www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จากหนังสือ...สู่ภาพยนต์  (อ่าน 3009 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2010, 08:22:59 pm »

คุณนิ

วันนี้มีโอกาศดูทีวีช่อง ไทยฟิมล์ ฉายภาพยนต์เรื่อง "ล่องจุ๊น...ขอหมอนใบนั้นฯ" เลยนึกถึงหนังสือ "ขอหมอนใบนั้นที่ฉันหนุน" ของคุณครูประภัสสร ตอนจบของภาพยน์ต์ ทิ้งท้ายไว้ว่า การพบกันของล้องจุ๊น และแตงกวาเป็นเพียงการเริ่มต้น...อยากเรียนถามคุณครูว่า ในจินตนาการของคุณครูนั้น ระหว่างล่องจุ๊น และแตงกวา ในที่สุดจะเป็นอย่างไรคะ

เท่าที่ทราบ หนังสือของคุณครูได้ถูกนำไปสร้างภาพยนต์หลายเรื่อง เท่าที่ทราบคือ ขอหมอนไบนั้น..ที่เธอฝันยามหนุน เวลาในขวดแก้ว บ้านก้านมะยม (เรื่องนี้รอดูอยู่แล้วค่ะ) แล้วยังมีเรื่องอะไรอีกบ้างคะ สำหรับลอดลายมังกรนั้นสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ชอบมากค่ะ


อีกเรื่องคือได้อ่านสกุลไทย ฉบับต้นเดือนมิถุนายน 2552 (นั่งรอหมอเลยได้หยิบมาอ่าน ปกติอ่านบ้างที่ร้านทำผมค่ะ) เห็นมีสัมภาษณ์คุณนิด้วย ดีจังเลย

คิดถึง ทุกท่านค่ะ
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2010, 01:13:13 am »

อ้าว เหรอคะ... ไม่ทราบเลยว่า จะฉาย ขอหมอน...

ดีใจที่คุณปิ๋มได้ดูค่ะ... ที่จริงในหนังเป็นการนำไปตีความใหม่ ถ้าได้ดูละครทางช่อง 7 ที่ ศรรามเล่นเป็นล่องจุ๊น อันนั้นจะใกล้เคียงกับในหนังสือ ที่ตัวล่องจุ๊นเป็นคนอารมณ์ร้อน และชีวิตต้องผจญกับความอยุติธรรมจากพ่อบังเกิดเกล้า แต่ด้วยความที่เป็นคนใฝ่ดี และแม่คอยให้ความรักความห่วงใยทำให้ ล่องจุ๊นสามารถยืนหยัดและชนะใจพ่อได้ในที่สุด

ส่วนในสกุลไทย น่าจะเป็นเรื่อง ความรักความหลังและหนังเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นฉากที่เกิดขึ้นในประเทศนิวซีแลนด์ค่ะ
แหมชักเขิน คุณปิ๋มอ่านที่สัมภาษณ์นิด้วย ช่วงนั้นเนื้อหอมค่ะ สกุลไทยสัมภาษณ์คู่กับคุณภัสสร แล้วยังมีสัมภาษณ์เดี่ยว ๆ อีก ซึ่งถามถึงของรักของสะสมที่ทำให้มีความสุข ซึ่งก็แน่นอนเลยสำหรับนิแล้ว ของสะสมเต็มบ้านอยู่ในเวลานี้ก็คือหนังสือค่ะ ที่ถ่ายรูปลงประกอบน่ะแค่นิ๊ดเดียว... จะมีสาระพัดประเภทค่ะ ชอบมากเรื่องหนังสือนี่ จนถูกคุณภัสสรคอยตามประกบเวลาเข้าร้านหนังสือ เพราะเผลอไม่ได้ แต่ตอนนี้ต้องยอมที่จะเพลา ๆ ลง เพราะไม่มีที่เก็บค่ะ

ส่วนอีกเล่มที่สัมภาษณ์ไปในช่วงกลางปี 2552 ก็ หนังสือ WE ค่ะ ซึ่งช่วงเดือนกันยายนนั้น เป็นวันครบรอบแต่งงานปีที่ 36 ปีของเราค่ะ แต่เพราะเป็นช่วงที่ "เวลาในขวดแก้ว" ครบ 25 ปี เลยจัดงานที่ Tk park ไงคะ... ทางคุณนิด ที่เป็นคนสัมภาษณ์ น่ารักมากค่ะ เป็นคนเดียวที่รู้ว่า วันที่ 15 กันยายน นั้น เป็นวันครบรอบแต่งงาน ปีที่ 36 ของเราค่ะ มีการเซอร์ไพร์ซเราด้วยช่อดอกไม้ ซึ้งมากเลยค่ะ

ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่ทำเป็นหนังแล้ว ก็อย่างที่ทราบกันนั่นแหล่ะค่ะ "เวลาในขวดแก้ว" ซึ่งปัจจุบันก็มีคนอยากทำอีก เห็นว่ากำลังหานายทุนอยู่ค่ะ จะได้สร้างเมื่อไหร่ไม่ทราบ... แล้วก็ "ขอหมอนใบนั้น...ที่เธอฝันยามหนุน" นี่แหล่ะค่ะ

แต่สำหรับละคร มีหลายเรื่องค่ะ แต่ที่ถ่ายทำเสร็จแล้ว และทางช่องรอหาเวลาออกอากาศก็เรื่อง "บ้านก้านมะยม" ค่ะ
มีคุณจินตหรา สุขพัฒน์แสดงนำ คุณสุประวัติ ปัทมสูตร เป็นผู้กำกับ...อันนี้ก็ต้องคอยตามฟังข่าวจากทางช่อง 3 ละค่ะ
ว่าจะนำออกอากาศเมื่อไหร่

นอกจากนั้นในขณะนี้ก็มี "ไฟอมตะ" ทางช่อง 9 ไงคะ...ซึ่งสร้างจากเรื่อง "ผมจะเป็นคนดี" และ "ไฟฝันวันเยาว์"ที่คุณภัสสรเขียนเป็นชีวนิยาย จากชีวิตจริงของ คุณวิกรม กรมดิษฐ์ เสนอทุกวันเสาร์อาทิตย์ 20.40 น.  ก็คงเหลืออีกสัก 5-6 ตอนก็จะจบแล้วค่ะ  ทางคนสร้างกริ่งเกรงว่า เรื่องนี้ น้ำดีเกินไป กลัวไม่มีคนดู แต่กลับมีคนสนใจดูมากมายเกินคาดค่ะ แล้วเรตติ้งก็อยู่ในอันดับที่ดีด้วยซิคะ... ถ้าช่อง 3 อยากให้คนดูได้ดูประเภท น้ำดีบ้าง อีกไม่นานเกินรอ อาจจะได้ดู " บ้านก้านมะยม" กันค่ะ

โอ้โฮ นึกว่าจะเข้ามาตอบคุณปิ๋มแค่ติ๊ดเดียว ปรากฏว่าเผลอคุยซะยาวเลย อ้อ ไม่ทราบได้แวะเข้าไปดูในกระทู้เรื่องสุขภาพของคุณเพ็กกี้อีกบ้างหรือยังคะ อยากชวนให้ทานซุปแทนข้าวตอนมื้อเย็น และหาโอกาสทานส้มตำบ่อย ๆ  นิไปหาซองซุปเจอแล้วค่ะ ก็เลยจะมาบอกว่า เป็นซุป ของ Nutri-Soup ที่นิชอบก็มีอย่าง ซุปเห็ดสามอย่าง กึ่งสำเร็จรูป เพียงแค่เอาออกมาใส่ถ้วยแล้วเทน้ำร้อนตาม คนให้เข้ากันก็ทานได้แล้วค่ะ

ตอนนี้นิเองก็ต้องหันกลับมาใส่ใจตัวเองบ้างเหมือนกัน เพราะมีช่วงหนึ่งทานน้ำผลไม้เยอะมาก ปรากฏน้ำหนักตัวขึ้นเอา ๆ จนต้องค่อย ๆ เว้นระยะ ไม่กินแบบเช้า กลางวัน เย็น อย่างแต่ก่อนแล้วค่ะ ตอนนี้ก็เลยน้ำหนักลดลงไปบ้างแล้ว ค่อยมีกำลังใจหน่อย  คุณปิ๋มลองไปหามาทานบ้างซิคะ ซองละ15 บาทมั้งคะ มีหลายอย่างให้เลือก พอน้ำหนักเริ่มลดสักระยะหนึ่งค่อยเลิกทาน น่าจะช่วยให้ลดลงมาได้บ้างนะคะ แล้วค่อยลดต่อเรื่อย ๆจนกว่าจะพอใจค่ะ

เห็นด้วยค่ะว่าตอนที่น้ำหนักขึ้นเอา ๆ นี่ ไม่ค่อยสนุกเลย ไม่ว่าจะดูตัว ดูหน้า รู้สึกจะกลม ตุ้ยนุ้ยไปหมด แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้วค่ะ

เอาใจช่วยนะคะ อ้อ อีกอย่างก็คือทานพวกสลัดผักแยะ ๆ ค่ะ อ้อ ...อีกอ้อหนึ่งนะคะ ทานปลาค่ะ ช่วยได้มาก ตอนนี้เราสองคนก็เริ่มหันกลับมากินปลาอย่างจริง ๆ จัง ๆ กันอีกครั้งแล้วค่ะ


 

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 12, 2010, 08:35:54 pm โดย ชุติมา-ประภัสสร » บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2010, 12:20:09 pm »

คุณนิ
ขอบคุณค่ะสำหรับคำแนะนำดี ๆ มีกำลังใจขึ้นเยอะ ที่สำคัญคือไม่ได้ออกกำลังกายเลย มันเหนื่อยมากค่ะ เลยไม่อยากทำ แต่จะพยายามค่ะ เมื่อเช้านี้ก็ทานผักและธัญญพืชค่ะ ข้อเสียคือไม่ชอบน่้ำสลัด ทำให้ไม่อยากทานสลัด หันไปทานน้ำพริกผักสดแทน แต่ก็ต้องทานกับข้าวกล้อง จริง ๆ แล้วทุกวันนี้ก็ทานสองมื้ออยู่แล้วค่ะ มื้อเย็นบางทีก็ผลไม้ แกงเลียง (เปล่า ๆ ไม่มีข้าว) หรือ ขนมปังบ้าง หรือ นมถั่วเหลืองบ้าง พวกถั่วต่าง ๆ บ่าง หรือไม่ทานอะไรเลย แต่ก็ยังอ้วนเอาอ้วนเอาอยู่ดี เลยปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปเลย เดี๋ยวจะลองไปหาซื้อซุปที่คุณนิแนะนำมาลองทานดูค่ะ เรื่องสุขภาพทีคุณเพ็กกี้เขึยนน้้นไปอ่านมาแล้วค่ะ ได้อะไรดี ๆ มาเยอะค่ะ

ไฟอมตะ เผอิญไม่ได้ดูค่ะ ปกติไม่ค่อยชอบดูละคอนหลังข่าวอยู่แล้ว จะเลือกดูเป็นบางเรื่องเท่านั้นค่ะเช่นละครพีเรียดดี ๆ  แต่จะคอยดูเรื่องบ้านก้านมะยมค่ะ

ชีวิตของล่องจุ๊น เป็นตัวอย่างของครอบครัวที่พ่อต้องเข้าใจลูก ดีทียังมีแม่คอยเป็นกำลังใจ ปัญหาสังคมเกิดขึ้นมาตอนนี้เพราะพ่อแม่ขาดความเอาใจใส่ หรือใส่ใจมากเกินไปจนกลายเป็นกดดัน ถ้าเด็กเข้าใจและเอาตัวรอดได้อยางล่องจุ๊น ก็ดีไป แต่ถ้าไม่ได้ก็เสียคนไป เป็นห่วงอนาคตของชาติค่ะ
บันทึกการเข้า
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2010, 04:15:47 pm »

สวัสดีค่ะ

เพ็กกี้หายไปสอง-สามวัน โดยปกติจะหยุดงานวันศุกร์กับเสาร์ วันหยุดจะไม่ค่อยนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ ตอนนี้กำลังทำอะไรหลายอย่าง บทความเกี่ยวกับภาษาที่กำลังเขียนก็ต้องใช้เวลาค้นคว้าพอสมควร เจอหนังสือดีเล่มหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องIntonation มีความยาวถึง267หน้า เพ็กกี้จะพยายามอ่านให้หมดเพื่อที่จะได้นำมาเล่าสู่กันฟัง Intonationในภาษาอังกฤษมีความสำคัญมาก เราได้ยินฝรั่งพูดเสียงสูงๆต่ำๆ นั่นก็คือกฎเกณฑ์ของIntonation เอาไว้ได้ข้อมูลอย่างที่ต้องการแล้วจะได้นำมาถ่ายทอดกันต่อไปค่ะ

พูดเรื่องภาพยนต์จากนิยายของคุณประภัสสร เพ็กกี้ก็ชอบเรื่องขอหมอนฯมากกกก รอดูบ้านก้านมะยมด้วยค่ะ ฟังชื่อเรื่องแล้วนึกภาพไปว่า บ้านนี้พ่อแม่คงเลี้ยงลูกด้วยก้านมะยม การตีลูกอาจจะได้ผลดีถ้าไม่ทำจนเกินเหตุ แต่ก็เข้าข่ายทารุณอย่างพ่อของติ้นฟ้งในไฟอมตะ

เคยดูสัมภาษณ์ครอบครัวหนึ่ง ตอนนี้ลูกชายเป็นักร้อง/นักแต่งเพลงชื่อดัง แม่เขาเล่าว่าตีลูกน่าดู แล้วคว้าอะไรได้ก็ตี เช่นไม้แขวนเสื้อ ไม่ว่าออกอากาศรายการไหนอย่างรายการตีท้ายครัว นักร้องคนนี้ก็ยังพูดถึงการลงโทษของคุณแม่เขา แต่เพ็กกี่เห็นว่ามันป่าเถื่อนจังเลย เดี๋ยวนี้เขาเลิกตีเด็กกันแล้ว ถ้าไปทำแบบนี้ที่อเมริกาพ่อแม่มีความผิดอาญา แล้วก็อาจจะโดนพรากลูกไปอยู่ในความดูแลของคนอื่น เพ็กกี้พูดในฐานะคนดูทีวี ของบางอย่างไม่น่ามาเปิดเผยในที่สาธารณะ แต่มาให้สัมภาษณ์กันเป็นของสนุก

เพ็กกี้อาจจะเดาผิดเรื่องบ้านก้านมะยมก็ได้นะคะ พอเกิดจินตนาการก็เลยอดที่จะเล่าถึงสิ่งที่เคยพบให้ฟังไม่ได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 18, 2010, 04:32:42 pm โดย PeggySueGuerra » บันทึกการเข้า
ประภัสสร
Global Moderator
Newbie
*****
กระทู้: 8



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2010, 04:32:43 pm »

พอดีเมื่อกี้เปิดเข้าไปดูใน FB ของคุณปิ๋มที่มีคนมาคอมเม้นต์เรื่องชิงช้า...
เลยได้เห็นรูปคุณปิ๋มด้วย

ตอนนี้น้ำหนักนิกำลังถอยลงมาแล้วนะคะ...

ถ้ายังไง ลองกินข้าวกล้องแค่ช้อนเดียวไหวไหมคะ... แล้วกินกับข้าวให้มากหน่อย ฟังเสียงคุณปิ๋มที่บอก
ค่อยมีกำลังใจขึ้นมาหน่อย ทำให้เห็นว่า เรื่องแบบนี้เราต้องช่วยกันค่ะ ต้องเป็นกำลังใจให้แก่กันและกัน
สำหรับเรื่องที่ไม่ชอบทานน้ำสลัดนั้น เข้าใจค่ะ แต่ก็อยากให้ลองชิม ๆ แตะ ๆ ดูบ้างเพราะน้ำสลัดมีมากมายหลายชนิด
ทั้งอย่างข้น อย่างใส โดยทั่วไปที่อร่อย ๆ ก็มีหลายยี่ห้อนะคะ หรือถ้าไม่ชอบ
อย่างพวกมายองเนส จะลองพวก เทาว์สั้น ไอร์แลนด์ ที่เป็นสีแดงชมพู ๆ ดูก็ได้ค่ะ อ้อ พอพูดถึงสีแดง ๆ ก็เลยนึกถึง
น้ำจิ้มสุกี้ไงคะ นั่นก็ทานกับผักต้มได้ หรือผักสดก็ได้

ของนิที่จะทานกันบ่อยหน่อยระยะนี้ก็คือ ปลาดิบที่ ซูกิชิค่ะ เมื่อก่อนถ้าเจอซูโม่ที่ไหนก็จะเข้าไปทาน
แต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้ไปเอมโพเรี่ยม ก็เลยไม่ได้เข้าซูโม่ ตอนนี้มักเดินที่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า บ่อย ที่นั่นมีร้านเจ้าประจำ
อยู่ชั้นใต้ดินแถวหน้าทอป ซุปเปอร์มาร์เก็ต ก็เลยเข้าไปทานกันบ่อย มีสลัดเกาหลีก็อร่อยค่ะ นิมักจะสั่งสลัดผลไม้หรือ
ไม่ก็สลัดมันฝรั่ง  แต่ที่น่าสนใจอีกก็มีอย่างสลัดอโวคาโด้... ถ้ามีโอกาสลองแวะไปชิมดูซิคะ...

นอกจากนี้รายการอาหารในร้านยำแซบก็อร่อยหลายอย่าง บางทีเราก็สลับด้วยการทานร้านก๋วยเตี๋ยวท่าสยาม...หรือไม่ก็
S&P ซึ่งก็อยู่ติด ๆ กัน หรือไม่งั้นก็ พูนสินค่ะ มีพวกเป็ดย่าง พวกเป็ดตุ๋นมะนาวดอง กระเพาะหมูตุ๋นยาจีน...
พวกอาหารหนัก ๆ ก็ปล่อยให้คนอื่น ๆ ทานไป นิก็จะทานพวกนี้แหล่ะค่ะ ถ้าทำได้รับรองน้ำหนักจะค่อย ๆ ลดได้แน่ค่ะ

พูดเรื่องของทานแล้วชักจะเพลิดเพลินกันใหญ่...

สำหรับวันนี้นั้น ตอนสาย ๆ ไปเดินตลาดนัดสนามหลวง 2 อีกตามเคย แต่ก่อนไปก็แวะทานต้มเลือดหมูที่ร้านเจ๊กจุ่นที่อยู่ตรง
หัวมุม ถนนสาย 3 ก่อนที่จะเลี้ยวซ้ายไปออกยังตลาดนัดพอดี... ที่นี่ต้มเลือดหมูอร่อยมีชื่อมากค่ะ นิทานเปล่าๆ ไม่ทานข้าว
แต่แย่งจากคุณภัสสรมา 1ช้อน แล้วนิก็ดื่มโอเลี้ยง 1แก้ว แล้วก็ไปเดินดูต้นไม้ต้นไร่...

ยังไปเจอน้องที่ขายดอกไม้สวย พวกดอกข่า พวกเบิร์ด ออฟ พาราไดซ์ แล้วก็นึกถึงที่คุณปิ๋มบอกอยากไปเดินดูบ้าง
ถ้าคุณปิ๋มได้ไปคงต้องติดใจแน่ค่ะ นิกับคุณภัสสรก็ชอบไปเดินกันแทบทุกอาทิตย์ที่พอจะว่าง... แต่วันนี้ไม่ได้ต้นไม้มาสักต้น
ได้แต่ดินใส่ต้นไม้ ตอนขากลับคุณภัสสรนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ที่วันนี้นิไม่สามารถหาต้นไม้ถูกใจได้ ไม่งั้นแต่ละครั้งที่ไป ขนใส่ท้าย
แท๊กซี่กันแทบไม่หมดเลยค่ะ

ลองลดข้าวกล้องแล้วทานพวกวุ้นเส้นแทนซิคะ เดี๋ยวนี้มีเส้นแก้ว เป็นแบบวุ้นเส้นแต่ดูเหมือนจะทำจากบุก อันนี้ก็อร่อยค่ะ
แล้วไม่ทำให้อ้วนด้วยละค่ะ


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 18, 2010, 04:40:34 pm โดย ประภัสสร » บันทึกการเข้า
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2010, 04:51:06 pm »

พูดเรื่องอาหารการกินแล้ว ทำให้นึกถึงเวลาที่เพ็กกี้เป็นล่ามให้โรงพยาบาล มีคนไข้คนไทยเป็นเบาหวาน นักโภชนาการเขาจะแนะนำการกินให้คนไข้ สิ่งที่เพ็กกี้จำได้เเม่นยำก็คือ เขาบอกว่าคนเป็นเบาหวานถ้าเป็นผู้หญิงในแต่ละมื้อเขาให้กินคาโบไฮเดรทได้ไม่เกิน45แกรม คาโบไฮเดรทคืออาหารประเภทแป้ง รวมทั้งผลไม้ด้วย พวกเราคนไทยเราจะกินข้าวกับก๋วยเตี๋ยวหรือขนมจีน ข้าวในปรืมาณ15แกรมก็เท่ากับครึ่งถ้วย ดังนั้นคนเป็นเบาหวานก็ทานข้าวมื้อหนึ่งได้ไม่เกินครึ่งถ้วย ส่วนโพรตีนกับผักเขาไม่มีข้อจำกัด ขออย่างเดียวอย่าทานเนื้อสัตว์ติดมัน และของทอดน้ำมัน อย่างไรก็ดีร่างกายคนต้องการพลังงานจากคาร์โบไฮเดรท และคาโบไฮเดรทจะช่วยบำรุงสมองด้วย คนที่ไม่ทานอาหารเช้าเลยนี่คิดผิดนะคะ มื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุด

คนไม่เป็นเบาหวานจะนำวิธีที่กล่าวข้างต้นมาประยุกต์ใช้กับตัวเองก็ไม่ผิดกติกา เราทานได้ทุกอย่างค่ะ แต่ต้องมีขอบเขต ถึงแม้อยากจะกินเค็กหรือทองหยิบ ฝอยทองก็ทานได้ แต่ขอให้จำกัดปริมาณ ตอนนี้เพ็กกี้ก็เริ่มลดแล้วนะคะ ต้องพยายามดัดนิสัยตัวเอง ผู้หญิง"วัยงาม"อย่างพวกเราต้องออกกำลังสม่ำเสมอ หลายๆคนอาจจะนึกไม่ถึงว่าการยกน้ำหนักนอกจากจะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงแล้ว ยังทำให้กระดูกแข็งแรงอีกด้วย ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำหนักขนาดใหญ่ที่นักเพาะกายเขาเล่นกัน เอาขนาดย่อมๆ เริ่มจากสามพาวด์ก่อน พอคุ้นเเล้วจะขยับเป็นขนาดใหญ่ขึ้นก็ได้ เมื่อยกน้ำหนัก นอกจากจะใช้กำลังแขนแล้ว ลองนอนราบยกน้ำหนักโดยใช้กล้ามเนื้อท้องช่วย จะเป็นวิธีที่ลดพุงได้ดีทีเดียวค่ะ เคล็ดลับก็คือเมื่อยกน้ำหนักไขมันส่วนเกินก็จะกลายเป็นกล้ามเนื้อค่ะ
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2010, 08:40:59 pm »

ไม่ได้เข้ามาดูซะหลายวัน  สิ่งที่คุณเพ็กกี้เขียนเล่าไว้ดีมากเลยค่ะ สำหรับคนรักสุขภาพทั้งหลาย

ตอนนี้ก็พยายามที่จะให้น้ำหนักลดลงมาอีก แต่มันก็ค่อย ๆ ลงมากเลย แค่ 1 กก.เองค่ะ  จะนำที่คุณเพ็กกี้
บอกกล่าวไว้ไปปรับใช้ในเรื่องการรับประทานอาหารค่ะ

เผลอ ๆ เราตั้งกระทู้เรื่องอาหารการกินกันใหม่ท่าจะสนุกดีนะคะ ได้ประโยชน์ด้วย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF