธ่ ! อ้ายเปรต  อยู่ใกล้แค่เนี่ย เสือกแหกปากซะลั่น ตกใจผ้าผ่อนหลุดหมด ดีไม่มีใครเห็น” แกยังมองซ้ายมองขวา ก่อนถาม “แล้วมึงมีธุระอะไร อ้ายสอน”

เจ้าภารโรงหน้าทะเล้นยกมือไหว้  “อุ้ย ! ขอโทษครับ ลุง  ขอโทษๆๆ” แล้วชี้มือไปที่เรือนหลังเล็ก “ห้องเบอร์ห้าให้เช่าหรือเปล่า ลุง”

ลุงเขียวเอามือเกาหัว ทำหน้างงๆ “เบอร์ห้าไหนวะ” หันหน้ามองตามมืออ้ายสอน

“ก็เรือนหลังเล็กไง ! เก็บเอาไว้ให้หนูมันอยู่กันทำไม เสียดายของ”

เจ้าของบ้านทำท่าทางเฉยๆ “บ้านข้าอยู่กันเงียบๆ ไม่อยากให้ใครเข้ามาจุ้นจ้าน เดี๋ยวเกิดมันบีบคอข้ากับเมียตาย ใครจะรับผิดชอบ  ไม่เอาหรอกขี้เกียจยุ่ง” 

“  โธ่ ! ลุงคนเราเมื่อถึงที่ตาย ยังไงก็ตาย เชื่อผม ซิ ! ” 

“อ้าว เฮ้ย ! อ้ายเวรตะไล อยู่ ๆ มาแช่งให้ข้าตาย เดี๋ยว เตะยอดหน้าเลยมึง” ทำท่าจะยกขาขึ้นมา

อ้ายสอนถอยมาตั้งหลัก 1 ก้าว  ยกสองมือขึ้นตั้งการ์ด “ยอดหน้าอยู่ตรงไหนครับ  พี่เขียว  ลูกใบหยก” 

“เฮ้ย ๆ กูน่ะรุ่นพ่อมึงนะโว้ยไม่ใช่รุ่นพี่”

“รุ่นไหนก็เหมือนกัน แหละ เดี๋ยวนี้เขาไม่มีรุ่นกันแล้ว ลุงกับหลานยังไล่เตะ ตูดกันอยู่เลย” ความที่มีความสนิทกันมาก จึงพูดเล่นหัวกันได้ เพราะลุงเขียวแกเป็นคนชอบสนุกไม่ค่อยถือสากับอ้ายสอนเพราะรู้ใจกันอยู่

“พูดเป็นงานเป็นการ นะลุง จะให้เช่าหรือเปล่า ?” 

“ไม่เอาละ บอกให้เค้าไปหาที่อื่น ”

เจ้าสอนยังไม่ยอมถอย....เพราะรู้จักนิสัยลุงเขียวดี

“ลุงครับ  คนที่มาขอเช่าทำงานเป็นเป็นข้าราชการ ผู้หญิงตัวคนเดียว สดๆซิงๆเพิ่งย้ายมาใหม่
ทำงานที่เดียวกับผม ”

ลุงเขียวชะงัก....ความที่มีอดีตเป็นข้าราชการเก่า   นึกเห็นใจข้าราชการด้วยกันที่ต่างบ้านต่างเมืองมาทำงานที่นี่  โดยเฉพาะผู้จะเช่าเป็นเพียงผู้หญิงตัวคนเดียว

“โสดจริงหรือเปล่า ?  วะ สอน”

“ นั่นไง ! นึกแล้วว่าลุงต้องถามแบบนี้”
“เฮ้ย ! อ้ายนี่หูหา เรื่อง กูน่ะเจ็ดสิบแล้วนะโว้ย”

“แก่ๆนี่แหละตัวดี ชอบลัดคิว”

“ก็ข้าแก่แล้ว ต้องขอก่อน ซิวะ..... เฮ้ย ! ไม่ใช่โธ่โว๊ย ดันเผลอพูดออกมาได้ ”   ต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง

“ที่ข้าอยากรู้ว่าโสดหรือไม่โสดก็เพราะไม่อยากให้มาอยู่เป็นครอบครัว ข้าเป็นคน ขี้รำคาญ ใจข้าบริสุทธิ์ โว้ย ! ไม่เหมือน มึงชอบแอบดูชาวบ้านอาบน้ำ”

อ้ายสอนตาเหลือก “อ้าวๆลุงเล่นโยนขี้กันดื้อๆแบบนี้ผมเสียหาย นะ”

“เรื่องของมึงซิ!   คนอย่างมึงมีอะไรให้เสียหายด้วยหรือ วะ! กูมีอ้ายจุกเป็นพยาน มันบอกเห็นมึงไปแอบดู อีหมวย ลูกเจ๊กเส็ง อย่าทำปากแข็ง”

พอรู้ว่าจนแต้ม ต้องรีบแถออกมา..

“ตกลงนะลุง ค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน ผมจะรีบไปบอกเขา จะย้ายเข้าพรุ่งนี้เลย ผมไปละ”

“เฮ้ยๆๆๆๆ กูไปตกลงอะไรกับมึง” ลุงเขียวตะโกนโหวกเหวก จนผ้าขาวม้าหลุดจากเอว

                                                ************************************* 
                                         
ข่าวว่า จิรา คนสวยจะย้ายไปเช่าบ้านลุงเขียว เรียกร้องความสนใจพวกผู้ชายขี้หลี โดยเฉพาะสังเวช เขารีบเสนอตัวเพื่อจะช่วยย้ายสิ่งของมาที่บ้านเช่าหลังใหม่

“จิรา   จะย้ายของเมื่อไหร่บอกพี่ด้วยนะ จะไปช่วยขนของ”

“จะย้ายออกวันนี้ ค่ะพี่  คงหลังจากเลิกงานแล้ว ” พลางกวาดสายตามองไปที่นาฬิกา    พร้อมเก็บของบนโต๊ะทำงาน  สังเวชไม่รอช้า เขารีบกลับไปที่โต๊ะของตัวเองจัดการเก็บสิ่งของอย่างรวดเร็ว

พฤติกรรมของทั้งสองคน หาได้รอดพ้นสายตาของพรรคพวก

“เรื่องแบบนี้ อ้ายเตี้ยมันเร็วกว่าใคร” เสียงดังออกจากปาก กมล โดยคนอื่นๆที่อยู่ในกลุ่มต่างพยักหน้าเห็นด้วย หลายคนอยากไปช่วยขนของแต่ยังเกรงๆนังหน่อง  เพราะรู้ถึงความร้ายกาจของปากยาวๆของนังคนนี้ดี  เรื่องดีๆไม่ค่อยชอบเอาไปพูด  แต่เรื่องเลวๆมันจะรีบคาบไปกระจายข่าวด้วยความสนุก   เรื่องปากของนังหน่องนั้น ร้ายยิ่งกว่า เอ็ม 79 มากนัก ลองได้มีโอกาสคุยกับเมียของใคร  รับรองเป็นเรื่องทุกราย ผลงานมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ จึงไม่มีใครกล้าทำอะไรประเจิดประเจ้อให้นางหน่องได้เห็นเป็นอันขาด

ไพโรจน์ เคยมีความคิดที่จะปิดปากนางหน่องโดยจะรวบรัดเอาทำเมียเสียเลย  แต่ผู้หวังดีได้ห้ามไว้เพราะเกรงว่าจะได้ไม่เท่าเสีย คือขาดทุนมากกว่ากำไร นังหน่องจึงรอดตัวมาได้.

                                           **************************************

 จิราพออกพอใจบ้านหลังนี้มาก นอกจากจะสงบเงียบแล้ว การเข้าออกบ้านพัก ไม่ต้องรบกวนไปเข้าออกที่ประตูบ้านหลังใหญ่เนื่องจากบ้านหลังเล็กตั้งอยู่ตรงมุมรั้ว มีประตูเล็กๆสำหรับเข้าออกโดยอิสระ  ข้าวของจิราไม่มีอะไรมาก เพราะเธออยู่ตัวคนเดียว ข้าวปลาอาหารไปหากินเอานอกบ้าน สังเวชมีรถเครื่องเป็นพาหนะคู่ใจ เขาวิ่งรอกไปมาหลายเที่ยว จนขนของให้จิราเสร็จเรียบร้อย

“พี่เตี้ย เอ๊ย ! ขยันขี่จริง จริ๊งๆๆ ไปกลับไม่รู้กี่สิบรอบ” อ้ายสอนนึกในใจ เพราะเวลาที่ไปขนของจิราต้องนั่งซ้อนท้ายไปด้วย ถ้าต้องหิ้วสิ่งของต่างๆ น้ำหนักตัวต้องโอนเอนไปข้างหน้าบ่อยๆ มันคงอิจฉา !

สังเวช กลายเป็นแขกขาประจำไปมาหาสู่เกือบทุกวัน เขาชอบที่จะซื้อข้าวปลาอาหารมาให้ที่บ้าน  มารับมาส่งไปกลับ ระหว่างที่ทำงานกับบ้านพัก  ซึ่งจิราก็ไม่ได้แสดงอาการรังเกียจรังงอนอะไร มารับก็ไป  ซื้ออะไรมาให้กินก็กิน ทำให้หัวใจของสังเวชพองโตเขาตกหลุมรักจิราจนเต็มหัวใจ..

“รักเอย.... จริงหรือที่ว่าหวาน..........................รักทรมานใจคน..........” เสียงฮัมเพลงเบาๆแว่วมาจากโต๊ะของสังเวช.  ขณะที่เจ้าของโต๊ะนั่งทำงานอย่างมีความสุข เขาไม่ได้ให้ความสนใจกับคนรอบข้าง  ทำตัวเหมือนอยู่คนเดียวบนสรวงสวรรค์

“แหวะ !  หูของข้ากำลังจะอักเสบ  เพราะเสียงควายออกลูก”

“นั่น ซิ เหมือนคนบ้าไม่มีผิด ดูๆๆมันทำหน้าตาท่าทาง เหมือนกิ้งก่าเลย”

พวกขี้อิจฉาสุมหัวกันพลางมองด้วยสายตาไม่เป็นมิตร แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมามาก ขืนพูดมาก นางหน่องจับทางได้จะซวยเอา  จะกลายเป็นว่าอิจฉาสังเวชที่ไปตีสนิทกับจิราได้ สำเร็จ  หากนางหน่องเอาเรื่องนี้ไปบอกเมีย เดี๋ยวได้เป็นเรื่อง

ป้าจิตผ่านร้อนหนาวมามาก แกมองยังไงก็ไม่เชื่อว่า จิราจะมีใจให้กับสังเวช ไม่มีทางที่จิราจะรักสังเวช คนอย่างป้าจิตอ่านไม่เคยพลาด  มันเป็นเรื่องของความสามารถพิเศษที่มีมาแต่กำเนิด...เพราะเรื่องสอดเรื่องเสือก  เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้จริงๆ ไม่งั้นหงุดหงิดนอนไม่หลับ เคยมีคนแถวบ้านของแกเอง  แอบเอาป้ายมาติดที่หน้าบ้าน ข้อความน่ารักเชียว

“กลางคืนมีไว้นอน ใช่สอดส่องเรื่องชาวบ้าน” แต่ก็ไม่เข็ดเพราะมันเข้าสายเลือดมานานแล้ว โรคแบบนี้รักษาลำบาก คุณหมอบอกให้มาตายที่บ้านทุกราย

                                     ****************************************
ที่บ้านลุงเขียว

“ยายหนูที่มาเช่าบ้านเรา ท่าทางเรียบร้อยนะ แต่สงสัยจะได้แฟนตัวเตี้ย  เห็นมารับมาส่งทุกวัน”

ยายหอยเมียลุงเขียวพูดพลางมองไปที่บ้านหลังเล็ก ซึ่งสังเวชกำลังเดินเข้ามาส่งจิราที่หน้าบ้าน

“เขาทำงานที่เดียวกัน ก็คงสนิทสนมกัน เรื่องเตี้ยต่ำดำสูง มันเป็นเรื่องพรหมลิขิต ของอย่างนี้อย่าดูถูกกัน”

“ผู้หญิงสวยยังกะนาง ฟ้า”  กำลังจะอ้าปากพูดต่อ...ลุงเขียวรีบเบรก

“เอาน่า จะเป็นนางฟ้าหรือเป็นหมาวัดก็ช่างเขา เถอะ”

“หมาวัดข้าไปได้พูดนะ แกพูดเองนะตาเขียว ระวังเถอะเดี๋ยว เจ้าเตี้ยได้ยินเข้า เขาจะโดดเตะปากห้อยๆของแก”

“เอาน่าอย่าไปยุ่งเรื่องของเขาเลย” ลุงเขียวพูดตัดบทพร้อมเอามือลูบปาก

                             ****************************************              (โปรดติดตามตอนต่อไป.......)




บันทึกการเข้า
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2010, 05:01:16 pm »

ดีใจจังที่คุณราสส์กลับมาอีก รอติดตามตอนต่อไปนะคะ

"อย่างนี้มันต้องถอน" เอ๊ย "อย่างนี้มันต้องเชือด" สำหรับผู้ชายเจ้าชู้
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2010, 05:32:01 pm »


...สวัสดีครับพี่   เพ๊กกี้ฯ...

..พอมีเวลาก็เขียนเข้ามาครับ...

..ดีใจที่เจอพี่อีกครับ...
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2010, 08:04:53 pm »

หายไปนานนะคะ ตามมาอ่านค่ะ อยากรู้ว่าจะจบอย่างไร.....
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2010, 10:17:14 am »


....สวัสดีครับ พี่อภิญญา...

..ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ...

..จะรีบส่งตอนต่อไปมาลงครับ...
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF